สู่วิถีอมตะ - บทที่ 878 พยากรณ์หาเจียงผิงอัน
บทที่ 878 พยากรณ์หาเจียงผิงอัน
การเตรียมพร้อมทั้งสำนักของสำนักเซียนกระบี่ ได้สร้างความตื่นตระหนกไม่น้อยในแดนจันทร์มายา
ปวงชนต่างสงสัยว่าสำนักเซียนกระบี่เจอเรื่องอันใดกันแน่ จึงได้ตื่นตระหนกเช่นนี้
ภายในโถงหลักของสำนักเซียนกระบี่ บรรดาผู้นำทั้งหมดนั่งรวมตัวกัน ใบหน้าเคร่งเครียดหนักอึ้ง
“เรื่องนี้ต้องโทษเจ้า ซ่างกวนจิ้วซู่ ไฉนเจ้าถึงได้ไปโจมตีเจียงผิงอันโดยไร้เหตุผล?”
เฒ่าผมขาวคนหนึ่งกล่าวตำหนิซ่างกวนจิ้วซู่
ซ่างกวนจิ้วซู่โต้แย้งว่า “ท่านถามว่าไฉนข้าถึงโจมตีเจียงผิงอัน? หากเจียงผิงอันก่อตั้งสำนักเซียนอวี่หวงขึ้นมาใหม่ พวกเราจะต้องคืนภพบริวารที่ยึดครองไปหรือไม่? ท่านยินยอมหรือ?”
“อีกอย่าง ท่านเป็นคนเสนอให้ซุ่มโจมตีภรรยาของเจียงผิงอัน ท่านคิดว่าเจียงผิงอันกับสำนักเซียนกระบี่ของพวกเรายังมีทางปรองดองกันอีกหรือ?”
เฒ่าผมขาวเสียงดังขึ้น “ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเจ้าไม่พยายามจัดการเจียงผิงอันให้สิ้นซาก? ตอนนี้ปล่อยให้เจียงผิงอันหนีไป ทิ้งปัญหาใหญ่ไว้เช่นนี้ ก็ยังเป็นความผิดของเจ้าอยู่ดี!”
“พอเถอะ อย่าทะเลาะกันเลย”
เจ้าสำนักเซียนกระบี่เอ่ยปากขึ้น ตัดบทการโต้วาทะของทั้งสอง
“ปัญหาสำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือ จะหาเจียงผิงอันให้พบได้อย่างไร ภพเซียนนั้นกว้างใหญ่ไพศาล การจะหาคนที่ตั้งใจซ่อนตัวให้พบนั้นยากยิ่งนัก”
เจ้าสำนักเซียนกระบี่มิได้คิดว่าการสังหารเจียงผิงอันเป็นเรื่องผิด สิ่งเดียวที่ผิดก็คือสังหารไม่สำเร็จ
เจียงผิงอันจะต้องมาล้างแค้นสำนักเซียนกระบี่พวกเขาเป็นแน่แท้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อใด อาจจะเป็นอีกหลายร้อยปี หรืออาจจะเป็นอีกหลายพันปีก็ได้
พวกเขาสำนักเซียนกระบี่ก็ต้องใช้ชีวิตตามปกติ มิอาจอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมรับมือเช่นนี้ตลอดเวลาได้
ตอนนี้จำเป็นต้องหาเจียงผิงอันให้พบ และจัดการเขาเสีย เพื่อให้สำนักเซียนกระบี่กลับคืนสู่สภาวะปกติ
ผู้อาวุโสรองมั่วอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างกล่าวว่า “เมื่อครั้งข้าออกท่องยุทธภพในวัยเยาว์ ข้าได้รู้จักกับผู้แข็งแกร่งหลายท่านที่เชี่ยวชาญการพยากรณ์ พวกเราอาจเรียกพวกเขามาเพื่อพยาการณ์ตำแหน่งของเจียงผิงอันได้”
“แน่นอนว่าการจะเชิญพวกเขามาต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาล”
