สู่วิถีอมตะ - บทที่ 874 สำนักเซียนกระบี่
บทที่ 874 สำนักเซียนกระบี่
เจียงผิงอันค้อมหัวให้ซ่างกวนจิ้วซู่อย่างถ่อมตน
“ผู้อาวุโส ที่นี่คือสุสานของสำนักเซียนอวี่หวง ท่านลองสำรวจได้ ที่นี่ไม่มีสมบัติอะไร ไม่จำเป็นต้องยึดครองที่นี่หรอก”
“ขอผู้อาวุโสเห็นแก่หน้าผู้น้อยที่เคยปกป้องแดนจันทร์มายาไว้ คืนที่นี่ให้ข้าเถอะ”
ซ่างกวนจิ้วซู่พยายามสะกดความตกใจในอกอย่างเต็มที่ เผชิญหน้าความจริงที่เจียงผิงอันยังไม่ตาย
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มก็พลันปรากฏ
“เจ้ามิได้สละชีวิตก็ดีแล้ว ในเมื่อที่นี่เป็นสุสานของพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวง เราสำนักเซียนกระบี่ย่อมมิอาจใช้กำลังยึดครอง”
ยามศิษย์สำนักเซียนกระบี่ใกล้เคียงได้ยิน พวกเขาก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างมหันต์ “ผู้อาวุโสซ่างกวน ไม่ได้นะขอรับ ที่นี่ต้องซ่อนสมบัติไว้แน่ๆ!”
หากพวกเขาไม่ยึดที่นี่ พวกเขาก็ไม่ได้รางวัลที่ค้นพบสุสานนี้น่ะสิ
“หุบปาก! เราสำนักเซียนกระบี่ยึดมั่นคุณธรรม เจ้าใช้กำลังยึดสุสานผู้อื่นเช่นนี้ต่างอันใดกับโจรถ่อย?”
ซ่างกวนจิ้วซู่ตำหนิเหล่าศิษย์
เหล่าศิษย์สำนักเซียนกระบี่ก้มหน้างุดอย่างละอาย
ซ่างกวนจิ้วซู่กล่าวกับเจียงผิงอัน “สหายเต๋าเจียง ไปเสวนากันที่สำนักเซียนกระบี่ของข้าเถอะ พวกหวังหยางจากสำนักเจ้าฝึกฝนอยู่กับเรา”
“ศิษย์พี่หวังก็อยู่ที่สำนักเซียนกระบี่หรือ?”
ใบหน้าของเจียงผิงอันปรากฏเค้ายินดี
เจียงผิงอันจดจำหวังหยางได้อย่างลึกล้ำ ศิษย์พี่ผู้นี้บรรลุกฎ ‘ผดุงชีพพิทักษ์ธรรม’ อันหาได้ยาก มิถูกแปดเปื้อนโดยความชั่วร้าย
ได้ยินว่ายามศิษย์พี่หวังเผชิญทัณฑ์บรรลุเซียน เต๋าเซียนส่งทัณฑ์อัสนีลงมาเปรี้ยงเดียว เขาก็บรรลุเซียนทันที มิได้เผชิญทัณฑ์ร้ายแรงอะไร
ซ่างกวนจิ้วซู่กล่าวยิ้ม ๆ “กาลก่อน ยามสำนักเซียนอวี่หวงอยู่ในอันตราย เราสำนักเซียนกระบี่ได้พบหวังหยางและคณะ จึงพาพวกเขาไปในสำนักเพื่อความปลอดภัย พวกเขาพูดถึงเจ้าบ่อยครั้งเชียว”
เจียงผิงอันประสานมือคารวะขอบคุณ “ขอบคุณทุกท่านจากสำนักเซียนกระบี่ บุญคุณนี้ข้าเจียงผิงอันจะตอบแทนในภายหน้า!”
หากอีกฝ่ายช่วยพวกศิษย์พี่หวังหยางไว้จริง ๆ บุญคุณนี้ก็ต้องจดจำไว้
“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปสำนักเซียนกระบี่ ให้พวกเจ้าได้พบกันพร้อมหน้า” ใบหน้าเยาว์วัยของซ่างกวนจิ้วซู่แย้มยิ้มเป็นมิตร
“เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว”
เจียงผิงอันเหินไปหาซ่างกวนจิ้วซู่
ทว่าไม่ทันถึงตัว ม่านตาของเขาพลันหดวูบ ถ่ายทอดกระแสปราณบอกปัวซือใกล้ ๆ กัน “ปล่อยหุ่นเชิด! โจมตีสุดกำลังเลย!”
