พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 508 การซุ่มโจมตีเพื่อแก้แค้น
แนวป้องกันกวนจิ่นที่กระจัดกระจายและพังทลาย ก่อนสายฝนจะ
เทลงมาก็อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ทหารที่บาดเจ็บหลายหมื่นคนคอยดูแลม้าศึกอย่างระมัดระวัง
เพียงแค่รอคำสั่งก็พร้อมขึ้นม้าแล้วควบไปยังทิศทางของ
กองบัญชาการ
ค ่าคืนนี้มืดมิด ท้องฟ้าราวกับเป็นน ้าหมึก
คนที่เลือกทำสงครามในตอนกลางคืน อยากจะใช้ประโยชน์จาก
ข้อจำกัดด้านการมองเห็นในการโจมตี แต่ข้อจำกัดนี้ย่อมทำให้พวก
เขาตามืดบอดเช่นกัน
เหมือนตอนนี้ที่เห็นว่าพวกเขาเป็นทหารบาดเจ็บ แต่ในสายตา
ของชนเผ่าต๋าลู่กลับเป็นทหารจากกองบัญชาการ
เจียงเฉิงเยวี่ยนละสายตา เงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง
การทำสงครามในตอนกลางคืนไม่ได้ยิ่งมืดยิ่งดี สภาพแวดล้อม
ที่มองไม่เห็นอะไรเลยจะทำให้แยกไม่ออกว่าใครเป็นศัตรู ใครเป็น
พวกเดียวกัน ยากจะแยกแยะสถานการณ์และสั่งการ
มีเพียงตอนที่พระจันทร์เต็มดวงขึ้นสูงเท่านั้น ถึงเป็นเวลาเหมาะ
แก่การเข้าโจมตีอย่างแท้จริง
เมื่อเมฆดำค่อย ๆ เคลื่อนตัวออก แสงสว่างก็สาดทอลงมาให้เห็น
ทหาร “บาดเจ็บ” นอนอยู่เกลื่อนกลาดและเหล่า “พี่น้อง” ที่ “เหนื่อย
ล้า” กำลังงีบหลับ
คำนวณดูแล้ว ทหารบาดเจ็บที่กลับไปยังกองบัญชาการนั้นไป
ไกลแล้ว ไกลจนไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่แนวป้องกันกวนจิ่น
เจียงเฉิงเยวี่ยนก้มลงแนบหูกับพื้นฟังเสียงสั่นสะเทือน สักพักจึง
ลุกขึ้น “มาแล้ว”
กองทัพชนเผ่าต๋าลู่จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเหยียบย ่าเข้ามาด้วย
กีบม้ามากมาย พริบตาเดียวก็โอบล้อมแนวป้องกันกวนจิ่นเอาไว้
ทหารม้าที่กล้าหาญที่สุดพุ่งเข้ามา หมายมั่นว่าจะใช้ความเร็ว
เหยียบทหารที่บาดเจ็บบนพื้นให้ตาย เหยียบกระดูกของทหารต้าอวี๋
ให้แหลกละเอียด
หากทหารที่ซุ่มอยู่ที่นี่ไม่ใช่ทหารของตระกูลเจียง และหากไม่มี
ใครคิดถึงการกลับมาโจมตีอีกครั้ง แนวป้องกันกวนจิ่นทั้งหมดคงถูก
ทำลาย กำลังพลนับแสนคงหายไปจากโลกนี้ ทำให้เกิดความสูญเสีย
ที่ประเมินค่าไม่ได้
ชนเผ่าต๋าลู่อาจคาดหวังว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะได้รับชัยชนะ แต่ละ
คนจึงมีรอยยิ้มสดใส มองไปยังทิศทางของจงหยวนที่อุดมสมบูรณ์ ใน
แววตาเต็มไปด้วยความโลภและความปรารถนา
และเวลานั้นคือโอกาส
ชั่วขณะนั้นทหารที่บาดเจ็บนอนเกลื่อนกลาดก็ลุกขึ้นมาพร้อม
กัน ดาบซึ่งซ่อนอยู่ใต้ร่างถูกชักออกมาอย่างรวดเร็วแล้วฟันไปยัง
ศัตรู
ม้าของชนเผ่าต๋าลู่ตกใจ ร้องเสียงดังแล้วยกขาหน้าขึ้น
ทหารที่เหนื่อยล้าก็ลุกขึ้นแล้วหยิบหนามเหล็กออกมาจากอก
เสื้อ โยนไปยังกีบม้าอย่างแม่นยำ
เมื่อม้าเพิ่งจะหายจากอาการตกใจและทิ้งเท้าลงมา ก็เจอกับ
ความเจ็บปวดยากจะบรรยาย ทำได้เพียงหวีดร้องแล้วยกขาขึ้นอีก
ครั้ง หรือไม่ก็ล้มลงไปด้วยความเจ็บปวด
ครั้งนี้ทหารต้าอวี๋ซุ่มโจมตี พวกเขาจึงไม่สามารถนั่งสู้อยู่บนหลัง