บรรดาผู้อาวุโสที่อยู่ในที่นั้นต่างมองผู้อาวุโสรองผู้งดงามนางนี้ หากกล่าวถึงเรื่องเส้นสาย ผู้อาวุโสรองมั่วอวี้นั้นเป็นอันดับหนึ่งของสำนักเซียนกระบี่อย่างแน่นอน นางผู้นี้เมื่อพบกับผู้แข็งแกร่งบุรุษเพศคนใด ก็จะหาทางขึ้นเตียงของอีกฝ่ายเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือยอดฝีมือหนุ่มอัจฉริยะ นางผู้นี้ก็ไม่เลือกกิน ทั้งสำนักเซียนกระบี่ ตั้งแต่เจ้าสำนักลงมาจนถึงเหล่ายอดฝีมือ ล้วนเคยมีสัมพันธ์กับนางผู้นี้มาแล้ว
“เชิญคนมาเถิด ไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาเท่าใดก็ตาม เราจำเป็นต้องหาเจียงผิงอันให้พบ มิเช่นนั้นสำนักเซียนกระบี่จะไม่มีวันสงบสุข”
สำนักเซียนกระบี่ไม่สนใจที่จะจ่ายค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ขอเพียงสามารถหาเจียงผิงอันพบเป็นอันพอ
เมื่อเจ้าสำนักเห็นพ้อง มั่วอวี้จึงหยิบยันต์สื่อสารออกมาเพื่อติดต่อ
“ท่านผู้อาวุโสฉงหรือ… อ้า ท่านผู้อาวุโสจ้าวนี่เอง ท่านผู้อาวุโสจ้าว เมื่อใดท่านจะมาแดนจันทร์มายา ข้าอยากให้กำเนิดบุตรให้ท่าน...”
มั่วอวี้มียันต์สื่อสารมากเกินไป เผลอหยิบผิดไป แต่ก็มิได้ตัดการติดต่อ ถือโอกาสพูดคุยกับท่านผู้อาวุโสจ้าวไปด้วย
หลังจากคุยกันพักใหญ่ มั่วอวี้จึงได้ติดต่อ ‘ท่านผู้อาวุโสฉง’ ผู้ครอบครองพลังพยากรณ์
“ท่านผู้อาวุโสฉง ท่านพอมีเวลาหรือไม่ มาแดนจันทร์มายาสักครา เรื่องค่าตอบแทนเจรจากันได้…”
สำนักเซียนกระบี่เร่งรีบที่จะหาเจียงผิงอันให้พบ จึงมิได้ต่อรองค่าตอบแทน เมื่ออีกฝ่ายเสนอราคามา สำนักเซียนกระบี่ก็ตกลงทันที
ฉงเจี้ยนใช้เวลาหลายเดือนเดินทางจากดินแดนอื่นมาถึงสำนักเซียนกระบี่ในแดนจันทร์มายา
ฉงเจี้ยนสวมชุดนักพรตสีดำทอง ผมหงอกขาว ดวงตาขาวซีด มิอาจมองเห็นแล้ว
การพยากรณ์ลิขิตสวรรค์เช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อตัวเองมหาศาล แม้ว่าเซียนจะไม่ตายง่าย ๆ แต่ก็อาจได้รับผลสะท้อนกลับ
เช่นเดียวกับฉงเจี้ยน เนื่องจากพยากรณ์บ่อยครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างจึงมืดบอด และสูญเสียประสาทรับรส
มั่วอวี้ส่งแหวนเก็บของให้ฉงเจี้ยน แล้วลูบมือของเขาพลางกล่าวเคล้าเสียงหัวเราะเบา ๆ ว่า
“ท่านผู้อาวุโสฉง นี่คือมัดจำกึ่งหนึ่ง หากพยากรณ์พบคนที่พวกเราต้องการ ข้าจะมอบค่าตอบแทนที่เหลือให้อย่างแน่นอน”
ใบหน้าเหี่ยวย่นของฉงเจี้ยนปรากฏรอยยิ้มสดใส “วางใจเถิด ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่มีศาสตราเซียนที่ปิดบังลิขิตฟ้า ย่อมหนีไม่พ้นการพยากรณ์ของข้าแน่ สิ่งที่ข้าต้องการ เจ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือไม่?”