ปัวซือผงะไปเดี๋ยวหนึ่งแล้วลงมือ ปล่อยหุ่นเชิดศพตัดแปะออกมากระหน่ำโจมตีเซียนปฐพีซ่างกวนจิ้วซู่เฉียบพลัน
การโจมตีนี้เกิดขึ้นอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย ซ่างกวนจิ้วซู่โดนเข้าไปเต็ม ๆ ร่างของเขาเหมือนก้อนหินถูกขว้าง ปลิวละลิ่วหัวทิ่มสุสาน
ยามเขาให้ปัวซือลงมือ เจียงผิงอันก็เคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน
เขาใช้วิชาลับ ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ จาก ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ ภาพฉายมหึมาปรากฏเบื้องหลัง เหยียบย่ำธรณี ศีรษะทะลวงฟ้า หมัดมหึมาฟาดลงใส่ยอดฝีมือเซียนมนุษย์อีกสองคน
หมัดอันน่าสะพรึงกลัวนี้ดุจดวงดาวร่วงกระแทก คนทั้งสองแหลกสลายทันที
คนทั้งสองซึ่งร่างระเบิดไปรีบหวนประกอบ ใช้กระบี่เซียนถอยกรูดไปอย่างรวดเร็ว
ซ่างกวนจิ้วซู่ซึ่งถูกปัวซือฟาดกระเด็นไปแผดเสียงอย่างเดือดดาล “เจียงผิงอัน! เจ้าคนเนรคุณ! สำนักเซียนกระบี่เราดีต่อเจ้าเพียงนี้ มาโจมตีเราทำไม!”
ปัวซืองุนงงจริงแท้ สองฝ่ายคุยกันอยู่ดี ๆ ไฉนจู่ ๆ พวกเขาต้องจู่โจมอีกฝ่าย?
เจียงผิงอันเหวี่ยงหมัดพลางแค่นเย้ย “ในมือเจ้ามีประทีปเซียนพิเศษ รอสูบพวกเราเข้าไปอยู่มิใช่หรือ?””
ซ่างกวนจิ้วซู่ผงะไป
เจียงผิงอันรู้ได้อย่างไรกัน!
เขากำลังจะใช้ประทีปเซียนดูดคนทั้งสองเข้าสู่ผนึก แต่จู่ ๆ คนใช้ซากศพก็ลงมือกับเขา
ทันใดนั้น ซ่างกวนจิ้วซู่ก็นึกอะไรได้ ดวงตากร้านประสบการณ์ของเขาหรี่ลง
“ข้าได้ยินว่ายามเจ้าสู่กับเซียนในสำนักเซียนเทียนหลาน เจ้าใช้อำนาจกาลเวลา เจ้า… เห็นอนาคต”
เขาพูดถูกเผง ยามเจียงผิงอันบรรลุเป็นเซียนมนุษย์ เขาได้รับพลังแห่งกาลเวลาอันแข็งแกร่งกว่าเดิม สามารถเห็นสิ่งที่จะเกิดในห้าอึดใจได้
การใช้ความสามารถนี้ใช้พลังมหาศาล และเจียงผิงอันก็ไม่คิดใช้มันบ่อย ๆ
ทว่า นับแต่ถูกโจรปล้นสุสานฆ่า เขาก็เปลี่ยนใจแล้ว
ยามเผชิญหน้าคน ก็ควรใช้พลังนี้ให้เห็นล่วงหน้าว่าอีกห้าอึดใจจะเกิดอะไรขึ้น
ภพเซียนอันตรายเกินไป ทุกผู้ล้วนต้องระวัง เปลืองพลังเยอะแล้วอย่างไร ไม่ดีกว่าตายหรือไร?
และปรากฏว่าเขาคิดถูกเสียด้วย
หากเขามิทำนายเรื่องราวล่วงหน้า เขาก็คงถูกซ่างกวนจิ้วซู่ควบคุมตัวไว้แล้ว
แม้จะไม่รู้ชัดเจนว่าประทีปเซียนนี้ทำงานอย่างไร แต่ในเมื่อยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีจะใช้มันเล่นงานเขา ก็ไม่มีทางเป็นของธรรมดา
ซ่างกวนจิ้วซู่เดาว่าเจียงผิงอันเห็นอนาคต แต่ก็รู้ว่าเจียงผิงอันมิอาจเห็นอนาคตได้ไกล หาไม่แล้ว ยามพวกเขายังมาไม่ถึง เจียงผิงอันก็คงหนีไปแล้ว
ซ่างกวนจิ้วซู่เรียกประทีปเซียนทรงดอกบัวสีเลือดออกมา รายล้อมด้วยพลังเซียนประหลาด ในส่วนไส้ประทีปมีซากศพแห้งศพหนึ่งลุกไหม้อยู่
“จำศพนี้ได้หรือไม่? เจ้าไม่น่าจะรู้หรอก แห้งขนาดนี้แล้วเจ้าไม่น่าจะได้ แต่ผู้อาวุโสผู้นี้บอกให้ได้เลยว่านี่แหละ ศิษย์พี่หวังหยางของเจ้า”
ซ่างกวนจิ้วซู่กล่าวยิ้ม ๆ “ศิษย์พี่หวังหยางผู้โง่เง่าของเจ้าคิดว่าเราสำนักเซียนกระบี่จะช่วยเขา แต่พอหลอกไปยังสำนักได้ เขาก็ถูกกักตัวไว้ทันที เราได้ทรัพยากรจากเขาและศิษย์คนอื่น ๆ จากสำนักเซียนอวี่หวงเยอะแยะเลย”
“สำนักเซียนอวี่หวงของข้ากับสำนักเซียนกระบี่ของพวกเจ้าไร้ความแค้นต่อกัน เหตุใดจึงทำกับศิษย์ร่วมสำนักข้าเช่นนี้!”