ม้าได้ และเมื่อทหารราบต้องสู้กับทหารม้าก็จะมีข้อเสียเปรียบที่ไม่
สามารถแก้ไขได้ ทำได้เพียงใช้สติปัญญา ไม่อาจใช้กำลัง
หนามเหล็กคือศัตรูตัวฉกาจของม้า เป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการ
รับมือกับทหารม้า
ข้อดีก็คือสามารถบังคับให้ชนเผ่าต๋าลู่เปลี่ยนจากทหารม้ามา
เป็นทหารราบ หรือไม่ก็ต้องบาดเจ็บจากการตกม้า
ข้อเสียคือหนามเหล็กทำร้ายม้ากับคน หากทหารต้าอวี๋เหยียบ
เข้าก็ต้องกัดฟันแล้วสู้ต่อไป
ดาบและกระบี่กระทบกัน ธนูและหอกปะทะกัน
ความแค้นของชาติบ้านเมือง ความเคียดแค้นส่วนตัว ทั้งหมด
ปะทุขึ้นถึงขีดสุดในเวลานี้
ทุกคนตาแดงก ่า กู่ร้องคำราม ระบายความโกรธแค้น พร้อมกับ
แทงอาวุธเข้าไปในร่างของศัตรูจากนั้นล้มลง
เจียงเฉิงเยวี่ยนในฐานะขุนพลน้อยทำหน้าที่แทนบิดาอย่างไม่
ลังเล ใช้เพลงดาบของตระกูลเจียงอย่างเต็มที่
เลือด ทุกที่เต็มไปด้วยเลือด
ทั้งบนมือ บนร่างกาย บนใบหน้า
ทั้งของศัตรู ของพี่น้องร่วมชาติ ของตัวเอง
บางคนสู้จนหมดแรง แต่ก็ยังอยากจะพาชีวิตของศัตรูไปด้วย
บางคนล้มลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ในแววตายังคงมีความไม่ยอมแพ้
อยู่
เจียงเฉิงเยวี่ยนจำไม่ได้ว่าฆ่าชนเผ่าต๋าลู่ไปกี่คนแล้ว เลือดซาด
กระจายอยู่ตรงหน้า มองอะไรก็เห็นเป็นแดงไปหมด เขานึกถึงวันที่
เคยโบกพัดอย่างสบายใจ นึกถึงช่วงเวลาไร้สาระ นึกถึงบรรดา
คุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ทำตัวเหมือนคนสำคัญในเมืองหลวง และ
นึกถึงน้องสาวทั้งสองคนของเขา
เมื่อก่อนเขารู้สึกเสียใจกับเรื่องบุตรสาวตัวปลอม รู้สึกลำบากใจ
กับการเลือกระหว่างน้องสาวทั้งสองคน ต้องหลบหลีกเพราะความ
ผูกพันที่สั่งสมมานาน และพอตระหนักได้ทุกอย่างแล้วก็มักจะสายไป
เสมอ
จนกระทั่งได้มายังสนามรบแห่งนี้ ได้เห็นเด็กที่สูญเสียบ้านเกิดไป
มากมาย ได้เห็นทหารที่ล้มตายในสงคราม เขาจึงเข้าใจว่าสิ่งที่ตน
เคยยึดติดนั้นช่างเล็กน้อยเพียงใด
บนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ความสงบสุขของเมืองหลวง แต่ยังมีความ
มืดมิดที่มองเห็นและมองไม่เห็นอีกมากมายที่กำลังเติบโตขึ้นในมุม
ต่าง ๆ
เมื่อเจ้ามีความสูงแค่ความยาวของนิ้วโป้ง โลกที่เจ้าเห็นก็จะมีแค่
ความยาวของนิ้วโป้งเท่านั้น
หากกระโดดออกมาจากนิ้วโป้ง มองเห็นสิ่งที่มากกว่าและ
กว้างไกลกว่า เจ้าก็จะพบว่าความทุกข์ของนิ้วโป้ง แต่ก็เป็นเพียง
ความทุกข์ของนิ้วโป้งเอง
ถึงตอนนี้เจียงเฉิงเยวี่ยนจะยังเสียใจกับการตายของเจียงเฉิงฮวน
และเสียใจกับความทุกข์ยากที่เจียงเซิงได้รับ แต่เขาก็สามารถยอมรับ
ทุกสิ่งทุกอย่าง ยอมรับความสุข ความเศร้า ความโกรธ ความเกลียด
ชังบนโลกใบนี้ได้
ความรักของเขาขยายจากครอบครัวกลายเป็นความรักต่อ
บ้านเมือง ความปรารถนาของเขาคือการขับไล่ชนเผ่าต๋าลู่และ
ปกป้องชายแดน
เหมือนกับตอนนี้ที่แทงดาบเข้าไปในอกของศัตรู ยกเท้าถีบคน
ออกไป ปัดป้องหอกที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง
“ระวัง!”
