พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 312 พี่รองผู้ทรงอ ำนำจ
ยิ่งเป็นเด็กที่บริสุทธิ์ ก็ยิ่งมีสัญชำตญำณที่ไวต่อควำมรู้สึก
ใครชอบนำง ใครไม่ชอบนำง เจียงเซิงก็สำมำรถรู้ได้อย่ำง
ง่ำยดำย
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงถอนหำยใจ “ในอดีต หยำงกุ้ยเฟยหลงใหลใน
ลิ้นจี่จนท ำให้ทั่วหล้ำรู้จัก นับแต่นั้นมำลิ้นจี่ก็กลำยเป็นของเฉพำะ
เหล่ำรำชวงศ์ จนกระทั่งรำชวงศ์ต้ำอวี๋ก่อตั้งขึ้น ตระกูลใหญ่จึงมี
โอกำสได้ลิ้มรส ควำมต้องกำรของมันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กำรขนส่ง
ลิ้นจี่จึงกลำยเป็นงำนที่ร ่ำรวยได้”
“ตระกูลเลี่ยวแต่เดิมก็เป็นผู้คุ้มกันขบวนสินค้ำ มีพื้นฐำนในกำร
เดินทำง ตระกูลเลี่ยวจึงขอร้องให้ตระกูลเจียงช่วยขอร้องรำชส ำนัก
แต่งตั้งให้พวกเขำท ำหน้ำที่ขนส่งลิ้นจี่”
ใครก็สำมำรถขนส่งและขำยลิ้นจี่ได้ แต่กำรได้รับกำรแต่งตั้งจำก
รำชส ำนักนั้นหมำยถึงกำรจัดหำให้แก่รำชวงศ์ ซึ่งท ำให้คนตระกูล
ใหญ่ในเมืองหลวงต่ำงเชื่อถือ
กล่ำวโดยสรุปแล้ว แม้ว่ำลิ้นจี่จะถูกขนมำโดยตระกูลเลี่ยว และ
เจียงเลี่ยวซื่อเป็นคนส่งมันมำ แต่แท้จริงแล้วมันเป็นของที่ตระกูลเจียง
สมควรได้รับ
เจียงเซิงจึงลดควำมระแวดระวังลง แล้วค่อย ๆ หยิบผลลูกหนึ่ง
ขึ้นมำอย่ำงระมัดระวัง
เปลือกนอกช่ำงหยำบและทิ่มมือ มีทั้งสีเขียวและสีแดง เมื่อแกะ
เปลือกออกก็เผยให้เห็นเนื้อสีขำวใส พอกัดเข้ำไป ในปำกก็รู้สึกถึง
กลิ่นหอมหวำน พร้อมกับสัมผัสนุ่มนวล หมุนวนอยู่ปลำยลิ้น
ควำมหวำนนี้สดชื่นและไม่เลี่ยนเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพำะ
หลังจำกแช่เย็น รำวกับหิมะจะมำปรำกฏขึ้นกะทันหันท่ำมกลำงคลื่น
ควำมร้อน และหิมะนี้ยังหอมหวำนเป็นพิเศษอีกด้วย
“อร่อยหรือไม่เจ้ำคะคุณหนู?” ถำนเยี่ยยิ้มถำม
เด็กหญิงพยักหน้ำ แต่แล้วก็ขมวดคิ้วอย่ำงรวดเร็ว จำกนั้น
ภำยใต้สำยตำห่วงใยของคนแก่และหญิงสำว นำงก็คำยเมล็ดครึ่งหนึ่ง
ออกมำ
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงหัวเรำะ
ถำนเยี่ยก็อดข ำไม่ได้ “ข้ำลืมบอกคุณหนูไปเสียสนิทเลยว่ำลิ้นจี่
มีเมล็ด ท่ำนต้องกินเฉพำะเนื้อบำง ๆ เท่ำนั้น”
ไม่น่ำแปลกใจที่มันโปร่งใสเล็กน้อย ไม่น่ำแปลกใจที่มันจะแพง
เช่นนี้
