สู่วิถีอมตะ - บทที่ 755 ผู้ลอบโจมตี
เรือเหาะกระเด็นครูดบริเวณที่ผ่านเป็นรอยลึก ฝุ่นควันคละคลุ้ง
ทั่วเวหา แดนดินสะท้านสะเทือน ปวงสัตว์ป่าแตกตื่นหนีกระเจิง
ผู้ลอบโจมตีใช้ศาสตราเซียน แต่โชคยังดีที่เรือเหาะของเติ้งเส้าสี่
ก็อยู่ในระดับเซียน มีพลังขวางการโจมตีระดับเซียนมนุษย์ได้
“เวร ไหวตัวไวชะมัด ถอนตัว!”
ผู้ลอบโจมตีในหมอกดำเห็นว่าพวกตนลอบโจมตีไม่สำเร็จ ก็
ถอนตัวกันอย่างไม่ลังเลทันที
เติ้งหลวนตกใจจนอวัยวะภายในบิดเกร็ง รีบลุกจากพื้น ชักอาวุธ
วิเศษโวยวายด้วยดวงตาแดงฉาน “ไอ้พวกสารเลวสมควรตาย!
บังอาจลอบโจมตีเรา! พี่ เราไล่ตามไปฆ่าพวกมันกันเถอะ!”
“ไม่ได้ บางทีอาจมีผู้ใดซุ่มอยู่”
สีหน้าของเติ้งเส้าสี่บูดบึ้ง เขาก็เดือดดาลยิ่งเช่นกัน หากเขาไหว
ตัวไม่เร็วพอ เปิดเกราะคุ้มกันบนเรือเหาะไม่ทัน ทุกคนบนเรือคงตาย
ไปแล้ว
เขาไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายมีคนซุ่มโจมตีอยู่หรือไม่ หากทำอะไรวู่วาม
ทุกคนก็อาจเผชิญหายนะไปด้วยกัน
เติ้งหลวนเต้นเร่า กระทืบเท้าแผดเสียงก้องฟ้า “อย่าให้นายน้อย
ผู้นี้รู้เชียวนะเฟ้ยว่าพวกแกเป็นใคร! หาไม่ พวกแกโดนถลกหนังแน่!”
คนอื่น ๆ ล้วนขวัญสะท้านอารมณ์เสีย โดนศาสตราเซียนลอบ
โจมตี พวกเขาเกือบได้ไปโลกหน้ากันแล้ว
ใครกันลอบโจมตีพวกเขา?
ผู้มาลอบโจมตีซ่อนตัวในหมอกดำ ปราณและใบหน้าหาชัดเจน
ไม่
“ไม่รู้ว่าพวกนี้มาเพราะจี้หยก หรือมีความแค้นอะไรกับเรา ต่อ
จากนี้ต้องระวังตัวนะ” เติ้งเส้าสี่กล่าวเสียงขรึม
เขาควบคุมเรือเหาะให้เหินขึ้นอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าเรือเหาะไม่
เสียหาย ก็มุ่งหน้าต่อสู่สุสานราชินีปีศาจ
เติ้งเส้าสี่กล่าวกับเจียงผิงอัน “สัมผัสของสหายเต๋าฉับไวมาก
เลย”
ขณะนั้น มีแต่เขากับเจียงผิงอันที่สัมผัสถึงอันตรายได้ ขณะที่คน
อื่น ๆ หาได้ไหวตัวไม่
“พอใช้ได้เท่านั้นแหละ แค่ไวกว่าทั่วไปนิดหน่อย”
เจียงผิงอันผ่อนคลายลงเล็กน้อย หากมิใช่เพราะปฏิกิริยารวดเร็ว
ของเติ้งเส้าสี่ เขาก็คงต้องใช้พู่กันพิพากษา “สหายเต๋าเติ้ง เราไปคุย
กันเรื่องสุสานที่ท้องเรือเถอะ ข้างนอกมันอันตราย”
“เจ้ากลัวอะไร หากพวกเขากล้ากลับมา ข้าจะฆ่าให้เรียบ!” เติ้ง
หลวนผู้เยาว์วัยอารมณ์ร้อนยิ่ง เขาถลึงตาจ้องซ้ายเหลียวขวา
คาดหวังให้คนเหล่านั้นกลับมาสู้กับพวกเขาต่อ
เติ้งเส้าสี่ส่ายหัวอย่างจนใจกับน้องชาย แล้วกลับเข้าเรือเหาะไป
กับเจียงผิงอัน
“เมื่อครู่เราพูดเรื่องหุ่นเชิดค้างไว้……”
ขณะที่เติ้งเส้าสี่จะพูดต่อ เขาก็เห็นเจียงผิงอันชักพู่กันและ
กระดาษออกมาตวัดวาดรัวเร็ว
“ปัว… สหายเต๋าเจียง เจ้าทำอะไรอยู่?”
