พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 36 ผังต้าซานแสดงไมตรี
ในสภาพอากาศอันหนาวเย็นเช่นนี้ การที่โรงเตี๊ยมสามารถซื้อ
มะเขือยาวและพริกได้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีเพียงใด
เถ้าแก่ไป๋ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขายอมจ่ายเป็นสามเท่าของราคา
ช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อซื้อผักทั้งเกวียน
เขายังซื้อหน่อไม้น ้าทั้งหมดด้วย และให้พ่อครัวใหญ่ศึกษาวิธี
ปรุงมันเป็นอาหาร
กลับมาที่วัดร้าง
เจิ้งหรูเชียนคำนวณบัญชี
ตอนเขาออกเดินทาง เขานำเงินไปสองตำลึง นอกเหนือจาก
อาหารและของขวัญแล้ว เขายังได้เงินจากการขายผักประมาณหนึ่ง
ตำลึงครึ่ง
เมื่อส่งไปที่เรือนโยวหราน ก็ขายได้ทั้งหมดห้าตำลึง
หากสามารถประหยัดค่าอาหารได้ ก็จะได้กำไรเป็นสามเท่าเลย
ทีเดียว
เขาหาเงินได้มากกว่าการเก็บและส่งผักแค่ในอำเภอเซี่ยหยาง
เสียอีก
แม้ว่าจะต้องเดินทางลำบากสักหน่อย แต่สำหรับเจิ้งหรูเชียนแล้ว
ความยากลำบากไม่น่ากลัวเท่ากับการสามารถหาเงินได้
หากไม่ถูกขัดขวาง ตอนนี้เขาก็อยากจะไปที่อำเภออวิ๋นสุ่ยอีก
ครั้ง เพื่อเก็บผักให้เต็มเกวียน
ส่วนสาเหตุที่ถูกขัดขวางนั้นง่ายมาก
ใกล้ช่วงข้ามปีแล้ว
เจียงเซิงไม่รู้ว่าช่วงข้ามปีมีธรรมเนียมอะไรบ้าง นางรู้เพียงว่า
ช่วงข้ามปีเน้นคำว่าสมานฉันท์ ทุกคนในครอบครัวจึงต้องอยู่พร้อม
หน้ากัน
นางต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่ และเนื้อสัตว์
วัดร้างนั้นเงียบเหงาเกินไป ควรแขวนโคมไฟแดงอีกสองดวงจะ
ดีกว่า
บนถนนของหมู่บ้านสิบลี้
เจียงเซิงวิ่งอยู่นำหน้าอย่างกระฉับกระเฉง พี่ชายอีกสองสามคน
ตามมาอย่างหอบเหนื่อย
สวี่โม่หอบเสื้อคลุมปุยฝ้ายหกตัวจนแทบจะคลุมทั้งตัวเขา
เจิ้งหรูเชียนถือหัวหมูตัวใหญ่ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็
หัวเราะ
ฟางเหิงกำลังถือตะกร้าผัก
เวินจืออวิ่นและจ่างเยี่ยนได้รับการดูแลเป็นพิเศษ จึงถือเพียงห่อ
เล็ก ๆ สองห่อ
หลังจากวิ่งไปบนถนน เจียงเซิงพลันเห็นผลไม้สีแดงอย่างเหม่อ
ลอย
ก่อนหน้านี้ไม่มีเงิน อยากกินถังหูลู่นางจึงได้แต่มองอย่างเดียว
บางครั้งโชคดีเจอลูกบ้านอื่นทิ้งไว้ก็นำใส่ปาก รสเปรี้ยวหวานนั้น
ละลายในปาก กลายเป็นความประทับใจอันลึกซึ้งที่สุดของเจียงเซิง
น้อยมีต่อเทศกาลข้ามปี
“ถังหูลู่ ถังหูลู่ ไม้ละสองเหวิน”
พ่อค้าตะโกนเสียงดัง คนยากจนเดินผ่านไปอย่างเสียดาย ขณะ
คนร ่ารวยซื้อไปสี่ห้าไม้ในครั้งเดียว
เจิ้งหรูเชียนหยุดอยู่ด้านหลังเจียงเซิง มองตามสายตานางไป
“เจียงเซิง หากอยากกินก็ซื้อเถอะ พวกเรามีเงินแล้ว”
ใช่แล้ว ตอนนี้พวกนางมีเงิน
รายได้ของพี่สามกับพี่สี่รวมกันก็มีถึงสามสิบตำลึง
เจียงเซิงยิ้มกว้าง วิ่งตรงไปหาพ่อค้าด้วยท่าทางดีอกดีใจ นาง
โบกมือบอกยกใหญ่ “ข้าขอหกไม้”
พี่น้องทั้งหกต่างได้คนละไม้ ถือกินกันเอร็ดอร่อย
ความจริงแล้วรสชาติของถังหูลู่ก็ไม่ได้อร่อยขนาดนั้น ผลซาน
จา*[1]มีรสเปรี้ยวไปหน่อย น ้าตาลที่เคลือบก็หนาเกินไป กัดแล้วยัง
ติดฟันอีกด้วย
แต่เจียงเซิงก็ยังคงกินจนหมดอย่างเห็นคุณค่า
ตอนที่โยนไม้เสียบถังหูลู่ทิ้งนั้นเอง นางพลันรู้สึกเหมือนมีคนอยู่
ข้างหลัง
เมื่อคิดจะหันไปมอง ฟางเหิงก็ขมวดคิ้ว ส่งสัญญาณให้พวกเขา
“อย่าหันหลัง เดินต่อไป”
ที่นี่คือหมู่บ้านสิบลี้ ไม่ใช่เมืองประจำอำเภอสักหน่อย ผู้ใดจะมา
ตามพวกเขาในเทศกาลข้ามปีกัน?
