พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 32 คุณชายเจียงแห่งจวนแม่ทัพ
เมื่อได้ยินเสียงนี้ เถ้าแก่ไป๋ก็ชะงักไป ก่อนจะแสดงสีหน้ายินดีใน
พริบตา “คุณชาย เหตุใดท่านมาเร็วเช่นนี้”
กลุ่มคนที่อยู่หน้าประตูเรือนโยวหรานแยกตัวออกเป็นสองฝั่ง
เปิดทางให้เด็กหนุ่มในเสื้อคลุมสีดำเดินเข้ามา อายุราวสิบสองสิบ
สามปี มือข้างหนึ่งถือพัด บุคลิกดูสง่างามและอิสระเสรี
เขาสวมกวานและคาดเข็มขัดหยก กระทั่งบนรองเท้ายังประดับ
ไข่มุกเม็ดแวววาว
เพียงมองก็รู้ว่าเขาต้องมีฐานะสูงส่ง
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว ถอยหลังไปสองก้าว ด้วยไม่อยากมีเรื่องกับ
ชนชั้นสูง
ทว่าเด็กหนุ่มในชุดสีดำกลับจ้องมองเจ้าหน้าที่ด้วยแววตาเป็น
ประกาย ย่างเท้าเข้าหาอีกฝ่ายทีละก้าว “เจ้าเป็นสุนัขตัวไหนของ
นายอำเภอเซี่ยหยางเล่า? ถึงได้กล้าดีมาสั่งสอนผู้ดูแลร้านของ
ตระกูลเจียงข้า ตระกูลเจียงแห่งเมืองหลวงไร้ชื่อเสียงไปแล้วหรือ หรือ
เป็นเพราะนายอำเภอเซี่ยหยางไม่ชอบใจตระกูลเจียงของข้ากัน”
ตระกูลเจียง ตระกูลเจียง…
ทุกประโยคล้วนเกี่ยวข้องและเน้นย ้าถึงตระกูลเจียงเสมอ
และไม่ใช่เพียงการกล่าวอ้าง เพราะตระกูลเจียงนั้นน่ากลัวมาก
จริง ๆ
เจ้าหน้าที่ทนไม่ไหว ถึงกับขาอ่อนคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้าบอก
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว เป็นข้าน้อยที่ตาบอด ถึงไม่รู้ว่าเรือนโยวหราน
เป็นกิจการของตระกูลเจียง ข้าน้อยผิดไปแล้ว ขอคุณชายไว้ชีวิต
ด้วย”
ไม่ใช่เขาไม่รู้ เพียงไม่คิดว่าจะมีคนของตระกูลเจียงมาอยู่ใน
อำเภอเล็ก ๆ อันห่างไกลเช่นนี้
นี่คงเป็นมังกรแกร่งปราบงูเจ้าถิ่นแล้วจริง ๆ
เจียงเซิงซ่อนตัวอยู่หลังเถ้าแก่ไป๋ เฝ้ามองอย่างตื่นเต้น ทั้งไม่ลืม
มองเด็กหนุ่มในชุดดำให้มากขึ้นอีกหน่อย
นางรู้สึกว่าถึงแม้เขาจะไม่ได้มีใบหน้างดงามเหมือนจ่างเยี่ยน แต่
กลิ่นอายความสง่างามนั้นช่างดึงดูดสายตาผู้คนได้เสียเหลือเกิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าที่สวมจนถึงรองเท้าที่ใส่ ทำให้เจียงเซิงน้อย
จ้องมองตาไม่กะพริบ
นางอยากมีพี่ชายที่ร ่ารวยเช่นนี้บ้าง
เจียงเซิงเม้มริมฝีปาก แต่กลับพบว่าเด็กหนุ่มกำลังมองนางอยู่
เช่นกัน สายตาของทั้งคู่สบประสาน เขาพลันเลิกคิ้วขึ้น
สาวน้อยใบหน้าแดงก ่า รีบซ่อนไปอยู่ด้านหลังเถ้าแก่ไป๋ทำเป็น
นกกระจอก
เวลาผ่านไปไม่รู้เท่าไร ความวุ่นวายหน้าประตูร้านเรือนโยว
หรานจึงสงบลง
เหล่าเจ้าหน้าที่ถูกผังต้าซานพยุงออกไป
เจียงเซิงโผล่หน้าออกมา สบตากับเด็กหนุ่มในชุดดำอีกครั้ง
นางตกใจจนถอยหลังไปสองก้าว เกือบจะชนกับโต๊ะด้านหน้า
ร้าน
เด็กหนุ่มชุดดำยืดตัวตรง ชี้ใส่เจียงเซิงแล้วหัวเราะเสียงดัง “เถ้า
แก่ไป๋ เด็กขอทานคนนี้มาจากไหนกัน หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนข้าเคย
เห็นที่ไหนมาก่อน”
เถ้าแก่ไป๋รีบอธิบาย “นางเป็นเด็กที่มาส่งของให้ร้านขอรับ
คุณชายเดินทางมาไกล แต่มาถึงแล้วกลับต้องเจอเหตุการณ์เช่นนี้
เสียได้”
เด็กน้อยโบกมือ “ไม่เป็นไร ข้าเพียงมาตรวจดูแทนท่านย่าสัก
หน่อย กลับมาพบคนตาบอด คิดจะใช้อำนาจของทางการมารังแก
เรือนโยวหรานของเรา”