เพียงแกะเปลือกออก น ำเมล็ดออก เนื้อผลไม้ก็มีแค่นิดเดียว
เท่ำนั้น
เจียงเซิงรู้สึกเสียดำย แต่ก็ปอกผลลิ้นจี่ที่แดงกว่ำและใหญ่กว่ำ
เอำเมล็ดออกอย่ำงระมัดระวัง แล้วส่งเนื้อผลไม้ไปที่ริมฝีปำกของฮู
หยินผู้เฒ่ำเจียง “ท่ำนย่ำ ท่ำนชิมสิเจ้ำคะ”
ถำนเยี่ยที่ก ำลังปอกเปลือกอยู่หยุดชะงักไป แล้วค่อย ๆ วำงมือลง
“อืม ได้” ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงรับน ้ำใจหลำนสำวไว้อย่ำงสง่ำงำม
ย่ำหลำนร่วมมือกัน ไม่นำนก็กินลิ้นจี่ในจำนหมดไปเกือบครึ่ง
ถำนเยี่ยกล่ำวห้ำม ไม่ยอมให้กินส่วนที่เหลืออีก “ลิ้นจี่รสชำติ
อร่อยมำก แต่ท ำให้คนเป็นร้อนใน ปีก่อนคุณชำยอยำกกินมำกจึง
กินไปสองจำน สุดท้ำยก็เป็นแผลในปำกเจ้ำค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงเห็นด้วยอย่ำงยิ่ง “เช่นนั้นก็เก็บไปก่อนเถอะ ไว้
ตอนค ่ำค่อยกินอีก”
เจียงเซิงจึงได้แต่มองผลไม้รสเลิศจำกไปตำปริบ ๆ
หลังกินอำหำรกลำงวันเสร็จ สองย่ำหลำนก็เอนกำยลงพักผ่อน
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงกล่อมนำงให้หลับด้วยตัวเอง ก่อนจะเรียก
ถำนเยี่ยมำ “ครั้งนี้ตระกูลเลี่ยวส่งลิ้นจี่มำเท่ำไหร่? แล้วส่งให้ใครบ้ำง
ส่งไปเท่ำไหร่?”
สำวใช้ไม่ท ำให้นำงผิดหวัง รำยงำนทุกสิ่งที่สืบมำได้ไม่อ้อมค้อม
เนื่องจำกเป็นของพิเศษ ลิ้นจี่ส่วนใหญ่ที่ตระกูลเลี่ยวน ำมำจะถูก
ส่งเข้ำวัง เหลือเพียงส่วนน้อยที่จะมอบให้กับตระกูลใหญ่ เลี่ยวซื่อจึง
ได้รับมำเพียงสำมถำด
หนึ่งถำดมอบให้เจียงเฉิงฮวน หนึ่งถำดมอบให้เจียงเซิง และอีก
หนึ่งถำดส่งไปยังเรือนตะวันตก
ท้ำยที่สุด เจียงเลี่ยวซื่อก็ได้แสดงคุณสมบัติของภรรยำเจ้ำบ้ำน
ออกมำ มีทั้งควำมเมตตำและควำมยุติธรรมในครำวเดียวกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงพยักหน้ำเบำ ๆ เผยควำมพอใจต่อกำรกระท ำ
ของลูกสะใภ้ใหญ่ “ลิ้นจี่ครำวนี้มีไม่มำก เจ้ำก็ไปหยิบมำชิมสักสอง
สำมลูกเถอะ ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้ให้หลำนสำวข้ำ”
นี่ถือเป็นควำมไว้วำงใจและควำมโปรดปรำนยิ่งใหญ่ส ำหรับสำว
ใช้ข้ำงกำยแล้ว
ถำนเยี่ยรู้สึกซำบซึ้งและกล่ำวขอบคุณ หลังจำกดูแลฮูหยินผู้
เฒ่ำเจียงจนเข้ำนอนแล้วก็จำกไป
เมื่อลืมตำขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้ำก็เริ่มมืดแต่ยังไม่มืดสนิท
