หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 146.1 หมอเทวดาหวั่นหวั่น
ทูตหนานจ้าว (1)
อวี๋หวั่นหันไปมองด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “คุณหนู เซียว?”
เซียวจื่อเยว่คลี่ยิ้มน้อยๆ “พี่สะใภ้”
อวี๋หวั่นตกตะลึงกับคำว่าพี่สะใภ้ แต่ในไม่ช้าก็รู้สึกตัวว่า แท้จริงเธอก็คือพี่สะใภ้ของนาง หากมีใครเรียกเธอเช่นนี้ เธอก็ควร จะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเลียนเธอ ทว่าเซียวจื่อเยว่ไม่มีทาง
อวี๋หวั่นมองไปด้านหลังเซียวจื่อเยว่
เซียวจื่อเยว่หันมองตามสายตาของเธอ “มีอันใดหรือพี่สะใภ้? ท่านกำลังมองหาสิ่งใด?”
อวี๋หวั่นถอนสายตากลับ พลางส่ายหัว “ไม่มีอันใด”
ในความเป็นจริง ตอนที่เธอเข้ามาในสวนเล็กๆ เธอรู้สึกถึง สายตาที่ตกกระทบร่างของเธอซึ่งไม่อาจละเลยได้ ที่แท้ก็เป็นเซียว จื่อเยว่หรอกหรือ?
หัวใจของอวี๋หวั่นผ่อนคลายลง ริมฝีปากของเธอพลันยกยิ้ม “เมื่อครู่ ข้าไม่เห็นท่านที่โถงด้านหน้า”
เซียวจื่อเยว่ยิ้มและเอ่ยเบาๆ “ข้าไม่ได้ไปร่วมพิธีบวงสรวง สวรรค์ ข้ามาทีหลังกับท่านแม่ ท่านแม่ของข้ากำลังสนทนาอยู่กับ
สตรีสองสามคนที่ห้องชุนฮุย ข้าเห็นท่านเดินอยู่ที่ทางเดินจึงมาหา คงไม่ได้ทำให้ท่านตกใจหรอกกระมัง?”
อวี๋หวั่นแย้มยิ้ม “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?”
ที่แท้ก็มาหาเธอโดยเฉพาะ พบกันไม่ถึงสองครั้ง แล้วเธอยัง เป็นศัตรูหัวใจที่มองไม่เห็น สาวน้อยคนนี้กังวลเกินไปหรือไม่?
“ปีนี้ท่านอายุเท่าใดหรือ?” อวี๋หวั่นถาม
“สิบสี่ อีกสามเดือนจะสิบห้า” ระหว่างพี่สาวน้องสาวที่มีความ สัมพันธ์อันดีก็มักจะถามอายุกันและกัน เซียวจื่อเยว่ไม่รู้สึกว่า คำถามนี้ผิดปกติแต่อย่างใด จึงตอบอย่างตรงไปตรงมา
เด็กคนนี้ ไยจึงตอบทุกอย่าง? ตนแค่ถามไปอย่างนั้น มิได้คาด หวังว่านางจะตอบ
อวี๋หวั่นไม่สงสัยเลยว่าหากเธอถามถึงบรรพบุรุษสิบแปดรุ่น ของนาง นางก็คงตอบทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา ช่างเป็นเด็กที่โง่ เขลาเสียจริง มิน่าถึงได้ถูกจ้าวเหิงหลอก
ทันใดนั้น เซียวจื่อเยว่ก็จับมืออวี๋หวั่น
แขนของอวี๋หวั่นแข็งทื่อ
นอกจากลูกและสามี เธอไม่ค่อยคุ้นเคยกับการใกล้ชิดผู้คน นัก ถึงในชนบทเธอจะอาศัยอยู่กับท่านแม่ในห้องเดียวกัน ทว่าเธอ ก็พยายามไม่แตะต้องท่านแม่ แม้ต่อมาจะได้พบกับไป๋ถัง ไป๋ถังก็ ไม่ได้มีนิสัยที่น่ารำคาญ เด็กผู้หญิงคนนี้ทำตัวสนิทสนมเกินไป
แล้วใช่หรือไม่?
พี่น้องสตรีต่างก็อยู่ด้วยกันเช่นนี้ เซียวจื่อเยว่คุ้นเคยและรู้สึก ว่าเป็นเรื่องที่ปกติมาก
แต่พี่น้องสตรีไม่รู้ว่านางเป็นโรคนั้น พี่สะใภ้รู้ แต่พี่สะใภ้ก็ไม่ ได้มองนางด้วยสายตาแปลกประหลาด พี่สะใภ้ไม่รังเกียจนาง นาง ชอบพี่สะใภ้
อวี๋หวั่นไหนเลยจะรู้ว่าในหัวของเด็กคนนี้ช่างคดเคี้ยว
อวี๋หวั่นกระแอมในลำคอ ขณะที่กำลังจะถอนมือออกอย่าง ใจเย็น เธอก็เห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก รูปร่างท้วมเดินมาพร้อม กับสาวใช้สองคน
เดิมทีอวี๋หวั่นไม่ได้สนใจอีกฝ่าย ทว่าอีกฝ่ายกลับตรงเข้ามาหา เธอกับเซียวจื่อเยว่
หญิงสาวเหลือบมองอวี๋หวั่นก่อนจะเมินหน้าหนี และทันใดนั้น ก็หันกลับมา ราวกับจำบางสิ่งบางอย่างได้ นางเบิกตากว้างอย่าง ไม่เชื่อสายตา “เจ้า…เจ้าเองรึ?”
