หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 318 ซิวหลัวยิ้มได้
เป็นต้าเป่า
เป็นเพราะกลัวว่าต้าเป่าจะโดนลูกหลงไปด้วย จึงทนรับแรง โจมตีไว้เอง และใช้ร่างของตนเองดูดซับพลังภายในของเขา?
เซียวเจิ้นถิงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
หากเมื่อครู่ซิวหลัวลงมือ และประมือกับเขา ตัวซิวหลัวเองก็ คงไม่เป็นไร แต่ต้าเป่าที่เขาอุ้มอยู่คงจะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
เมื่อคิดเช่นนี้ เซียวเจิ้นถิงก็อดรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้
โชคดีที่ไม่ได้ใส่แรงทั้งหมด ไม่เช่นนั้นต้าเป่าคงไม่รอดแล้ว!
แต่ทันใดนั้นเอง เซียวเจิ้นถิงก็สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ
ซิวหลัวไม่สู้ แต่จะไม่หลบไปจริงๆ หรือ?
เป็นเพราะหนีไม่พ้น หรือว่า…
เซียวเจิ้นถิงสูดหายใจเข้าลึก แล้วตัดสินใจเอ่ยถามยอดฝีมือ แปลกหน้าว่า “เหตุใดเจ้าไม่หลบไป?”
ซิวหลัวมองไปยังต้าเป่า แล้วส่งสายตาประหลาดใจให้เซียว เจิ้นถิง
เซียวเจิ้นถิงเข้าใจในทันที
ต้าเป่าผล็อยหลับไป ถ้าหากเขาใช้วิชาตัวเบาอย่างฉับพลัน
อาจทำให้ต้าเป่าตื่น
เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ต้าเป่าตกใจ เขาจึงยอมเจ็บตัว
“เจ้า…”
เซียวเจิ้นถิงไม่รู้ตนเองควรพูดว่าอย่างไร
คนผู้นี้วรยุทธ์สูงส่งถึงเพียงนี้ แต่แลดูเซ่อซ่าทีเดียว
แต่ถึงจะดูเซ่อซ่า เขาก็รู้ว่าอาจทำให้เด็กซึ่งกำลังหลับตกใจ ตื่นได้
เป็นเพราะตอนเด็กเจ้าตกใจตื่นเช่นนี้บ่อย จึงเข้าใจเรื่องนี้ หรือ?
ไม่อยากให้ต้าเป่าต้องเจอกับสิ่งที่ตนเคยเจอ เพราะฉะนั้นจึง ยอมรับความทรมานนั้นแทนหรือ?
เซียวเจิ้นถิงเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ ไม่ได้ถามออกไป
ในตอนนั้นเอง ซั่งกวนเยี่ยนก็เดินมาหาทั้งสามคน
ซั่งกวนเยี่ยนไม่เห็นภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อมอง ใบหน้าซีดเผือดของซิวหลัว และเสื้อผ้าด้านหลังของเขาก็ฉีกขาด จากการโจมตี และมองไปยังใบหน้าลำบากใจของเซียวเจิ้นถิง คน เขลาก็ยังบอกได้ว่าทั้งสองกำลังเข้าใจผิด
ซั่งกวนเยี่ยนถลึงตาใส่เซียวเจิ้นถิง “ข้าไม่อยู่แค่ประเดี๋ยว เดียว ท่านทำร้ายเขาจนเป็นเช่นนี้เชียวหรือ?”
