สู่วิถีอมตะ - บทที่ 866 ประชันเยี่ยหมิง
บทที่ 866 ประชันเยี่ยหมิง
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจียงผิงอันก็มิอาจต้านเยี่ยหมิงได้?”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถูกโจมตีจนกระเด็น ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจของปวงชนแห่งแดนจันทร์มายาก็ดับวูบลงอีกครา
“อย่าเพิ่งร้อนใจไป นี่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เจียงผิงอันไม่มีทางอ่อนแอถึงเพียงนี้”
บางคนยังเชื่อมั่นในตัวเจียงผิงอันอยู่
เจียงผิงอันทรงตัวให้มั่นคง นวดหมัดของตน เยี่ยหมิงผู้อยู่เบื้องหน้านี้ มีร่างกายที่แข็งแกร่งยิ่งนัก
ผนวกกับการเสริมพลังของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทางเซียนที่เรียกว่า ‘ภพภูมิ’ ยิ่งทำให้แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก
หากเยี่ยหมิงไม่มีอำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ภพภูมิ’ หนุนหลัง เจียงผิงอันเชื่อว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาจะต้องเหนือกว่าอีกฝ่ายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ในโลกนี้ไม่มีคำว่า ‘หาก’ แข็งแกร่งก็คือแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะใช้กลใด หากสามารถทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้ นั่นก็คือความสามารถ
เยี่ยหมิงพุ่งเข้าโจมตีเจียงผิงอัน ด้วยความเร็วที่ยังคงสูงยิ่ง
เจียงผิงอันมิได้หลบหนี ความศรัทธาอันไร้เทียมทานหลอมรวมเข้ากับวิญญาณศึก เกราะที่แตกสลายได้รับการซ่อมแซมจนสมบูรณ์อีกครั้ง เขาใช้วิชาคัมภีร์ตัดชีวิต ปลดปล่อยจิตสังหารน่าตะลึงออกมา ย้อม ‘ภพภูมิ’ ที่ก่อตัวจากดาวเก้าดวงให้กลายเป็นสีแดงในพริบตา
จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ปวงชนที่อยู่ในที่นี้รู้สึกขนพองสยองเกล้า
เจียงผิงอันผู้นี้สังหารสิ่งมีชีวิตมามากเพียงใดกัน จึงบ่มเพาะจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้ จิตสังหารนี้ถึงกับกลายเป็นรูปธรรม ราวกับดาบคมกริบนับพันเล่มที่ล้อมรอบร่างของเขา
“ปัง ปัง ปัง”
เจียงผิงอันกางปีกเทวะปะทะกับเยี่ยหมิง ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่เห็น ทุกครั้งที่ปะทะกันทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน แสงสีรุ้งนับหมื่นพุ่งกระจายออกมา
ใบหน้าของเยี่ยหมิงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและความเหลือเชื่อ
“ความเร็วและพลังของเจียงผิงอันผู้นี้ มิด้อยกว่าข้าเลย! อำนาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ภพภูมิ’ ของข้าควรจะสะกดคู่ต่อสู้ได้ เหตุใดเขาจึงยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้? คนผู้นี้เป็นปีศาจอะไรกัน!”
เยี่ยหมิงมิอาจจินตนาการได้ว่า หากไม่ได้สะกดเจียงผิงอันไว้ อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงเพียงใด
สิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกว่านั้นคือ ทุกครั้งที่ปะทะกัน อีกฝ่ายจะดูดพลังของเขาไปเป็นจำนวนมาก พลังที่เขาดูดซับเข้าไปใน ‘ภพภูมิ’ กลับกลายเป็นอาหารอันโอชะของเจียงผิงอัน
ข้าประเมินพลังการกลืนกินของเจียงผิงอันต่ำเกินไปเสียแล้ว
เยี่ยหมิงสัมผัสถึงความศรัทธาอันแข็งกล้าและจิตสังหารอันน่าสะพรึงที่เจียงผิงอันแผ่ออกมา มันส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเขา ทำให้จิตใจของเขาเริ่มสั่นคลอน เริ่มคลางแคลงว่าตนจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ กระทั่งเกิดความหวาดกลัวต่อความตาย
ในการสู้รบ ความกลัว ความเห็นอกเห็นใจ ความลังเล… อารมณ์เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์ของการต่อสู้
“ข้าเกิดมาเพื่อเป็นเซียน แบกรับกฎแห่งเต๋าเซียน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสามารถเอาชนะข้าได้!”