สายตาของอวี๋หวั่นตกกระทบใบหน้าของอีกฝ่าย ความทรงจำ ที่อวิ๋นสุ่ยเจียนพรั่งพรูออกมา อวี๋หวั่นก็จำนางได้ “เจ้าเอง”
เซียวจื่อเยว่มองไปที่อวี๋หวั่นสลับกับหญิงสาว “จื่อหลิน พวก เจ้ารู้จักกันหรือ?”
คราวนี้เป็นอวี๋หวั่น อวี๋หวั่นมองไปที่เซียวจื่อเยว่ “พวกท่าน
รู้จักกันหรือ?”
เซียวจื่อเยว่กล่าว “นางเป็นน้องสาวคนที่สามของข้า เซียวจื่อ หลิน”
“จากมารดาคนเดียวกันรึ?” อวี๋หวั่นถาม
สีหน้าของเซียวจื่อหลินเปลี่ยนไป
เซียวจื่อเยว่ไอเล็กน้อยก่อนจะกระซิบ “จื่อหลิน เป็นเลือดเนื้อ เชื้อไขของเมิ่งอี๋เหนียง[1]”
อวี๋หวั่นอุทานอย่างเข้าใจ บุตรอนุภรรยา คุณหนูที่เกิดจาก อนุภรรยาเพียงคนเดียวของจวนเซียว ผู้วางอำนาจบาตรใหญ่ที่อ วิ๋นสุ่ยเจียน เธอก็นึกว่าเป็นบุตรีขุนนางที่ใด แต่จวนสกุลเซียวเป็น จวนแม่ทัพ เช่นนั้นหญิงสาวที่เกิดจากอนุภรรยาก็นับว่าเหนือกว่า สามัญชนระดับหนึ่ง
จะว่าไปแล้ว เป็นเวลาเพียงเดือนกว่าๆ ที่ไม่พบกัน คุณหนู สามของสกุลเซียวดูเหมือนเจ้าเนื้อขึ้นกว่าเดิม มิใช่ว่านางอยากใส่ เสื้อผ้าที่แม่นางเมิ่งตัดเย็บหรอกหรือ? โตขึ้นทุกวันเช่นนี้จะยัด เข้าไปได้อย่างไร?
เซียวจื่อหลินแยกมือทั้งสองที่จับกันอยู่ออก พลางดึงเซียว จื่อเยว่ และจ้องอวี๋หวั่นอย่างถมึงทึง “พี่รอง ไยท่านมาอยู่กับนาง ได้? อย่าไปเสวนากับนาง! นางมิใช่คนดี!”
เซียวจื่อเยว่ดุด้วยเสียงเบา “อย่าเสียมารยาท นางเป็นพี่สะใภ้ ของเจ้า”
เซียวจื่อหลินกลอกตา “พี่ใหญ่ของข้าตายไปนานแล้ว ข้าจะมี พี่สะใภ้ได้อย่างไร?”
“ก็คุณชายเยี่ยนไง” เซียวจื่อเยว่กล่าว
เซียวจื่อหลินผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็กลอกตาสูงกว่าเดิม “เขาก็ไม่ใช่พี่ใหญ่ของข้า! พี่ใหญ่ของข้ามีคนเดียว คือเซียวเหยี่ ยน!”
อวี๋หวั่นแอบรู้สึกตลก หากเด็กผู้หญิงคนนี้คิดจะทำเช่นนี้ให้ เธออับอาย นางคงคิดเข้าข้างตัวเองมากเกินไป นางเป็นใครกัน ถูก นางนับว่าเป็นพี่ชายพี่สะใภ้ แล้วมีเรื่องใดน่ายินดีเป็นเกียรติ?
คำว่าพี่สะใภ้ที่เซียวจื่อเยว่เรียก เธอยังไม่รู้สึกอะไรเลย
อวี๋หวั่นคร้านจะใส่ใจกับคนโง่ จึงกลับหลังหันและเดินออก จากสวนขนาดเล็กไป
“พี่…” เซียวจื่อเยว่
“พี่รอง!” เซียวจื่อหลินขัดจังหวะนางได้ทันเวลา พลางจ้องไป ด้านหลังของอวี๋หวั่นอย่างไม่พอใจ “เมื่อครู่ท่านไม่เห็นสีหน้า ท่าทางของนางรึ? นางไม่สนใจเรา! นางดูถูกคน!”
