สู่วิถีอมตะ - บทที่ 845 ตัวเลือกของเจียงผิงอัน ยอดฝีมือจากภพเซียนปรากฏกาย
บทที่ 845 ตัวเลือกของเจียงผิงอัน ยอดฝีมือจากภพเซียนปรากฏกาย
ท่ามกลางเมฆาสีทอง
เจียงผิงอันยกมือขึ้นคว้า ‘กฎเต๋าเซียนกาลเวลา’ เอาไว้
เขามีพลังกาลเวลาเสี้ยวหนึ่งมานานแล้ว แต่ระดับกฎเกณฑ์กาลเวลานั้นสูงเกินไป เป็นการยากจะทำความเข้าใจ เขาจึงพัฒนามันได้ไม่มากนัก
การเลือก ‘กฎเต๋าเซียนกาลเวลา’ สามารถยกระดับพรสวรรค์กาลเวลาของเขา เพิ่มพลังต่อสู้ได้อย่างมหาศาล
เขาบรรลุกฎเกณฑ์มากพอแล้ว เรียนพลังกฎเกณฑ์มากเกินไปก็เสียเวลา และกฎเต๋าเซียนบางแขนงต้องใช้ความเข้าใจเป็นพันเป็นหมื่นปี ทำความเข้าใจไปก็ใช้ได้เพียงผิวเผิน
เจียงผิงอันไม่อยากทำความเข้าใจกฎเกณฑ์อย่างละนิดละหน่อยแล้ว แค่พัฒนาการควบคุมต่อพลังกาลเวลาก็เพียงพอ
เมื่อเขาคว้าไปยัง ‘กฎเต๋าเซียนกาลเวลา’ การปรากฏลักษณ์แห่งกฎเกณฑ์นั้นก็กลายเป็นคลื่นพลังอบอุ่นไหลเข้าผสานกับดวงตาของเขาทันที และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยความเจ็บแปลบแล่นพล่าน
การที่เขาบรรลุอำนาจกาลเวลาได้นั้นเป็นผลมาจากเนตรแห่งเวลา และการเพิ่มฤทธิ์ครั้งนี้ก็มีผลกับตาทั้งสองข้าง
เจียงผิงอันหน้าเบี้ยวหลับตาแน่น ความเจ็บปวดสุดแสนทำให้เจียงผิงอันอยากควักตาตัวเองออกเสีย
‘กฎเต๋าเซียนกาลเวลา’ ที่ทัณฑ์เซียนให้มานี้เป็นกฎเกณฑ์กาลเวลามากเท่าที่ตัวตนขอบเขตเซียนมนุษย์จะทำความเข้าใจได้ ทั้งหมดถูกยัดเยียดเข้าสู่ตัวเขาในทันที มิต่างอะไรกับยัดสุกรทั้งตัวเข้าปาก การทำเช่นนั้นเจ็บปวดยิ่ง
เจียงผิงอันเพ่งจิตตั้งใจ เร่งการทำความเข้าใจและดูดซับกฎเกณฑ์เหล่านี้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด
กระบวนการนี้กินเวลาเกือบหนึ่งเดือนจึงหยุดลง
เมื่อความเจ็บปวดจบสิ้น เจียงผิงอันก็ลืมตาขึ้นใหม่ เรืองประกายแสงสีม่วงจากดวงตา
ยามนี้เขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้าอึดใจถัดมาได้แล้ว!
นี่เป็นความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง เรียกได้ว่าเป็นการ ‘ทำนายอนาคต’ เลยก็ได้!
แม้ช่วงเวลาจะแสนสั้นเพียงห้าอึดใจ แต่มันก็มีบทบาทมหาศาลยามต่อสู้ หากเห็นล่วงหน้าว่าศัตรูมีไพ่ตายอะไร ก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้
หากเขาได้พลังนี้มาก่อนแล้วถูกร่างสีทองในทัณฑ์เซียนลอกไปได้ เจียงผิงอันจะไม่มีโอกาสจัดการกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน!
ความสามารถนี้แข็งแกร่งมาก แต่ราคาที่ต้องจ่ายก็มหาศาล ทุกครั้งที่เห็นสิ่งที่เกิดในห้าอึดใจถัดมา พลังที่เสียจะเท่ากับใช้วรยุทธ์ระดับสุดยอดหนึ่งหน
แต่โดยภาพรวม ก็เท่ากับเจียงผิงอันได้ไพ่ตายแข็งแกร่งมาอีกหนึ่ง
เจียงผิงอันพอใจมาก เจ็บปวดตลอดเดือนมิได้เสียเปล่า กฎเต๋าเซียนกาลเวลาที่ ‘ขอบเขตเซียนมนุษย์’ บรรลุได้มาอยู่ในมือเขาโดยมิต้องเสียเวลาเปลืองพลังทำความเข้าใจ
เมฆาทัณฑ์สีทองหลากเข้าสู่ร่างของเจียงผิงอัน ค่อย ๆ เลือนหายไป
เมื่อเห็นทัณฑ์เซียนสลายตัว อวิ๋นเหยาก็ประหลาดใจยิ่ง “นี่จบแล้วหรือ? กระเสือกกระสนแทบเป็นแทบตาย ผลได้จ้อยร่อยแค่นี้?”
