พี่ชายทั้งห้าหน่ะ ข้าเลี้ยงเอง ! - บทที่ 509 ถามไถ่องค์ชายรอง
ฟางเหิงและเจียงเฉิงเยวี่ยนนำกองทัพที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด
มาหยุดอยู่หน้าประตูเมือง
ไม่รู้ว่าใครชูคบเพลิงขึ้น ทำให้บริเวณโดยรอบสว่างไสวราวกับ
กลางวัน
ชนเผ่าต๋าลู่ที่กำลังหนีตายอลหม่าน เผชิญหน้ากับเหล่า
ทหารต้าอวี๋ที่เปี่ยมไปด้วยไอสังหาร
ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนของทั้งสองฝ่าย หรือสถานการณ์การต่อสู้
ตอนนี้ไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยความมืดอีกต่อไป ทุกอย่างกลายเป็นข้อ
ได้เปรียบที่เปิดเผย
“ชนเผ่าต๋าลู่ตั้งใจจะยึดแนวป้องกันกวนจิ่นจริง ๆ ถึงกับรวบรวม
กำลังพลได้ถึงหนึ่งแสนคน” เจียงอีพูดด้วยความหวาดกลัว “โชคดีที่
เราซุ่มโจมตีไว้ก่อน ทำให้พวกเขาสูญเสียกำลังคนไปบ้าง
ไม่อย่างนั้น ถ้าพวกเขาโจมตีเข้ามาจริง ๆ ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
ความจริงทหารของต้าอวี๋ก็มีถึงแสนคน แต่ขาดแคลนม้า เมื่อสู้
รบกันจริง ๆ ก็จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แม้แต่การไล่ตามก็ไล่ตามมาถึงแค่หน้าประตูเท่านั้น ชนเผ่าต๋าลู่
แค่ตกใจจากการถูกซุ่มโจมตี แต่กำลังรบที่แท้จริงยังคงอยู่ ม้าบนทุ่ง
หญ้าทำให้พวกเขาสามารถโจมตีได้และสามารถจะถอยทัพได้
การเปิดเผยจำนวนคนของทั้งสองฝ่ายเป็นเหมือนแผนการรบ
ทางจิตใจ เป็นการแสดงอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง
“พวกเจ้า…พวกเจ้าซุ่มโจมตีพวกเรา” องค์ชายสามอันต๋าทั้ง
ตกใจทั้งโกรธ “พวกต้าอวี๋ช่างเสแสร้งน่าชังนัก!”
ถ้าจะพูดถึงความน่าชัง การจงใจซุ่มโจมตี การรุกรานบ้านเมือง
ของผู้อื่นและการทำร้ายชีวิตของผู้บริสุทธิ์ ชนเผ่าต๋าลู่ก็ยังคงเป็นที่
หนึ่งอยู่ดี
เจียงเฉิงเยวี่ยนกับฟางเหิงขี้เกียจจะเสียเวลากับเรื่องแบบนี้
สายตาจึงหันไปมองคนสองคนที่อยู่ข้างกายองค์ชายสามอันต๋า
ไม่ว่าจะทรยศบ้านเมืองอย่างไร เชื้อชาติและสายเลือดก็
เปลี่ยนแปลงไม่ได้
ในฐานะที่เป็น “ชาวต้าอวี๋ผู้น่าชัง” เหมือนกัน จู้จ่างอวี้และฟาง
หยวนจะทำอย่างไรต่อไป?
หลังจากองค์ชายสามอันต๋าพูดออกไปก็สังเกตเห็นทั้งสองคน
เช่นกัน แต่ก่อนหน้านี้มีทั้งการโจมตีแนวป้องกันกวนจิ่นที่พ่ายแพ้
และการซุ่มโจมตีตอนกลางคืน ทำให้แผนภาพกระบวนทัพที่เห็นว่า
เป็นของล ้าค่า ไม่ได้แสดงอานุภาพออกมาได้มากนักจึงอดโทษคน
อื่นไม่ได้
“พวกต้าอวี๋ก็เป็นแบบนี้ พอสู้พวกเราไม่ได้ก็ชอบใช้วิธีแปลก ๆ”
เขาด่าออกมา “หรือว่าจะสู้กันอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาไม่ได้
เชียวหรือ”
ริมฝีปากของจู้จ่างอวี้สั่นเทา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
ฟางหยวนหันไปมอง “องค์ชายสาม การโจมตีตอนกลางคืนเป็น
วิธีการที่เปิดเผยแล้วหรือ?”
