พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 41 คุณชายผังผู้หนุนหลัง
ความจริงแล้วก็คาดเดาได้ไม่ยาก
ในเมื่อนายอำเภออวิ๋นสุ่ยกล้าจับเจ้าหน้าที่เกาขังในคุกใหญ่ของ
อำเภอ ย่อมแสดงว่าเขาไม่กลัวที่จะต่อกรกับนายอำเภอเซี่ยหยาง ทั้ง
ยังเป็นการคุ้มครองพวกเขาทางอ้อมอีกด้วย
ดังนั้น นายอำเภออวิ๋นสุ่ยจึงเป็นผู้ที่ให้พวกเขาคอยพึ่งพิงได้
อย่างแน่นอน
เพียงแต่มันไม่มั่นคงเท่าไรนัก
แต่คนฉลาดย่อมมีวิธีนับไม่ถ้วนที่จะทำให้เชือกช่วยชีวิตเส้นนี้
แข็งแรงขึ้น
ขณะสวี่โม่กำลังครุ่นคิด พลันได้ยินประโยคหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า “ลอง
สืบดูเถอะว่านายอำเภออวิ๋นสุ่ยชื่อแซ่อะไร”
เขาเงยหน้าขึ้น สบกับสายตาเจ้าเล่ห์ของจ่างเยี่ยน
สวี่โม่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย แต่ก็ลุกขึ้นไปสอบถามผู้คน
ไม่นานเขาก็กลับมา และเอ่ยเบา ๆ ว่า “ข้าไปสืบจนได้ความแล้ว
นายอำเภออวิ๋นสุ่ยมีแซ่ผัง”
ผังที่เขียนเหมือนกับผังต้าซาน
จ่างเยี่ยนยิ้มมุมปาก
สวี่โม่พอจะเข้าใจเขาทันที
ตอนนั้นพวกพี่น้องที่ไปซื้อถังหูลู่ก็กลับมาแล้ว เจียงเซิงกับเจิ้งหรู
เชียนเดินนำหน้า ฟางเหิงจูงมือเวินจืออวิ่นเดินตามมา ส่วนผังต้า
ซานถือถังหูลู่ในมือเดินมาท้ายสุด
เมื่อรู้ว่าสวี่โม่กับจ่างเยี่ยนกำลังจ้องมองตนอยู่ เขาก็เงยหน้าขึ้น
ยิ้มน้อย ๆ อย่างใสซื่อ
โชคดีที่ครั้งนี้พวกเขามายังอำเภออวิ๋นสุ่ยด้วยพาหนะสองคัน
เจิ้งหรูเชียนไปยังหมู่บ้านที่เคยรับผักมาครั้งก่อน เขาทักทาย
เหล่าท่านป้าท่านน้าทั้งหลายด้วยคำหวาน ทำเอาสตรีวัยกลางคน
ใจเต้นตึกตัก นำผักที่เหลือในบ้านมามอบให้ทั้งหมด
มะเขือยาวและพริกหมดไปแล้ว เช่นนั้นเขาจึงรับหน่อไม้น ้ามา
มาก และยังมีท่านป้าคนหนึ่งส่งผักชนิดใหม่ให้ บอกว่ามันคือหนิ
วป้าง*[1] หากนำไปห่อแล้วนึ่งจะมีรสชาติอร่อย
เจิ้งหรูเชียนถามไถ่ด้วยแววตาเปล่งประกายอยู่นาน จึงได้รู้ว่ามัน
เป็นผลผลิตพิเศษจากบ้านเกิดของท่านป้าคนนั้น ในทางใต้ของ
อำเภออวิ๋นสุ่ย ทุกบ้านล้วนปลูกกันหมด ก่อนช่วงข้ามปีจึงเก็บเกี่ยว
มาได้มากด้วย
ท่านป้านำมันกลับมาจากบ้านเกิดสองห่อใหญ่ ตอนนี้ทำกินไป
ครึ่งห่อแล้ว เหลืออยู่อีกครึ่งหนึ่ง
เจิ้งหรูเชียนรบเร้าขอซื้อทั้งหมดในราคาชั่งละห้าเหวิน
ซึ่งต้องรู้ไว้ว่าเนื้อหมูยังซื้อขายเพียงแปดเหวินต่อชั่งเท่านั้น
เมื่อได้หนิวป้างมา เจิ้งหรูเชียนก็ดีใจราวกับได้ของล ้าค่า ส่วน
อย่างอื่นไม่ว่าเขาจะได้มากหรือน้อยล้วนไม่ค่อยสนใจแล้ว
ผ่านไปสามวันหลังเจ้าหน้าที่เกาถูกจำคุก พวกเด็ก ๆ จึงเดินทาง
กลับ
ระหว่างทางเจียงเซิงยังคงเป็นกังวล “เจ้าลาแก่ยังสบายดีอยู่หรือ
เปล่า จะมีใครพามันไปหรือไม่”
ถึงแม้จะเป็นเส้นทางเล็ก ๆ และเปลี่ยวร้าง แต่หากมีใครผ่านทาง
มาเล่า
เหล่าพี่ชายไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจนางอย่างไร
กระทั่งกลับมาถึงบริเวณเชื่อมต่อของสองอำเภอ ก็ไม่เห็น
ร่องรอยของเจ้าลาแก่จริง ๆ
ดวงตาเจียงเซิงแดงก ่า
สำหรับพวกนางแล้ว ลาแก่นั่นไม่ใช่เพียงของที่ซื้อมาด้วยเงิน
สองสามเหวิน แต่ถือเป็นสมาชิกในครอบครัว เป็นเพื่อนที่พาพวก
นางวิ่งไปมาระหว่างตัวอำเภอกับวัดร้าง
ซึ่งสาเหตุคือพวกนางยังไม่รู้วิธีขับเกวียนลา
“พี่สาม” เจียงเซิงขบกรามแน่น หันไปมองฟางเหิง “ท่านช่วย
สอนข้าขับรถลาด้วยเถอะ”
ฟางเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบพยักหน้า
จากที่นี่กลับไปยังอำเภอเซี่ยหยางต้องเดินทางอีกหนึ่งวันกว่า ๆ
เมื่อกลับถึงอำเภอเซี่ยหยาง เจียงเซิงก็สามารถบังคับเกวียนลาได้แล้ว
เมื่อเทียบกับรถม้า ม้าย่อมมีความคล่องแคล่วมากกว่าลา คนที่
คุ้นเคยกับการขับเกวียนลาได้ การควบคุมรถม้าก็ไม่ใช่เรื่องยากอีก
เจียงเซิงรู้สึกพอใจมาก แต่อารมณ์นางยังไม่ดีนัก
จนกระทั่งมาถึงวัดร้าง
นางกลับเห็นลาตัวหนึ่งกำลังกระทืบเท้าอยู่หน้าประตูวัดจากไกล
ๆ รวมถึงเกวียนที่ดูสกปรกยับเยินเล็กน้อย
อาจจะเพราะกำลังหิว เจ้าลาแก่จึงเคี้ยวฟางและดื่มน ้าสกปรกใน
บ่อน ้าเก่า
ดวงตาเจียงเซิงแดงขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่ใช่ความรู้สึกผิดหรือเศร้าใจ แต่เป็นความตื่นเต้นที่ได้
พบสิ่งที่หายไปอีกครั้ง
“ตำนานเล่าว่า ม้าแก่ย่อมรู้ทางกลับบ้าน แต่ไม่คิดเลยว่าแม้แต่
ลาก็ยังหาทางกลับบ้านได้” สวี่โม่อุทานด้วยความซาบซึ้ง
“เจ้าลาแก่” เจียงเซิงตะโกนเสียงดัง
เจ้าลาที่กำลังกระทืบเท้าอยู่หน้าประตูส่งเสียงฟึดฟัดราวกับตอบ
รับความดีใจของเจ้านาย
พวกเขาลงจากเกวียน
เจียงเซิงพาเวินจืออวิ่นไปให้อาหารเจ้าลา ส่วนคนที่เหลือก็
จัดเก็บข้าวของ
ฟางเหิงกับเจิ้งหรูเชียนไปส่งผัก หลังส่งผักเสร็จก็ต้องนำเกวียน
ลาที่เช่ามาไปคืน
ทุกอย่างจัดการเรียบร้อย มีเพียงรถม้าของเจ้าหน้าที่เกาที่ยังเป็น
ปัญหาใหญ่
หากทิ้งไปก็น่าเสียดาย
แต่ถ้าไม่ทิ้งก็กลัวว่าจะหาคำอธิบายไม่ได้ในอนาคต
“ไม่สู้นำตัวรถไปทิ้งเสีย” จ่างเยี่ยนเอ่ยช้า ๆ “ม้าตัวหนึ่งมีค่าสิบ
ตำลึง และรถม้ามีค่าที่สุดคือสองตำลึง”
สิ่งสำคัญคือบนรถม้ามีร่องรอยของเจ้าหน้าที่เกามากเกินไป ซึ่ง
มันสามารถใช้เป็นหลักฐานในระบุได้ง่าย
โชคดีที่หมู่บ้านสิบลี้มีภูเขาด้านหลัง สามารถหาหน้าผาแล้วโยน
มันลงไปก็เหลืออะไรทิ้งไว้แล้ว
“ไม่ต้องทิ้งก็ได้ เอามันไปเป็นฟืนไว้ก่อไฟเถอะ” ผังต้าซานอาสา
แม้จะมีแขนข้างเดียวแต่เหมือนจะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขา “ข้าจะ
เป็นคนทำลายมันเอง”
ตัวรถถูกแยกออกมาด้านข้าง ไม่นานก็ถูกรื้อเป็นชิ้น ๆ
เหลือเพียงม้าที่ยืนนิ่งอยู่พลางส่งเสียงฟืดฟาด
แม้แต่ลาแก่เจียงเซิงยังชอบ แล้วมันเล่า ?
ฟางเหิงอ่อนใจ เดินเข้าไปลูบขนสีน ้าตาลแดงของม้าก่อนถอน
หายใจเบา ๆ
มีครั้งหนึ่งที่เขาเคยมีม้าศึกเป็นของตัวเอง
แต่ต่อมา มันก็ถูกแย่งชิงไปจนหมด
“เจ้าม้า ข้าชื่อฟางเหิง หากเจ้าเต็มใจติดตามข้า ก็จงมาด้วยกัน
เถอะ”
เขาก้าวขึ้นเกวียนลา มือหนึ่งถือแส้ อีกมือผิวปาก
ในขณะที่เกวียนลาเริ่มเคลื่อนที่ เจ้าม้าไม่มีความลังเลใด ๆ โบก
สะบัดหางตามเขา
เจิ้งหรูเชียนมองจนตาแดง “เจ้าสาม เจ้ายังมีความสามารถขนาด
นี้ กระทั่งม้าก็เข้าใจคำพูดของเจ้าได้ แล้วเหตุใดข้าจึงทำไม่ได้บ้าง”
ฟางเหิงหัวเราะเสียงดัง ไม่ได้ตอบอะไรเขา
เจิ้งหรูเชียนยื่นปากไม่พอใจ แต่ก็กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง
อย่างรวดเร็ว
ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตนเองถนัด ฟางเหิงสามารถสั่งการม้าได้ ส่วน
เขาสามารถหาเงินได้
หนิวป้างที่อยู่บนเกวียนคือสมบัติเงินทองของเจิ้งหรูเชียน
และยังเป็นโอกาสร ่ารวยในอนาคตของเขาด้วย
ต่อจากนี้ไป เขาเจิ้งหรูเชียน จะต้องเป็นคนที่รวยที่สุดในราชวงศ์
ต้าอวี๋แน่!
ในวัดร้าง
เจียงเซิงมองพี่ชายทั้งสองจากไปไกลแล้ว ทันใดนั้นกลับรู้สึก
กังวลขึ้นมา “พี่รองกับพี่สามจะถูกเจ้าหน้าที่ทำให้ลำบากหรือจะถูก
คนกักตัวไว้ในอำเภอหรือไม่”
จากนั้นตบศีรษะตนเองด้วยนึกเสียใจ “พวกเราควรไปส่งผัก
ด้วยกัน”
แม้ว่าจะถูกควบคุมตัวในอำเภอ อย่างน้อยพวกนางก็ยังอยู่พร้อม
หน้ากัน
สวี่โม่ปลอบใจว่า “ไม่เป็นเช่นนั้นหรอก นายอำเภอเซี่ยหยางเป็น
คนระแวดระวังมาก”
เมื่อสังเกตอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการข่มเหงท่านหมอเวินกับ
ภรรยา แย่งชิงหนังเสือ หรือการวางแผนทำร้ายเจิ้งหรูเชียน ล้วนแล้ว
เป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่เกาทั้งสิ้น
ในท้ายที่สุด นายอำเภอก็เพียงช่วยปกป้องน้องชายภรรยาของ
ตนเอง แต่ไม่ได้ลงมือทำเรื่องชั่วร้ายด้วยตัวเองจริง ๆ
แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนใส่ใจเรื่องชื่อเสียง
และคนที่ใส่ใจชื่อเสียง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีเหตุผลอันชอบ
ธรรมเสมอ
อย่างน้อยต้องมีหลักฐาน ‘กระทำความผิด’ ถึงจะลงมือจับกุมคน
ได้
“แต่สุดท้ายพวกเราก็ยังอ่อนแอ” เจียงเซิงยังกังวล “หาก
นายอำเภอผู้หนึ่งต้องการจัดการกับพวกเรา ก็ทำได้อย่างง่ายดาย”
มุมปากจ่างเยี่ยนยกยิ้ม รู้สึกจนปัญญากับความคิดเชื่องช้าของ
น้องสาว
เรื่องแบบนี้ ตอนที่ลงมือจัดการเจ้าหน้าที่เกาก็ควรขบคิดได้แล้ว
แต่เขาจะว่าอะไรได้ ในเมื่อนางเป็นน้องสาว
จ่างเยี่ยนจึงพยายามปลอบใจนางว่า “เจ้าวางใจ พวกเรายังมีคน
หนุนหลัง”
“พวกเรามีด้วยหรือ” เจียงเซิงตกใจ “ใครกัน”
“หลานชายของนายอำเภออวิ๋นสุ่ย” จ่างเยี่ยนตอบอย่างจริงจัง
“พวกเราสนิทสนมกับหลานชายเขาแล้ว เมื่อมีเขาอยู่ ย่อมปกป้อง
พวกเราให้ปลอดภัยแน่นอน”
“หลานชายของนายอำเภออวิ๋นสุ่ย” เจียงเซิงยิ่งมึนงงมากขึ้น
“แล้วเป็นผู้ใดกัน”
ผังต้าซานเพิ่งรื้อรถม้าทำฟืนเสร็จจึงเดินกลับมา
จ่างเยี่ยนชี้ใส่เขา แล้วกล่าวว่า “เป็นเขา หลานชายของ
นายอำเภอผัง คุณชายผังต้าซาน”
ผังต้าซานพลันตาเบิกกว้าง
[1] หนิวป้าง : ต้นโกโบ (Gobo, 牛蒡) หรือที่ต่างชาติเรียกว่า
Burdock Root เป็นส่วนของรากไม้ตระกูลหญ้าเจ้าชูชนิดดี ซึ่ง
สามารถรับประทานได้