พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 506 แผ่นดินย่อมมีผู้มีความสามารถคนใหม่
เสียงอึกทึกในยามสงคราม ความเงียบสงบหลังสงคราม
สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือร่างกายที่นอนเกลื่อนกลาด
มีทั้งของชนเผ่าต๋าลู่ ของพี่น้องร่วมชาติ ของพ่อที่มีลูก ของลูกที่
มีพ่อ
ผู้คนที่เคยทักทายและพบปะสังสรรค์กันบัดนี้ไร้ลมหายใจ สหาย
จากหมู่บ้านเดียวกันที่เติบโตมาด้วยกันสูญเสียขาไป ทหารที่เคยเดิน
สวนกันหลายครั้งหยุดหายใจ แต่ไม่มีใครมีเวลาเศร้าโศก
พวกเขายกทหารที่สูญเสียแขนขาขึ้นมาอย่างมั่นคง อุ้มเด็กที่
กำลังจะตาย ปิดดวงตาที่ยังคงเปิดอยู่ของคนที่ตายไปแล้ว
ส่วนแขนขาที่ขาดหายไป ร่างของคนตาย ทั้งหมดก็ถูกนำไปทิ้ง
ลงในหลุมขนาดใหญ่ที่ไม่ไกลออกไปอย่างเป็นระเบียบ
นั่นคือจุดจบของคนที่ตายในสงคราม เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว
ที่สุดในการจัดการกับศพ และเป็นตัวเลือกที่ไม่มีทางเลือก
“พวกเจ้าอย่ารู้สึกเสียใจที่ต้องโยนร่างของพวกเขาลงในหลุมศพ
รวม นี่คือการบุกโจมตี พวกเรายังต้องปิดแนวป้องกันกวนจิ่นก่อน ถึง
จะจัดการกับศพได้” เจียงจี้จู่พูดพร้อมกับถือดาบเก้าห่วง “ถ้าเป็น
การต่อสู้กันข้างนอก คงจะไม่มีแม้แต่คนที่จะเก็บศพให้”
คนที่ตายไปแล้วจะถูกแดดเผาอยู่แบบนั้นวันแล้ววันเล่า จน
กลายเป็นฝุ่นละอองในที่สุด กลายเป็นดินและกระดูก
“ท่านพ่อ” เจียงเฉิงเยวี่ยนเดินโซเซเข้ามา “พวกเรามาช้าไป
ท่านพ่อ พวกเรามาช้าไป”
ฟางเหิงคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ
ทั้งสองคนต่างคิดว่าตนเองมาสายเกินไปจึงทำให้เกิด
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทำให้ชีวิตของคนนับหมื่นต้องดับสูญ
“ไม่มีคำว่าช้าหรือเร็ว สงครามไม่เคยหยุดนิ่ง กลอุบายของทั้ง
สองฝ่ายก็ไม่เคยหายไป” แม้ว่าเจียงจี้จู่จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็
พอจะเดาได้ “เพียงแต่ครั้งนี้ ราชวงศ์ต้าอวี๋ถูกชนเผ่าต๋าลู่หลอกใช้”
“ไม่ใช่แค่หลอกใช้ แต่ยังเป็นการทรยศ” เจียงเฉิงเยวี่ยนกัดฟัน
กรอด “องค์ชายรองแย่งชิงอำนาจไม่สำเร็จ ขโมยแผนภาพกระบวน
ทัพที่ท่านแม่ทัพฟางทิ้งไว้ไปเข้ากับพวกชนเผ่าต๋าลู่ มีโครงสร้างของ
แนวป้องกันทั้งสี่รวมถึงแนวป้องกันกวนจิ่น ก็เกือบจะเทียบเท่ากับการ
ป้องกันครึ่งหนึ่ง”
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
เจียงจี้จู่พยักหน้า “ตั้งแต่แนวป้องกันกวนจิ่นถูกตีแตกและ
กระบวนทัพที่ท่านฟางทิ้งไว้แตกพ่ายอย่างง่ายดาย ข้าก็รู้ว่าสิ่งของ
ของตระกูลฟางอาจจะรั่วไหลออกมา แต่ข้าไม่คิดว่า…จะเป็นคนของ
เราเองที่ส่งมันไป”
ฟางเหิงรู้สึกละอายใจจนพูดไม่ออก กุมมือแล้วกล่าวด้วยเสียงสั่น
เครือ “พวกเรามาช้าไป พวกเราไม่ได้แจ้งข่าวนี้ให้ชายแดนทางเหนือ
รู้ข่าวทัน ทำให้แนวป้องกันกวนจิ่นถูกโจมตี สูญเสียทหารไป
มากมาย”
รอยแผลตรงต้นขาด้านในอาจจะเจ็บปวด หรืออาจจะไม่รู้สึกถึง
ความเจ็บปวดที่ก้นอีกต่อไป แต่เมื่อเทียบกับทหารที่ตายในแนว
ป้องกันกวนจิ่นแล้ว มันจะมีความหมายอะไรกัน
“เด็กน้อย อย่าโทษตัวเองมากนักเลย” เจียงจี้จู่ถอนหายใจ “ข้า