นางนึกว่าจะมีบางเรื่องอันเป็นปริศนาเกิดขึ้น มิคาดว่ามันจะเป็นเพียงหนึ่งแขนงกฎเกณฑ์ รู้สึกไม่คุ้มค่าสำหรับเจียงผิงอันเอาเสียเลย
เพื่อบรรลุเป็นเซียน เด็กนี่เตรียมตัวมาเป็นพันปี หลังจากสู้แทบรากเลือดมาสิบปี สุดท้ายก็ได้แค่พรสวรรค์กฎเกณฑ์หนึ่งแขนง จะขี้ตืดเกินไปแล้ว
เจียงผิงอันก็มิคาดว่านี่จะเป็นจุดจบเช่นกัน “ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายข้าก็ได้เป็นเซียนแล้วนะ”
เพียงกำมือดึงเบา ๆ มิติก็ถูกขยำ ฉีกกระชากติดมือออกมาอย่างรวดเร็ว แข็งแกร่งเสียจนยากบรรยายเป็นถ้อยคำ
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สังเกตเห็นบางสิ่ง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนมหันต์
ยามเมฆาทองใกล้เคียงสลายตัว เรือศึกลำมหึมาก็ปรากฏสู่สายตา
เรือศึกทั้งลำสร้างจากกระดูกสัตว์ร้ายจักรวาล แผ่ปราณทรงพลัง ตัดสินจากคลื่นพลังบนเรือศึก เจ้าของกระดูกนี้ก่อนตาย อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นยอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์!
เรือศึกที่สร้างจากกระดูกเซียนสวรรค์เช่นนี้ ไม่มีทางเป็นเรือศึกจากภพแร้นแค้นไปได้!
“มาแล้วหรือ”
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมเกินครั้งใด
ผู้อาวุโสเต่าเทวะคาดการณ์ไว้ไม่ผิด คนเหล่านี้มาถึงจนได้
บนเรือศึก เซียนปฐพีผู้หนึ่งยืนกอดอกมองเจียงผิงอันจากเบื้องบน “แปลกนัก คลื่นพลังทัณฑ์เซียนรุนแรงเพียงนี้ แต่ผู้เผชิญมันกลับเป็นเพียงเซียนมนุษย์ธรรมดา”
ยามเรือศึกอยู่ห่างจากที่นี่นัก เขาก็สัมผัสคลื่นพลังทัณฑ์เซียนแข็งแกร่งได้ คิดว่าเป็นยอดฝีมือในภพภูมินี้บรรลุเป็นเซียนปฐพี มิคาดว่าจะเป็นเพียงหนึ่งปุถุชนบรรลุเซียน
“ภพขยะพรรค์นี้ เกิดเซียนมนุษย์ได้ก็หายากมากแล้ว”
“มารดามัน หลงดีใจตั้งนาน สุดท้ายคว้าน้ำเหลว ภพภูมินี้กันดารเกินไป”
เซียนทั้งหลายบนดาดฟ้าเรือศึกเสวนา บ่นอุบไม่พอใจกับภพภูมิใหม่ที่เพิ่งถูกพบ
ภพภูมินี้ระดับต่ำเกินไป ทรุดโทรมและปราณเบาบาง แทบไม่มีเซียนผู้ใด
“ภพภูมิระดับต่ำเช่นนี้ หากรายงานสู่เบื้องบนก็ไม่มีอะไรถึงมือมากนักเลย เราดูดซับพลังของภพภูมินี้ตรง ๆ เลยคงได้ แทบไม่ได้ทรัพยากรอะไรเหมือนกัน”
ยอดฝีมือเซียนปฐพีผู้หนึ่งเสนอ
“ก็ดี” คนอื่น ๆ สนอง
“ช้าก่อน ภพภูมิของเรามีนายแล้ว หากพวกเจ้ากล้ามาก่อเรื่อง ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”
เจียงผิงอันรีบเหินมาหาคนเหล่านี้ ห้าเซียนปฐพี สิบเซียนมนุษย์ บริวารทั่วไปบางส่วน ความแข็งแกร่งของพวกเขาน่าสะพรึงยิ่ง เรื่องน่าขนลุกกว่านั้นคือที่นี่ก็มียอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์อยู่อีกหนึ่ง!
