สู่วิถีอมตะ - บทที่ 852 มารร้ายบรรลุเซียนปฐพี
บทที่ 852 มารร้ายบรรลุเซียนปฐพี
เมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง มารร้ายพลันขนลุกซู่ พุ่งตัวเตลิดหนีแล้วหันกลับมามองเจียงผิงอัน
เจ้านี่มาโผล่ข้างหลังมันแต่ยามใด มิทันสังเกตเลยสักนิด
มันรู้สึกเสมอว่าเจ้านี่เหมือนจะเปลี่ยนไป แต่มิอาจบอกได้ว่าต่างตรงไหน
เจียงผิงอันมองมารร้ายพลางเอ่ยเบา ๆ “ไม่ต้องห่วง ข้าให้เจ้าผ่านทัณฑ์เป็นเซียนปฐพีได้ แต่ไสหัวไปเผชิญทัณฑ์ที่จักรวาลโน่น”
สีหน้าของมารร้ายพลันแปรเปลี่ยนพิกล สมองของเจียงผิงอันมีปัญหาหรือ? ยอมให้มันไปเผชิญทัณฑ์เนี่ยนะ
หากมันข้ามทัณฑ์สำเร็จ มันก็จะเป็นยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี ไม่ว่าเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาก็มิได้บรรลุเซียน ไม่มีทางสู้ข้ามสองขอบเขตได้แน่นอน
ในเส้นทางเซียน แต่ละขอบเขตห่างกันดุจมนุษย์และเซียน
ยามหลัวซู่ ประมุขศาลาเติงเซียนซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลนักได้ยินวาทะเจียงผิงอัน นางก็ร้อนใจทันที “สหายเซียนเจียง จะปล่อยมันไปไม่ได้นะ! หากมันบรรลุสำเร็จ ทั้งภพบุกเบิกก็ไร้ผู้ใดหยุดมันไหวแล้ว!”
หลัวซู่รู้ว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก แต่เขาทำเช่นนี้หยิ่งผยองเกินไป หากคิดเอาชนะเซียนปฐพีทั้งที่เป็นเพียงสามัญชน มันคือความฝันอันโง่เขลาโดยแท้
หากปล่อยให้อีกฝ่ายผ่านพ้นทัณฑ์เซียน จะกลายเป็นมหันตภัยสำหรับภพบุกเบิกอย่างแน่นอน
มารร้ายกลัวเจียงผิงอันจะเปลี่ยนใจ มันจึงพุ่งสู่จักรวาล เริ่มข้ามทัณฑ์ทันที
เมฆาดำเริ่มควบแน่น รายล้อมด้วยอัสนีอันบรรจุอำนาจเต๋าเซียนไหลเวียนแปลบปลาบ กดดันชวนลืมหายใจ
ตัวมารร้ายเองมิอาจผ่านทัณฑ์นี้ได้ พวกมันถูกเต๋าเซียนปฏิเสธ จึงทำได้เพียงเป็นกาฝากอาศัยร่างผู้อื่น
มารร้ายตนนี้สิงสู่ร่างของภูตอสรพิษสองหัว ได้รับพลังโดยกำเนิดของภูตอสรพิษสองหัว ขนาดทัณฑ์เซียนที่ต้องเผชิญก็ย่อมเป็นทัณฑ์เซียนที่ภูตอสรพิษสองหัวต้องเผชิญเอง
มารร้ายใช้ร่างภูตอสรพิษสองหัวซึ่งมีขนาดมโหฬารและเต็มไปด้วยเกล็ด เดิมทีภูตอสรพิษสองหัวเป็นสีขาว ทว่ายามนี้แปรเปลี่ยนสู่เทาหม่น
ตู้ม!
อัสนีลูกแรกปะทะร่างอสรพิษ แต่ก็ทำได้เพียงผลักมันถอยไปนิดหน่อย มิได้สะท้านสะเทือนอะไร
เห็นเช่นนี้ หลัวซู่ก็สีหน้าเปลี่ยน ความแข็งแกร่งกายเนื้อของอีกฝ่ายน่ากลัวยิ่งนัก เพียงร่างเนื้อลำพังก็รับทัณฑ์สวรรค์ลูกแรกได้
โอกาสที่อสรพิษสองหัวตัวนี้จะพ้นทัณฑ์เซียนปฐพีได้สูงอย่างยิ่ง!
หลัวซู่ทั้งกังวลและร้อนใจนัก ตะโกนถามเจียงผิงอันด้วยน้ำเสียงเจือโทสะแค้นเคือง “สหายเซียนเจียง! เจ้าปล่อยมันไปทำไม! หากสำเร็จขึ้นมา ศาลาเติงเซียนและญาติมิตรของเจ้าจะอยู่ในอันตรายนะ!”