“ดวงตาของข้าพิเศษเล็กน้อย มองทะลุอะไรหลาย ๆ อย่างได้ ข้า
เห็นว่าคนพวกนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร ยามนี้วาดพวกเขาให้แล้ว เจ้าดู
เถิดว่าเป็นใคร” เจียงผิงอันตอบ
ยามนี้ทุกผู้ลงเรือลำเดียวกัน จึงต้องให้แน่ใจว่าจะอยู่รอด
ปลอดภัย
“สหายเต๋าเจียงยังมีความสามารถนี้ด้วย”
เติ้งเส้าสี่ประหลาดใจยิ่ง เจียงผิงอันยังซ่อนความสามารถไว้อีก
เพียงไรกัน?
เจียงผิงอันรีบวาดรูปให้อีกฝ่าย แม้จะไม่เคยเรียนวาดรูป แต่
สำหรับยอดฝีมือระดับเขา การวาดภาพเลียนแบบมิใช่ปัญหา
“เหตุที่เมื่อครู่ข้าไม่พูด เพราะหากอีกฝ่ายเล่นงานเราได้ มีหรือจะ
สุ่มดักโจมตีมั่ว ๆ พวกเขาต้องรู้ตำแหน่งที่อยู่เราก่อนแล้ว นั่น
หมายความว่าในหมู่เราอาจจะมีไส้ศึก”
“ต่อให้ไม่มี น้องชายเจ้ากับคนอื่น ๆ ก็อาจใจร้อนคิดล้างแค้น
กระทบการสำรวจสุสานของเรา ดังนั้นข้าจึงจะบอกเพียงสหายเต๋า
เติ้ง”
เติ้งเส้าสี่มองเจียงผิงอันด้วยสายตาที่เพิ่มความนับถืออีกเล็กน้อย
สุขุมและฉลาด มิน่าเล่าจึงประสบความสำเร็จได้เพียงนี้
นอกจากความสามารถส่วนตน อุปนิสัยยังกระทบเส้นทางการ
ฝึกฝนอย่างมหาศาลด้วย
เติ้งเส้าสี่ก้มมองภาพวาดตรงหน้า แล้วสีหน้าของเขาก็แปร
เปลี่ยนไป
“รู้จักหรือ?” เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้า ก็เสริมขึ้นว่า
“คนผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนขั้นปลายระดับเขตแดน มีปราณพลังชีวิต
แข็งแกร่งมาก เทียบได้กับเซียนมนุษย์เลย”
“เช่นนั้นก็ไม่ผิดแน่ นี่คือเส้าเฉวียนจากคณะเสินกวง มีร่าง
วิญญาณอมตะ พลังชีวิตกล้าแข็งไม่ดับมอด และพลังต่อสู้แข็งแกร่ง
อย่างยิ่ง”
เติ้งเส้าสี่กำหมัด ดวงตาเรืองจิตสังหาร “เราเลือดเหล็กและพวก
เขาเสินกวงไร้ความขัดแย้ง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมาเพื่อกุญแจจี้หยก
ของเรา”
มีเพียงกุญแจจี้หยกที่จะพาคนสู่ใจกลางสุสานได้ กุญแจเช่นนี้มี
อยู่ไม่มาก อีกฝ่ายจึงอาจอยากลองเสี่ยง
เจียงผิงอันกล่าว “เรื่องนี้เก็บเงียบไว้ก่อนจะดีที่สุด หากคิดล้าง
แค้น เราลอบโจมตีกันดีกว่า อีกฝ่ายหารู้ไม่ว่าเรารู้ตัวตนของเขาแล้ว
หากลอบโจมตีได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับเรา”
เติ้งเส้าสี่เงยหน้ามองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกล
เจียงผิงอันเห็นสีหน้าพิกลของอีกฝ่ายก็ถามอย่างสงสัย “เกิด
อะไรขึ้นหรือ?”