“นางไม่สนใจเจ้า!” เซียวจื่อเยว่กล่าวอย่างโกรธเคือง
อย่ามองเพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่อ่อนหวานนุ่มนวลของ เซียวจื่อเยว่ เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นบุตรีของภรรยาหลวง บาง ครั้งก็ฉุนเฉียวเมื่อถูกบีบบังคับให้รู้สึกกดดัน
เซียวจื่อหลินกล่าวด้วยความน้อยเนื้อตํ่าใจ “พี่รอง ท่านดุข้า!”
เซียวจื่อเยว่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ก็เจ้าทำผิด! นางเป็น ภรรยาของคุณชายเยี่ยน ตามหลัก เจ้าควรเรียกนางด้วยความเคา รพว่าฮูหยินคุณชายเยี่ยน ตามความสัมพันธ์ เจ้าต้องเรียกนางว่า พี่สะใภ้ สถานะของนางสูงส่งกว่าเจ้า แต่เจ้าดูสิ ว่าเจ้าปฏิบัติต่อ นางเช่นไร? นางไม่กล่าวโทษเจ้าตรงนี้ก็นับว่าจิตใจกว้างขวาง แล้ว!”
พี่รองชอบวางมาดบุตรีภรรยาหลวง ทำเหมือนว่านางฉลาด ที่สุดในโลก เซียวจื่อหลินกลอกตาในใจ ทว่าใบหน้ากลับเรียบเฉย อย่างไรเสียแม่ของเซียวจื่อเยว่ก็เป็นฮูหยินใหญ่แห่งจวนสกุลเซียว ตนและอี๋เหนียงจะทำสิ่งใดก็ยังต้องดูสีหน้าของสตรีผู้นั้น
“ใช่ๆๆ ข้าผิดเอง พี่รองท่านยกโทษให้ข้าสักครั้งก็แล้วกัน” เซียวจื่อหลินกอดแขนเซียวจื่อเยว่ พลันทำหน้ายิ้มระรื่น
เซียวจื่อเยว่ถอนหายใจ “หลังจากนี้ พี่สะใภ้คงไม่อยากคุยกับ ข้าแล้ว”
เซียวจื่อหลินส่งเสียงหัวเราะเยาะ ผู้หญิงแบบนั้นมีอันใดให้น่า เสวนาด้วย? นางได้ยินมาหมดแล้ว เป็นหญิงบ้านนอกจากชนบทที่ ปีนขึ้นเตียงคุณชายเยี่ยน เพื่อใช้บุตรบังหน้าให้ตนได้แต่งงานเข้า จวนคุณชาย
ไม่น่าแปลกใจที่กล้าแย่งชุดจากนาง คนบ้านนอกชั้นตํ่า!
“ไปละ” เซียวจื่อเยว่ขมวดคิ้วมองเซียวจื่อหลินอย่างไม่พอใจที่
ทำให้อวี๋หวั่นจากไป นํ้าเสียงของนางเย็นชาเล็กน้อย
เซียวจื่อหลินเบะปากแล้วเดินตามไป
สองพี่น้องเข้าไปยังห้องชุนฮุย ฮูหยินใหญ่เซียวกำลังพูดคุย เรื่องทั่วไปกับมิตรสหายของนาง เมื่อนางเห็นบุตรสาวเดินมาหา ก็ จับมือนางอย่างอ่อนโยน “ไปเที่ยวเล่นที่ใดมา?”
เซียวจื่อเยว่ทำท่าทีเนือยๆ ไม่อยากเอ่ยสิ่งใด
สายตาแข็งกร้าวของฮูหยินใหญ่เซียวตกกระทบร่างของบุตรี ภรรยาน้อย เซียวจื่อหลินตกใจตัวสั่น รีบก้มหัวลงฉับพลัน
ฮูหยินใหญ่เซียวถอนสายตากลับมา พลางตบมือบุตรสาว เบาๆ “พี่น้องสตรีของเจ้าก็มากันแล้ว กำลังเล่นปาลูกดอกลงเป้า อยู่ที่สวนด้านหลัง เจ้าก็ไปเถิด”
เซียวจื่อเยว่ทอดถอนใจพลางเดินจากไป
เซียวจื่อหลินก็รีบเร่งรุดเดินตามไปทันที เซียวจื่อหลินสัมผัส ได้ถึงสายตาเย็นชาของฮูหยินใหญ่อย่างชัดเจน นางรู้ว่าฮูหยิน ใหญ่กำลังโทษนางอีกครั้ง ไยเซียวจื่อเยว่อารมณ์ไม่ดีแล้วต้อง ตำหนินางเสมอ? เป็นแบบนี้ทุกที!
เซียวจื่อหลินโกรธแค้นเหลือทน แต่อย่างไรนางก็ไม่กล้าโกรธ แม่ใหญ่ ทำได้เพียงเกลียดอวี๋หวั่นมากขึ้นเท่านั้น
ต้องโทษผู้หญิงคนนี้!
ครั้งก่อนก็แย่งชุดนาง มาครั้งนี้ก็แย่งพี่สาวนางอีก!
แม้ว่าเซียวจื่อเยว่จะมีนิสัยขี้งอน แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ นาง หากไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นสร้างเรื่องขัดขานาง พี่สาวจะ พาลโกรธนางได้อย่างไร?
