พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 16 คำสอนแรกของพี่ชาย
เจียงเซิงรู้ว่าสวี่โม่ไม่สามารถขยับตัวและลงจากเกวียนลาได้ เจิ้ง
หรูเชียนเองก็ไม่อยากลงไป ดังนั้นนางจึงให้ฟางเหิงเฝ้าดูแลพวกเขา
ไว้
หน้าที่ซื้อเนื้อและผักจึงตกเป็นของนางกับเวินจืออวิ่น
โชคดีที่เจียงเซิงถนัดเรื่องนี้ นางก้าวลงจากเกวียนลา คว้าตะกร้า
สาน จูงมือเวินจืออวิ่นไป ด้วยร่างกายเล็ก ๆ ของนาง จึงสามารถ
แทรกผ่านผู้คนไปได้อย่างคล่องแคล่ว
ไม่นานนางก็หยุดหน้าแผงขายเนื้อ “ท่านลุง ขอเนื้อหมูสองชั่ง
ต้องเป็นเนื้อชิ้นใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้” เจ้าของแผงเป็นชายรูปร่างสันทัด แม้ตอนนี้จะเป็นฤดูหนาว
ก็ยังเปลือยแขน หั่นเนื้อหมูวางบนตราชั่ง “สองชั่ง ราคายี่สิบเหวิน”
เจียงเซิงตกใจ ในหมู่บ้านนั้นเนื้อหนึ่งชั่งราคาเพียงแปดเหวิน แต่
ที่นี่กลับแพงถึงสิบเหวิน
แต่เพราะเนื้อถูกหั่นชั่งแล้ว นางจึงไม่สามารถปฏิเสธได้ จำต้อง
จ่ายเงินไปอย่างเสียดาย
ตอนพวกนางซื้อผักก็น่าหวั่นใจเช่นกัน ผักที่หมู่บ้านราคาหนึ่ง
เหวินต่อสองชั่ง แต่ที่นี่คือหนึ่งเหวินต่อหนึ่งชั่ง
เจียงเซิงไม่กล้าซื้อของอะไรอีก นางถือเนื้อหมูสองชั่งเดินจาก
หน้าตลาดไปจนถึงท้ายตลาด สุดท้ายนางก็ยืนยันได้ว่า ทุกสิ่งที่นี่
ล้วนซื้อขายแพงกว่าในหมู่บ้าน
บางอย่างยังแพงกว่าสองสามเหวิน บางอย่างก็แพงเป็นสองเท่า
โดยเฉพาะผักที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ราคาแพงถึงสี่เท่าเลย
ทีเดียว
แค่เพราะระยะทางจากหมู่บ้านมาที่นี่ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามเท่า
นั้นเองหรือ?
เจียงเซิงขมวดคิ้วมุ่นกระทั่งเดินถึงเกวียนลา
สวี่โม่กลับมาสงบนิ่งแล้ว เขาถามว่า “เจียงเซิงน้อย ทำไมเจ้าจึง
ซื้อของมาน้อยเช่นนี้เล่า”
เจียงเซิงตอบ “สิ่งของที่นี่ล้วนแพงมาก แพงกว่าในหมู่บ้านเสีย
อีก ซื้อที่นี่ยังไม่คุ้มค่าเท่าซื้อจากในหมู่บ้าน”
สวี่โม่ครุ่นคิด
เจิ้งหรูเชียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้สติ “ในหมู่บ้านถูกกว่าจริงหรือ? ถ้า
ถูกจริง เราจะสามารถนำมาขายที่อำเภอได้หรือไม่”
การขายเห็ดทำให้เขาได้ลิ้มรสความหอมหวานของการค้าขาย
ความทะเยอทะยานและกระตือรือร้นของเขาจึงเพิ่มขึ้น
เจียงเซิงเองก็ความคาดหวัง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พวกเขาจะได้หารือกัน สวี่โม่กลับกล่าว
เรียบง่ายว่า “อยากรู้หรือไม่ว่าทำไม? พวกเจ้าลองเปรียบเทียบความ
แตกต่างระหว่างตลาดในหมู่บ้านและตลาดในอำเภอดูสิ”
เจียงเซิงตกใจมึนงง
ตลาดในหมู่บ้าน แม้จะเรียกว่าตลาด แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นเพียง
ถนนที่คนเดินขายของ ชาวบ้านจากหมู่บ้านต่าง ๆ นำผักที่เก็บมา
จากแปลงปลูกของตนเอง มันจึงยังมีน ้าค้างและเศษดินติดอยู่ และ
สามารถขายได้ทุกที่ที่ต้องการ
แต่ตลาดในอำเภอนั้นเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ละร้านมีพื้นที่
เท่ากัน นางได้ยินท่านลุงขายเนื้อกับคนอื่นพูดคุยกัน พวกเขาบอก