“เถ้าแก่ไป๋ ท่านจำเอาไว้ หากต่อไปมีใครมาก่อกวนเรือนโยว
หรานอีก ก็ให้คนเขียนจดหมายส่งไปที่เมืองหลวง ข้าจะมาจัดการ
พวกเขาด้วยตัวเอง”
วาจาเหล่านี้แม้แต่นายอำเภอเซี่ยหยางยังต้องคิดให้ดีก่อนจะมา
ยุ่งย่ามกับร้านเรือนโยวหรานอีก
เถ้าแก่ไป๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบเชิญคุณชายขึ้นไปพักผ่อน
ในห้อง บอกว่าเขามีของดีจะมอบให้
เด็กหนุ่มชุดสีดำโบกพัดเดินขึ้นไปชั้นบน “เถ้าแก่ไป๋ ท่านได้
ของดีอะไรมา ถึงได้ร้อนรนขนาดนี้ ข้าอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ”
เถ้าแก่ไป๋กระซิบข้างหูเขา เอ่ยประโยคหนึ่งเบาๆ
เด็กหนุ่มพลันใบหน้าแดงก ่า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนกล่าว
เสียงเบาด้วย “เถ้าแก่ไป๋ ข้าเพิ่งอายุครบสิบสามหลังผ่านช่วงข้ามปี”
เถ้าแก่ไป๋ “…”
ทั้งสองพูดคุยพลางเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว
เจียงเซิงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตกะพริบ
ปริบ ๆ ถาม “พี่ชายเสี่ยวเอ้อร์ ตระกูลเจียงเก่งกาจมากเลยหรือ”
เสี่ยวเอ้อร์เป็นคนท้องถิ่น เขารู้เรื่องตระกูลเจียงอยู่บ้าง แต่ยังพูด
ด้วยท่าทางโอ้อวดว่า “เจ้าไม่รู้จักตระกูลเจียงหรือ พวกเขาเป็น
ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง แม่ทัพหลายคนจากตระกูลนี้ไม่เคยแพ้
สงคราม เรือนโยวหรานเป็นกิจการของตระกูลเจียง มีอยู่ทั่วทั้ง
ราชวงศ์ต้าอวี๋”
“เหมือนอย่างเรือนโยวหรานในอำเภอของเรา ที่นี่เป็นร้านที่มี
ขนาดเล็กที่สุดแล้ว แต่ในเมืองหลวงยังมีร้านใหญ่กว่านี้อีกมาก ว่า
กันว่าสามารถรองรับลูกค้าพร้อมกันได้ถึงพันคน”
ช่างเป็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจจริง ๆ
เจียงเซิงอ้าปากค้าง เกือบจะจินตนาการถึงฉากนี้ได้อยู่แล้ว
น่าเสียดายที่นางมีประสบการณ์น้อยเกินไป ภาพในหัวจึงไม่ใช่
ขุนนางหรือบรรดาคุณชายคุณหนู แต่เป็นป้าจางที่หน้าหมู่บ้านกับ
เหล่าแม่เฒ่าโจว
เพียงคิดว่าพวกเขากำลังนั่งกินเลี้ยงเรียงกันเป็นแถวก็ตื่นเต้น
แล้ว
เจียงเซิงหัวเราะ
เสี่ยวเอ้อร์คิดว่าเด็กน้อยกำลังหัวเราะก็หัวเราะตามนาง
แต่เจิ้งหรูเชียนกับฟางเหิงที่ยืนอยู่มุมห้องกลับไม่สบายใจ
โดยเฉพาะสายตาที่เจียงเซิงมองเด็กน้อยชุดดำเมื่อครู่ ทำให้พวกเขา
รู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอ
“เจียงเซิง เจ้ามานี่” เจิ้งหรูเชียนเห็นโอกาสเหมาะ ๆ จึงจับคอเสื้อ
นางมาที่มุมห้อง “เจ้ากำลังหัวเราะอะไรอยู่”
“ใช่แล้ว” ฟางเหิงหลุบตาลง “เจียงเซิง เมื่อครู่เจ้าดูมีความสุข
มาก เจ้าชอบเจียงเฉิง…คุณชายเจียงมากหรือ”
พี่ชายทั้งสองมีสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาฉายแววขมขื่น ราวกับว่า
หากนางพยักหน้า พวกเขาก็จะร้องไห้ออกมาทันที
เจียงเซิงหดคอ รีบส่ายหน้าราวกับรัวกลอง “ไม่มีทาง เขาจะ
เทียบกับพี่ชายทั้งสองของข้าได้อย่างไร? แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะ
งดงาม รองเท้าจะสวย กระทั่งถุงใส่เงินก็ยังดูสวย แต่เมื่อเทียบกับพวก
ท่านแล้วยังห่างชั้นมาก ข้าชอบเสื้อคลุมปุยฝ้ายสีเทาบนตัวพวกท่าน
มากกว่า มันช่วยทำให้พวกท่านมีเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร!”