องค์ชายสามอันต๋าพูดไม่ออก ที่ปรึกษาข้างกายเขาคอยยุแหย่
“เจ้าคนต้าอวี๋ผู้นี้ช่างชั่วร้ายจริง ๆ บางทีความเสียหายในวันนี้ก็
อาจจะเป็นแผนการของพวกเขา เป็นพวกเขาที่ทำร้ายพวกเราก็ได้
ขอรับ”
“ถูกต้อง พวกข้าเป็นคนสั่งให้เจ้าโจมตีแนวป้องกันกวนจิ่นตอน
กลางคืน” ฟางหยวนพูดด้วยความไม่พอใจ “และก็เป็นพวกเราเองที่
เลือกแนวป้องกันกวนจิ่น”
ที่ปรึกษาถึงกับพูดไม่ออกเช่นกัน
หลังจากที่ทั้งสองคนส่งมอบแผนภาพกระบวนทัพของตระกูล
ฟางแล้วก็ไม่ได้มีความเชื่อใจกัน จึงไม่สามารถสั่งการอะไรได้
แนวป้องกันกวนจิ่นเป็นสิ่งที่องค์ชายสามอันต๋าเลือก การโจมตี
ในตอนกลางคืนก็เป็นสิ่งที่พวกที่ปรึกษาหารือกันเอง สุดท้ายก็เป็น
เพียงการแจ้งให้จู้จ่างอวี้กับฟางหยวนรู้เท่านั้น
“เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องพวกนี้แล้ว” องค์ชายสามก้าวออกมา
ไกล่เกลี่ย “มาเผชิญหน้ากับพวกต้าอวี๋ที่น่าชังกันดีกว่า”
การโจมตีในตอนกลางคืนล้มเหลว แถมยังถูกซุ่มโจมตี แม้ว่าชน
เผ่าต๋าลู่จะยังมีกำลังรบเหลืออยู่ แต่ขวัญกำลังใจก็ถูกทำลายไปแล้ว
การที่อีกฝ่ายยืนอยู่หน้าประตูเมืองโดยไม่พูดอะไร ทำให้องค์
ชายสามอันต๋าสงสัยว่า พวกต้าอวี๋ที่เจ้าเล่ห์และน่ารังเกียจมีแผน
สำรองอะไรอีกหรือไม่
อย่างเช่น การซุ่มโจมตีครั้งใหม่หรืออาจจะเป็นกองหนุน
“เจ้าพวกต้าอวี๋!” เขาเปล่งเสียงตะโกน “พวกเจ้ากล้าที่จะซุ่ม
โจมตี ทำร้ายชีวิตพี่น้องของข้า ข้าจะต้องทำให้พวกเจ้าเอาหัวมา
สังเวย”
นี่คือคำพูดที่มักจะใช้ในการปลุกขวัญกำลังใจ เมื่อทั้งสองฝ่าย
โต้ตอบกันไปมาก็อาจเกิดการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือขุนพลน้อยทั้งสองไม่ได้สนใจเขาเลย ทั้งคู่
ยังคงมองตรงไปยังจู้จ่างอวี้กับฟางหยวน
ในสายตานั้นเต็มไปด้วยการพิจารณาโทษทัณฑ์ ตำหนิ สงสัย
โกรธแค้น และความสับสน
คนเราเมื่อตัดสินใจทรยศโดยใช้ความโกรธแค้น ย่อมสาบานว่า
จะต้องมีชีวิตอยู่ให้ดี
เมื่อได้เห็นสภาพอันน่าอนาถของพี่น้องร่วมชาติแล้ว จิตสำนึกก็
จะแทรกซึมออกมาจากกระดูก คอยทรมานจิตใจอยู่ตลอดเวลา
จากกลางวันถึงกลางคืน จากกลางคืนถึงรุ่งเช้า
ทหารที่ตายมากมายล้มอยู่ตรงหน้าเขา ส่งเสียงร้องเรียก ส่งเสียง
ตั้งคำถาม “ทำไม…ทำไมกัน”
“ทำไม?” เสียงนี้ไม่ใช่เสียงที่คิดไปเอง แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วย
พลังของฟางเหิง “องค์ชายรอง เพราะอะไร”
“ทำไมถึงต้องทรยศบ้านเมือง ทำไมถึงต้องทำร้ายประชาชนผู้
บริสุทธิ์ ทำไมถึงต้องกลายเป็นศัตรู ทำไมถึงต้องละทิ้งจิตใจของ
ตนเอง”
“บอกข้ามา ทำไม!”
