สู่วิถีอมตะ - บทที่ 844 ศรัทธา
บทที่ 844 ศรัทธา
“เจ้า…”
อวิ๋นเหยาอ้ำอึ้ง แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของเจียงผิงอัน นางก็ถอนใจอย่างอับจน
นางรู้ว่าเจียงผิงอันผู้สุขุมเสมอมา ยามนี้ขัดเคืองใจเกินจะกล่าว
เพื่อจัดการศัตรูแรก ชายผู้นี้สังเวยอายุขัยส่วนใหญ่ของตน คิดว่าตนจะบรรลุเซียนได้ แต่หารู้ไม่ว่าศัตรูจะโผล่มาอีกสิบ
ยามนี้ แม้ชายผู้นี้จะจรจาก เขาก็เหลือเวลาชีวิตไม่นาน
หากเจียงผิงอันไม่ทำตัวขันแข็ง ใช้เวลาทุกวันไปกับการกินดื่ม หลงมัวเมารูปรสนารี ต่อให้เขาไม่บรรลุเซียน ก็ไร้สิ่งใดให้โอดครวญ
แต่นี่มิใช่เช่นนั้น เขาพยายามเต็มที่เพื่อให้ได้เป็นเซียน ทนความเดียวดายเผชิญวิกฤติเสี่ยงชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายก็ต้องเผชิญผลเช่นนี้
ใครบ้างจะไม่โกรธ?
“มาสู้กัน!!”
ดวงตาแดงฉานของเจียงผิงอันถลึงจ้องร่างทั้งสิบ ความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนปะทุราวภูเขาไฟ เส้นผมปลิวไสว ใบหน้าเปี่ยมความเข้มขรึม
ต่อให้เขาต้องตาย ก็ขอสาดโลหิตย้อมประตูเซียนสมควรตายนี่
ร่างสีทองทั้งสิบเร่งพลังในกาย สิบทะเลโลหิตสาดคลั่ง จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวควบเข้มดุจกระบี่คมกริบร่ายรำบนสุญตา ทำให้บริเวณรอบทิศประหนึ่งกลายเป็นขุมนรก
เจียงผิงอันมิสนความเป็นความตาย ร่างของเขาผ่อนคลายเกินครั้งใด สะบัดปีกเทวะเบื้องหลังบุกโจมตี
วิ้ง!
หนึ่งเสียงประหลาดพลันดังขึ้น ร่างทั้งสิบพลันสลายหายเป็นแสงทองสู่หมู่เมฆ ราวพวกมันไม่เคยปรากฏ
เจียงผิงอันซึ่งกำลังพุ่งเข้าใส่จังงังไปเล็กน้อย
เกิดอะไรขึ้น? ไฉนเจ้าพวกนั้นจู่ ๆ ก็หายไป?
แอ๊ด~
ประตูเซียนอ้าออกอีกครั้ง สาดรัศมีทะยานสู่สุญตา กฎเต๋าเซียนลอยอบอวล
เจียงผิงอันระแวงขึ้นมาทันที จับจ้องประตูเซียนรอร่างสีทองหวนปรากฏ
แต่ครั้งนี้ไม่มีร่างใด ๆ แล้ว
แสงทองพริบพรายหน้าประตูเซียน ขวางทัศนวิสัย มิอาจเห็นสิ่งที่อยู่ในประตู
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว นี่เกิดอะไรขึ้น? ไฉนจู่ ๆ ศัตรูก็หายไป?
อวิ๋นเหยาเดาอะไรได้ ตะโกนขึ้นอย่างสะเทือนอารมณ์ทันที “ปรากฏว่าเป็นบททดสอบศรัทธา! สิบบุคคลสุดท้ายนั่นมิได้ให้เจ้าสู้ด้วย แต่แค่ทดสอบศรัทธาของเจ้า!”
“หลายสำนักตระกูลใหญ่ก็มีบททดสอบลักษณะเช่นนี้ ใช้ชี้วัดความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของศิษย์และทายาท หากถอยหนีก็เท่ากับเผชิญทัณฑ์ล้มเหลว แต่ยามนี้เจ้าผ่านทัณฑ์สำเร็จแล้ว!”
อารมณ์ของอวิ๋นเหยาในยามนี้คลุมเครือยิ่ง โชคดีที่ชายผู้นี้ไม่ได้หนีจาก หาไม่ เขาคงเสียโอกาสบรรลุเซียน
เมื่อเจียงผิงอันได้ยินเช่นนี้ เขาก็สบถหยาบคายทันที “เดรัจฉานตัวไหนเสือกคิดบททดสอบพรรค์นี้ขึ้นมาฟะ! ไม่ส่งเซียนสวรรค์มาทดสอบข้าเลยเล่า?”
เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ คนทั่วไปเผ่นหนีแน่ ๆ หากไม่หนีก็เท่ากับตาย เจียงผิงอันทั้งเดือดดาลและไม่ยินยอม จึงพร้อมสู้ตายที่นี่และไม่หนีไปไหน
พฤติกรรมเช่นนี้ของทัณฑ์เซียนไม่ต่างอะไรกับมีคนถือดาบมาฟันใส่ แล้วบอกว่า ‘ข้าแค่อยากทดสอบความหนาผิวเจ้าเฉย ๆ อย่าสนใจเลย’
มิใช่อ้อนบาทากันตรงไหน?
ทัณฑ์สวรรค์สมองตายหรือไร จึงสร้างบททดสอบพรรค์นี้?
ก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโสเต่าเทวะบอกว่ากู่ตี้รอดทัณฑ์มาได้เพราะ ‘ศรัทธา’ บางทีอาจเป็นเพราะเขาเชื่อว่าตนตายแน่ในสถานการณ์สิ้นหวังก็ได้
บททดสอบเช่นนี้มีประโยชน์หรือ?
“รีบเข้าประตูเซียนไปเสีย เจ้าน่าจะได้เป็นเซียนแล้ว!” อวิ๋นเหยาเร่ง
การปรากฏประตูเซียนในทัณฑ์เซียนนั้นแปลกโดยแท้ นางอยากรู้นักว่าหลังประตูเซียนมีอะไร และทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาในตำนานต่างจากทัณฑ์สวรรค์อื่น ๆ ตรงไหน
เจียงผิงอันสะกดความรู้สึกด้านลบในใจ หากอวิ๋นเหยาเดาถูก ยามเขาข้ามประตูเซียนนี้ไป เขาก็จะได้บรรลุเซียน
ไม่ว่าอย่างไร ได้เป็นเซียนก็ดีแล้ว
เจียงผิงอันสะบัดปีกเทวะอันแหลกร้าว บินเข้าไปหาประตูเซียนสีทอง
ต่อให้ภายในมีอันตรายก็ช่าง
เมื่อเขาเข้าสู่ประตูเซียน บาดแผลของเจียงผิงอันก็ฟื้นตัวทันที วิญญาณอันเหนื่อยล้าเปลี่ยนสู่สุดแสนกระปรี้กระเปร่า ทั้งกายปกคลุมด้วยกระแสความอบอุ่น สุดแสนผ่อนคลายสบายนัก
รากเซียนทั้งห้าในตัวเขาพลันประสานกัน กลายเป็น ‘พฤกษาเซียน’ และเติบโตอย่างบ้าคลั่ง รากหยั่งทะลุกำแพงโลกใบน้อย ชอนไชสู่โลกหล้าในกาย ขณะที่โลกใบน้อยของเขาขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
แสงดารารอบรากเซียนแปรเปลี่ยนเป็นดวงดาวพริบพรายเหนือโลกาในร่างเขา
ผู้ฝึกตนทั่วไปมีเก้าดาราได้ก็ยอดแล้ว เจียงผิงอันใช้อำนาจกาลเวลาทำให้แต่ละร่างมีสิบแปดดารา และหลังเสริมพลังด้วย ‘วิชาเสริมแกร่งยุทธภัณฑ์’ รากเซียนของเขาก็ทวีดวงดาวสองเท่าเป็นสามสิบหก
สามร่างผนวกกัน ก็เป็นร้อยแปดดารา!
หมู่ดาวทั้งร้อยแปดรายล้อม ‘พฤกษารากฐานเซียน’ เป็นภาพอันน่าตื่นตาอย่างยิ่ง
พฤกษารากฐานเซียนแผ่กฎเต๋าเซียนออกมา ดวงดาราทั้งร้อยแปดยิ่งทวีความเจิดจรัส ‘กายมนุษย์’ ของเจียงผิงอันเริ่มสลายเป็นเถ้าไปทีละน้อย มี ‘ร่างเซียน’ งอกเงยทดแทน กฎเต๋าเซียนเรืองรองชัชวาล
รากเซียนในตัวเขาผสานกัน ภายหน้าอวตารและร่างจริงจะไร้ความต่าง ร่างไหนก็ล้วนใช้พรสวรรค์ใดออกมาก็ได้
วิญญาณของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง จากเดิมทีที่อยู่เพียงในห้วงจิตสำนึก ขณะนี้ผสานเข้ากับโลหิตทุกหยาดหยด
ขณะนี้ ต่อให้เขาเหลือโลหิตเพียงหยด ก็ยังมีโอกาสฟื้นชีวิตกลับมา
“เจ้านี่เป็นสัตว์ประหลาดอะไรกัน!”