ฟางเหิง “…”
เจิ้งหรูเชียน “…”
เจียงเซิงไม่เคยทำให้ผิดหวัง แม้แต่ตอนประจบสอพลอก็ยังไม่ลืม
แสดงความชื่นชมต่อเงินทอง
เจิ้งหรูเชียนรู้สึกหดหู่ใจอยู่บ้าง
เขารู้สึกว่าตัวเองยากจนเกินไป หากมีเงินทองเท่ากับคุณชาย
เจียงผู้นั้น น้องสาวของเขาคงไม่จ้องมองคนอื่นตาเป็นมันขนาดนี้
ฟางเหิงเองก็เศร้าใจมาก ครั้งหนึ่งเขาเคยร ่ารวย แต่ตอนนี้…เขา
กำลังยากจนมาก
มีเพียงเจียงเซิงเท่านั้นที่ยังหัวเราะร่าอย่างไร้เดียงสา
นางชอบความมั่งคั่งของคุณชายเจียง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะ
ใช้ชีวิตโดยไม่มีเงินได้
ตราบใดที่ยังมีพวกพี่ชายอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะยากจนแค่ไหน
นางก็ไม่กลัว
ทุกคนรออยู่สักพัก ในที่สุดเถ้าแก่ไป๋ก็นึกถึงพวกเขาขึ้นได้ เขา
นำเงินห้าสิบตำลึงมาให้ด้วยตัวเอง
เงินตั้งห้าสิบตำลึงเชียวนะ
เจียงเซิงถึงกับกลั้นหายใจ เพราะเกรงว่าจะเป่าเงินห้าสิบตำลึงนั้น
ปลิวไป
เถ้าแก่ไป๋มองอย่างขบขัน เขากำชับอีกเป็นพิเศษ “ต่อไปไม่ว่าจะ
ล่าสัตว์อะไรได้ ก็ให้นำมาส่งที่เรือนโยวหรานได้เลย”
คำพูดนั้นนับเป็นการให้กำลังใจแก่เจียงเซิงโดยแท้
พวกเด็ก ๆ รวมถึงจางฉีเฉวียนสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนยิ้มแย้มดี
ใจ
ร้านเรือนโยวหรานมีตระกูลเจียงคุ้มครอง พวกเขาก็มีเรือนโยว
หรานคุ้มครองต่อ เท่ากับว่าตระกูลเจียงกำลังคุ้มครองพวกเขา
เจียงเซิงน้อมรับด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่ลืมกล่าวขอบคุณอีก
ฝ่าย
“ขอบคุณเถ้าแก่ไป๋มาก และขอบคุณคุณชายเจียงด้วยเจ้าค่ะ”
เถ้าแก่ไป๋ยิ้มน้อยๆ
เมื่อพวกเขาจากไปไกลแล้ว เสี่ยวเอ้อร์ก็เริ่มพูดอีกครั้ง “เถ้าแก่
ช่วยเจียงเซิงอีกแล้ว ท่านใจดีกับนางมากจริง ๆ”
เถ้าแก่ไป๋ถอนหายใจ “เจียงเซิงเป็นเด็กฉลาดและนิสัยดี”
เขาหันหลังกลับเข้าห้อง มองใบหน้าด้านข้างของคุณชายเจียงที่
กำลังดื่มชาและรับประทานอาหาร ฉับพลันนั้นฝีเท้าต้องชะงักไป
เหตุใดเขาถึงรู้สึกว่า ใบหน้าของเจียงเซิงน้อยดูคล้ายกับ
คุณชายเจียงอยู่หลายส่วนขนาดนี้