สู่วิถีอมตะ - บทที่ 875 ประทีปเซียนอาฆาต
บทที่ 875 ประทีปเซียนอาฆาต
ปราณจากเซียนทั้งหลายทำให้บริเวณทางเข้าสุสานสั่นสะท้านรุนแรง สายลมหวีดหวิว ฟ้าดินแปรสีสัน
การปรากฏลักษณ์ของจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ปวงชนขนลุกขนพอง และต้นตอของจิตสังหารนี้ก็มาจากเจียงผิงอัน
ดวงตาของเจียงผิงอันแดงฉาน เส้นผมปลิวสะบัด ใบหน้าเปี่ยมความแค้นเคือง
ปรากฏว่าสำนักเซียนกระบี่นี่เองที่ลอบโจมตีพวกเมิ่งจิง!
สำนักเซียนกระบี่สุมฟืนกระพือไฟอยู่เบื้องหลัง ทำให้สำนักเซียนอวี่หวงกับสำนักเซียนเทียนหลานต่อสู้กันแล้วรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ปัวซือรีบพุ่งเข้ามาหยุดเจียงผิงอัน “อย่าโดนหลอก เขาจงใจกวนประสาทเจ้าเพื่อดูดซับความแค้น!”
เมื่อความแค้นของเจียงผิงอันเพิ่มสูง ประทีปเซียนสีเลือดในมือซ่างกวนจิ้วซู่ก็ยิ่งเรืองสว่าง เพิ่มพลังให้เหล่าเซียนจากสำนักเซียนกระบี่มากขึ้นอีก
เจียงผิงอันปริปากเอ่ยเสียงพร่า “ปัวซือ เจ้าไปก่อน ข้าจะจัดการเรื่องที่นี่เอง”
เขาย่อมรู้ว่าซ่างกวนจิ้วซู่ตั้งใจกวนประสาทกัน แต่จะให้เขาควบคุมความแค้นในอกเช่นไร?
เมิ่งจิงกับเสี่ยวเยว่ถูกสังหาร สหายร่วมสำนักถูกหลอก ศิษย์พี่หวังหยางถูกอีกฝ่ายใช้เป็นไส้ประทีป
หากเป็นเจียงผิงอันเองที่บาดเจ็บ เขายังทนได้ แต่หากบุคคลใกล้ตัวเขาต้องทุกข์ร้อน เขาทนไม่ได้เลยสักนิด
บางหนี้แค้น ต่อให้ต้องตายก็ต้องสะสาง
ยามคนมีโทสะ เหตุผลหามีไม่ มิเช่นนั้นคงไม่มีการพลั้งมือสังหารกันมากนัก
เขาเมินปัวซือไป แล้วเจียงผิงอันก็บุกโจมตีต่อ
ปัวซือสบถอย่างโกรธเคือง “เจ้าโง่นี่ จะตายก็เรื่องของเจ้า ข้าไม่ยุ่งด้วยแล้ว!”