ว่าตำแหน่งนี้เป็นที่ประจำ และต้องจ่ายค่าเช่าหลายสิบเหวินต่อเดือน
เจียงเซิงเบิกตาโต นางเข้าใจสาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าในอำเภอ
แพงกว่าในหมู่บ้านแล้ว
ส่วนเจิ้งหรูเชียนเศร้าหมองลง “ข้าคิดว่านอกจากเห็ดแล้ว จะ
สามารถนำเนื้อและผักมาขายที่อำเภอได้บ้าง”
ความฝันที่จะหาเงินของสองพี่น้องจึงเกือบจะพังทลายลง
สวี่โม่ส่ายหน้า “อาจยังไม่ถึงขั้นนั้น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเซิงกับเจิ้งหรูเชียนต่างเงยหน้าขึ้น จ้อง
มองพี่ใหญ่ด้วยสายตาวาววับ
“การค้าขายในตลาดต้องเสียค่าเช่า แต่การส่งผักให้คนอื่นอาจ
ไม่จำเป็น” สวี่โม่หลุบตาลง “เหตุใดพวกเจ้าไม่ลองสอบถามราคาเห็ด
ป่าในอำเภอสักหน่อยเล่า”
เจียงเซิงพรวดพราดลงจากเกวียนลาไป
เจิ้งหรูเชียนก็เสียเวลาเศร้าใจต่อ รีบวิ่งเข้าตลาดอีกครั้ง
พักหนึ่งสองพี่น้องก็กลับมาอย่างหดหู่
“ห้าเหวินต่อหนึ่งชั่ง” เจียงเซิงพูด “ข้าคิดอยู่ว่าทำไมเถ้าแก่ถึงรับ
ซื้อเห็ดจำนวนมาก เป็นเพราะพวกเราขายในราคาสี่เหวินเท่านั้น”
เจิ้งหรูเชียนตอบรับว่องไว “หากเป็นเช่นนั้น ขอเพียงเรามีผัก
ชนิดอื่นและราคาที่เหมาะสม เจ้าของร้านก็จะรับซื้อ”
แท้จริงแล้วความสูญเสียบางครั้งก็นำพาโชคลาภมา
พวกเขาสบตากัน ประกายไฟในดวงตาสว่างสไว
“การซื้อเกวียนลาครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามากจริง ๆ” เจิ้งหรูเชียนกำ
มือแน่น “ต่อไปพวกเราต้องมาที่อำเภอบ่อย ๆ”
“ใช่แล้ว ต้องมาบ่อย ๆ” เจียงเซิงกำมือตาม
สวี่โม่มองอย่างสงบนิ่ง ไม่อาจกลั้นยิ้มต่อได้
เวินจืออวิ่นเท้าคางอย่างเงียบ ๆ และน่ารัก
ฟางเหิงถือแส้บังคับลา
เนื่องจากผักในอำเภอมีราคาแพง เจียงเซิงจึงตัดสินใจกลับไป
ซื้อที่อำเภอ
เจิ้งหรูเชียนเอ่ยเตือนนาง “เรายังต้องซื้อเสื้อคลุมด้วยนะ”
เจียงเซิงโบกมือปฏิเสธ “ผ้าที่อำเภอแพงเกินไป เสื้อคลุมต้อง
แพงกว่าด้วยแน่ ไม่สู้กลับไปซื้อที่หมู่บ้านดีกว่า”
สวี่โม่หัวเราะ เขาลูบหัวน้องสาว พลางกล่าวเบา ๆ “เจียงเซิง ข้า
จะสอนหลักการสำคัญแรกให้เจ้า นั่นคือทุกอย่างต้องพิสูจน์ด้วยตา
ตัวเอง”
“ความรู้ที่คนเรารับมามีจำกัด หลายสิ่งอยู่เหนือความเข้าใจ แต่
ไม่ควรปฏิเสธทุกอย่างเพียงเพราะเจ้าไม่เข้าใจมัน”
“เจียงเซิง เจ้าไปดูสิ เสื้อคลุมในอำเภอแพงกว่าในหมู่บ้านจริง
หรือไม่”
ฟางเหิงจอดเกวียนลาที่หน้าร้านขายผ้าพอดี
เจียงเซิงเม้มริมฝีปากแล้วเข้าไปในร้าน หลังจากถามราคาสินค้า
หลายอย่าง นางก็ต้องตกตะลึงทันที
เป็นตามที่พี่ใหญ่บอก เสื้อผ้าในอำเภอความจริงแล้วไม่ได้แพง
กว่าในหมู่บ้านนัก ทว่ายังมีรูปแบบให้เลือกมากกว่าและสวยกว่าด้วย
หากให้เจียงเซิงเลือก นางก็คงอยากซื้อเสื้อคลุมจากอำเภอแน่นอน
คำพูดของสวี่โม่ดังก้อง เจียงเซิงเม้มริมฝีปาก รู้สึกว่าตนเองโต
ขึ้นทันที
นางมีสติปัญญาเฉียบแหลม ครั้งนี้หลังตระหนักได้แล้ว หัวสมอง
ก็เริ่มคิดหาทางต่อ
หากเสื้อผ้าสวย ๆ ที่อำเภอราคาเท่ากับเสื้อผ้าทั่วไปในหมู่บ้าน
ในทางกลับกัน เสื้อผ้าทั่วไปในอำเภอจะถูกกว่าหรือไม่?