“ข้า…” เซียวเจิ้นถิงเกาศีรษะ ไม่รู้ควรตอบว่าอย่างไรดี
ซั่งกวนเยี่ยนบอกว่า “เขาคือคนรู้จักของอาหวั่นกับฉงเอ๋อร์ เมื่อครู่เข้ามาทักทายแล้ว เขาดู…แปลกๆ แต่ว่าอาหวั่นบอกไว้ แล้ว ไม่ต้องใส่ใจหรอก เขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไร”
ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร เซียวเจิ้นถิงยังไม่กล้าเห็นด้วย
อย่างไรเสียครั้นอยู่บนถนน เขาก็ประมือกับคนผู้นี้มาแล้วครั้ง หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันบ้าคลั่งจากร่างของเขา เพียงแต่ ว่าตั้งแต่เข้ามาในลานบ้าน กลิ่นอายของเขายังคงอยู่ แต่จิต สังหารบ้าคลั่งนั้นไม่เหลืออยู่แล้ว น่าแปลกจริงๆ
ทว่า ในเมื่ออาหวั่นบอกไว้แล้ว คนผู้นี้ก็น่าจะไว้ใจได้
อีกอย่างฉงเอ๋อร์ก็อยู่ด้วย ถ้าหากไม่เชื่อใจ ก็คงไม่ปล่อยให้เขา อุ้มต้าเป่าหรอก
อันที่จริงในตอนที่เข้ามาในลานบ้าน เขาก็สัมผัสได้แล้วว่า กลิ่นอายของคนผู้นี้ไม่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเขาถูกกลิ่นคาว เลือดทำให้หัวหมุน จึงมิได้ใส่ใจสังเกตความผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้นในลานบ้านกัน? เหมือนว่า…” เซียวเจิ้นถิงอยาก พูดว่ามีคนถูกฆ่า แต่เมื่อดูท่าทางสบายๆ ของซั่งกวนเยี่ยน จึงรีบ แก้จำพูดว่า “มีโจรขึ้นบ้าน”
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวว่า “มีแขกมาไม่ใช่หรือ? ข้าเลยให้ซิ่งจู๋เชือด ไก่ แต่นางไม่ค่อยมีแรง สับลงไปแล้วไก่ยังวิ่งหนีไปทั่ว ต้องวิ่งตาม กันให้วุ่น”
ที่แท้ก็เป็นเพียงเลือดของไก่…
เซียวเจิ้นถิงยกมือขึ้นปาดเหงื่อเย็น
ไม่นาน เสี่ยวเป่าและเอ้อร์เป่าก็ตามมา เด็กทั้งสองปลุกต้าเป่า แล้วส่งขวดนมให้ต้าเป่า จากนั้นก็พาซิวหลัวเดินไปยังลานหน้า บ้านอย่างคล่องแคล่ว
เด็กสามผู้ใหญ่หนึ่งนั่งอยู่บนธรณีประตู มือถือขวดนม ดื่มนม กันอย่างมีความสุข!
เซียวเจิ้นถิงรู้ดีกว่าใครว่าเขาใช้แรงไปมากเท่าใด เขาคนนั้น กระดูกหัก ย่อมต้องบาดเจ็บหนัก แต่กลับมีท่าทางราวกับไม่มีอะไร เกิดขึ้น
เขาไม่กลัวเจ็บ หรือว่าเจ็บจนชินแล้วกัน?
เซียวเจิ้นถิงไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือซิวหลัวผู้เลื่องชื่อ และไม่รู้ว่า ความเจ็บปวดที่ซิวหลัวต้องทนในแต่ละวันนั้นหนักหนากว่านี้เป็น ร้อยเท่า แผลของเขาหากจะบอกว่ารุนแรงก็รุนแรง แต่เขาชินชา กับความเจ็บปวดเช่นนี้แล้ว
เซียวเจิ้นถิงมองไปยังซิวหลัวอย่างไม่เข้าใจ
ถ้าหากไม่ใช่เพราะซิวหลัวยังหน้าตาเหมือนเดิม เขาคงนึก สงสัยว่านี่ไม่ใช่หน่วยกล้าตายผู้โหดร้ายเลือดเย็นที่เขาเจอบนถนน
ดวงตาของเขาเป็นสีแดง น่าจะเป็นเพราะธาตุไฟเข้าแทรก ตามหลักแล้วคนเหล่านี้จะไม่รู้เนื้อรู้ตัว แต่ยามที่เขามองเด็กๆ ทั้ง สาม สายตาของเขาแลดูไร้เดียงสาราวกับเด็ก
โปะ!
ต้าเป่าปล่อยจุกนม แล้วส่งยิ้มให้ซิวหลัว
ทั้งชีวิตนี้ซิวหลัวไม่เคยยิ้มมาก่อน
แต่เขาเรียนรู้ท่าทางนี้จากต้าเป่า จึงพยายามยกกล้ามเนื้อ ใบหน้าขึ้น
รอยยิ้มนั้นเหมือนใบหน้าร้องไห้เสียมากกว่า
ท่าทางของเขาดูเซ่อซ่าเหลือเกิน
เซียวเจิ้นถิงรู้สึกว่าตนเองคงคิดมากไป เขาคนนี้ดูโหดเหี้ยม แต่แท้จริงแล้วไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด เขาจึงกลับไปช่วยทำ แผล และจะต่อกระดูกให้เขา
เมื่อนึกเรื่องหนึ่งออก เซียวเจิ้นถิงก็กล่าวว่า “ใช่สิ เขาชื่ออะไร หรือ เจ้าเรียกเขาว่าอย่างไร?”
ซั่งกวนเยี่ยนอุทาน แล้วบอกว่า “ฟังจากที่อาหวั่นบอก น่าจะ ชื่อซิวหลัว?”
ซ…ซิวหลัว?
ซิวหลัว…เครื่องมือสังหารของเผ่าปีศาจที่ฆ่าล้างบางได้ทั้ง เมืองน่ะหรือ?
เขาเพิ่งจะต่อยซิวหลัว!!!