ทั้ง ๆ ที่หยุดปีศาจงูนี่ได้ แต่เจียงผิงอันกลับปล่อยอีกฝ่ายไป ปกติแล้วเจียงผิงอันฉลาดจะตาย เหตุใดยามคับขันจึงโง่เง่าเช่นนี้?
“ปล่อยข้าจัดการก็พอ” เจียงผิงอันตอบเบาๆ
“ให้เจ้าจัดการ? เจ้ายังฆ่าศัตรูข้ามสองขอบเขตได้หรือ? หากเจ้าทำได้เช่นนี้จริง ข้ายอมเป็นข้าทาส รับใช้เจ้าเป็นนายเลย!” หลัวซู่แสนเดือดดาลจนสมองบวม เจียงผิงอันมีพลังหน่อยก็เริ่มเหิมเกริม เหมือนคนทั่วไปไม่ผิด
ต่อให้ใช้สิบยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์มาฉุด ก็ยังอาจหยุดเซียนปฐพีมิได้ เจียงผิงอันไปได้ความมั่นใจมาแต่ใด?
เจียงผิงอันรู้สึกว่าสตรีผู้นี้ชักพูดมากหนวกหูก็ไม่ตอบกลับ เขาเหินสู่จักรวาล มองมารร้ายข้ามทัณฑ์เงียบ ๆ สั่งสมประสบการณ์ไว้เผชิญทัณฑ์ในภายหน้า
ยามมารร้ายเผชิญทัณฑ์ พรสวรรค์เจ็ดดาราก็ลอยออกจากร่าง ปล่อยให้ทัณฑ์เซียนลูกแล้วลูกเล่าขยี้ลงมาบนดวงดาวเหล่านั้น
หากรากฐานของผู้ฝึกตนไม่เสถียร ระดับการบรรลุเข้าใจเต๋าเซียนต่ำหรือมีข้อบกพร่อง ดวงดาวก็อาจแหลกสลายไปใต้ทัณฑ์เซียน สถานเบาสุดก็ทัณฑ์เซียนล้มเหลว สถานหนักสุดคือตกตาย
ยิ่งดวงดาวจำนวนมาก ยิ่งรับทัณฑ์อัสนีได้มาก ยิ่งดูดซับความเสียหายได้มาก และโอกาสทะลวงขอบเขตก็ยิ่งสูง
ดังนั้น จำนวนดาวจึงแสดงถึงความเป็นไปได้ในการบรรลุเซียนระดับสูง
เซียนมากมายในภพบุกเบิกสัมผัสได้ว่ามีใครกำลังเผชิญทัณฑ์อยู่ จึงออกมาตรวจสอบสถานการณ์ตาม ๆ กัน และเห็นอสรพิษสองหัวสีเทาตัวหนึ่งเผชิญทัณฑ์เซียนท่ามกลางเจ็ดดารา เป็นภาพน่าตื่นตาอย่างยิ่ง
“นี่คือทัณฑ์เซียนปฐพีหรือ แข็งแกร่งยิ่งนัก”
“ปีศาจงูนี่ใครกัน ไฉนมิเคยพบเห็นมาก่อนเลย?”
“ได้ยินว่าอีกฝ่ายที่รับทัณฑ์เซียนอยู่นี่จะเป็นผู้จัดการกับเซียนสิบกว่านามจากศาลาเติงเซียนก่อนหน้านี้”
“ยอดฝีมือผู้รับทัณฑ์เซียนนี่น่าสะพรึงกลัวนัก หากปีศาจงูนี่บรรลุขอบเขตสำเร็จ ทั้งภพบุกเบิกก็ไม่มีใครต่อกรมันได้แล้ว”
เซียนทั้งหลายสุดพรั่นพรึงต่อมารร้ายยิ่ง
อัสนีเลื่อนลั่นเต็มฟ้า ทำให้ทิวากาลดูประหนึ่งราตรี สายฟ้าวูบไหวสะท้อนร่างมหึมาของปีศาจงู
หลัวซู่ร้อนใจจนปัสสาวะแทบราด ในใจสาปแช่งให้อีกฝ่ายเผชิญทัณฑ์ล้มเหลว
ทว่าบางเรื่องแช่งไปก็เท่านั้น อัสนีลูกสุดท้ายสนั่นลง เสียงคำรามเสียดโสตสะท้านก้องทั่วแคว้นชางหลาน
พรสวรรค์เจ็ดดาราเติบโตอย่างรวดเร็ว เต๋าเซียนมนุษย์บนดวงดาวแปรสภาพเป็นระดับเซียนปฐพี
ดวงดาวเหล่านี้หวนคืนสู่ร่างมารร้าย ร่างของมันแผ่ปราณทรงพลังระดับเซียนปฐพี บาดแผลฟื้นสภาพทันที เรืองรองรัศมีเต๋าเซียนทั่วจักรวาล
แรงกดดันจากเต๋าเซียนปฐพีทำให้เซียนมากมายที่มองอยู่ต้องพากันถอยกรูด ต่อหน้าตัวตนแข็งแกร่งกว่าพวกตน พวกเขาย่อมครั่นคร้ามมิกล้าเผชิญหน้า
“จบสิ้นแล้ว”
ใบหน้าของหลัวซู่ซีดขาว สุดท้ายเจ้านี่ก็ข้ามทัณฑ์สำเร็จ ไม่มีใครในหล้าหยุดยั้งได้แล้ว
“ฮ่า ๆ”
มารร้ายหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ควบคุมร่างมหึมากลับจากจักรวาล ดวงตาพร่างพราวมองเจียงผิงอันจากเบื้องบน
“ไอ้โง่เอ๊ย ถึงกับให้เหลาจื่อข้ามทัณฑ์ รังแกกันมานานนัก เหลาจื่อจะเลี้ยงเจ้าเป็นสัตว์เลี้ยง ตัดขาเจ้ามากินทุกวันเลยเหมือนกัน!”