สองย่ำหลำนเล่นด้วยกันสักพัก เจียงเซิงที่ไม่หิวเป็นเรื่องที่หำได้
ยำก ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงจึงเสนอให้ไปเดินเล่นในสวนดอกไม้เพื่อย่อย
อำหำร แล้วค่อยกินอำหำรเย็นเมื่อนำงหิวแล้ว
สวนดอกไม้ของตระกูลเจียงไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่ดอกไม้ที่ปลูก
นั้นมีควำมพิเศษ
คนสวนคอยจัดกำรดูแลเป็นอย่ำงดี อีกทั้งตอนนี้ยังเป็นฤดูที่
ดอกไม้บำนสะพรั่ง จึงนับได้ว่ำงดงำมและประณีตมำก แม้แต่ผีเสื้อก็
ยังบินว่อนอยู่ท่ำมกลำงดอกไม้เหล่ำนั้น
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงเดินไปข้ำงหน้ำอย่ำงช้ำ ๆ
ส่วนเจียงเซิงก ำลังกระโดดโลดเต้น บ้ำงก็เคลื่อนไหวช้ำ บ้ำงก็
เคลื่อนไหวเร็ว แต่กลับดูกลมกลืนกันเป็นพิเศษ
เมื่อเดินมำถึงสวนดอกไม้ ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวเบำ ๆ จำกมุม
หนึ่ง
ถำนเยี่ยตกใจ นำงคิดว่ำอำจเป็นคู่รักคู่ไหนที่แอบมำพลอดรัก
กัน เพื่อไม่ท ำให้เป็นที่เสียสำยตำของคุณหนู นำงจึงสั่งให้เหอรุ่ยวิ่ง
เข้ำไปดู แต่กลับพบว่ำเป็นสำวใช้สองคนที่แอบมำกินขนม
“หำกจะกินข้ำวก็กินไป หรือต่อให้กินขนม ตระกูลเจียงก็ไม่เคย
ลงโทษพวกเจ้ำ แล้วพวกเจ้ำมำแอบท ำอะไรอยู่ตรงนี้!” นำงแสดงท่ำที
ของสำวใช้อำวุโสที่อยู่ข้ำงกำยฮูหยินผู้เฒ่ำ ตวำดเสียงดุจนพวกสำว
ใช้พยักหน้ำอย่ำงเกรงกลัว ไม่กล้ำส่งเสียงแม้แต่น้อย
มีคนหนึ่งพยำยำมซ่อนบำงอย่ำงไว้ข้ำงหลัง แต่เหอรุ่ยยื่นมือไป
คว้ำออกมำ เผยให้เห็นเปลือกสีแดงสดและเมล็ดสีเข้ม
สีหน้ำของถำนเยี่ยเปลี่ยนไปอย่ำงรวดเร็ว “พวกเจ้ำกล้ำขโมย
ลิ้นจี่มำกินหรือ?”
แต่ก่อนลิ้นจี่เป็นของหวงห้ำม มีไว้ส ำหรับเหล่ำรำชวงศ์เท่ำนั้น
แม้แต่ตอนนี้ก็มีเพียงตระกูลใหญ่เท่ำนั้นที่จะได้ลิ้มลอง สำวใช้
ประจ ำตัวอย่ำงมำกก็แค่ได้เก็บเศษผลที่เหลือสองสำมลูกมำชิม ส่วน
สำวใช้ทั่วไปที่ท ำงำนปัดกวำดนั้นแทบไม่มีโอกำสได้แตะต้องด้วยซ ้ำ
แต่ตอนนี้ เปลือกที่อยู่บนพื้นคือหลักฐำนว่ำพวกนำงได้กินมัน
แล้ว และยังกินไปหลำยลูกด้วย
“พวกเจ้ำขโมยของของเจ้ำนำย จะต้องถูกโบยและถูกขำย
ออกไป!” ถำนเยี่ยตวำดเสียงดัง “พวกเจ้ำสองคนอยำกถูกขำยให้แม่
เล้ำ หรืออยำกถูกส่งไปศำลำว่ำกำรเมืองหลวงเล่ำ!”