หากคิดเอาชนะอีกฝ่าย เป็นไปไม่ได้เลย
เจียงผิงอันจึงพยายามใช้ชื่อเสียงของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยมาข่มขวัญอีกฝ่าย
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยครอบครองหนึ่งแดนดินในภพเซียน ความแข็งแกร่งสูงส่ง น่าจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างในภพเซียน หวังว่าอีกฝ่ายจะเคยได้ยินถึงราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย จะได้รู้สึกกลัวกันบ้าง
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน คนบนเรือศึกก็ผงะไปครู่หนึ่ง
ยอดฝีมือผู้หนึ่งบนเรือศึกถามอย่างสงสัย “ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของเราควบคุมภพภูมินี้อยู่นานแล้วหรือ?”
“ไม่รู้สิ อีกฝ่ายอยู่ในภพภูมิไกลขนาดนี้ แต่ยังรู้จักราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของเรา น่าจะจริงแหละ”
เซียนทั้งหลายพร้อมใจหันไปมองเซียนสวรรค์เยี่ยหวงจี๋ ใต้เท้าท่านนี้มาจากสายหลักของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย สถานะสูงส่งยิ่ง แต่เพราะทำผิดเล็กน้อยจึงถูกส่งมาหาภพภูมิเพื่อสร้างผลงานความดี
อีกฝ่ายน่าจะมีอวตารอยู่ในราชวงศ์เซียน สามารถติดต่อตัวตนระดับสูงในราชวงศ์เซียนได้ จะได้ยืนยันว่าภพภูมินี้อยู่ในปกครองของราชวงศ์เซียนจริงหรือไม่
เยี่ยหวงจี๋รายล้อมด้วยกฎเต๋าเซียน สายตาไร้เค้าอารมณ์ใด ๆ หรี่มองเจียงผิงอัน “ค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เชื่อมต่อกับราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของข้าอยู่ที่ใด?”
หากพวกเขาราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยควบคุมภพภูมินี้จริง ย่อมต้องมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่
หัวใจของเจียงผิงอันร่วงวูบไปถึงตาตุ่ม มิคาดว่าพวกเขาจะเป็นคนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย มิจบเห่แล้วหรือ?
แต่ถึงเช่นนั้น เจียงผิงอันก็ยังคงความสุขุม ชี้ไปทางเขตแดนมารมืดทมิฬ
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ในเขตแดนมารมืดทมิฬตรงนั้น แต่ค่ายกลเกิดปัญหาบางอย่าง มิอาจใช้งานได้ในชั่วขณะนี้ กำลังซ่อมแซมอยู่”
เยี่ยหวงจี๋ยกมือขึ้นโบกเบา ๆ มิติก็ทลายตัว ภาพในเขตแดนมารมืดทมิฬปรากฏตรงหน้าเขา
เซียนผู้รับหน้าที่ดูแลค่ายกลเอ่ยปาก “เป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเราจริง ๆ ด้วย มีตราของพวกเราราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยอยู่!”
“บัดซบ มาเสียเที่ยวหรือนี่ คนอื่น ๆ ในราชวงศ์เซียนชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว” ใครบางคนสบถ หลงดีใจเก้ออยู่ตั้งสิบปี
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเป็นขุมกำลังมหึมา ความสัมพันธ์ภายในนั้นซับซ้อน พวกเขามิใช่คณะเดียวที่ออกสำรวจหาภพภูมิ หากฝ่ายอื่นหาเจอก่อน ตามกฎของราชวงศ์เซียน พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นี่เป็นของของผู้อื่นแล้ว
เจียงผิงอันกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม “ในเมื่อผู้อาวุโสทุกท่านก็เป็นใต้เท้าจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย พวกท่านช่วยซ่อมค่ายกลได้หรือไม่ ผู้น้อยเพิ่งบรรลุเซียน ตั้งใจจะข้ามไปอยู่ขอรับ”
“ซ่อมเองสิ” คนผู้หนึ่งตัดบทปฏิเสธทันที
พวกเขามากันเสียเที่ยว ไม่ได้อะไรเลย มีหรือจะเปลืองพลังเสียทรัพยากรช่วยฝ่ายอื่น
เจียงผิงอันรู้นานแล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดเช่นนี้ ที่ให้พวกเขามาซ่อมค่ายกลก็คือการยอมถอยเพื่อเดินหน้านั่นแหละ
“เฮ้อ ไปเถอะ ไปหาภพภูมิกันที่อื่น”