ยามนี้มันบรรลุเป็นยอดฝีมือเซียนปฐพี ยกระดับชีวิตไปอีกขั้น พลังชีวิตแข็งแกร่งยิ่งกว่าเก่า
เจียงผิงอันกล่าวกับอีกฝ่ายอย่างเฉยชา “เดิมทีข้าอยากปล่อยเจ้าไว้ แต่เจ้าดันไม่ถนอมโอกาสเสียนี่”
“พรืด~” มารร้ายกลั้นขำไม่ไหว “ไว้ชีวิตข้า? ใครไว้ชีวิตใครกันแน่?”
หลัวซู่ทนฟังต่อไม่ได้แล้ว เจียงผิงอันยังไม่รู้อีกว่าจากนี้ต้องเผชิญอะไร
มารร้ายไม่อยากมากความต่อไป มันอ้าปากกว้างพุ่งเข้ากลืนเจียงผิงอัน
ยามนี้เองที่เจียงผิงอันแผ่ห้าเขตแดนประสาน ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นห้าเต๋าเซียนประสานแล้ว
ภายใต้อิทธิพลของ ‘คัมภีร์ตัดชีวิต’ เต๋าเซียนที่เขาแผ่ออกมาจึงเป็นสีเลือดเข้มข้น ท้องนภากลายเป็นทะเลโลหิต จิตสังหารอันรุนแรงคมกริบดุจกระบี่ จ่อที่คอมารร้ายจนร่างชะงักเฉียบพลัน
ดวงตาของมารร้ายเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้าบรรลุเซียนแล้ว! เป็นไปไม่ได้! เจ้าต้องเผชิญทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวา เจ้าจะบรรลุเซียนได้อย่างไร!”
มันติดตามเจียงผิงอันมาหลายปี และรู้ว่าเจียงผิงอันจะต้องเผชิญหน้าทัณฑ์สวรรค์พิพากษ์เทวาซึ่งร้ายแรงถึงตาย ต่อให้รอดมาได้ อย่างมากก็เป็นได้เพียงเดนเซียน
แต่ยามนี้ มันเห็นอำนาจเซียนทะลักจากร่างของเจียงผิงอันชัดเจนกับตา แสดงชัดว่าเจียงผิงอันบรรลุเซียนแล้ว!
หากส่งข่าวนี้กลับภพเซียน จะเกิดเสียงฮือฮาเลื่อนลั่นเป็นแน่แท้
ในที่สุดมันก็รู้ว่าทำไมเจียงผิงอันจึงดูไม่เหมือนเดิม
เจียงผิงอันกำหมัด “ข้าเพิ่งบรรลุขอบเขต กำลังขาดคู่ต่อสู้มาช่วยให้ชินพลัง หากเจ้าไม่บรรลุเป็นเซียนปฐพี ก็ไร้แรงกดดันสำหรับข้า สู้กันไปก็ไร้ความหมาย”
มารร้ายใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะสงบสติ ใบหน้าอสรพิษทั้งสองบึ้งตึง “ต่อให้เจ้าบรรลุเซียน ยามนี้ข้าก็เป็นเซียนปฐพีแล้ว ต้องฆ่าเจ้าได้แน่นอน!”
ปีกเนื้อคู่หนึ่งที่หลังมันกระพือพัด ส่งร่างมันพุ่งเข้าหาเจียงผิงอันอย่างเร็วจี๋