เจียงเซิงเดินไปหยิบเสื้อคลุมสีซีดตรงมุมห้องมาดู หลังสอบถาม
ราคาก็พบว่าจริงอย่างที่นางคิด พวกมันถูกกว่าในหมู่บ้านประมาณ
ห้าหกเหวินต่อตัว
นางมีความสุขมาก จึงซื้อเสื้อคลุมไปยี่สิบตัว และขอให้ร้านลด
ราคาลงอีกสองถึงสามเหวิน
คิดดูแล้ว เสื้อคลุมในหมู่บ้านราคาตัวละยี่สิบเหวิน แต่ที่อำเภอ
สามารถซื้อได้ในราคาสิบสองเหวิน
บนเกวียนลา
พี่น้องชายทั้งสี่กำลังเบื่อหน่าย จึงปรึกษากันว่าจะเข้าไปตามตัว
น้องสาวหรือไม่
ทว่าเมื่อหันไปมองทางนั้น ก็เห็นเจียงเซิงแบกห่อผ้าใบใหญ่สี่ห้า
ใบเดินออกมา
สวี่โม่เบิกตากว้าง เวินจืออวิ่นอ้าปากค้าง เจิ้งหรูเชียนกับฟางเหิง
รีบวิ่งเข้ามาช่วยนาง
“เจียงเซิง เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ” เจิ้งหรูเชียนถาม “เจ้าซื้อเสื้อ
คลุมปุยฝ้ายมากมายขนาดนี้เพื่ออะไรกัน”
“ขายเอาเงิน” เจียงเซิงตอบขณะยัดห่อผ้าใส่เกวียน ก่อนตบอก
รับรอง “นี่คือวิธีที่พี่ใหญ่สอนมา พวกท่านวางใจ ข้าจะทำให้มันหา
เงินได้แน่นอน”
สวี่โม่กุมหน้าผาก ไม่รู้จะพูดอย่างไร
พื้นที่นั่งบนเกวียนมีจำกัด ปกติที่นั่งได้เจ็ดแปดคน ตอนนี้กลับ
ต้องบรรทุกห่อผ้าใบใหญ่ห้าใบ เจียงเซิงกับเวินจืออวิ่นจึงต้องนั่งทับ
บนห่อผ้านั้น
ฟางเหิงกระตุกสายบังคับลา พลางถอนหายใจยาว
เขาเพิ่งฝึกฝนการบังคับลาจนคล่องขึ้นบ้าง แต่น้องสาวกลับท้า
ทายความสามารถใหม่ของเขาแล้ว เขาต้องไม่ประมาทเด็ดขาด
หากประมาทไปสักนิด คนบนเกวียนคงตกลงมาแน่
โชคดีเดินทางมาถึงประตูเมือง ม้าก็ยังเชื่อฟังอยู่
เกวียนลาแล่นไปด้วยความเร็วมั่นคง ผ่านประตูเมือง และผ่าน
เมืองสิบลี้ เจียงเซิงยังซื้อผักมาเพิ่ม
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม พวกเขาก็กลับมาถึงวัดร้างในหมู่บ้าน
เจียงเซิงกระโดดลงมาด้วยความสดชื่น เตรียมตรวจสอบรายรับ
รายจ่ายในวันนี้
แต่เมื่อเปิดประตูออก นางกลับพบว่าวัดร้างสภาพย ่าแย่ เตียง
นอนถูกพลิกคว ่า หม้อไหขาดหายไปหลายใบ
มีคนเข้ามาในวัดระหว่างที่พวกนางไม่อยู่
เจียงเซิงพลันตัวเย็นเฉียบ