ยิ่งเซียวจื่อหลินคิดเรื่องนี้มากเท่าไร นางก็ยิ่งโกรธแค้นมาก ขึ้นเท่านั้น จึงตัดสินใจจะให้บทเรียนแก่อวี๋หวั่น
เซียวจื่อหลินใช้ข้ออ้างไปห้องนํ้า พาสาวใช้สองคนออกมาจาก สวนด้านหลัง
ขณะที่กำลังเดินดูรอบๆ จวน นางก็สังเกตว่าใกล้กับสวน ดอกไม้ขนาดเล็ก มีป่าท้อซึ่งเต็มไปด้วยลูกท้อหวานฉํ่าชวนให้คน นํ้าลายสอ การเก็บลูกท้อของเฉิงอ๋องโดยพลการคงจะไม่ใช่เรื่องดี นัก ทว่าเป้าหมายของนางไม่ใช่ลูกท้อเหล่านั้น แต่เป็นหนอนที่อยู่ บนต้นท้อ
ในตัวนางมีขวดเครื่องเคลือบขนาดเล็กที่ใส่ผลไม้แช่อิ่ม นาง เทผลไม้แช่อิ่มออก และให้สาวใช้จับหนอนดำขนปุยสองสามตัวใส่ ลงไปในขวดเครื่องเคลือบ
นางคิดไว้ว่า อีกไม่นานเมื่อนางเจออวี๋หวั่น ก็จะเทหนอนใส่บน ร่างนาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคอเสื้อ หากเป็นเช่นนั้นนางจะต้อง อับอายต่อหน้าสาธารณชนเป็นแน่
ขณะที่เซียวจื่อหลินจินตนาการถึงฉากนั้นก็หัวเราะตัวโยน นางให้สาวใช้ถือขวดเครื่องเคลือบ แล้วนางก็พาสาวใช้ไปตามหาอ วี๋หวั่น
สถานที่รับรองแขกสตรีคือที่เรือนฉงอัน ห้องชุนฮุย ห้องเซี่ยสี่ ห้องชิวเฟิง และห้องตงเซว่ในเรือนล้วนเป็นสถานที่ที่แขกสตรีมาส นทนาเรื่องทั่วไป สถานที่กินเลี้ยงอยู่ในห้องโถงด้านข้าง ซึ่งอวี๋หวั่น กำลังจะไปเข้าร่วม แต่ไหนเลยจะรู้ว่าเดินไปได้เพียงครึ่งทาง เธอก็ ถูกเซียวจื่อเยว่ดึงออกมา
เซียวจื่อเยว่มาเรียกให้เธอเล่นปาลูกดอกลงเป้า
เรื่องแบบนี้ส่งสาวใช้สักคนมาก็ได้ แต่เซียวจื่อเยว่กลับมาด้วย ตนเอง เพื่อแสดงถึงความจริงใจของนาง
สตรีผู้นี้มีความเพียรพยายามยิ่งนัก
อวี๋หวั่นถาม “ปาลูกดอกลงเป้ามีวางเงินเดิมพันหรือไม่”
“มีจ้ะ มี!”
เซียวจื่อเยว่พยักหน้าเหมือนโขลกกระเทียม
อวี๋หวั่นคลี่ยิ้ม
“ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าคงต้องจับกระเป๋าไว้ให้แน่นแล้วละ”
ทั้งสองพูดคุยกันขณะที่เดินผ่านสวนดอกไม้ เซียว
จื่อหลินมองทั้งสองที่กำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน พลัน ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ ไยไม่เห็นพี่สาวของนางครู่เดียว ก็มา ยุ่งกับสตรีผู้นี้อีกแล้ว?
เซียวจื่อเยว่ดึงอวี๋หวั่นไปที่สวนด้านหลัง และแนะนำอวี๋หวั่น ให้พี่น้องสตรีของนางรู้จัก พร้อมกับแนะนำพี่น้องสตรีให้อวี๋หวั่น
รู้จักเช่นกัน
เซียวจื่อหลินซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ และถามสาวใช้ทั้งสองที่อยู่ ด้านข้าง
“พร้อมหรือยัง?”
สาวใช้เทหนอนลงบนใบไม้ พร้อมกับถือกิ่งไม้แห้งเรียวยาว และเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน
“พร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวจื่อหลินเอ่ย “ยังไม่รีบลงมืออีก?”
ทั้งสองใช้กิ่งไม้แห้งเขี่ยหนอน เด้งไปใส่ร่างของอวี๋หวั่น
ทั้งสองควบคุมแรงได้เป็นอย่างดี และสามารถใส่หนอนลงใน คอเสื้อของอวี๋หวั่นได้โดยไม่ผิดพลาด
แต่สิ่งที่ผิดพลาดก็เกิดขึ้น เซียวจื่อเยว่รีบวิ่งมาด้วยรอยยิ้ม พลันจับแขนของอวี๋หวั่นอย่างสนิทสนม
“พี่สะใภ้เก่งที่สุด!”