เจียงเซิงรู้ได้อย่างรวดเร็ว
ฟางเหิงเก่งเรื่องการย้อนรอยตาม เขาพาทุกคนเข้าไปในตรอก
เดินวกไปวนมา สุดท้ายก็พากันไปซ่อนอยู่ในมุมอันเงียบสงบ
ไม่นานนัก ร่างสูงใหญ่ก็วิ่งตามมาอย่างร้อนรน
เขามองซ้ายขวาสองครั้งกลับไม่พบใคร จึงสบถเบา ๆ หนึ่ง
ประโยค
เจียงเซิงก้าวออกมา “ผังต้าซาน เจ้าตามข้ามาทำไม”
เสียงที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำเอาผังต้าซานตกใจจนล้มก้นจ ้าเบ้า
เขาหันหน้าไปและเห็นพี่น้องของนางยืนเรียงแถวอยู่ ก็แทบจะ
ปัสสาวะราด “ข้าไม่ได้… ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่…ข้าแค่เห็นพวกเจ้า
ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น”
“เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?” เจียงเซิงทำสีหน้าเย็นชา “ผังต้าซาน
ครั้งก่อนเจ้าพาคนไปรื้อค้นวัดร้าง ข้ายังไม่ได้เอาเรื่องนี้มาคิดบัญชี
กับเจ้าเลย วันนี้เจ้ากลับมาหาด้วยตัวเอง ก็ดี ข้าจะให้พี่สามสั่งสอน
เจ้าสักหน่อย ให้รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของกระบอง”
พูดจบนางก็ถอยหลังไปสองก้าว เผยให้เห็นฟางเหิงที่ถือไม้อยู่
ผังต้าซานสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดกลัว
เมื่อนับนิ้วดู เขาเคยสัมผัสพละพลังของฟางเหิงมาแล้วสองครั้ง
และจบลงด้วยการถูกตีจนสลบเสมอ
หากจะพูดว่าครั้งก่อน ๆ เป็นเขาที่สมควรโดนอยู่ แต่วันนี้เขา
ไม่ได้จะมาทำอะไรผิดจริง ๆ
ผังต้าซานกุมเป้ากางเกง น ้ามูกน ้าตาไหลพราก “ข้าไม่ได้มาหา
เรื่องพวกเจ้า ข้าแค่มาเตือนเท่านั้น ว่าเจ้าหน้าที่เกาคนนั้นต้องการ
จัดการพวกเจ้า ข้าแค่หวังดี อย่าตีข้าเลย อย่าตีข้า”
เจียงเซิงยังไม่เชื่อเขา
สุนัขไม่มีทางเลิกกินของเน่าได้ ใครจะรู้ว่าคำพูดของผังต้าซาน
เป็นความจริงหรือแค่กับดัก
ฟางเหิงขมวดคิ้วไม่พูดอะไร
ทันใดนั้น จ่างเยี่ยนซึ่งถือถังหูลู่ก็เดินเข้ามาดึงแขนเสื้อเจียงเซิง
บอกให้นางมองพื้น
จากนั้น…เจียงเซิงก็เห็นของเหลวสีเหลืองอ่อนอยู่บนพื้น
สีหน้าของนางเกร็งขึ้นมาทันที
ผังต้าซาน เจ้าขี้ขลาด ตกใจจนปัสสาวะราดเสียแล้ว
มันหมายความว่าเขากำลังกลัวจริง ๆ ใช่หรือไม่?