เมื่อสัมผัสคลื่นพลังรุนแรงได้ สามโอสถเซียนที่อวิ๋นเหยาจับมาล้วนผงะจังงัง
“ต่อให้นี่นับเป็นการทะลวงสู่ขอบเขตเซียนปฐพี ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเช่นนี้เลย”
“เก้าดารามีโอกาสบรรลุเซียนสวรรค์ แต่เจ้านี่มีร้อยแปดดารา จะเติบโตได้ไกลเพียงไร?”
อวิ๋นเหยาผู้ทอดกายในโลงแก้วผลึกมองพฤกษารากฐานเซียนตรงหน้า ร่างเพรียวบางสะท้านรุนแรง
กระทั่งอัจฉริยะไร้เทียมทานจากตระกูลนักหลอมอาวุธซึ่งเคยแข็งแกร่งเหนือใคร ตัวตนระดับยุคสมัยในประวัติศาสตร์การหลอมอาวุธอย่างนางยังตกใจกับภาพที่เห็นยามนี้
เป็นการยากนักที่นางจะคาดคิดได้ว่าเจียงผิงอันจะเติบโตเพียงไรหากไม่ตายเสียก่อน
เจียงผิงอันหลับตาลง สัมผัสการเปลี่ยนแปลงของตนอย่างเงียบเชียบ ขณะเดียวกันก็รอให้การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดสมบูรณ์
เพื่อจุดหมายการบรรลุเซียน เขาทุ่มเทพยายามเกินคะเน เผชิญวิกฤติเสี่ยงตายเกินนับถ้วน จนท้ายที่สุดก็บรรลุเป็นเซียนในแดนมนุษย์
แต่เขาก็ยังห่างไกลจากระดับที่สามารถฟื้นชีพบุพการีได้
ขอบเขตเซียนแบ่งเป็นเซียนมนุษย์ เซียนปฐพี เซียนสวรรค์ เซียนแท้ เซียนลึกล้ำและจินเซียน… หนทางของเขายังอีกยาวไกล
เส้นทางเซียนนั้นเพิ่งเริ่มต้น
กระบวนการเปลี่ยนสภาพของเจียงผิงอันกินเวลาไม่รู้นานเท่าไหร่ แต่สำหรับเขาเหมือนผ่านเพียงประเดี๋ยว ยามลืมตาขึ้นอีกครั้ง โลกทั้งใบก็เหมือนเพิ่มสีสันแปลกตา
ในอดีต สิ่งของก็คือสิ่งของ แต่ยามนี้ เขาเห็นกฎเกณฑ์มากมายสอดประสาน
ตรงหน้าเจียงผิงอันมีกลุ่มก้อนเต๋าเซียนรากฐานต่างสี รวมถึงกฎเต๋าเซียนแห่งชีวิต กฎเต๋าเซียนมรณะ กฎเต๋าเซียนกลืนกิน กฎเต๋าเซียนกาลเวลา… กฎรากฐานสารพัดพร่างพราย
“เลือกหนึ่งรากฐานใหม่ หรือจะเลือกเสริมพลังรากฐานเดิมที่มีสักอันก็ได้”
ความคิดประหลาดปรากฏในใจเจียงผิงอัน เขาไม่รู้ว่าความคิดนี้ปรากฏมาได้อย่างไร ราวมีใครสักคนใช้จิตสัมผัสติดต่อหาเขา แต่นี่มิใช่เสียง เหมือนเป็นการส่งความทรงจำเพิ่มเข้ามา
เจียงผิงอันเดาว่า นี่น่าจะเป็นการเตือนจากเต๋าเซียน
เจียงผิงอันมองเต๋าเซียนทั้งหลายอย่างเลือกไม่ถูกไปชั่วขณะ ไม่ว่ากฎใดก็ล้วนมีประโยชน์ เขาล้วนอยากได้ทั้งนั้น
เลือกกฎเต๋าเซียนมิติก็เพิ่มความพิสดารในการโจมตี และความเร็วการเดินทางได้
เลือกกฎเต๋าเซียนทำลายล้างเพิ่มพลังทำลายได้
เลือกกฎเต๋าเซียนแห่งชีวิตทำให้พลังชีวิตของเขาถึกทนขึ้น…
เจียงผิงอันอยากได้หมดเลย แต่เต๋าเซียนเตือนเขาว่าเลือกได้เพียงหนึ่ง
หลังเงียบไปเนิ่นนาน สุดท้ายเจียงผิงอันก็ตัดสินใจ กฎเต๋าเซียนนี้อาจมิได้แข็งแกร่งที่สุด แต่จะช่วยเขาได้มากที่สุด