ซวยแล้ว!
คำนั้นมิได้ออกจากปากคนทั้งสอง หนอนสีดำตัวเล็กๆ สองตัว บินตรงเข้าไปในเสื้อผ้าของเซียวจื่อเยว่แทน
……………………………………………
[1] อี๋เหนียง คือ ตำแหน่งหรือคำเรียกของอนุภรรยา
บทที่ 146.2 หมอเทวดาหวั่นหวั่น
ทูตหนานจ้าว (2)
เซียวจื่อเยว่เพียงรู้สึกคันที่หน้าอก จึงก้มลงไปมอง และเห็นว่า หนอนขนปุยตัวเล็กๆ กำลังดิ้นอยู่บนผิวหนังอันบอบบางของนาง ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในฉับพลัน และคล้ายมีบาง อย่างพุ่งออกมาจากความคิด นางสติหลุดลอยล้มลงบนพื้นหญ้า
เซียวจื่อหลินตกตะลึง สวรรค์ เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร? ไม่ได้ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นตกใจกลัว แต่กลับทำให้พี่สาวของนางได้รับ เคราะห์แทน?! ท่านพี่ตกใจกลัวจนเป็นลมไปแล้ว?!
พี่น้องสตรีต่างมุงดู
เซียวจื่อเยว่ไม่ได้ตกใจจนเป็นลมง่ายดายเพียงนั้น ทว่าอาการ ป่วยของนางกำเริบ
อวี๋หวั่นรีบพลิกตัวเซียวจื่อเยว่ที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นให้หันไปด้าน ข้าง และบังนางด้วยร่างของเธอ พลางหันกลับมาพูดกับบรรดาพี่ น้องสตรี “ถอยออกไป!”
ทุกคนต่างสะดุ้ง
อวี๋หวั่นกล่าวด้วยเสียงเกรี้ยวกราด “ข้าฮูหยินสั่งให้พวกเจ้า ถอยไป หูหนวกรึไง!”
หลายคนตกใจกับท่าทีของอวี๋หวั่น และไม่กล้าก้าวขึ้นมาด้าน
หน้าอีก หลังจากมองหน้ากันก็ถอยออกจากสวนด้านหลังไปด้วย ความสงสัย
อวี๋หวั่นรีบสั่งการ “จื่อซู! รีบไปนำตะเกียบมา! ฝูหลิง เฝ้าสวน ไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้ามา!”
จื่อซูรีบไปโดยไม่พูดพรํ่า บุตรีไม่ทราบชื่อเดินไปมารอบๆ ทาง เข้าสวนด้านหลัง พลางมองเข้ามาด้านในด้วยความร้อนใจ อยาก เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเซียวจื่อเยว่ ทว่าฝูหลิงกลับทำตัวราวกับภูเขา เล็กๆ ทำให้ทุกสายตาที่จับจ้องถูกปิดกั้นไว้มิดชิด
อวี๋หวั่นนำหนอนออกจากร่างกายของเซียวจื่อเยว่ แม้ว่าพวก มันจะเป็นหนอนที่พบเห็นได้ทั่วไป และพิษไม่ร้ายแรงถึงชีวิต แต่ พวกมันก็กัดผิวบริเวณหน้าอกของเซียวจื่อเยว่จนบวมใหญ่หลาย จุด นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ทว่าอาการป่วยที่กำเริบทำให้เซียว จื่อเยว่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ครั้งนี้ อาการรุนแรงกว่าบนรถม้า อวี๋หวั่นรู้ดีว่า หากเธอสั่งให้ ทุกคนถอยไป จะยิ่งทำให้พวกเขาเกิดความสงสัย แต่หากไม่ทำ เช่นนี้ พวกเขาจะล่วงรู้ว่าเซียวจื่อเยว่ป่วยเป็นโรคใด อวี๋หวั่นเลือก ที่จะเสียน้อยดีกว่าเสียมาก
อวี๋หวั่นปลดกระดุมของเซียวจื่อเยว่ออก
จื่อซูกลับมาพร้อมกับตะเกียบคู่หนึ่ง อวี๋หวั่นพันตะเกียบด้วย ผ้าเช็ดหน้า และกดให้คั่นอยู่ระหว่างฟันกรามบนและล่างทั้งสอง ข้างของเซียวจื่อเยว่
เซียวจื่อเยว่กัดแน่น
อวี๋หวั่นสั่งจื่อซูอีกครั้ง “เจ้าไปเชิญฮูหยินใหญ่เซียวมา”
“เจ้าค่ะ!” จื่อซูเดินไปตามนาง
เซียวจื่อหลินที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ตกใจกับฉากตรงหน้า นางไม่ อยากจะเชื่อว่าพี่สาวจากภรรยาหลวงผู้สูงส่งเหนือใครจะป่วยเป็น โรคประหลาด เป็นเรื่องที่น่าตกใจเกินไปมิใช่หรือ?