เซียวเจิ้นถิง “…”
เขาควรจะดีใจใช่ไหมที่ยังมีชีวิตรอด…
สุดท้ายแล้วซิวหลัวก็ไม่ได้รับการรักษาจากเซียวเจิ้นถิง เขา ดื่มนมจนอิ่มก็กลับจวนไปอย่างมีความสุข
เมื่อหนานกงหลีเห็นว่าเขากลับมามือเปล่า สีหน้าก็มืดมนลง ทันใด
กลิ่นอายของซิวหลัวนั้นเปลี่ยนไป
พลังที่โหมคลั่งในร่างของเขาลดลงมาก
อีกทั้งบนตัวของเขายังมีกลิ่นของนม
หนานกงหลีหรี่ตาด้วยความเคลือบแคลงใจ “เจ้าเจอกับเด็ก พวกนั้นหรือ?”
ใช่แล้ว เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเซียวเจิ้นถิงกับซั่งกวนเยี่ยนอยู่ ฝั่งตรงข้ามกับเรือนของเยี่ยนอ๋อง ในตอนที่ไปสืบ
ความมาได้ เขาตกใจแทบแย่ เขาคิดว่าถ้าหากเซียวเจิ้นถิงไม่ บ้า ก็คงต้องเป็นซั่งกวนเยี่ยนที่บ้า ถึงมาอยู่ในเรือนใกล้ๆ กับสามี เก่าของซั่งกวนเยี่ยน
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เด็กทั้งสามก็ย้ายมาอยู่ด้วย
เช่นนั้นก็หมายความว่าเยี่ยนจิ่วเฉาและเด็กคนนั้นก็ย้ายมา ด้วย?
ซิวหลัวเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกผิด เขาชี้ไปยังกระดูก ซี่โครงที่หัก บอกเป็นนัยว่าเขาทำภารกิจไม่สำเร็จ เขาสู้ไม่ได้!
ถ้าหากไม่มี ‘ความผิดพลาด’ ครั้งก่อนๆ หน้า หนานกงหลีก็คง เชื่อ แต่หลังจากเหตุการณ์หลายๆ ครั้งก็พบว่าซิวหลัวยังคงใจอ่อน กับเด็กทั้งสาม เขาชอบเด็กพวกนั้น เมื่อเห็นพวกเขาก็จะไม่ยอม ลงมือ
น่าแปลกใช่ไหมเล่า?
เดิมทีสิ่งมีชีวิตอย่างซิวหลัวเป็นเพียงเครื่องมือสังหารไร้ความ รู้สึก พวกเขาไม่สนใจใครหรือเรื่องอะไร หากถามว่าสิ่งที่พวกเขา ชอบคืออะไร คำตอบก็คือการฆ่านั่นเอง
ฆ่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
การฆ่าคนสามารถลดความเจ็บปวดที่เกิดจากธาตุไฟเข้า แทรก ไม่มีสิ่งใดที่ทำให้พวกเขาสำราญใจได้เท่าการฆ่าคนอีกแล้ว
ทว่าตั้งแต่ที่ได้เจอกับเด็กทั้งสาม ซิวหลัวก็ได้ค้นพบความ สำราญใจใหม่
เขาเริ่มจะดื้อรั้นแล้ว ต่อให้หนานกงหลีข่มขู่เขา สักพักเขาก็ลืม
หากซิวหลัวเป็นเช่นนี้ เก็บเอาไว้แล้วได้ประโยชน์อันใดเล่า? หากไม่ระวัง มีหวังได้ถูกเด็กสามคนนั้นชักจูงไปจนกลายมาเป็น ศัตรูกับเขา เช่นนั้นไม่นับว่าสายเกินแก้หรอกหรือ
ภายในเวลาเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว ในสมองของหนานกงหลีก็ บังเกิดความคิดขึ้นนับไม่ถ้วน
เขาก็ยังคงเป็นซิวหลัวที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่อยากใช้เขาก็จำ
ต้องใช้ หนานกงหลีไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่ แต่เป็นเพราะเขา แข็งแกร่งเช่นนี้ หากไปเข้ากับฝั่งเยี่ยนจิ่วเฉา ตนคงจะสู้ไม่ได้แล้ว
แทนที่จะเก็บงำความแค้น มิสู้เขากำจัดคนทรยศทิ้งไปเสีย ก่อนดีกว่าหรือ
หนานกงหลียิ้มอย่างเป็นปกติ “เจ้าไปพักผ่อนเถิด อีก ประเดี๋ยวข้าจะเอายาไปให้”
ซิวหลัวตอบว่า ‘อืม’ แล้วเดินไปโดยไม่แม้แต่จะหันหลังมามอง
เขามองไปยังร่างที่ไกลออกไป รอยยิ้มของหนานกงหลีก็ค่อยๆ หายไป
“องค์ชาย”