สีหน้าของเจียงผิงอันบูดเบี้ยว จิตสังหารระเบิดจากกาย โจมตีใส่ยอดฝีมือเซียนมนุษย์ทั้งสองตรงหน้าอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่า ๆ ถามอะไรตลกจัง ไร้ความแค้นจะลงมือกันไม่ได้เลยหรือ? ใครใช้ให้พวกเขามีทรัพยากรล่ะ โลกใบนี้อยู่กันด้วยกฎแห่งป่า ในเมื่อพวกเขาไร้สามารถ ก็ไม่คู่ควรมีทรัพยากรใช้”
ซ่างกวนจิ้วซู่เร่งใช้ประทีป ภายใต้แสงประทีปเรืองรอง ปราณของยอดฝีมือเซียนมนุษย์ทั้งสองของสำนักเซียนกระบี่ก็ทะยานสูงขึ้นหลายส่วน
“หนีไป……”
เสียงของหวังหยางดังแผ่วจากในประทีป “ประทีปนี้… ดูดซับความแค้น… มาเพิ่มพลัง…”
หวังหยางยังไม่ตาย ส่งเสียงบอกเจียงผิงอันให้รีบไปเสีย และบอกบทบาทของประทีปนี้กับเขา
ปัวซือตะโกนบอกเจียงผิงอันเสียงขรึม “รีบไปเถอะ! เราสู้อะไรเซียนปฐพีไม่ได้เลย ไว้ยอดฝีมือจากสำนักเซียนกระบี่มา เราจะไปกันไม่ได้แล้วนะ!”
แม้ปัวซือจะควบคุมศพเซียนปฐพีได้ เขาก็ยังจัดการซ่างกวนจิ้วซู่ทันทีมิได้
ฝั่งพวกเขามีคนเพียงสอง หากกำลังเสริมของอีกฝ่ายมา พวกเขาอยากไปก็ไร้โอกาสแล้ว
ซ่างกวนจิ้วซู่ไม่คิดปล่อยเจียงผิงอันไปอย่างเห็นได้ชัด รีบเอ่ยขึ้นว่า “เจียงผิงอัน ข้าจะบอกความลับอีกอย่างให้ ภรรยาเจ้าถูกเราสำนักกระบี่ลอบสังหารนี่แหละ! ฮ่า ๆ คิดไม่ถึงล่ะสิ”
“เพื่อกระตุ้นความแค้นระหว่างเจ้าและสำนักเซียนเทียนหลาน ก่อกวนให้สถานการณ์ยิ่งอลหม่าน เราสำนักเซียนกระบี่จึงจงใจไปดักฆ่าภรรยาเจ้าเสีย”
“ผู้หญิงใช้อัสนีนั่นชื่อเมิ่งจิงถูกหรือไม่ ก่อนนางจะตาย นางบอกไว้ว่าเจ้าจะมาล้างแค้นเรา พ่อจะขำให้ฟันหลุด เจ้าไม่รู้สักนิดว่าเป็นฝีมือเรา แต่ไปล้างแค้นกับสำนักเซียนเทียนหลานแทน”
“ภายใต้แผนของเรา ทิศทางก็เป็นไปตามคาด ทั้งเจ้าและสำนักเซียนอวี่หวงต่างบรรลัย ต้องขอบใจเจ้าด้วยนะที่ทำลายสำนักเซียนเทียนหลานไปด้วย ทำให้เราได้พื้นที่กับทรัพยากรเพิ่มบานตะไทเลย ฮ่า ๆ”
ปัวซือสีหน้าเปลี่ยนอย่างรุนแรง ตะโกนเตืองเจียงผิงอัน “อย่าหลงกล! เขากำลังจงใจยั่วโมโหเจ้า!”