เจียงเซิงรู้สึกลังเลใจอยู่บ้าง
สวี่โม่ก้าวมาข้างหน้า ใช้ประโยชน์จากความสามารถของ
นักปราชญ์ “ผังต้าซาน ช่วยบอกพวกข้าทีว่าวันนี้เจ้าติดตามมาด้วย
เหตุผลอะไร”
เมื่อเทียบกับคนที่ดูน่ากลัวเหล่านี้แล้ว สวี่โม่ยังอ่อนโยนและ
สุภาพกว่า และเหมือนคนรู้จักพูดจามากที่สุด
ผังต้าซานรีบลุกขึ้นจากพื้น อธิบายว่า “ครั้งก่อนข้าเป็นคน
อยากแก้แค้นพวกเจ้าจริง ๆ และเป็นคนพาเจ้าหน้าที่เกาไปที่วัดร้าง
ด้วย แต่แล้วบุตรชายคนโตของตระกูลเจียงก็โผล่มา ทำให้เขาเสีย
หน้า ตอนเขาไม่พอใจมาก จึงส่งคนมาทุบตีข้าและบอกว่าข้าทำงาน
ไม่ดี”
“เขาเกรงกลัวตระกูลเจียงชัด ๆ แต่กลับมาโทษข้า ช่างเป็นคน
เลวนัก วันนี้บังเอิญเห็นพวกเจ้าที่ถนน จึงอยากบอกความจริงให้ฟัง
ข้าผังต้าซาน แม้จะหลอกลวง ขโมยข้าวของคนอื่น แต่ข้าไม่เคย
โกหก ข้าขอสาบานด้วยอาหารตลอดชีวิตว่า เจ้าหน้าที่เกาผู้นั้น
จำพวกเจ้าได้ และต้องจัดการพวกเจ้าอีกแน่”
การที่ขอทานสาบานด้วยอาหารตลอดชีวิตถือเป็นเรื่องโหดร้าย
มาก
เจียงเซิงรู้สึกลังเลเล็กน้อย แม้จะคาดเดาเรื่องพวกนี้ไว้ก่อนแล้ว
แต่เมื่อได้ยินความจริง นางก็อดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้
สุภาษิตกล่าวไว้ว่า ประชาชนไม่ควรต่อสู้กับเจ้าหน้าที่
ยิ่งพวกเขาเป็นเพียงเด็กที่หาเงินได้เล็กน้อย จะเอาอะไรไปสู้กับ
เจ้าที่ของที่ว่าการอำเภอ
ผังต้าซานเห็นว่าพวกเขาฟังเข้าใจแล้ว ก็ไม่กล้าอยู่ต่อ จึงจับ
กางเกงแล้วเตรียมจะจากไป
เจียงเซิงรีบเรียกตัวเขาไว้
“ขอบคุณมากพี่ผังต้าซาน” นางกล่าวอย่างจริงจัง “ท่านรอข้า
ตรงนี้สักครู่”
นางวิ่งไปซื้อถังหูลู่มาสามไม้ยื่นให้ผังต้าซาน
เมื่อครู่นางสังเกตเห็นว่าแม้ผังต้าซานกำลังบอกข่าว แต่สายตา
เหลือบมองถังหูลู่ในมือของพี่ห้าอยู่หลายครั้ง
ในฐานะขอทาน เจียงเซิงเข้าใจเรื่องนี้ดี
ผังต้าซานไม่คิดว่าจะได้ถังหูลู่ถึงสามไม้ เขามีสีหน้าซับซ้อน
ก่อนจะจากไป
จ่างเยี่ยนมองอยู่ข้าง ๆ โดยไม่แสดงท่าที
เมื่อไม่มีอะไรต้องซื้ออีกแล้ว เหล่าพี่น้องจึงนั่งเกวียนลาเดินทาง
กลับ
ระหว่างทาง พวกเขาปรึกษากันว่าคำพูดของผังต้าซานนั้น
น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
เจิ้งหรูเชียนไม่เชื่อเขาเลย “ผู้ใดจะรู้ว่าเขาสมรู้ร่วมคิดกับ
เจ้าหน้าที่หลอกพวกเราอีกครั้งหรือไม่”
ฟางเหิงพยักหน้าเห็นด้วย “ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่เกาจะทุบตีเขา แต่
พวกเราก็เคยตีเขาเช่นกัน ผังต้าซานจะทำดีกับพวกเราทำไม?”
อีกทั้งยังมาทำดีกับพวกเขากะทันหันเช่นนี้
แม้แต่สวี่โม่ก็คิดเช่นนั้น
เวินจืออวิ่นมักไม่ยุ่งเกี่ยวกับหัวข้อสนทนาประเภทนี้
จ่างเยี่ยนครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “ข้าว่า
อาจจะไม่ใช่ก็ได้”
พี่น้องทั้งห้าหันมองพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
[1] ผลซานจา : ลูกฮอว์ธอร์น เป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมาก