สู่วิถีอมตะ - บทที่ 791 ลอบโจมตีสี่หน
ร่างของเซี่ยเปิ่นจวินหวนประกอบอย่างรวดเร็ว
เขาคาดว่าศิษย์ผู้นี้น่าจะรู้แล้วว่าการหลอมศาสตรามารต้อง
สังเวยชีวิตเขา จึงลงมือจู่โจมกะทันหัน
นับตั้งแต่เขาลงมือ หมายความว่าการหลอมศาสตรามาร
ล้มเหลว เพราะเยื่อใยของเขาต่อศิษย์ผู้นี้สลายหายไปจนสิ้นแล้ว
และยังหมายความด้วยว่าการทะลวงขอบเขตครั้งนี้ของเขาไม่
เป็นผล
จิตสังหารคุกรุ่นในใจเซี่ยเปิ่นจวิน รีดเร้นอำนาจเต๋าเซียน เงื้อมือ
ฟาดใส่เจียงผิงอันอย่างไร้ปรานี
แม้จะเสียพลังไปครึ่งหนึ่งจากการลอบโจมตีของอีกฝ่าย สุดท้าย
แล้วเขาก็ยังเป็นเซียนผู้หนึ่ง มิอาจเทียบชั้นกับสามัญชนได้เลย
ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนผู้หนึ่งถึงกับกล้าลอบโจมตีเขา
ไม่รู้จักประมาณตน
เจียงผิงอันมองฝ่ามือที่ฟาดเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขว้าง
กระบี่เซียนเล่มหนึ่งเข้าตอบโต้ทันที
เซี่ยเปิ่นจวินเห็นเช่นนี้ก็แค่นยิ้มหยัน
ผู้ฝึกตนที่ยังไม่บรรลุเซียนนั้นแผลงฤทธิ์กระบี่เซียนเต็มที่มิได้
เลย อย่าว่าแต่กระบี่เซียน ‘ระดับเซียนมนุษย์’ ทั่วไป ต่อให้ยกศาสตรา
เซียนสวรรค์หรือศาสตราเซียนแท้ให้ใช้ อีกฝ่ายก็มิอาจทำร้ายเขาได้
เซี่ยเปิ่นจวินยกมือขึ้นรับกระบี่เซียน ทว่าขณะนั้นเอง จู่ ๆ กระบี่
เซียนก็ระเบิดออก
ตู้ม!
เศษกระบี่เซียนนับไม่ถ้วนสาดกระจาย ทะลวงร่างของเซี่ยเปิ่นจ
วิน
เจียงผิงอันใช้ ‘กำไลทลายมิติ’ เคลื่อนตัวผ่านมิติหนีไปก่อนเกิด
การระเบิด หลีกพ้นจากศูนย์กลางแรงระเบิด
เซี่ยเปิ่นจวินมิคาดว่าอีกฝ่ายจะระเบิดศาสตราเซียนอันล ้าค่าแต่
แรก กระทั่งเซียนยังลังเลมิกล้าทำลายล้านผลึกเซียนกันง่าย ๆ
เขามิคาดเช่นกันว่าเจียงผิงอันจะสามารถระเบิดศาสตราเซียนได้
หากเป็นปกติแล้ว ผู้ฝึกตนที่ยังมิบรรลุเซียนจะมิอาจทำลายศาสตรา
เซียนใด ๆ ได้เลย
เซี่ยเปิ่นจวินถูกเศษศาสตราเซียนทิ่มแทง โลหิตหลากนอง
“ไอ้เด็กสารเลวนี่!!”
เซี่ยเปิ่นจวินเดือดดาลจนสะท้านทั้งกาย ดวงตาแดงฉาน เขาเป็น
ถึงเซียน แต่กลับถูกผู้ฝึกตนต ่าต้อยหักเหลี่ยมถึงสองหน
เขาใช้ธงค่ายกลสีเลือดผืนหนึ่งออกมา พุ่งตรงเข้าหาเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมองเซี่ยเปิ่นจวินที่พุ่งเข้าปราชิดอีกครั้ง แล้วขว้างมีด
เซียนออกไปอีกเล่มด้วยสีหน้าแตกตื่น
หนนี้เซี่ยเปิ่นจวินเตรียมตัวไว้แล้ว เขาสะบัดธงค่ายกล วายุเซียน
โบยพัด ฟาดมีดเซียนกระเด็นไป
ตู้ม!
มีดเซียนระเบิดออก ภูเขามากมายสลายเป็นจุณ
แต่หนนี้ เซี่ยเปิ่นจวินมิได้เสียหาย
เซี่ยเปิ่นจวินพุ่งเข้ามาคว้าคอเจียงผิงอัน
“เด็กเวร แน่จริงก็หนีอีกสิ! เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้าโจมตี
เซียนผู้นี้ เจ้าควรได้เป็นจิตศาสตรา อยู่ยืนยาวไปกับข้า แต่กลับ
รนหาที่ตายเอง เซียนผู้นี้จะถลกหนังหักกระดูก ทรมานเจ้าไปแสนปี!”
เซี่ยเปิ่นจวินคิดว่าเจียงผิงอันจะแสดงสีหน้าหวาดกลัวสิ้นหวัง
ทว่าเหตุการณ์ที่คิดกลับไม่เกิดขึ้น
ใบหน้าของเจียงผิงอันไร้ความกลัวใด ๆ สายตาของเขาเยือก
เย็นจนชวนสะพรึง ราวสรรพสิ่งล้วนอยู่ในควบคุมของเขา
สิ่งนี้ทำให้เซี่ยเปิ่นจวินเกิดสังหรณ์ร้าย
ขณะนั้นเอง คลื่นพลังรุนแรงพลันปรากฏเบื้องหลังเจียงผิงอัน
จิตสัมผัสของเซี่ยเปิ่นจวินแผ่ตรวจสอบ แต่แล้วก็ต้องขวัญผวา
เมื่อพบว่าเจียงผิงอันแปะยันต์ระดับเซียนไว้กับตัว!
ยันต์ระดับเซียนนี้ เจียงผิงอันได้มาจากในโลกใบน้อยของราชินี
ปีศาจ ยามนั้นมีผู้อยากระเบิดยันต์นี้ตายตกตามกับเขาแต่ไม่สำเร็จ
ยันต์นี้จึงตกมาอยู่ในมือเขา
และขณะนี้ ยันต์ระดับเซียนแผ่นนี้ก็ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์
เซี่ยเปิ่นจวินขวัญผวา เร่งยันต์ค่ายกลกางอาคมคุ้มกันทันที
ตู้ม!
แรงระเบิดสะท้านแดนดินสนั่นทั่วฟ้าดินสั่นคลอน เจิดแสง
เรืองรองทั่วแดนมรณะแห่งนี้ ดวงตะวันแดงเข้มบนฟ้าสะท้านสะเทือน
สั่นไหว
ยันต์ระดับเซียนหาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะยันต์โจมตีซึ่งบรรจุพลัง
โจมตีเต็มกำลังของยอดฝีมือระดับเซียนเช่นนี้
มันแข็งแกร่งกว่าแรงระเบิดจากอาวุธวิเศษหลายเท่าตัวนัก
แรงระเบิดนี้คงอยู่หลายอึดใจก่อนจางตัว พื้นเบื้องใต้เกือบมลาย
สูญ เกิดเป็นหุบเหวมหึมา รอบข้างไม่มีแม้แต่ฝุ่นเขม่า สรรพสิ่งล้วน
แหลกสลายสู่สุญตา
รอยแตกมิติปรากฏเยี่ยงบาดแผลทั่วทิศ
เหนือหุบเหว หนึ่งดวงแสงแผ่รัศมีริบหรี่ ร่างของเซี่ยเปิ่นจวินภาย
ในดวงแสงหายไปครึ่งตัว เผยกระดูกขาวโพลนและอวัยวะภายใน ดู
น่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ใบหน้าไม่สมประกอบของเซี่ยเปิ่นจวินเปี่ยมความขวัญผวา
หวาดกลัว
เขาเกือบถูกเจ้าคนที่ยังไม่บรรลุเซียนฆ่าเสียแล้ว!
มิคาดเลยว่าเขาจะต้องมาบาดเจ็บสาหัสเพราะผู้ฝึกตนต ่ากว่า
ระดับเซียนเช่นนี้
เมื่อนึกถึงสายตาสุขุมในกาลสุดท้ายของอีกฝ่าย เซี่ยเปิ่นจวินก็
ร่างสะท้านอย่างช่วยไม่ได้
นับแต่ใช้ชีวิตมายาวนาน เขาก็เพิ่งเคยเจอผู้ฝึกตนระดับเขต
แดนน่ากลัวเช่นนี้ก็คนแรก
“สารเลวสมควรตาย! ได้ตายเร็วเช่นนี้ดีเกินไปนัก!”
เซี่ยเปิ่นจวินซึ่งขวัญผวาไม่หายเดือดดาลเกินครั้งใด
การลอบโจมตีกะทันหันทั้งสามหนเกิดขึ้นติดต่อกัน ทำให้เขา
เสียปราณเซียนไปเจ็ดในสิบส่วน
เซียนผู้สูงส่งอย่างเขาถึงกับบาดเจ็บสาหัสเพราะผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ที่ยังไม่บรรลุเซียน งามหน้าแท้
หากอีกฝ่ายไม่ตาย เขาก็จะจับมาทรมานให้สติแตกไปข้างแน่ ๆ
เซี่ยเปิ่นจวินเก็บโล่ มองซ้ายมองขวา ตรวจหาร่างอีกครึ่งหนึ่ง
ของตน
ก่อนหน้านี้เขาถูกอีกฝ่ายโจมตี ร่างกายส่วนใหญ่สะบั้นขาด ถูก
อีกฝ่ายใช้ศาสตราเซียนดูดซับไว้
เรื่องเร่งด่วนในขณะนี้คือต้องหาชิ้นส่วนร่างกายกลับมาฟื้นพลัง
แดนมรณะแห่งนี้ไร้ปราณเซียน ไม่มีทางเติมพลังด้วยหนทางใด
บาดแผลของเขายืดเยื้อนานไป ก็อาจกระทบต่อรากฐานของเขาได้
พรวด!
กระบี่เซียนเล่มหนึ่งพลันทะลวงออกมาจากรอยแยกมิติ สกัดผ่า
ร่างเซี่ยเปิ่นจวินในพริบตา
อึดใจต่อมา หนึ่งหลุมดำก็ปรากฏขึ้น สูบร่างครึ่งหนึ่งนั้นหายไป
เซี่ยเปิ่นจวินเหลือร่างกายเพียงหนึ่งในสี่ เขารีบหันกลับมาเหวี่ยง
ธงค่ายกลอย่างเสียขวัญทันที
เจียงผิงอันหลบเลี่ยงทันควัน
เซี่ยเปิ่นจวินตกใจสุดซึ้งเมื่อพบว่าเจียงผิงอันยังไม่ตาย
“เจ้าอยู่ใจกลางแรงระเบิดของยันต์ระดับเซียนแท้ ๆ ไฉนเจ้าจึงยัง
ไม่ตาย!”
แถมยังลอบโจมตีเข้ามาอีกหนด้วย!
หลังจากเจียงผิงอันหลบพ้นระยะโจมตี เขาก็หยุดล่าถอย มือถือ
กระบี่เซียนยืนกลางสุญตา จ้องตรงมาที่เซี่ยเปิ่นจวิน
“สมกับเป็นเซียนมนุษย์ ถูกโจมตีขนาดนี้ก็ยังมีพลังชีวิตกล้า
แข็ง”
คำชมนี้แสลงโสตสำหรับเซี่ยเปิ่นจวินเป็นพิเศษ รู้สึกประหนึ่งถูก
ถากถาง ร่างอันฉีกขาดหวนประกอบ เงื้อธงค่ายกลเข้าโจมตี
เพราะเขาเลินเล่อ ก่อนหน้านี้จึงถูกอีกฝ่ายลอบโจมตีหลายต่อ
หลายหน มิคาดเลยว่าอีกฝ่ายจะมีฝีไม้ลายมือแพรวพราว ยามนี้จึง
ถืออีกฝ่ายเป็นเซียนร่วมขอบเขต เขาจะไม่ถูกหลอกอีกแน่ ๆ
ครั้งนี้ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร อีกฝ่ายก็ต้องถูกสับเป็นชิ้น ๆ!
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมเกินครั้งใด กวัดแกว่งกระบี่เซียน
เข้าปลิดชีพ
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งใส่เขาตรง ๆ เซี่ยเปิ่นจวินก็จังงังไป
เจ้านี่บื้อหรือไร? ถึงกับพุ่งใส่เซียนเอง!
ต้องมีแผน! มีแผนในใจแน่ ๆ!
เซี่ยเปิ่นจวินถูกลอบโจมตีสี่หนจนหลอนแล้ว เขาจึงระแวงทันที
เหวี่ยงธงค่ายกลพัดวายุเซียนรุนแรงเข้าขวาง
เจียงผิงอันผสานร่างจริงกับอวตารกลืนสวรรค์ ขนาดตัวทะยาน
สูงในพริบตา เท้าเหยียบธรณี ศีรษะล้นฟ้า ยิ่งใหญ่ดุจเทวา มหาศาล
ไร้ประมาณ
เขตแดนแห่งกำลัง เขตแดนโน้มถ่วงและเขตแดนกลืนกินต่างถูก
กางพร้อมกัน ทั่วทั้งโลกหล้าแปรเปลี่ยนเป็นทะเลโลหิต เหนียวข้น
เหม็นคาว
เขาใช้วิชาเทียมเทพสงครามเพิ่มพลังต่อสู้เจ็ดทบ ทะเลโลหิตก็
ขยายขนาดเจ็ดเท่าตัว
เมื่อผสานความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอน ระยะของทะเลโลหิตก็ทะยาน
สูงขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศลี้ลับ เย็นเยียบและมาดร้ายทำให้แดนยมโลกแห่งนี้ยิ่ง
น่าสะพรึงกลัว
เมื่อสัมผัสบรรยากาศนี้ เซี่ยเปิ่นจวินซึ่งถูกโอบล้อมด้วยทะเล
โลหิตก็เบิกตากว้างอย่างตกใจ ดวงตาฉายประกายหวาดผวา
“นี่… เป็นไปได้เช่นไร! ผู้ฝึกตนระดับเขตแดนมีปราณน่ากลัว
ขนาดนี้ได้ที่ไหน!”
เขาเป็นเซียนแท้ ๆ แต่กลับรู้สึกหวาดหวั่นถูกคุกคาม!!