ตระกูลเจียงมีกิจกำรใหญ่โต งำนน้อยเงินมำก ไม่ใช่สิ่งที่ตระกูล
เล็ก ๆ จะเทียบได้
กำรถูกส่งไปยังศำลำว่ำกำรเมืองหลวง หมำยถึงชีวิตที่ต้องตำย
ไปครึ่งหนึ่ง
ในที่สุดสำวใช้ทั้งสองคนก็กลัวตัวสั่น พวกนำงเอำผลไม้สีแดง
ออกมำจำกอกเสื้อ คุกเข่ำเอ่ยขอร้อง “แม่นำงถำนเยี่ย โปรดละเว้น
พวกข้ำด้วย พวกข้ำไม่ได้ขโมยลิ้นจี่ของเจ้ำนำย นี่เป็นของที่คุณหนู
สำมไม่อยำกกินและกลัวว่ำมันจะเสียหำกเก็บไว้ข้ำมคืน จึงมอบให้แม่
นำงเสี่ยวเฉี่ยว”
พวกนำงแค่สนิทกับเสี่ยวเฉี่ยว จึงได้รับส่วนแบ่งมำสองสำมลูก
เพรำะไม่กล้ำกินอย่ำงเปิดเผย จึงต้องหลบมำชิมในสวนลึก
เมื่อกินเสร็จแล้วก็ฝังทั้งเปลือกและเมล็ดลงในดิน แล้วปัดมือเดิน
จำกไปได้
เดิมทีเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
คุณหนูสำมนั้นอ่อนแอ กำรแบ่งสิ่งที่ไม่ชอบให้บ่ำวรับใช้ก็
นับเป็นเรื่องปกติ ลิ้นจี่ที่ให้นำง นำงจะให้ใครต่อก็ได้
ถำนเยี่ยถอนหำยใจ ก ำลังจะหมุนตัวกลับ แต่สำยตำเหลือบไป
เห็นผลไม้ในมือของสำวใช้ จึงชะงักไปชั่วขณะ
ลิ้นจี่เมื่อตอนเที่ยงที่นำงได้ลองชิมสองลูกนั้น มีสีเขียวแดงปะปน
กันไปจนท ำให้คนจดจ ำได้ แต่สิ่งที่สำวใช้ถือไว้นั้นกลับเป็นสีแดงเข้ม
ทั้งลูก ลวดลำยค่อนข้ำงจำง อีกทั้งขนำดก็ใหญ่กว่ำถึงสองเท่ำ
หำกผลไม้มีกำรแบ่งระดับ ผลที่มีสีแดงปนเขียวย่อมด้อยกว่ำผล
ที่มีสีแดงล้วนและมีขนำดใหญ่กว่ำ
ถำนเยี่ยไม่กล้ำคิดต่อไปอีก นำงรีบเก็บลิ้นจี่ที่เหลือแล้วกลับไป
หำฮูหยินผู้เฒ่ำเจียง ก่อนจะฝืนรำยงำนออกไป
“บำงทีอำจเป็นเพรำะพันธุ์ต่ำงกัน จึงแยกไม่ออกว่ำถำดที่สองคือ
ถำดไหน” นำงพยำยำมหำข้ออ้ำง
ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงไม่พูดอะไรสักค ำ จูงมือเจียงเซิงแล้วหันหลัง
เดินจำกไป
เมื่อตอนเที่ยงนำงเพิ่งจะคิดไปว่ำเจียงเลี่ยวซื่อยังมีท่ำทีของ
ภรรยำเจ้ำบ้ำนอยู่บ้ำง แต่พอถึงตอนค ่ำก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
นำงไม่รู้ว่ำนี่เป็นเพรำะฟ้ำดินช่วยเปิดตำ หรือก ำลังบอกใบ้อะไร
บำงอย่ำงอยู่
แต่ครั้งนี้ฮูหยินผู้เฒ่ำเจียงไม่ได้โกรธ กระทั่งจะไปหำเหตุผลกับ
เจียงเลี่ยวซื่อก็ไม่ท ำ เพียงแค่นั่งเหม่อลอยตรงหน้ำต่ำงอยู่นำน และ
สั่งให้ถำนเยี่ยเอำเรื่องนี้ไปบอกคนเรือนเล็ก
วันต่อมำ
เจิ้งหรูเชียนที่เหงื่อท่วมศีรษะเบิกตำกว้ำงแล้วพูดขึ้นว่ำ “อะไรนะ?
เจ้ำบอกว่ำคนตระกูลเจียงปฏิบัติไม่เท่ำเทียม ส่งลิ้นจี่ดี ๆ ให้บุตรสำว
บุญธรรม แต่ส่งลิ้นจี่ธรรมดำ ๆ ให้น้องสำวข้ำ?”
สำวใช้ตัวน้อยที่ช่ำงพูดซึ่งรับหน้ำที่น ำควำมมำบอก พยักหน้ำ
อย่ำงหวำดกลัว
“ดี ดีมำก ตระกูลเจียงช่ำงยอดเยี่ยมจริง ๆ” เจิ้งหรูเชียนโกรธจน
ต้องแหงนหน้ำตะโกนลั่น “ก็แค่ลิ้นจี่บ้ำ ๆ เท่ำนั้น เจียงซำน! รีบไปขน
ลิ้นจี่ครึ่งกระสอบมำให้ข้ำเดี๋ยวนี้ แล้วส่งไปให้น้องสำวข้ำ!”
มันก็แค่ลิ้นจี่ ใคร ๆ ก็หำซื้อกินได้ทั้งนั้น!