มีหอกยาวสองอันพุ่งเข้ามา เห็นได้ชัดว่าต้องการจะจับตัวคนนำ
ทัพ
แต่ก็มีคนใช้ดาบสะกัดมันออกไป เข้ามาร่วมการต่อสู้ กวัดแกว่ง
ดาบพร้อมกับเขา
“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่!” เจียงเฉิงเยวี่ยนถามเสียงดัง “อยู่ใน
กองบัญชาการไม่ดีหรืออย่างไร? หากเจ้าเป็นอะไรไป เจียงเซิงจะต้อง
เสียใจแน่!”
“หากเจ้าเป็นอะไรไปแล้วนางจะไม่เสียใจหรือ!” ฟางเหิงหัวเราะ
เยาะ “อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่ได้ยินเสียงเรียกพี่ชาย”
เขาได้ยินแล้ว จะไม่ได้ยินได้อย่างไร
แต่ด้วยเหตุผลทางทหาร เขาก็ไม่สามารถลงจากม้าเพื่อตอบ
กลับไปได้ ยิ่งไม่มีทางจะยื่นมือออกไปกอดน้องสาวที่หายไปจากชีวิต
ตลอดสิบสามปี
“ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ ยังต้องกลัวว่าจะไม่ได้ตอบกลับไปหรือ” ฟาง
เหิงเหมือนจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “อย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้านะ
น้องสาวใกล้จะอายุสิบห้าแล้ว อีกหน่อยก็ต้องมีเด็กผู้ชายมาตาม
ตอแยนางแน่ พวกเราต้องคอยดูแลนางให้ดี”
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะมีคุณชายคนไหนในเมืองหลวงที่กล้าจะ
แต่งงานกับหญิงสาวที่มีพี่ชายทั้งเจ็ดคนคอยดูแล
เจียงเฉิงเยวี่ยนหัวเราะออกมาทั้งน ้าตา สายตาของเขาพร่ามัว
มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เพลงดาบกลับรุนแรงขึ้น
“ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็สู้ให้ถึงที่สุด ฆ่าให้ถึงที่สุด แล้วมีชีวิต
กลับไปเมืองหลวง มีชีวิตอยู่…เพื่อไปพบน้องสาว”
ไม่มีใครต้านทานทั้งสองคนได้ พวกเขาหันหลังชนกันช่วยต่อสู้
ชนเผ่าต๋าลู่ก็ยากจะรอดพ้นไปได้
เมื่อมีคนล้มลงมากขึ้นเรื่อย ๆ ชนเผ่าต๋าลู่ที่โอบล้อมแนวป้องกัน
กวนจิ่นก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
เดิมทีส่งทหารสอดแนมเข้าไปเพื่อกวาดล้าง แต่กลับมีเพียงเสียง
ม้าและเสียงร้องโหยหวน พอมองอะไรไม่เห็นก็ได้แต่ส่งทหารยามเข้า
ไปสำรวจ
แต่ทหารต้าอวี๋ก็เตรียมพร้อมรอแล้ว เมื่อมีทหารยามมาหนึ่งคนก็
จะจัดการไปหนึ่งคน เมื่อมีทหารยามเข้ามาสองคน ก็จะจัดการมันทั้ง
คู่
เมื่อส่งทหารยามไปสามครั้งแล้วแต่ไม่มีใครกลับมา องค์ชายสาม
อันต๋าก็เริ่มรู้ตัวว่ามีสิ่งผิดปกติ จึงรีบสั่งให้หยุดโจมตีและใช้เสียง
สัญญาณเพื่อถอนทัพ
แต่แผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา จะเป็นที่ที่พวกเขาอยากจะมา
ก็มา อยากไปก็ไปได้หรือ
“พี่น้องทั้งหลาย! พวกชนเผ่าต๋าลู่กำลังจะถอยทัพ ฆ่าพวกมัน!!”
เจียงเฉิงเยวี่ยนตะโกนพลางชูดาบ “ฆ่าชนเผ่าต๋าลู่ให้หมด แก้แค้นให้
พี่น้องชายแดน!”
“แก้แค้นให้พี่น้องชายแดน!” ฟางเหิงตะโกนรับ
คนที่ซุ่มโจมตีมีขวัญกำลังใจ ส่วนคนที่ถูกซุ่มโจมตีก็พ่ายแพ้
เมื่อมีพี่น้องที่ล้มตายมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉากที่เกิดขึ้นในตอน
กลางวันก็กลับมาอีกครั้ง
เพียงแต่ตอนกลางวันเป็นการสู้รบดุเดือด แต่ในตอนกลางคืน
เป็นการได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์
ทหารหลายหมื่นนายไล่ตามไปด้วยความได้เปรียบ บีบให้ชน
เผ่าต๋าลู่ล่าถอยจนถึงนอกประตูเมือง ต้องไปรวมตัวกับทหารที่ปิด
ล้อมแนวป้องกันถึงจะสามารถประคองขวัญที่กำลังตื่นตระหนกได้