เติ้งเส้าสี่พูดอย่างประหลาดใจ “มิคาดว่าอัจฉริยะไร้เทียมทานผู้
สะท้านสะเทือนทั่วสำนักศึกษาชางจืออย่างเจ้าจะลอบโจมตีกับเขา
ด้วย ข้านึกว่าสหายเต๋าเป็นพวกตรงไปตรงมาเสียอีก”
“ข้าตรงไปตรงมามากนะ พวกเขาต่างหากที่ลอบโจมตีเราก่อน”
เจียงผิงอันไม่ยอมรับว่าตนเป็นพวกหน้าซื่อใจคด
สำหรับเขา หากสู้ตรง ๆ ได้ เขาก็จะสู้ตรง ๆ หากเอาชนะมิได้ก็
ลอบโจมตี หากศัตรูมีผู้หนุนหลัง เขาก็จะยอมทนไปก่อน รอให้ความ
แข็งแกร่งของเขาก้าวข้ามศัตรูแล้วจึงล้างแค้น
เติ้งเส้าสี่ตวัดนิ้วเบา ๆ แล้วภาพวาดตรงหน้าเขาก็สลายเป็นธุลี
“กลับมาคุยเรื่องสุสานกันต่อนะ”
ระหว่างการเดินทางต่อจากนั้น พวกเขามิได้พบการลอบโจมตี
อื่นใด บางทีพวกเส้าเฉวียนอาจรู้แล้วว่าพวกตนแหวกหญ้าให้งูตื่น
ลอบโจมตีอีกก็ไร้ประโยชน์
เมื่อสุสานราชินีปีศาจใกล้เข้ามา ปราณปีศาจในฟ้าดินก็ยิ่ง
เข้มข้น พบเรือเหาะของผู้ฝึกตนหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ คนเหล่านี้มาจาก
ขุมกำลังทั่วทั้งภพเซียน มาเพื่อสำรวจสุสานราชินีปีศาจ
ราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยในตำนานคือผู้สร้าง ‘วิชาลวงสวรรค์’
ศาสตร์หุ่นเชิดของนางเป็นเลิศเกินใดเปรียบในโลกหล้า หากนางไม่
พบชายผู้นั้น นางจะนำเผ่าปีศาจเป็นใหญ่ในภพเซียนได้แน่นอน
ผู้ใดได้ผลประโยชน์ในสุสานไป ก็นับเป็นโอกาสงามสำหรับผู้ฝึก
ตนทั่วไปแล้ว
แน่นอน อัจฉริยะจากขุมกำลังใหญ่เหล่านี้ไม่สนใจโอกาสทั่วไป
หรอก พวกเขาอยากได้ ‘วิชาลวงสวรรค์’ สุดยอดวรยุทธ์เซียนที่
เปลี่ยนสถานการณ์ศึกระหว่างมนุษย์และปีศาจในกาลก่อนกัน
ต่างหาก
ท้ายที่สุด หนึ่งเดือนให้หลัง พวกเขาก็มาถึงรอยแยกสู่โลกใบ
น้อยของราชินีปีศาจ
รอบข้างรายล้อมด้วยร้านค้า ผู้คนพลุกพล่านไปหมด
“ผ่านมาแล้วก็อย่าพลาดเสีย หอเลิศโอสถมีโอสถพิเศษมาขาย
จ้า”
“รับซ่อม ขาย และแลกซื้ออาวุธวิเศษมือสอง ให้ราคายุติธรรม
โอกาสนี้ห้ามพลาด อดแล้วอดเลยนะ!”
“หุ่นเชิดขั้นต้นระดับเขตแดนที่ราชินีปีศาจสร้างเองในกาลก่อน
ถูกถอดรหัสได้แล้ว ขายถูก ๆ แสนผลึกเซียนไปเลย!”
ทุกครั้งที่ดินแดนลับหรือสุสานถูกค้นพบ หอวาณิชหลัก ๆ ใน
ภพเซียนก็จะยกขบวนมาเปิดร้านรายรอบ ผู้คนที่ได้กำไรล ่าซำมัก
มิใช่ผู้เข้าสำรวจดินแดนลับ แต่เป็นหอวาณิชเหล่านี้
พวกเขากำไรมหาศาลจากการซื้อขายวรยุทธ์ อาวุธวิเศษและ
โอสถ
เซียนผู้ลำบากสำรวจดินแดนลับแทบตาย อาจหาเงินได้ไม่เท่า
ร้านเล็ก ๆ ร้านเดียว
ดังนั้น ผู้ฝึกตนมากมายจึงมักให้ญาติมิตรหรือพาตัวเองมาตั้ง
แผงเปิดร้าน เพื่อให้ร้านเหล่านั้นมีเงินพอเลี้ยงตัวรอด
“สหายเต๋าเติ้ง! บังเอิญเสียจริง!”
เติ้งเส้าสี่เพิ่งเก็บเรือเหาะ คนกลุ่มหนึ่งก็เหินมาจากไกล ๆ
ผิวของชายผู้นั้นซีดขาวราวอยู่ในถ ้าใต้ดินอันอับชื้นมาเนิ่นนาน
จุดสะดุดตาที่สุดคือพลังชีวิตอันมหาศาล ทุกจุดที่เขาเหยียบผ่าน
ต้นหญ้าบุปผางอกเงย
ดวงตาของเติ้งเส้าสี่วูบไหว แย้มยิ้มทักทาย “สหายเต๋าเส้าเฉวียน
บังเอิญจริงแท้ พวกเจ้าก็มาสำรวจโลกใบน้อยนี้เหมือนกันหรือ?”
“ใช่เลย ใครบ้างไม่อยากได้ ‘วิชาลวงสวรรค์’ อัจฉริยะอย่างเรา
ล้วนมีโชควาสนา โอกาสได้สมบัติสูงกว่าใครอยู่แล้ว” เส้าเฉวียน
เสวนาอย่างออกรส
เจียงผิงอันยืนหลังคณะ มองคนผู้นี้อย่างสุดประหลาดใจ คนผู้นี้
เล่นละครเก่งจริง ๆ เมื่อเดือนก่อนยังลอบโจมตีกันอยู่เลย ยามนี้แสร้ง
ทำเป็นพบกันโดยบังเอิญเสียแล้ว
ผู้ที่ลอบโจมตีพวกเขาก็คือคนเหล่านี้นี่แหละ
“เราไปสำรวจด้วยกันเถอะ จะได้ช่วย ๆ กัน” เติ้งเส้าสี่กล่าว
เส้าเฉวียนกับคณะต่างผงะ พวกเขามาเพื่อหาทางร่วมคณะกับ
พวกเติ้งเส้าสี่ ในใจคิดว่าคงยากนัก พวกเขาหารือกันมาหนึ่งเดือน
วางแผนนับสิบ ๆ แผน แต่มิคาดว่าไม่ทันได้ใช้ อีกฝ่ายก็เป็นฝ่าย
ชักชวนพวกเขาก่อน
ไอ้โง่นี่พาตัวเข้าปากเสือเอง
เดี๋ยวถึงเวลาก็ได้ตายไม่รู้ตัว