สู่วิถีอมตะ - บทที่ 865 เจียงผิงอันลงมือ อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเยี่ยหมิง
บทที่ 865 เจียงผิงอันลงมือ อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของเยี่ยหมิง
หยางจิ่นอวี๋ตะลึงงัน เมื่อเห็นเข็มเซียนของตนถูกอีกฝ่ายตบแตกด้วยฝ่ามือเดียว
นี่คือศาสตราเซียนนะ กายของเยี่ยหมิงแข็งแกร่งถึงระดับใดกัน!
เยี่ยหมิงประหนึ่งกับจักรพรรดิผู้ครองโลกหล้า อักขระเซียนมากมายส่งให้เขาดูโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียวในสวรรค์และพิภพ
สายตาของเขาเจิดจ้าดั่งคบเพลิง ลึกล้ำสว่างไสว จ้องมองหยางจิ่นอวี๋ตรง ๆ พลางเอ่ยช้า ๆ ว่า “เจ้ามีพรสวรรค์ไม่ธรรมดา หากได้เป็นสาวใช้ข้างกายข้า นั่นถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของเจ้า ยามนี้จงยอมสวามิภักดิ์ต่อข้า แล้วเจ้าจะได้รับเกียรติยศอันสูงส่ง”
หยางจิ่นอวี๋ประสานมือร่ายคาถา เตรียมใช้วิชาลับโจมตีอีกครั้ง “หากเจ้าเป็นคนจากสำนักอื่น บางทีข้าอาจตกลง แต่พวกเราเป็นศัตรูกัน”
เยี่ยหมิงไม่ให้โอกาสหยางจิ่นอวี๋ได้ร่ายคาถา เขาพุ่งเข้าหาหยางจิ่นอวี๋ราวกับดาบวิเศษอันล้ำเลิศ
วิชาลับที่หยางจิ่นอวี๋ใช้โจมตีเยี่ยหมิงไม่ส่งผลอันใดเลย ร่างกายของชายผู้นี้แข็งแกร่งดุจหินผา
เซียนผู้ฝึกจิตด้อยการต่อสู้ระยะประชิดที่สุด ร่างของเซียนเหล่านี้เปราะบางนัก ผลของการถูกประชิดตัวจึงร้ายแรงยิ่ง
เยี่ยหมิงออกหมัด พลังอันทรงพลังปั่นป่วนอากาศ ก่อให้เกิดแรงลมหมัดน่าสะพรึงกลัว ครอบคลุมหยางจิ่นอวี๋
หยางจิ่นอวี๋ไม่มีโอกาสหนีแม้แต่น้อย ชั่วพริบตาก็ถูกบดขยี้จนแหลกเหลว
“ข้ายอมแพ้!” เจ้าสำนักเซียนเป่ยฮวงตกใจจนต้องรีบโพล่งออกมาในบัดดล แม้หยางจิ่นอวี๋จะยังสามารถต้านทานต่อไปได้ ทว่าการยืนหยัดเช่นนั้นช่างไร้ความหมายสิ้นดี ยังคงต้องปราชัยอยู่ดี
การพ่ายแพ้ในสงครามมิใช่เรื่องน่าอับอาย แต่หากหยางจิ่นอวี๋ต้องสิ้นชีพ นั่นจะเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงสำหรับสำนักเซียนเป่ยฮวง การมีชีวิตอยู่ยังคงมีความหวัง
เจ้าสำนักเซียนเป่ยฮวงระดมพลังเซียนเพื่อรวบรวมเลือดเนื้อของหยางจิ่นอวี๋กลับคืนมา
ร่างกายของหยางจิ่นอวี๋กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง บนใบหน้าไม่เหลือความสงบนิ่งเช่นก่อนหน้า มีเพียงความเศร้าสลดและความอ่อนแรง
ร่างกายของเยี่ยเฮ่าเทียนผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน ทั้งยังครอบครองพลังวิญญาณที่ไม่ธรรมดา แม้พลังวิญญาณจะไม่แข็งแกร่งเท่านาง แต่ด้วยร่างกายอันน่าพิศวง จึงมีชัยเหนือนาง
“ก็แค่เท่านี้เอง”
เยี่ยหมิงยืนอยู่บนนภากาศ กวาดตามองผู้คนทั้งหมดในแดนจันทร์มายา “ยังมีผู้ใดอีก!”