“เพราะประเทศนี้ไม่เคยดีต่อข้า” ในที่สุดจู้จ่างอวี้ก็เงยหน้าขึ้นมา
มีเค้าโครงของเชื้อพระวงศ์อยู่ราง ๆ “เพราะทุกคนไม่ดีกับข้า เพราะ
ไม่ยุติธรรม เพราะข้าอยากมีชีวิตอยู่ให้เหมือนคน”
“ฝ่าบาทไม่ดีกับท่าน จวีกุ้ยเฟยไม่ดีกับท่าน เหล่าสนมไม่ดีกับ
ท่าน ท่านจะโกรธแค้น จะแย่งชิงอำนาจ จะทำสิ่งที่ผิดต่อศีลธรรมก็
ได้ แต่ทหารที่ชายแดนทำผิดอะไรกับท่าน? ประชาชนผู้บริสุทธิ์ไปทำ
อะไรให้ท่าน? ทำไมถึงต้องทรยศบ้านเมือง? ทำไมถึงต้องกลับมาทำ
ร้ายคนในชาติของท่านเอง!!” ฟางเหิงตะโกนกลับ “ไม่ว่าจะกี่คนที่ไม่
ดีกับท่าน แต่ท่านก็ยังคงเติบโตขึ้นมาด้วยอาหารของประเทศนี้ไม่ใช่
หรือ”
ใช่…
แต่ว่า…
จู้ฉางอวี้กำหมัดแน่น ไม่รู้ว่ากำลังโน้มน้าวตัวเองหรือกำลังโน้ม
น้าวผู้อื่น “ชีวิตของข้าถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ไม่เคยเห็นแสง
สว่าง ข้าต้องการมีสิทธิ์ครอบครองดวงตะวัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม”
การแย่งชิงอำนาจก็เป็นเพียงวิธีการ การทรยศชาติก็เป็นเพียง
วิธีการ
จุดประสงค์สุดท้ายคือการทำให้ตนเองมีอำนาจที่แท้จริง ได้รับ
การเคารพอย่างแท้จริง
ฟางเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง “ทุกคนต่างก็พูดกันว่าถ้าไม่เคยผ่าน
ความทุกข์ของผู้อื่นก็อย่าไปโน้มน้าวให้ผู้อื่นทำความดี ท่านก็ไม่ได้
โชคดีเหมือนเจียงเซิง แต่องค์ชายรอง ท่านพูดว่าชีวิตของท่านไม่เคย
มีแสงสว่าง มันเป็นเช่นนั้นจริงหรือ?”
“แม้แต่ฮองเฮาเหยียนไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นยังช่วยท่านขับไล่
ขันทีน้อยไป แม้แต่เจียงเซิงที่ถูกวางแผนร้ายก็ยังคงยินดีจะพาท่าน
ไปที่สำนักแพทย์”
“และยังมี องค์รัชทายาทที่ยังคิดถึงท่านจนถึงตอนนี้…”
เสียงของเขาเบาลง เจียงเฉิงเยวี่ยนก็พูดต่อ “องค์ชายรอง ไม่ว่า
จะอย่างไร มันก็ไม่ใช่เหตุผลของการทรยศบ้านเมือง ท่านทรยศ
ประเทศที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูท่าน ทรยศเชื้อชาติของท่าน การเป็น
องค์ชายที่ร ่ารวยและมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ? ทำไมถึงต้องเดินมาถึง
ขั้นนี้ด้วย”
“เป็นองค์ชายที่ร ่ารวยและมีความสุข? เป็นไปไม่ได้หรอก” จู้จ่า
งอวี้หัวเราะ “ข้าคือคนที่คิดกบฏ ข้าจะฆ่าพี่ชายน้องชายทั้งสองคน
ของข้า ข้าเป็นสาเหตุที่ทำให้องค์ชายใหญ่และจวีกุ้ยเฟยต้องตาย
ใครจะไว้ชีวิตข้า ใครจะให้ข้าเป็นองค์ชายที่ร ่ารวยและมีความสุขอีก”
ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจจะแย่งชิงอำนาจ พวกเขาก็ไม่มีทางถอยกลับ
แล้ว
สำหรับทหารของราชวงศ์ต้าอวี๋ พวกเขาสองคนคือคนทรยศ คือ
กบฏ
ส่วนจู้จ่างอวี้กับฟางหยวน พวกเขาก็แค่ใช้บางวิธีที่ไม่สง่างาม
เพื่อบรรลุเป้าหมาย เพื่อรักษาชีวิตของตนเอง
เมื่อทั้งสองฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกัน อารมณ์และความคิดเห็นก็
ย่อมแตกต่างกันไปด้วย
อาจจะเป็นไปได้ว่าตอนนี้ประชาชนต้าอวี๋คงจะโกรธแค้น คงจะ
ด่าทอ แต่เมื่อเขาได้ยืนอยู่บนตำแหน่งสูงสุดแล้ว ก็สามารถควบคุม
ชีวิตของผู้คนได้ ประวัติศาสตร์ถูกเขียนขึ้นจากคนที่ได้รับชัยชนะ
ทั้งนั้น
นี่คือสิ่งที่จู้จ่างอวี้ยึดมั่นและเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เขายืนหยัด
อย่างมั่นคง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีในสงคราม
เจียงเฉิงเยวี่ยนถอนหายใจ ไม่ได้พูดอะไรอีก
แต่เวลานั้นฟางเหิงกลับหัวเราะ “องค์ชายรอง…ใครบอกว่าคนที่
คิดกบฏจะต้องถูกประหารเสมอไป”
“ท่านไม่เคยคิดหรือว่าทำไมฝ่าบาทถึงจะต้องมอบบัลลังก์ให้องค์
รัชทายาท ไม่ใช่องค์ชายคนอื่น”