“พร้อมแล้ว”
มั่วอวี้พลิกข้อมือ หยดเลือดสดลอยอยู่กลางอากาศ
เป็นเลือดที่เจียงผิงอันทิ้งไว้ยามบาดเจ็บ แม้จะไม่มีพลังเซียนหลงเหลืออยู่ แต่ก็มีความเกี่ยวพันกับเจียงผิงอันอย่างแน่นแฟ้น สามารถใช้พยากรณ์ได้
ฉงเจี้ยนไม่รีรอ นั่งขัดสมาธิบนพื้น ยันต์แปดทิศลึกลับแผ่ขยายออกไปรอบตัวเขา
ข้าโบกมือเบา ๆ เลือดของเจียงผิงอันลอยมาอยู่ตรงหน้า อักขระเซียนมากมายหมุนวนรอบหยดเลือดนี้ พลังแห่งโชคชะตาเอ่อท้น
หลังจากผ่านไปนาน ฉงเจี้ยนอ้าปาก กลืนเลือดที่ห่อหุ้มด้วยอักขระเซียนลงไปในคำเดียว
ทันใดนั้น ฉงเจี้ยนเผยสีหน้าซับซ้อน
มั่วอวี้สังเกตเห็นสีหน้าของเขา จึงถามว่า “ท่านสามารถพยากรณ์ตำแหน่งของคนผู้นี้ได้หรือไม่?”
“คนผู้นี้… แท้จริงแล้วสิ้นชีพไปตั้งแต่พันปีก่อน บัดนี้เป็นคนตายแล้ว!” ฉงเจี้ยนเอ่ยด้วยความตกใจ
เจ้าสำนักเซียนกระบี่กล่าวว่า “คนผู้นี้ถูกเซียนสวรรค์โจมตีเมื่อพันปีก่อน ควรจะสิ้นชีพไปแล้วจริง ๆ แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง หยดเลือดนี้ก็เป็นของเขาที่บาดเจ็บเมื่อไม่นานมานี้ มิไดตกตายไป”
“ตามการพยากรณ์ของข้าผู้เฒ่า คนผู้นี้แท้จริงแล้วเป็นคนตาย ไม่มีทางปรากฏตัวขึ้นมาใหม่ได้”
ฉงเจี้ยนรู้สึกว่าการพยากรณ์นี้แปลกประหลาดมาก คนที่ตายไปแล้วจะปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร?
เขาตั้งท่าจะพยากรณ์เพิ่มเติม กัดนิ้วชี้ของตน ยกมือขึ้นวาดอักขระเซียนที่ลึกลับยิ่งขึ้นในอากาศด้วยเลือดสด
ทันใดนั้น ภาพหนึ่งพลันปรากฏขึ้นในการรับรู้ของเขา เป็นโลงแก้วประหลาดโลงหนึ่ง
“พรวด!”
พร้อมกับที่ภาพของโลงแก้วปรากฏขึ้น ฉงเจี้ยนรู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบแน่น เลือดสดพุ่งออกมาจากปากอย่างรุนแรง ร่างกายทั้งหมดเหี่ยวแห้งในพริบตา แล้วล้มลงกับพื้นทันที
“ท่านผู้อาวุโสฉง!”
มั่วอวี้ตกใจผุดลุกขึ้น รีบพุ่งเข้าไปประคอง “ท่านผู้อาวุโสฉง ท่านเป็นอะไรไป?”
ฉงเจี้ยนรู้สึกว่าโลกรอบตัวเงียบสนิท ไม่มีเสียงใด ๆ เลย
“ข้า… สูญเสียการได้ยินไปแล้ว…”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพยากรณ์ตำแหน่งของคน ๆ หนึ่งแล้วได้รับผลสะท้อนรุนแรงเพียงนี้
หากไม่รีบตัดการพยากรณ์ เขาอาจถึงแก่ชีวิตได้เลย!
“คนผู้นี้ไม่ชอบมาพากล! ไม่ชอบมาพากล! ค่าตอบแทนที่เหลือข้าไม่เอาแล้ว”
กล่าวจบ ฉงเจี้ยนก็รีบจากไปทันที
แม้จะไม่รู้ว่าโลงแก้วนั้นคือสิ่งใด แต่การได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรงเช่นนี้ บุคคลนี้ต้องเป็น ‘ตัวตนที่มิอาจคาดการณ์ได้’ อย่างแน่นอน
‘ตัวตนที่มิอาจคาดการณ์ได้’ ในแวดวงพยากรณ์ชะตาของพวกเขา ถือเป็นสิ่งต้องห้าม
ตัวตนประเภทนี้หากไม่มีภูมิหลังที่ท้าทายสวรรค์ ก็เกี่ยวข้องกับเหตุและผลอันยิ่งใหญ่ หากพยากรณ์เมื่อใด ก็จะได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง
ฉงเจี้ยนเพิ่งได้รับผลสะท้อนกลับ สูญเสียการได้ยิน ผลสะท้อนกลับเช่นนี้มิอาจหวนคืนได้ แม้เขาจะเป็นเซียน ก็มิอาจฟื้นฟู จะตามติดไปชั่วชีวิต
หากยังคงพยากรณ์ต่อไป อาจถึงแก่ชีวิตได้!