ปวงชนในแดนจันทร์มายาต่างหน้าซีดเผือด ในใจเกิดความสิ้นหวังและความอ่อนแรงอย่างลึกล้ำ
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างหยางจิ่นอวี๋ยังพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย หากเซียนปฐพีมิออกมือ ยังจะมีผู้ใดสามารถต่อกรกับเขาได้
บางทีอาจมีผู้ที่สามารถประมือกับเยี่ยหมิงได้ แต่การจะมีชัยเหนือเขานั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย
ร่างกายอันแข็งแกร่งของเยี่ยหมิงราวกับศาสตราเซียน
ดูเหมือนครานี้คงต้องยอมเสียเนื้อหนังแน่แล้ว
ยอดฝีมือผู้หนึ่งจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยเย้ยว่า “แดนจันทร์มายาก็แค่นี้เอง หากราชวงศ์เซียนจันทร์มายายังไม่ล่มสลาย ก็อาจพอเทียบชั้นกับราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของพวกข้าได้ แต่ตัวไร้ค่าอย่างพวกเจ้า ยังจะกล้ามาท้าทาย าชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของข้าอีกหรือ”
ปวงชนจากแดนจันทร์มายารู้สึกอัดอั้นตันใจยิ่งนัก ทว่ามิอาจโต้แย้งได้
แท้จริงแล้วทั้งสองฝ่ายมีช่องว่างห่างกันมาก
“ข้าจะสู้เอง!”
เหมียวเสียผู้มีนิสัยเลือดร้อนทนฟังคำเย้ยหยันมิได้ ชักดาบออกมาเตรียมจะเข้าไปสู้
แต่แล้ว มือหนึ่งพลันวางลงบนบ่าของนาง
“ศิษย์พี่ ข้าจะจัดการเอง” เจียงผิงอันเอ่ยทัดทาน
“รอให้ข้าสู้ไม่ไหวเสียก่อน แล้วเจ้าค่อยขึ้นไป” เหมียวเสียผู้มีร่างศึก ร่างกายแข็งแกร่งไม่แพ้กัน เมื่อผนวกกับการเพิ่มพลังของวิชาเทียมเทพสงคราม ก็สามารถประลองกำลังกายกับเยี่ยหมิงได้
เจียงผิงอันส่ายหน้า “ข้าไม่อยากเห็นศิษย์พี่บาดเจ็บ”
คราก่อนที่ต่อสู้กับเคหาสน์เซียนเทียนหลาน ยอดฝีมือของเคหาสน์เซียนเทียนหลานใช้กลอุบายส่งศิษย์พี่หายไป เกือบทำให้ศิษย์พี่เป็นอันตราย นับแต่นั้นมา เจียงผิงอันก็ปฏิญาณในใจว่า ตราบใดที่ตนยังไม่ล้มลง จะไม่ยอมให้ศิษย์พี่ต้องออกหน้าอีกเด็ดขาด
เดิมทีเหมียวเสียยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่เมื่อเห็นแววตาจริงจังของเจียงผิงอัน หัวใจก็อ่อนยวบลงโดยพลัน เก็บดาบในมือ “ถ้าเช่นนั้น เจ้าอย่าทำให้ข้าอับอายล่ะ”
“ได้”
เจียงผิงอันยิ้มบาง ว่าแล้วก็ทะยานไปยังสนามรบ
สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขา
“เขาเป็นใคร เหตุใดถึงขัดขวางเซียนเหมียว เขาแข็งแกร่งกว่าเซียนเหมียวหรือ”
“แม้ท่านจะไม่รู้จักเขา แต่คงเคยได้ยินนาม ผู้นี้ก็คือเจียงผิงอัน”
“เจียงผิงอัน? ผู้ที่ใช้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาสังหารเซียนน่ะหรือ!”
“ที่แท้ก็คือเขานี่เอง!”
เสียงอุทานดังขึ้นจากทั่วทุกทิศ
ชื่อเสียงของเจียงผิงอันเป็นที่เลื่องลือเมื่อพันปีก่อน กล่าวกันว่าเขาไม่สามารถบรรลุเซียนได้ แต่อาศัยร่างกายของมนุษย์สามัญสังหารเซียน กาลนั้นสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วภพภูมิโดยรอบ
มิคาดว่าจะเป็นคนผู้นี้
“เจียงผิงอันแข็งแกร่งจริง แต่ท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงมนุษย์ จะสู้เยี่ยหมิงได้หรือ?”
“เยี่ยหมิงเป็นเซียนแต่กำเนิด พรสวรรค์น่าสะพรึง ระหว่างทั้งสองฝ่ายมีช่องว่างของระดับชั้น ความแตกต่างมหาศาล แม้แต่หยางจิ่นอวี๋ยังพ่ายแพ้ โอกาสที่เจียงผิงอันจะกำชัยยิ่งริบหรี่”
ขณะที่หลายคนคิดว่าเจียงผิงอันไม่สามารถเอาชนะเยี่ยหมิงได้ ทันใดนั้น พลังเซียนก็พลุ่งพล่านออกมาจากร่างของเจียงผิงอัน รัศมีเจิดจรัสตระการตา ดวงตาทั้งสองลึกล้ำดั่งเวิ้งจักรวาล ทำให้สุริยัน จันทรา และดวงดาราดูหม่นลง
เมื่อรู้สึกถึงพลังนี้ ปวงชนล้วนเบิกตากว้าง
“พลังเซียน!”
“เขาบรรลุเซียนได้อย่างไร! นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ไม่ถูกต้อง ตามคำเล่าลือ ไม่ใช่หรือว่าเขาจะต้องผ่านทัณฑ์สวรรค์พิพากษาเทวาหรือ? นี่เป็นการทดสอบที่ต้องตายแน่แท้ แม้ไม่ตายก็ไม่มีทางเป็นเซียนได้ เขาผ่านทัณฑ์สวรรค์พิพากษาเทวาได้อย่างไร!”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันบรรลุเซียน ไม่ว่าจะเป็นเซียนจากห้าขุมอำนาจใหญ่ของแดนจันทร์มายา หรือเซียนจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย ต่างก็ยืนตะลึงงันประหนึ่งถูกฟ้าผ่า
ตามคำเล่าลือ ไม่มีผู้ใดในโลกหล้าสามารถผ่านทัณฑ์สวรรค์พิพากษาเทวาได้ ทว่าเจียงผิงอันเบื้องหน้าพวกเขากลับบรรลุ!
หากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป จะต้องสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งภพเซียนเป็นแน่แท้
หานอวิ๋นจ่านที่อยู่ด้านหลังราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง ใบหน้าของนางก็ปรากฏแววตกตะลึง
แดนจันทร์มายาเล็กจ้อย กลับมีบุคคลเช่นนี้แฝงอยู่
ปวงชนจากแดนจันทร์มายาที่หมดอาลัย กลับมีความหวังผุดขึ้นในใจอีกครา
เจียงผิงอันยังไม่ได้เป็นเซียนก็แข็งแกร่งมากแล้ว บัดนี้เขาเป็นเซียนแล้ว ย่อมต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม บางทีอาจมีพลังต่อกรกับเยี่ยหมิงได้
สีหน้าของผู้คนจากเคหาสน์เซียนเทียนหลานดูไม่ดีนัก
กาลก่อน เมื่อได้ยินว่าเจียงผิงอันเดินทางไปยังเวิ้งจักรวาลเพื่อตามหาเหมียวเสีย พวกเขาแทบจะสิ้นใจจากการหัวร่อ คิดว่าเจียงผิงอันเป็นเพียงคนโง่เขลา
แต่เดิมคิดว่าอัจฉริยะทั้งสองของสำนักเซียนอวี่หวงจะต้องสิ้น แต่ไม่มีใครคาดว่าเจียงผิงอันจะสามารถนำเหมียวเสียกลับมาได้ เหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้น้อยจนยากจะเชื่อเช่นนี้ กลับเกิดขึ้นจริง
ยิ่งไปกว่านั้น เจียงผิงอันยังได้บรรลุเซียนอีกด้วย!
ผู้คนในเคหาสน์เซียนเทียนหลานต่างรู้สึกสับสนยิ่ง ในขณะที่หวังให้เจียงผิงอันตาย ก็หวังให้เขาได้รับชัย
ตอนนี้พวกเขาหวังว่าเจียงผิงอันและเยี่ยหมิงจะตายพร้อมกัน นั่นคือผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
สำนักเซียนอวี่หวงและเคหาสน์เซียนเทียนหลานเพียงแค่ร่วมมือกันอย่างเปิดเผย เพื่อต่อต้านราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย เมื่อเรื่องของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยจบลง ทั้งสองฝ่ายก็จะหันดาบเข้าหากัน
พวกเขาไม่ต้องการให้เจียงผิงอันผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศนี้มีตัวตนอยู่
“โอ้? เจ้าคือเจียงผิงอันหรือ?”
เยี่ยหมิงมองเจียงผิงอันด้วยความประหลาดใจ เขาเคยได้ยินเรื่องราวของเจียงผิงอันมาบ้าง ว่าคนผู้นี้สามารถสังหารเซียนได้ทั้งที่ยังเป็นมนุษย์สามัญ นับว่ามีความสามารถไม่น้อยทีเดียว
เยี่ยหมิงกอดอกด้วยท่าทางไร้กังวล “ข้าหวังว่าเจ้าจะทำให้ข้าต้องใช้พลังทั้งหมด มิเช่นนั้นคงจะน่าเบื่อเกินไป”
เจียงผิงอันมิพูดพร่ำ เร่งพลังเขมือบออกมาในบัดดล ชั่วพริบตา พลังทั้งหมดในสวรรค์และพิภพก็พุ่งเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง
พืชพรรณใต้เท้าเหี่ยวเฉาทันใด เซียนทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียงรู้สึกว่าพลังในร่างกำลังไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเซียนสวรรค์และเซียนปฐพีเร่งใช้วิชาฝึกใจ เพื่อหยุดยั้งการไหลออกของพลัง
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตเซียนมนุษย์ตื่นตระหนก พบว่าแม้จะกระตุ้นปราณในกายสุดกำลัง ก็ยังไม่สามารถควบคุมการไหลออกของพลังได้ จึงรีบถอยห่างออกไปทันที
เหมียวเสียกล่าวกับเฉียนฮวั่นโหรวที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “พี่หญิงเฉียน บุรุษผู้นี้ดูดเก่งกว่าพวกเราทั้งสองเสียอีก”
ใบหน้าสุขุมของเฉียนฮวั่นโหรวกระตุกเล็กน้อย นางรู้สึกว่าวาทะของน้องหญิงผู้นี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก
บนสนามประลอง เยี่ยหมิงที่เดิมทีมีสีหน้าผ่อนคลาย จู่ ๆ ก็ลดมือลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“เป็นพรสวรรค์การเขมือบที่ยอดเยี่ยมมาก เจ้ามีฝีมือจริง ๆ การต่อสู้ครั้งนี้ต้องจบลงให้เร็วแล้ว”
เยี่ยหมิงรับรู้ด้วยจิตสัมผัสว่าเจียงผิงอันถนัดศึกยืดเยื้อ หากปล่อยกาลล่วงเลยจะไม่เป็นผลดีต่อเขา ไม่สามารถปล่อยให้ยืดเยื้อได้ จำเป็นต้องทุ่มสุดกำลัง
เขาเร่งดาราในร่างออกมาสุดกำลัง ดาวเก้าดวงฉายแสงปกคลุมท้องฟ้าส่วนหนึ่ง ล้อมรอบเจียงผิงอันบนสนามประลอง ก่อเกิดเป็นโลกแยกต่างหาก ภาพลักษณ์น่าตื่นตะลึง
แดนจันทร์มายา เหล่าเซียนมากมายเบิกตากว้าง นี่คือพลังอะไรกัน ถึงกับสามารถสร้างโลกใบหนึ่งขึ้นมาได้!
“นี่คือพรสวรรค์ของข้า อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ภพภูมิ’! ในโลกของข้า ข้าคือผู้ปกครอง ข้าคือราชา!”
ปราณบนร่างของเยี่ยหมิงพุ่งพรวดไม่หยุด ในโลกนี้ พลังการป้องกันและความเร็วของเขาล้วนเพิ่มขึ้นมหาศาล
พรสวรรค์ของเขาคล้ายกับเขตแดน ทว่านี่เหนือกว่าพลังเขตแดนมาก มันคืออำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎเต๋าเซียน
เมื่อพลังบำเพ็ญของเยี่ยหมิงเพิ่มขึ้น ‘ภพภูมิ’นี้จะกลายเป็นโลกที่แท้จริง
พลังฟ้าดินไหลเข้าสู่ ‘ภพภูมิ’ นี้อย่างบ้าคลั่ง ความเร็วในการดูดซับปราณเซียนอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มิได้ช้ากว่าพรสวรรค์การเขมือบของเจียงผิงอันมากนัก
ทว่า เจียงผิงอันรู้สึกว่าพลังการเขมือบของตนถูกกดดันอย่างหนัก ไม่เพียงแต่พลังการเขมือบเท่านั้น ทั้งร่างของเขาต่างแบกรับแรงกดดันมหาศาล
เยี่ยหมิงกลายร่างเป็นลำแสง พุ่งเข้าหาเจียงผิงอันในชั่วพริบตา กำปั้นเหล็กฟาดฟันใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันกระตุ้นวิชาเทียมเทพสงคราม เกราะวิญญาณศึกปรากฏบนร่าง โคจรกฎเต๋าเซียนกำลังต่อกรกับอีกฝ่าย
โครม!
หมัดของทั้งสองฝ่ายปะทะประหนึ่งดวงดาวชนกัน พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ห้วงมิติแตกร้าว แสงจ้าราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง
เกราะวิญญาณศึกบนหมัดของเจียงผิงอันแตกกระจาย ร่างของเขาลอยกระเด็นไปกระแทกขอบมิติอย่างแรง
เยี่ยหมิงถอยร่นไปเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวได้ เส้นผมสีทองพลิ้วไหว บารมีอันไร้เทียมทานปกคลุมทั่วทั้งมิติ
“เจียงผิงอัน เจ้าก็แค่เท่านี้เอง”