ฮูหยินใหญ่เซียวเดินมาพร้อมกับซั่งกวนเยี่ยน ซั่งกวนเยี่ยนไม่ ได้ไปร่วมพิธีบวงสรวงสวรรค์ นางพบกับฮูหยินเหยาที่ประตูจวน ทั้งสองพูดคุยกันสองสามประโยค ก่อนจะไปที่ห้องชุนฮุย พวกนาง บังเอิญเห็นจื่อซูกำลังเอ่ยบางสิ่งบางอย่างกับฮูหยินใหญ่เซียว สีห น้าของฮูหยินใหญ่เซียวดูไม่สู้ดีนัก ซั่งกวนเยี่ยนไม่ได้รู้จักจื่อซู ทว่า จำสัญลักษณ์ของจวนคุณชายที่เอวของนางได้ เนื่องจากมัน เกี่ยวข้องกับจวนคุณชาย นางจึงต้องมาดูสักหน่อย
ซั่งกวนเยี่ยนถูกฝูหลิงขัดขวางไว้
ฮูหยินน้อยให้จื่อซูมาเชิญฮูหยินใหญ่เซียวเพียงคนเดียว และ ไม่ได้เชิญคนอื่น!
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวว่า “ข้าเป็นมารดาคุณชายของเจ้า!”
ฝูหลิง “ฮูหยินน้อยไม่ได้เชิญมารดาคุณชาย”
ซั่งกวนเยี่ยน “???”
เป็นหญิงที่ซื่อบื้ออันใดเพียงนี้!
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “ฝูหลิง ให้พระชายาเข้ามา”
จากนั้นฝูหลิงจึงหลีกทางให้
การให้ซั่งกวนเยี่ยนมาด้วย เป็นการอนุญาตจากฮูหยินใหญ่ เซียว อวี๋หวั่นเป็นลูกสะใภ้ของซั่งกวนเยี่ยน ในความเห็นของฮูหยิน ใหญ่เซียว แม้ยามนี้ตนจะปกปิดได้ ทว่ากลับไปอวี๋หวั่นก็ต้องบอก ความลับแก่ซั่งกวนเยี่ยนอยู่ดี
สู้ไม่ปิดเสียดีกว่า
“เจ้ากั้นอยู่ที่นี่ อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้” ซั่งกวนเยี่ยนสั่งสาวใช้ที่มา กับนาง
เมื่อสาวใช้ได้รับภารกิจสำคัญ นางยืดอกขึ้นในฉับพลัน และ มองไปที่ฝูงชนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “ลองมองสิ! ข้าจะควักลูก ตาเจ้าออกมา!”
ทุกคนหวาดกลัวจนยอมถอยไปเก้าสิบหลี่!
ระยะเวลากำเริบของเซียวจื่อเยว่ครั้งนี้ค่อนข้างนาน แต่ไม่ว่า อย่างไรก็สามารถควบคุมไว้ได้แล้ว นางรอดพ้นจากเหตุการณ์ ฉุกเฉินมาได้ โดยปราศจากการดูแลของหมอประจำจวน
ในจวนสกุลเซียวมีหมอประจำจวนอาศัยอยู่ตลอดทั้งปี โดย อ้างว่าฮูหยินใหญ่เซียวมักจะเป็นลมบ่อยๆ และไม่รู้ว่าจะกำเริบขึ้น เมื่อใด ในที่สุดซั่งกวนเยี่ยนก็เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของบ้าน ใหญ่
ซั่งกวนเยี่ยนถอนหายใจเบาๆ “พี่สะใภ้ เหตุใดก่อนหน้านี้ท่าน ถึงไม่บอก? หากท่านบอกมา พวกเราจะได้ช่วยกันคิดหาวิธี และดู ว่าจะรักษาอาการของจื่อเยว่อย่างไร”
ฮูหยินใหญ่เซียวไม่เห็นวี่แววของการดูถูกเหยียดหยามใดๆ บนใบหน้าของซั่งกวนเยี่ยน นางกอดบุตรสาวในสภาพเละเทะ มอมแมมด้วยความเจ็บปวดโดยไม่ตอบสิ่งใด
หากนี้มีหนึ่งคนที่สามารถเข้าใจความรู้สึกของฮูหยินใหญ่ เซียว ก็ต้องเป็นซั่งกวนเยี่ยนเท่านั้น นางก็มีบุตรที่รักษาอาการเจ็บ ป่วยไม่หายมาหลายปีเช่นกัน นางไม่ต้องการให้ใครสักคนในใต้ หล้าล่วงรู้ความลับนี้ นางใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และใช้ชีวิตอย่าง ไม่สนใจหน้าตา มีชีวิตอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าวันใดตื่น ขึ้นมาต้องพบว่าบุตรชายถูกพรากไปจากนาง ไม่มีใครรับรู้ความ เจ็บปวดนี้ได้ดีไปกว่านางแล้ว
นางถอดเสื้อคลุมบนร่าง มาคลุมเซียวจื่อเยว่ที่กระอักกระอ่วน พลางเอ่ยเบาๆ “พี่สะใภ้ พาจื่อเยว่ลงไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถิด”
ฮูหยินใหญ่เซียวกอดบุตรสาวที่อายุสิบสี่สิบห้าไม่ปล่อย อวี๋ หวั่นเรียกฝูหลิง ฝูหลิงโอบเซียวจื่อเยว่ที่ห่อตัวด้วยเสื้อคลุมอย่าง แน่นหนา เดินไปที่ห้องพักรับรองแขกอย่างเบามือ
อวี๋หวั่นให้จื่อซูไปหยิบยาปลอบประโลมผิวจากรถม้ามาทาที่ รอยบวมของเซียวจื่อเยว่
เรื่องนี้จำเป็นต้องตรวจสอบ และธรรมชาติก็ตรวจสอบได้ง่าย
ยิ่งนัก จุดที่พวกนางเล่นปาลูกดอกลงเป้าเป็นพื้นหญ้าเปิดโล่ง แมลงไม่มีทางบินเข้าไปในเสื้อผ้าของเซียวจื่อเยว่โดยไม่มีเหตุผล แล้วยังมีถึงสองตัว เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ ทว่าเซียวจื่อหลินกลับ หายตัวไป
ลูกไม้ของเซียวจื่อหลินยังตื้นเขินนัก หากนางปรากฏตัวใน ห้องอย่างเปิดเผย และร้องห่มร้องไห้เสียใจกับพี่สาว ฮูหยินใหญ่ เซียวก็อาจไม่สงสัยในตัวนาง ทว่าในเมื่อนางหลบซ่อนตัว หากบอก ว่าไม่ได้กินปูนร้อนท้อง ใครหรือจะเชื่อ?
ฮูหยินใหญ่เซียวให้คนไปตามตัวเซียวจื่อหลินมา
ใบหน้าของเซียวจื่อหลินซีดเผือด สาวใช้คนสนิททั้งสองของ นางพลันขาอ่อนแรงทรุดเข่าลงบนพื้นทันทีที่เข้ามาในห้อง
ฮูหยินใหญ่เซียวค่อยๆ ลุกขึ้นและก้าวไปหาเซียวจื่อหลินทีละ ก้าว
ร่างกายของเซียวจื่อหลินเริ่มสั่นสะท้าน
แม้อยู่ด้านนอกนางจะทำตัวเย่อหยิ่ง ทว่าในบ้านนางก็เกรง กลัวแม่ใหญ่เหมือนกัน
“แม่…แม่ใหญ่…”
ฮูหยินใหญ่เซียวยกฝ่ามือขึ้นฟาดลงบนใบหน้าของนาง!
“บังอาจนัก! กล้าคิดลอบทำร้ายพี่สาวของเจ้า!”
ฮูหยินใหญ่เซียวตบนางอย่างไม่ปรานี จนใบหน้าด้านที่ถูกตบ
ของเซียวจื่อหลินปูดบวม
เซียวจื่อหลินมองแม่ใหญ่ด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ “แม่ ใหญ่…ไม่ใช่…ไม่ใช่เช่นนี้…ท่านฟังข้า…ข้าไม่ได้ต้องการทำร้าย พี่รอง…ข้า…ข้าอยากจะแกล้งคนอื่นนิดหน่อย…แต่พี่รองวิ่ง เข้าไปเอง…”
ฮูหยินใหญ่เซียวจะเชื่อนางได้อย่างไร?
ต้องเป็นเพราะนางตัวดีอิจฉาบุตรสาวของนางเป็นแน่ จึง พยายามทำร้ายนาง ต้องการให้นางอับอายต่อหน้าสาธารณะ หาก นางอวี๋รับมือไม่ทัน บุตรสาวนางคงต้องโชคร้าย และทุกคนก็จะรู้ เรื่องที่บุตรสาวของนางป่วย!
เรื่องของบ้านใหญ่ซั่งกวนเยี่ยนไม่อาจเข้าไปก้าวก่าย นางจึง นั่งดูอวี๋หวั่นให้ยาเซียวจื่อเยว่อยู่หลังฉากกั้นเงียบๆ
เซียวจื่อเยว่มีรอยบวมขนาดใหญ่หลายจุดบนร่างกายของนาง ที่เอวของนางก็มีเช่นกัน
เซียวจื่อเยว่รู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ รู้สึกอับอาย นอนร้องไห้จนหลับไป
การเคลื่อนไหวของอวี๋หวั่นแผ่วเบา กระทั่งเซียวจื่อหลินก็ไม่รู้ ว่านางกับซั่งกวนเยี่ยนนั่งอยู่หลังฉากกั้น
“พาคุณหนูสามกลับจวน!” ในที่สุดฮูหยินใหญ่เซียวก็จำได้ว่า นี่คืองานเลี้ยงแต่งงานของเฉิงอ๋อง ไม่สามารถทำให้เรื่องวุ่นวาย เกินไป ทว่าเมื่อกลับไปที่จวน นางจะมีวิธีจัดการกับหญิงสาวผู้นี้!