ในแวดวงของพวกเขา สิ่งห้องห้ามที่สุดคือการแตะต้อง ‘ตัวตนที่มิอาจคาดการณ์ได้’ เพื่อหลีกเลี่ยงการพัวพันกับเหตุและผลอันน่าสะพรึงกลัว
หลังจากฉงเจี้ยนจากไป ทิ้งให้ผู้คนในสำนักเซียนกระบี่งุนงงสงสัย ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง แม้แต่ตำแหน่งของคนเพียงคนเดียวก็มิอาจพยากรณ์ได้ ยามอยู่บนเตียงยังโอ้อวดว่าตัวเองเก่งกาจนัก”
มั่วอวี้แสดงสีหน้ารังเกียจเหยียดหยาม เห็นว่าฉงเจี้ยนผู้นี้เป็นเพียงคนไร้ฝีมือ
มั่วอวี้กล่าวกับเจ้าสำนักว่า “ข้ารู้จักปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์อีกท่านหนึ่ง เรียกปรมาจารย์ท่านนั้นมาเถิด”
เจ้าสำนักพยักหน้า หวังว่าคนที่สองจะสามารถคาดการณ์ตำแหน่งของเจียงผิงอันได้
หลายเดือนต่อมา ปรมาจารย์เซียนคนที่สองมาถึง หลังจากทำการคาดการณ์แล้ว ก็กล่าวคำพูดเดียวกับฉงเจี้ยน
“คนผู้นี้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะยังมีชีวิตอยู่!”
เมื่อเขาพยายามคาดการณ์อย่างสุดกำลัง ดวงตาทั้งสองของเขาพลันระเบิดออก ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด “เป็นตัวตนที่มิอาจคาดการณ์ได้! เป็นตัวตนที่มิอาจคาดการณ์ได้!”
ปรมาจารย์เซียนคนที่สองตื่นตระหนกจนต้องจรจาก
ครานี้ เหล่าผู้อาวุโสของสำนักเซียนกระบี่จึงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในที่สุด
ผู้พยากรณ์ทั้งสองคนไม่สามารถพยากรณ์ตำแหน่งเจียงผิงอันได้ เจียงผิงอันผู้นี้ต้องมีกลวิธีบางอย่างที่สามารถป้องกันการพยากรณ์ได้แน่นอน
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของพวกเขาหม่นหมองบิดเบี้ยว
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นอย่างไรกันแน่? ไฉนผู้พยากรณ์ถึงบอกว่าเขาสิ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถพยากรณ์ได้?
แม้แต่ผู้พยากรณ์ยังหาเจียงผิงอันไม่พบ แล้วพวกเขาสำนักเซียนกระบี่จะควานหาได้เยี่ยงไร หากเจียงผิงอันมาล้างแค้น พวกเขาควรทำเช่นไร?
แม้ว่าเจียงผิงอันจะมีพลังบำเพ็ญเพียงขอบเขตเซียนมนุษย์ มิอาจก่อภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อพวกเขาผู้ทรงพลังได้ ทว่าเจียงผิงอันกลับสามารถลอบสังหารผู้สืบทอดของพวกเขาได้
ศัตรูเช่นนี้ซุ่มซ่อนอยู่ในความมืด ไม่รู้ว่าจะลงมือเมื่อใด ทำให้พวกเขารู้สึกกดดันยิ่ง
นี่คือเหตุผลที่แม้แต่สำนักใหญ่ก็ไม่กล้าสร้างศัตรูกับเซียนโดยง่าย หากปล่อยให้หลุดรอด มันจะกลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้ผู้คนกินไม่ได้นอนไม่หลับ