ความหยิ่งผยองในใจของเยี่ยหมิงมิอาจยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเองได้ สองมือของเขาวาดลวดลายอย่างรวดเร็ว เร่งวิชาลับ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนแม่นยำทรงพลัง สั่นสะเทือนไปกับกฎเต๋าเซียน พลังต่อสู้พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เขาก็ใช้วิชาโจมตีระดับสูงสุดถล่มใส่เจียงผิงอัน ลำแสงเจิดจ้าพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว ก่อตัวเป็นเส้นแสงนับพันดุจศรพุ่งกระจายไปทั่วฟ้า การโจมตีเหล่านี้ยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้นภายใต้การเสริมพลังของ [ภพภูมิเก้าดารา]
เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของเยี่ยหมิง จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจียงผิงอันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเพียงใด เขาก็ยิ่งรู้สึกยินดีมากขึ้นเท่านั้น มีเพียงในการต่อสู้เช่นนี้เท่านั้นที่เขาจะมีความมุ่งมั่น และสามารถยกระดับจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และกฎเต๋าเซียน
สองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือด ปราณคละคลุ้งหนาแน่ไปทั่วนภา หมัดปะทะกันสนั่นหวั่นไหว กระดูกสั่นสะเทือนจนส่งเสียงดังกรอบแกรบ ละอองเลือดแตกกระจายเป็นสาย
การต่อสู้อันดุเดือดของพวกเขาทำให้หัวใจของขุมกำลังทั้งสองฝ่ายสะท้าน
ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยไม่คิดมาก่อนว่าในแดนจันทร์มายาจะมีบุคคลที่สามารถสู้กับเยี่ยหมิงได้อย่างสูสี
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าเพียงแค่เยี่ยหมิงลงมือก็ไร้ผู้ต้าน ทว่าเจียงผิงอันเบื้องหน้านี้กลับเป็นตัวแปรหนึ่ง
เมื่อเทียบกัน ผู้คนทางฝั่งแดนจันทร์มายานั้นมองเห็นความหวัง ใจชื้นขึ้นเล็กน้อย
ทว่า พวกเขากลัวว่าเจียงผิงอันจะเพลี่ยงพล้ำ จึงกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา
หยางจิ่นอวี๋แห่งสำนักเซียนเป่ยฮวงจ้องมองร่างที่กำลังพุ่งทะยานของเจียงผิงอันด้วยสีหน้าที่ซับซ้อนยิ่ง เดิมทีนางคิดว่าเหมียวเสียเลือกบุรุษผิดคน ทว่าเป็นนางเองต่างหากที่มองผิด บุรุษผู้นี้ช่างโดดเด่นยิ่งนัก
พึงรู้ไว้ว่า ในช่วงเวลานี้เจียงผิงอันมิได้บำเพ็ญเซียนอยู่ที่สำนักศึกษาชางจือ กฎเต๋าเซียนบนร่างเขาจึงยังมิได้ควบคุมอย่างสมบูรณ์
หากเจียงผิงอันเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งเต๋าเซียนบนร่างตนอย่างครบถ้วน ไม่รู้ว่าจะน่าหวาดหวั่นเพียงใด
ฝ่ายตรงข้าม เยี่ยหมิงก็น่าสะพรึงไม่ด้อยไปกว่ากัน อายุเพียงยี่สิบห้าปีก็น่าตื่นตะลึงถึงเพียงนี้ หากผ่านไปอีกสักระยะ เขาจะเติบโตถึงขั้นที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน
ผู้ใดในสองคนนี้จะแข็งแกร่งกว่ากัน?
หานอวิ๋นจ่านยืนอยู่ด้านหลังราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย สายตาเพ่งพิศสองบุรุษที่กำลังต่อสู้ดุเดือดอย่างเคร่งเครียดจริงจัง ดวงตาทอประกายซับซ้อน
“พรสวรรค์ของสองคนนี้ไม่ด้อยไปกว่าอัจฉริยะในตระกูลของพวกเราเท่าใด หากมิล้มหายตายจาก มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นเซียนสวรรค์ หรืออาจแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น”
“บุรุษนามเจียงผิงอันผู้นี้ มีพรสวรรค์น่าตื่นตะลึง มีโอกาสมากที่สุดที่จะได้รับการสืบทอดจากสตรีนางนั้น เพียงแค่เจียงผิงอันใช้วิชาเซียนของสกุลอวิ๋น สตรีผู้นั้นจะต้องอยู่ในขุมอำนาจนี้อย่างแน่นอน...”
หานอวิ๋นจ่านจดจ่อความสนใจไปที่เจียงผิงอัน รอคอยให้อีกฝ่ายใช้วิชาเซียนของสกุลอวิ๋น
ในภพภูมิเก้าดาราที่เยี่ยหมิงสร้างขึ้น ร่างสองร่างปะทะกันอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั้งมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง การต่อสู้ครั้งใหญ่นี้ดำเนินมาเป็นเวลานาน อาภรณ์ของทั้งสองย้อมด้วยสีเลือด บาดแผลลึกถึงกระดูกปรากฏทั่วร่างอย่างไม่ปรานี
การโจมตีของทั้งสองไม่มีการยั้งมือ ล้วนมุ่งสังหารอีกฝ่าย
ทว่าในการต่อสู้ระหว่างเซียนระดับเดียวกัน โอกาสที่จะล้มตายนั้นไม่สูงนัก
เยี่ยหมิงเห็นว่าพลังในร่างของตนถูกเจียงผิงอันกลืนกินไปทีละน้อย จิตใจยิ่งกังวลและหนักอึ้ง
“เจียงผิงอันผู้นี้มีพลังกลืนกิน ไม่มีวันขาดพลังงาน ยังสามารถกลืนกินกฎเซียนบริเวณบาดแผล เร่งความเร็วในการรักษา หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าคงถูกอีกฝ่ายกัดกินจนตายในที่สุด”
“ข้าต้องคิดหาวิธีสังหารในคราเดียว…”
ทันใดนั้น เยี่ยหมิงพลันเหลือบไปเห็นหยางจิ่นอวี๋ ดวงตาวาบขึ้นด้วยประกายความคิด นึกถึงหนทางรับมือกับเจียงผิงอันได้
เยี่ยหมิงแยกร่างเงาออกมาต้านเจียงผิงอัน ส่วนร่างจริงรีบออกมือวาดลวดลายอยู่ด้านหลัง อักขระเซียนล้อมรอบร่าง พลังถูกใช้อย่างรวดเร็ว พลังน่าสะพรึงกลัววาบขึ้นรอบกาย
“เจ้าบื้อ! ระวัง! นั่นคือวิชาต้องห้ามของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย!” เหมียวเสียตะโกนอย่างร้อนรน
วิชาต้องห้ามกับวิชาปกติมีคลื่นพลังที่แตกต่างกัน วิชาต้องห้ามนั้นทรงพลังและสิ้นเปลืองพลังมากกว่า วิชาเซียนที่เยี่ยหมิงกำลังใช้อยู่นั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นวิชาต้องห้าม
เจียงผิงอันกระพือปีกเทวะสุดขีด พุ่งเข้าโจมตีร่างแท้ของเยี่ยหมิง หวังขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายใช้วิชาต้องห้าม
พลังในร่างของเยี่ยหมิงถูกดึงออกไปเกือบครึ่ง การประสานมือสำเร็จในเวลาเดียวกัน ที่ฝ่ามือของเขาปรากฏอักษร ‘ตาย’ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด รอบ ๆ มีคลื่นพลังอันน่าพิศวงโอบล้อม
เมื่อเห็นเจียงผิงอันพุ่งเข้ามา เยี่ยหมิงยกมือขึ้นชี้ไปที่เจียงผิงอัน “ตายเสีย!”
โครม!
เจียงผิงอันรู้สึกเพียงว่ามีพลังกดดันอันทรงพลังของเต๋าเซียนโถมเข้าใส่ร่างของเขา มิอาจหลบหลีกได้ ร่างกายของเขาระเบิดออกทันที
นี่คือหนึ่งในวิชาต้องห้ามที่มีชื่อเสียงที่สุดของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย ‘คำสั่งแห่งความตาย’ เป็นวิชาต้องห้ามพิเศษที่ไม่สนใจพื้นที่และการป้องกัน ส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของคู่ต่อสู้ เพียงแค่เป้าหมายปรากฏตัวต่อหน้า ก็สามารถทำให้ร่างของเป้าหมายระเบิดออกได้ทันที
หากเจียงผิงอันยังเป็นมนุษย์สามัญ ถูกกระบวนท่านี้เข้าก็คงต้องใช้กฎเกณฑ์แห่งเวลาแล้ว ทว่าตอนนี้เขาได้เป็นเซียนแล้ว การที่ร่างกายระเบิดออกจึงไม่ได้ทำให้เขาตกตายในทันที
ร่างกายของเจียงผิงอันก่อรวมกันอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าการที่ร่างกายระเบิดครั้งนี้จะสิ้นเปลืองพลังมหาศาล แต่ก็ไม่สามารถสังหารเขาได้
สิ่งที่เจียงผิงอันมิขาดแคลนที่สุดก็คือพลัง
หลุมดำกลืนกินปรากฏขึ้นด้านหลังเขา พลังในภพภูมิเก้าดารารวมตัวกันเป็นวังวน พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ดวงดาวในภพภูมิเก้าดาราสั่นไหว ราวกับจะถูกหลุมดำดูดกลืน
เยี่ยหมิงรู้ดีว่าวิชาต้องห้ามนี้มิอาจสังหารเจียงผิงอันได้ ไม้ตายที่แท้จริงของเขาก็ไม่ใช่วิชาต้องห้ามนี้
“ระวัง! วรยุทธ์เซียนพลังวิญญาณ!”
หยางจิ่นอวี๋ รู้สึกถึงพลังวิญญาณอันทรงพลังที่พุ่งออกมาจากร่างของเยี่ยหมิง เยี่ยหมิงกำลังใช้วิชาเซียนผู้ฝึกจิต!
แม้ร่างกายของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง แต่หากถูกโจมตีทางวิญญาณ ก็ย่อมเกิดอันตรายได้เช่นกัน หากดวงวิญญาณแตกสลาย แม้แต่เซียนก็ต้องตกตาย!
“ตายเสีย!”
เยี่ยหมิงใช้พลังวิญญาณทั้งหมดรวมตัวเป็น ‘ดาบวิญญาณ’ เสมือนจริง ฟันใส่เจียงผิงอัน
‘ดาบพลังวิญญาณ’ เป็นวิชาเซียนที่ผู้ฝึกจิตมักใช้ จุดเด่นที่สุดของวิชานี้คือสามารถเพิกเฉยต่อสิ่งกีดขวางทางกายภาพและกฎเกณฑ์ทั่วไปของเต๋าเซียน สามารถฟันลงบนวิญญาณของคู่ต่อสู้ได้โดยตรง ก่อให้เกิดความเสียหาย
เจียงผิงอันผู้นี้แข็งแกร่งนักในด้านร่างกาย ไม่ด้อยกว่าเขา ทว่าพลังวิญญาณของเจียงผิงอัน หากไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าหยางจิ่นอวี๋ เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของ ‘ดาบพลังวิญญาณ’ ย่อมบาดเจ็บสาหัส หรืออาจถึงแก่ชีวิต!
นี่คือไพ่ตายที่แท้จริงของเยี่ยหมิง โจมตีวิญญาณของเจียงผิงอันโดยตรง
แม้จะสังหารเจียงผิงอันก็ไม่เป็นไร สำนักเซียนอวี่หวงก็มิกล้าล้างแค้นราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย พวกเขาไม่มีพลังพอ ฆ่าไปแล้วก็แล้วไป