เซียวจื่อหลินถูกสาวใช้แม่บ้านของฮูหยินใหญ่เซียวพา (จับ) ขึ้นรถม้ากลับจวน
เพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือซุบซิบนินทา ฮูหยินใหญ่เซียวจึงประกาศ ว่าบุตรสาวของนางถูกแมงมุมพิษกัด บริเวณที่ถูกกัดไม่สะดวกที่ จะให้ผู้ใดเห็น
หลังจากเรื่องนั้น พี่น้องสตรีหลายคนก็มาเยี่ยมเซียวจื่อเยว่ บริเวณหน้าอกและกระดูกไหปลาร้าของเซียวจื่อเยว่มีจุดบวมแดง
“ที่เอวก็มีเช่นกัน” ฮูหยินใหญ่เซียวกล่าวพร้อมกับถอนใจ “จื่อเยว่ขี้ขลาด ตกใจกลัวจนสลบไป ฮูหยินน้อยจะนำแมงมุมพิษ ออก จึงให้พวกเจ้าทุกคนถอยไป”
ต้องปลดเปลื้องอาภรณ์ออกก่อนจึงจะหาตัวแมงมุมพิษ จึงไม่ แปลกที่พวกนางถูกสั่งให้ถอยออกไป
ท่าทีของฮูหยินน้อยในขณะนั้นค่อนข้างดูดุร้าย แต่ทั้งหมดก็ เพื่อประโยชน์ของเซียวจื่อเยว่ พวกนางไม่มีสิ่งใดจะตำหนิ ส่วนสา เหตุที่ฮูหยินน้อยทำเช่นนี้ ยังต้องเอ่ยอีกหรือ? ฮูหยินน้อยเป็นพี่ สะใภ้ของเซียวจื่อเยว่ในนามอย่างไรละ!
เมื่อข่าวนี้ไปถึงหูเฉิงอ๋อง เฉิงอ๋องจึงส่งมามาที่ได้รับอำนาจมา ด้านหนึ่งเพื่อขอโทษฮูหยินใหญ่เซียว เหตุเพราะที่สวนมีแมงมุม พิษ จวนเฉิงอ๋องไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ และอีกด้านหนึ่ง เพื่อบอกฮูหยินใหญ่เซียวว่า เฉิงอ๋องได้ส่งคนไปเชิญหมอหลวงมา แล้ว
แน่นอนฮูหยินใหญ่เซียวไม่ยอมให้หมอหลวงมาตรวจวินิจฉัย และรักษาเซียวจื่อเยว่ พี่น้องสตรีสองสามคนดูไม่ออก แล้วหมอ หลวงจะดูไม่ออกด้วยอย่างนั้นหรือ? เห็นได้ชัดว่าเซียวจื่อเยว่ตกใจ กลัวจนล้มป่วย
ฮูหยินใหญ่เซียวปฏิเสธความหวังดีของเฉิงอ๋อง และพาเซียว จื่อเยว่กลับไปยังจวนสกุลเซียวด้วยเหตุผลที่เซียวจื่อเยว่ไม่สบาย
พี่น้องสตรีหลายคนเป็นพยานได้ว่า ถูกกัดจนเป็นแบบนั้น อย่างไรก็ต้องกลับบ้านไปพักผ่อน ไม่มีใครสงสัยอะไร และความ วุ่นวายก็ค่อยๆ สงบลง
อวี๋หวั่นยังไม่ทันหยุดพักหายใจ ต้ามามาผู้อยู่ข้างกายเฉิงอ๋อง ก็รีบเข้ามา โค้งคำนับอวี๋หวั่นและกล่าวว่า “ขอถาม…ท่านคือฮู หยินของคุณชายเยี่ยนใช่หรือไม่?”
อวี๋หวั่นพยักหน้า “ข้าเอง มีเรื่องอันใดหรือ?”
ต้ามามาเอ่ยอย่างร้อนใจ
“เรื่องเป็นเช่นนี้ แขกท่านหนึ่งของเรือนเฟยเหยียนดื่มเหล้า เมาจนสลบไป และไม่ทันระวังจนได้รับบาดเจ็บที่มือ เลือดไหลออก มาไม่หยุด หมอหลวงกำลังเดินทางมา ทว่าแขกผู้นั้นได้รับบาดเจ็บ สาหัสมาก เฉิงอ๋องเกรงว่าจะไม่ทันการ ข้าได้ยินมาว่าเมื่อครู่ฮูหยิน น้อยรักษาบาดแผลถูกแมลงกัดของคุณหนูเซียว คิดว่าฮูหยินน้อย ต้องมีความรู้ด้านการแพทย์ ไม่ทราบว่าท่านจะไปดูอาการของ แขกท่านนั้นก่อนได้หรือไม่?”
อวี๋หวั่นมองล่วมยาในมือของจื่อซู่ และพยักหน้า
“ท่านนำทางไปเถิด”
ต้ามามาเอ่ยด้วยความดีใจ “ฮูหยินน้อย เชิญ!”
อวี๋หวั่นส่งสัญญาณให้สาวใช้ทั้งสองตามมา พลางถามต้ามา มา “แขกท่านใดหรือ?”
ต้ามามาตอบว่า “เป็นทูตของหนานจ้าว”