ยังคงพูดเหมือนเดิม ไม่มีคำว่ามาช้าหรือเร็ว ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้น
แล้ว แทนที่จะจมอยู่กับความเสียใจก็ควรคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป
ไม่ใช่หรือ”
บทเรียนที่สำคัญที่สุดที่ควรจะเรียนรู้คือการแก้ไขปัญหา อย่า
เสียเวลาไปกับอารมณ์ที่ไร้ประโยชน์มากเกินไป
อย่างเช่น การเสียใจหรือการโทษตัวเอง
แผนภาพกระบวนทัพของตระกูลฟางหายไปแล้ว แทนที่จะมานั่ง
โทษตัวเองก็ควรคิดให้ดีว่าจะรับมือกับการโจมตีของชนเผ่าต๋าลู่
อย่างไร ควรจะรับมือกับองค์ชายรองที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและ
ไม่ลังเลว่าจะทรยศบ้านเมืองได้อย่างไร
ฟางเหิงกับเจียงเฉิงเยวี่ยนมีสีหน้าเคร่งขรึม พวกเขาสบตากันครู่
หนึ่งแล้วเริ่มหารือกันทันที
ส่วนเจียงจี้จู่แบกร่างของรองแม่ทัพจินที่หมดลมหายใจไปยังหลุม
ฝังศพเล็ก ๆ ในที่บัญชาการด้วยตนเอง
คนที่ได้เป็นถึงรองแม่ทัพจะมีหลุมฝังศพส่วนตัว และคนที่ได้เป็น
แม่ทัพก็จะได้รับการส่งวิญญาณกลับไปยังเมืองหลวง ในราชวงศ์
ต้าอวี๋สิ่งนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างหนึ่ง
แต่เมื่อคนตายไปแล้ว จะเอาเกียรติไปทำอะไรกัน
เจียงจี้จู่ถอนหายใจอีกครั้ง หยิบไส้กรอกรวควันสองอันที่ห่อด้วย
กระดาษน ้ามันออกมาจากอกเสื้อ วางไว้หน้าหลุมฝังศพ
“เหล่าจิน เจ้าคงจะไม่เหงาหรอก ที่นี่มีแต่พี่น้องที่เคยร่วมรบเคียง
บ่าเคียงไหล่กัน พวกเขาอยู่รอบ ๆ เจ้าทั้งหมด”
“ส่วนลูกชายสองคนของเจ้า เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะให้ตระกูล
เจียงดูแลเอง เจ้าคือวีรบุรุษของราชวงศ์ต้าอวี๋ ประชาชนทุกคนจะ
จดจำคุณงามความดีของเจ้า…”
“เจ้าเอาไส้กรอกสองอันนี้ไปด้วย อย่าเดียวดายในปรโลก บางที
อีกไม่นานเหล่าเจียงก็จะตามไปอยู่กับเจ้า”
“เมามายอยู่ในสนามรบ อย่าหัวเราะเยาะข้า ตั้งแต่โบราณคนที่
ไปรบ จะมีสักกี่คนกันที่ได้กลับมา”
“มีสักกี่คนที่ได้กลับมา”
สายลมพัดโชยมา ลอยผ่านกิ่งไม้และใบไม้ที่เหลืออยู่ พัดเข้าสู่
สุสานของรองแม่ทัพ มองออกไปก็พบว่าที่นี่เต็มไปด้วยหลุมศพ
คนมากมายที่นอนเรียงราย วิญญาณที่ซ้อนทับกัน
เจียงจี้จู่หันหลังกลับไปด้วยความหดหู่ มองเด็กหนุ่มที่กล้าหาญ
สองคน ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มออกมาด้วยความยินดี
ไม่มีใครสามารถทำหน้าที่เป็นเสาหลักได้ตลอดไป บ้านเมือง
จะต้องมีคนที่มีความสามารถขึ้นมาใหม่เพื่อทำให้บ้านเมืองมั่นคงและ
แข็งแกร่ง
“พวกเจ้าคิดแผนรับมือได้แล้วหรือยัง” เขาถามด้วยเสียงที่ดังขึ้น
ฟางเหิงและเจียงเฉิงเยวี่ยนสบตากัน
เจียงเฉิงเยวี่ยนอายุมากกว่า จึงประสานมือคำนับแล้วกล่าวก่อน
ว่า “แผนภาพกระบวนทัพของท่านแม่ทัพฟางมีส่วนในการสร้างแนว
ป้องกันทั้งสี่แนว วันนี้ชนเผ่าต๋าลู่ได้ลิ้มรสไปแล้ว พวกเขาอาจจะไป
โจมตีแนวป้องกันอีกสามแนวที่เหลือ”
“การเคลื่อนพลต้องรวดเร็ว ในเมื่อพวกเรารู้ว่าแผนภาพกระบวน
ทัพหายไป พวกเราก็จะเตรียมการป้องกัน ชนเผ่าต๋าลู่คงฉวยโอกาส
ตอนที่เรายังไม่รู้ตัวช่วงชิงผลประโยชน์”
“ด้วยข้อมูลที่แตกต่างกันเช่นนี้ พวกเราสามารถใช้มันตีโต้พวก
ชนเผ่าต๋าลู่ ทำให้พวกมันกลับไปไม่ได้อีก!”
เด็กหนุ่มอายุสิบเก้าปีแล้ว คำพูดของเขาแสดงให้เห็นถึงลักษณะ
ที่สืบทอดมาจากบิดาอย่างชัดเจน การอบรมสั่งสอนของตระกูลนักรบ
ทำให้เขามีเหตุผลและแนวคิดชัดเจน
เจียงจี้จู่พยักหน้าพอใจ แล้วหันไปมองฟางเหิง
“ความรับผิดชอบหลักของการที่แนวป้องกันกวนจิ่นถูกโจมตี
ครั้งนี้คือ แผนภาพกระบวนทัพหายไป แต่ก็ยังมีจุดบกพร่องเล็ก ๆ ที่
ต้องระวัง” เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีถึงแม้จะรู้สึกผิด แต่ก็ไม่อายที่จะพูด
ว่าแผนภาพกระบวนทัพเป็นของตระกูลฟาง “แม่ทัพโจวคิดเสมอว่า
ชนเผ่าต๋าลู่บุกโจมตีด้วยกำลังพลห้าหมื่นคน เมื่อเทียบกับกองกำลัง
ของทั้งสองฝ่ายแล้ว แม้ว่าห้าหมื่นคนจะสามารถตีฝ่าแนวป้องกันเข้า
มาได้ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะทหารชายแดนหนึ่งแสนคนได้”
“แต่ทหารสี่หมื่นคนที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องม้าทำให้ฝ่ายเราเสียกระบวน
ข้าดูม้าของพวกชนเผ่าต๋าลู่แล้ว การซ่อนตัวที่เรียกว่าซ่อนใต้ท้องม้า
นั้น ความจริงแล้วคือการนำผ้าสีเดียวกับตัวม้ามาพันไว้ที่หลังม้า เว้น
ช่องว่างไว้ตรงท้องม้า เมื่อถึงเวลาต่อสู้ก็จะเผยตัวออกมาจากผ้า”
“การซ่อนตัวแบบนี้ไม่อาจอยู่ได้นาน ชนเผ่าต๋าลู่จะต้อง
เตรียมการอยู่ในจุดที่ไม่ไกลจากแนวป้องกันกวนจิ่นมากนัก แต่
ทหารยามของเรากลับไม่รู้เลย”
“ท่านแม่ทัพ” ฟางเหิงกุมมือ “ข้าคิดว่าตำแหน่งที่ทหารยาม
ลาดตระเวนควรจะอยู่ไกลออกไป และควรเพิ่มจำนวนทหารยามด้วย”
ทหารยามก็เปรียบเสมือนดวงตาของกองทัพ เมื่อมองเห็นและได้
ยินทุกสิ่งทุกอย่างก็จะสามารถตรวจสอบสถานการณ์ของศัตรูได้
อย่างมีประสิทธิภาพ
เจียงจี้จู่พยักหน้า เห็นด้วยกับคำขอนี้
“ท่านพ่อ เช่นนั้นพวกเราจะออกรบหรือไม่” เจียงเฉิงเยวี่ยนถาม
ดวงตาของเขาเป็นประกาย
ชัยชนะที่แนวป้องกันกวนจิ่นคือชัยชนะที่แลกมากับการสูญเสีย
ชีวิตของรองแม่ทัพจินต้องไม่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ พี่น้องร่วม
ชาติที่ตายไปมากมาย ทหารที่บาดเจ็บไปมากมาย
พวกเขาต้องไม่ตายเปล่า!
คนรุ่นหลังจะกลับมาทวงความยุติธรรมให้พวกเขา คืนท้องฟ้า
อันสดใสให้พวกเขา
ครั้งนี้เจียงจี้จู่ไม่ได้พยักหน้า แต่กลับมองไปยังว่าที่แม่ทัพทั้งสอง
คน “พวกเจ้าคิดว่าต่อไปชนเผ่าต๋าลู่จะไปโจมตีแนวป้องกันไหน”
แนวป้องกันที่มีท่านแม่ทัพฟางเข้าร่วมมีทั้งหมดสี่แห่ง
แนวป้องกันกวนจิ่น แนวป้องกันกวนจิ่น แนวป้องกันต้าถง และ
แนวป้องกันซวนจี้ ซึ่งแนวป้องกันซวนจี้และแนวป้องกันต้าถงอยู่
ค่อนข้างไกล ส่วนแนวป้องกันกวนจิ่นกับแนวป้องกันกวนจิ่นอยู่ใกล้
กัน
ถ้าเป็นคนกลุ่มเดิมที่โจมตีมา ตามหลักการเคลื่อนพลที่รวดเร็ว
แล้ว แนวป้องกันกู้หยวนย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
“คงจะเป็นแนวป้องกันกู้หยวน” เจียงเฉิงเหยี่ยนกล่าวอย่างมั่นใจ
ใครจะรู้ว่าเจียงจี้จู่กลับส่ายหน้า “ไม่ใช่”