พูดจบ เขาก็หนีไป
ยามจรจาก เขามิได้นำหุ่นเชิดศพไปด้วย
เขาจะให้หุ่นเชิดศพนี้ถ่วงแข้งขาซ่างกวนจิ้วซู่ไว้ กล่าวได้ว่าช่วยเจียงผิงอันแล้ว
ด้วยความแค้นไร้สิ้นสุด การกระหน่ำโจมตีของเจียงผิงอันเทียบได้กับยอดฝีมือระดับเซียนปฐพี ออกวรยุทธ์สุดยอดสารพัดทั้ง ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ‘วิชาปีกเทวะ’ ‘คัมภีร์มารกลืนสวรรค์’ ต่าง ๆ นานาอย่างเต็มกำลัง
เซียนมนุษย์ทั้งสองจากสำนักเซียนกระบี่ก็มิได้อ่อนแอ ในฐานะเซียนผู้เลิศฤทธิ์ พวกเขาเทียบกับเซียนจากเส้นทางร่อนเร่อื่น ๆ ไม่ได้เลย
ภายใต้การเสริมพลังจากประทีปเซียน ทั้งสองผนึกกำลังก็สู้กับเจียงผิงอันได้สูสี
ซ่างกวนจิ้วซู่ถูกหุ่นเชิดศพถ่วงเวลาไว้ แต่ก็มิได้รีบร้อนเผด็จศึก เจียงผิงอันหนีไม่ได้อยู่ดี
ยิ่งประทีปเซียนสีเลือดดูดซับความแค้นได้มาก ยิ่งเปล่งแสงเจิดจ้า ยิ่งเพิ่มพลังได้แข็งแกร่ง
“ยังไม่ไหว ยังแค้นไม่พอ”
ซ่างกวนจิ้วซู่ขัดใจกับพลังของประทีปเซียนเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองศิษย์สำนักเซียนกระบี่ที่ยังยืนงุนงงกันอยู่
ศิษย์สำนักเซียนกระบี่เหล่านี้ล้วนยืนจังงัง ปรากฏว่าผู้อาวุโสที่สั่งสอนพวกเขาให้มีคุณธรรมอย่างจริงจังอยู่เมื่อครู่ทำเรื่องสามานย์พรรค์นี้ด้วยมือตัวเอง
เมื่อเห็นผู้อาวุโสมองมา เหล่าศิษย์ก็เกิดสังหรณ์ร้าย
พวกเขาสังหรณ์ตรงเผง ซ่างกวนจิ้วซู่วาดประทีปเซียนในมือ สูบพวกเขาเข้าไปทันที
“เพื่อเป็นรางวัลแก่พวกเจ้าที่ค้นพบสุสานนี้ พวกเจ้าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ประทีปเซียนอาฆาต’ ไปตลอดกาล”
สีหน้าเหล่าศิษย์ถอดสี ทุบตีประทีปเซียนอย่างบ้าคลั่งกันทันที
“ผู้อาวุโสซ่างกวน! วอนท่านอย่าฆ่าข้าเลย!”
“ผู้อาวุโส! เราต่างไร้ผลงานคู่ควร โปรดปล่อยเราไปเถอะขอรับ!”
ซ่างกวนจิ้วซู่หาได้สะทกสะท้านกับเสียงอ้อนวอนขอความเมตตาใด ๆ ไม่
ความกลัวตายทำให้ศิษย์ทั้งหลายเปี่ยมความแค้นเคืองต่อซ่างกวนจิ้วซู่ และความแค้นเหล่านี้ก็กลายเป็นพลังให้กับประทีปเซียน
ทันใดนั้น หนึ่งกระบี่ก็ก่อตัวเหนือประทีปเซียน ประหลาดทว่าทรงพลัง
มุมปากซ่างกวนจิ้วซู่ยกยิ้ม ใช้ประทีปเซียนเป็นด้าม ความแค้นเป็นใบกระบี่ฟาดฟันออกไป ผ่าหุ่นเชิดซากศพตรงหน้าทันที
ซ่างกวนจิ้วซู่ถีบหุ่นเชิดซากศพให้พ้นตัว ปีกทองคู่หนึ่งปรากฏเบื้องหลัง จู่โจมเข้าใส่เจียงผิงอัน
“เจียงผิงอัน คุ้นเคยกับปีกคู่นี้หรือไม่? นี่คือ ‘วิชาปีกเทวะ’ วรยุทธ์เซียนสูงสุดของพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงอย่างไรล่ะ ข้าหลอกหวังหยางไปว่า แค่เขามอบวรยุทธ์นี้มา คนอื่นในสำนักเซียนอวี่หวงก็จะไม่ถูกทรมาน แล้วไอ้โง่นี่ก็หัวอ่อนส่งวรยุทธ์เซียนนี้มาทันทีเลย ฮ่า ๆ”
“เจ้าต้องตาย!!”
เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของซ่างกวนจิ้วซู่ เจียงผิงอันก็เดือดโทสะ เปิดหลุมดำมหึมาครอบเข้าใส่ซ่างกวนจิ้วซู่
ซ่างกวนจิ้วซู่กวัดแกว่งประทีปเซียนในมือ กระบี่อาฆาตผ่าหลุมดำออกทันที
พลังระดับเซียนปฐพีบรรจุกฎเต๋าเซียนระดับสูงกว่า เจียงผิงอันมิใช่คู่ต่อสู้เลยสักนิด
ซ่างกวนจิ้วซู่ใช้ประทีปเซียนจู่โจม
เซียนมนุษย์ทั้งสองเข้ามาขวางเจียงผิงอันมิให้หนี
หนึ่งเซียนปฐพี สองเซียนมนุษย์ กระบวนทัพเช่นนี้ พวกเขาไม่เชื่อว่าเจียงผิงอันจะรอดไปได้
ทว่าเจียงผิงอันก็มิได้หนี กลับพุ่งเข้าใส่ซ่างกวนจิ้วซู่ตรง ๆ
เห็นเช่นนี้ ยอดฝีมือเซียนมนุษย์ทั้งสองก็เกือบหลุดขำ
พวกเขานึกว่าเจียงผิงอันจะฝ่าหนีออกไปทางพวกตน แต่ไอ้โง่นี่ถึงกับพุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสซ่างกวน ต่างอะไรกับหาที่ตาย?
นี่หรืออัจฉริยะไร้เทียมทานผู้ทำลายเซียนในสำนักเซียนเทียนหลานด้วยตัวคนเดียว?
แค่ยั่วโมโหนิดหน่อยก็หมดสภาพแล้ว
แต่ก่อนที่กระบี่ของซ่างกวนจิ้วซู่จะสัมผัสเจียงผิงอัน เจียงผิงอันกลับปรากฏตัวตรงหน้าซ่างกวนจิ้วซู่ล่วงหน้าแล้วออกหมัดใส่
ม่านตาของซ่างกวนจิ้วซู่หดตัว
เร่งเวลา!
เจียงผิงอันผู้นี้เร่งอำนาจกาลเวลากะทันหัน ทำให้การโจมตีของเขาคืบหน้าเร็วกว่าหนึ่งชั่วอึดใจ
ซ่างกวนจิ้วซู่ตั้งรับทันที แม้เจียงผิงอันจะเป็นเพียงเซียนมนุษย์ แต่เขาก็มิกล้าเลินเล่อ ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะยังมีไพ่ตายน่าสะพรึงกลัวอะไรอยู่
แต่เป้าหมายการโจมตีของเจียงผิงอันมิใช่ซ่างกวนจิ้วซู่ เป็นประทีปเซียนในมือเขาต่างหาก
เปรี้ยง!
หนึ่งหมัดชกเข้าใส่ ‘ประทีปเซียนอาฆาต’ อักขระเซียนลึกลับระเบิดจากหมัด ทำให้ประทีปเซียนแหลกระเบิดในทันที
มืออีกข้างของเจียงผิงอันชักกริชมิติที่ฉวยจากโจรปล้นสุสานก่อนหน้านี้ออกมา
เขาสับกริชฉีกมิติ ฉวยโอกาสพาหวังหยางออกมาจากในประทีปเซียน
แล้วจึงถ่ายพลังให้กับกริชมิติ พาหวังหยางทะลวงมิติหนีไปอย่างรวดเร็ว
แม้เจียงผิงอันจะมีโทสะ เขาก็ไม่คิดเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ หามีความหมายไม่
มีแต่ต้องอยู่ให้รอด จึงฆ่าศัตรูได้มากกว่านี้
เขาจึงทำเหมือนเสียสติสู้ยิบตา ทว่าแท้จริงหาโอกาสช่วยเหลือหวังหยางอยู่
ซ่างกวนจิ้วซู่มองประทีปเซียนที่แตกร้าวในมือ ทั้งแสนเดือดดาลและตกใจ
“เป็นไปไม่ได้! ‘ประทีปเซียนอาฆาต’ เป็นศาสตราเซียนระดับปฐพี เขาจะทำลายในหมัดเดียวได้อย่างไร!”
หากใช้กำลังเพียงลำพัง เซียนมนุษย์ที่ไหนจะทำลายศาสตราเซียนระดับปฐพีได้?
หากเป็นยามทั่วไป เซียนมนุษย์หามีพลังเพียงพอทำลายศาสตราเซียนระดับปฐพีไม่ แต่เจียงผิงอันใช้วิชาสลายยุทธภัณฑ์ซึ่งแยกย่อยจากพันค้อนร้อยหล่อหลอม
วรยุทธ์เช่นนี้ทำร้ายคนได้ไม่มาก แต่มีพลังทำลายล้างต่ออาวุธวิเศษมหาศาลยิ่ง
เขายังมิได้บรรลุสำเร็จ ‘พันค้อนร้อยหล่อหลอม’ ของขอบเขตนี้ หากขัดเกลาจนสมบูรณ์แบบ เขาก็สามารถสลายประทีปนี้ได้ทันที
แต่จุดประสงค์ก็ลุล่วงแล้ว
เมื่อช่วยเหลือหวังหยางสำเร็จ เจียงผิงอันก็หนีไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าให้หนีไปได้เด็ดขาด!”
ซ่างกวนจิ้วซู่ไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง เขารู้ว่าเจียงผิงอันร้ายกาจ หากปล่อยอีกฝ่ายหนีไป ทั้งสำนักเซียนกระบี่ก็อาจถูกทำลาย
ทว่าเจียงผิงอันอาศัยกริชมิติผ่าแหวกมิติหนีไปเสมอ การตามให้ทันจึงยากเย็น
ขณะที่ซ่างกวนจิ้วซู่ร้อนใจสุดแสน หนึ่งประกายกระบี่ก็เรืองรองในฟ้าดิน ผ่ามิติฟันใส่เจียงผิงอันทันที
ฉับ!
แขนข้างที่ถือกริชมิติของเจียงผิงอันขาดออก ร่างของเขาร่วงลงจากรอยแยกมิติ กระแทกเข้ากับขุนเขาจนถล่มยุบ
เซียนปฐพีผู้หนึ่งเหินเวหาเข้ามา
คนผู้นี้ถือกระบี่เซียนสีขาวในมือ ดูงดงามอย่างยิ่ง แม้นางเป็นหญิง แต่บรรยากาศก็สุดอหังการ
นางคือผู้จู่โจมหยุดเจียงผิงอันกะทันหัน
“ผู้อาวุโสรอง!”
ซ่างกวนจิ้วซู่เห็นคนผู้นี้ก็หน้าชื่นตาบาน
นี่คือผู้อาวุโสรองของสำนักเซียนกระบี่ เชี่ยวชาญพลังมิติ
“เจ้านี่ไม่ไหวเลยนะ แค่เซียนมนุษย์คนเดียวยังจัดการไม่ได้”
ผู้อาวุโสรองกล่าวกับซ่างกวนจิ้วซู่เสียงเย็น
สีหน้าของซ่างกวนจิ้วซู่ชะงัก ในใจสบถสาบาน “นังหัวเน่าที่ขายตัวบรรลุเซียนมีอะไรให้กร่าง ไว้ฆ่าจะฆ่าเจ้าเป็นรายต่อไป”
แต่ปากเขาพูดไม่เหมือนที่คิด “ผู้อาวุโสรองมาทันเวลาพอดี รีบจัดการกับเจียงผิงอันเถิด อย่าให้เขาหนีไปได้”
ท่ามกลางซากภูเขาถล่ม เจียงผิงอันไม่สนใจแขนของตนที่ขาดไป เปิดโลกใบน้อยในตัวแล้วกล่าวกับหวังหยางอย่างร้อนใจ
“ศิษย์พี่ใหญ่รีบออกมาเร็ว! ข้าจะพาท่านหนีไป!”
“หนีไม่ไหวแล้ว…”
หวังหยางผอมแห้งดุจไม้ฟืน เขาซึ่งครั้งหนึ่งเป็นศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปี่ยมชีวิตชีวา บัดนี้ปราณริบหรี่ นอนกองดุจซากกระดูก
การถูกทรมานนับพัน ๆ ปีทำให้เขาเหนื่อยล้าทั้งกายใจ หมดอาลัยตายอยาก
ทันใดนั้น อำนาจรุนแรงก็ระเบิดจากร่าง ปราณโลหิตพลุ่งพล่านสู่ฟ้า
เจียงผิงอันพลันหน้าถอดสี “ศิษย์พี่ใหญ่!”
หวังหยางที่ไม่เหลือพลังในกายมากนักแล้ว จู่ ๆ ก็ระเบิดพลังรุนแรงออกมาได้เช่นนี้ นี่เพราะเขาผลาญวิญญาณและรากฐานตัวเอง!
หากผลาญวิญญาณและรากฐาน ต่อให้ภายหน้ายังมีเลือดเนื้อก็สิ้นปัญญาคืนชีพ!
“ศิษย์น้อง! ไปเสีย! ภายหน้าล้างแค้นให้เราด้วย!”
หวังหยางรู้ว่าต่อหน้าสองเซียนปฐพี สองเซียนมนุษย์เช่นนี้ พวกเขาทั้งสองไร้หวังหนีพ้นได้เลย
ยามนี้เขาหวังเพียงว่า การผลาญตนสู้ตายนี้จะยื้อเวลาให้เจียงผิงอันรอดไปได้
“ศิษย์พี่ใหญ่!” เจียงผิงอันน้ำตาไหลพราก
คำนึงคนหรือจะสู้ลิขิตสวรรค์ โอกาสหนีมีอยู่แท้ ๆ แต่เซียนปฐพีอีกคนกลับปรากฏขึ้น
“ไป!!”
เลือดเนื้อของหวังหยางมอดมลาย ก่อตัวเป็นกระบี่ปราณขนาดยักษ์ ฟาดฟันเข้าใส่ซ่างกวนจิ้วซู่
แม้การโจมตีนี้จะแข็งแกร่ง ใบหน้าของซ่างกวนจิ้วซู่ก็ยังเผยยิ้มเหยียดหยัน
การโจมตีนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี ถึงจะแข็งแกร่งแต่ก็หลบง่าย
ขณะที่ซ่างกวนจิ้วซู่กำลังจะหลบไป โลหิตหยดหนึ่งซึ่งลอยอยู่ข้างหลังเขาก็พลันก่อตัวเป็นเจียงผิงอัน
นี่คืออวตารปราณที่เจียงผิงอันทิ้งไว้
อวตารปราณนี้ถือยันต์สีดำไว้แผ่นหนึ่ง ซึ่งแปะไปบนตัวซ่างกวนจิ้วซู่ทันที
ยันต์แผ่นนี้คือยันต์ที่ได้จากโจรปล้นสุสาน สามารถผนึกเซียนปฐพีได้
เมื่อยันต์แปะแนบกับตัว พลังทั้งกายซ่างกวนจิ้วซู่ก็ถูกผนึกนิ่งใช้ไม่ได้
ดวงตาของซ่างกวนจิ้วซู่พลันเบิกกว้าง
ฉุกละหุกเพียงนี้ เจียงผิงอันยังวางแผนตลบหลังเขาได้!
กระบี่ปราณขนาดยักษ์ซึ่งแปรลักษณ์จากหวังหยางฟาดฟันซ่างกวนจิ้วซู่ ผ่าร่างของเขาเป็นสองซีกทันที
แม้จะฆ่าซ่างกวนจิ้วซู่ไม่ได้ แต่ก็ยังสร้างความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเขาได้
เจียงผิงอันฉวยโอกาสนี้หนีไป
แต่กระบี่ของผู้อาวุโสรองจากสำนักเซียนกระบี่ก็แทงทะลวงมิติมาถึงตัวเจียงผิงอันแล้วเช่นกัน
เพียงพริบตา ร่างของเจียงผิงอันก็ถูกสับเป็นเจ็ดแปดชิ้น