คนชุดดำออกมาจากด้านหลังฉากกั้น
หนานกงหลีพูดอย่างเย็นชาว่า “เมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้วว่าเขาไม่ ยอมลงมือ แล้วก็ยังโกหกอีกด้วย”
คนชุดดำขมวดคิ้ว “น่าแปลกเกินไปแล้ว ข้าไม่ยักเคยได้ยินว่า ซิวหลัวจะใจอ่อนกับใคร”
นอกจากวรยุทธ์สูงส่งเหนือผู้ใด นับวันเขายิ่งไม่เหมือนซิวหลัว
หนานกงหลีบอกว่า “ครั้งแรกที่ข้าเจอเขา ข้ารู้สึกว่าเขาไม่ เหมือนกับซิวหลัวคนอื่น แม้ว่าข้าจะไม่เคยเห็นซิวหลัว คนอื่น แต่ ในตำราบอกไว้เช่นนั้น”
ซิวหลัวคนนี้ฉลาดเฉลียวและเหมือนมนุษย์มากกว่าซิวหลัวที่
บันทึกไว้ในตำรา หนานกงหลีเห็นคุณสมบัติเหล่านี้จึงยอมจ่าย ราคาสูงลิบเพื่อพาเขาออกมาจากเผ่าปีศาจ ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า สุดท้ายแล้วคุณสมบัติที่เข้าตาหนานกงหลีจะกลายมาเป็นเหตุผล ให้หนานกงหลีกำจัดเขา
คนชุดดำส่ายหน้า “น่าเสียดาย เขาเป็นซิวหลัวที่แข็งแกร่ง ที่สุดที่พวกข้าเคยเจอ”
สามคนที่อยูในคุก ยังสู้เขาคนเดียวไม่ได้
หนานกงหลียกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “แล้วถ้าเป็นคนที่ดูด ซับวรยุทธ์ของซิวหลัวเล่า?”
คนชุดดำหน้าถอดสี “องค์ชาย! นั่น…นั่นมันอันตรายมาก! ”
ไม่เพียงจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่ดูดซับพลังของซิวหลัว แต่ชีวิต ของซิวหลัวเองก็เป็นอันตรายยิ่งกว่า
เดิมทีซิวหลัวเป็นเพียงหน่วยกล้าตายที่ธาตุไฟเข้าแทรก พวก เขาต้องใช้พลังภายในมหาศาลเพื่อต่อสู้กับพลังที่ปะทุในร่างกาย อีกทั้งเส้นเลือดฉีกขาดทำให้เกิดแผลภายในร่างกาย ทว่าเมื่อวร ยุทธ์หายไป พวกเขาก็จะไม่อาจแบกรับพลังที่บ้าคลั่งอยู่ภายใน ร่างกายได้ เมื่อถึงตอนนั้น ซิวหลัวก็มีเพียงจุดจบเดียวก็คือความ ตาย
หากเขาคิดได้ หนานกงหลีก็ย่อมคิดได้ ถ้าซิวหลัวยังสามารถ ทำงานให้เขาได้อยู่ เขาจะยอมสังหารซิวหลัวหรือ?
เยี่ยนจิ่วเฉาแย่งของของเขาไปมากแล้ว หนานกงหลีไม่อาจ
ยอมส่งซิวหลัวให้เขาหรอก
วันนี้ซิวหลัวอารมณ์ดี เส้นเลือดฉีกขาดก็ไม่อาจทำให้เขา คลุ้มคลั่งได้
เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่าง พยายามฝึกฝนท่ายกริมฝีปากขึ้น แก้ม ทั้งสองข้างของเขาแข็งเกร็ง ฝึกยิ้มได้ยากเหลือเกิน
“ซิวหลัว” หนานกงหลียิ้ม พลางเดินเข้าไป “ทำอะไรอยู่หรือ?”
ซิวหลัวไม่อยากแสดงสีหน้านั้นกับเขา
ซิวหลัวหันมาด้วยความงุนงง ดวงตาสีโลหิตมองไปที่เขา
หนานกงหลีวางยาร้อนไว้บนโต๊ะ “เจ้าบาดเจ็บ ข้าเอายามาให้ เจ้า ดื่มเถิด”
ซิวหลัวไม่ชอบดื่มยา
หนานกงหลีกล่าวเสียงค่อยว่า “ฟังข้าพูดสักหน่อย ดื่มแล้ว ช่วยฟื้นฟูพลังของเจ้า”
ซิวหลัวเบ้ปาก แต่สุดท้ายก็ยกยาขึ้นมาดื่ม
หนานกงหลียกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
นี่เป็นยารักษาอาการชํ้าในที่ราคาสูงลิบ เขาต้องการดูดซับ พลังของซิวหลัว ย่อมต้องทำให้ซิวหลัวฟื้นฟูอย่างครบถ้วนเสีย ก่อน ทว่ายาตัวต่อมานั้นไม่ใช่ยาดี
“เอ้านี่”
หนานกงหลีหยิบยาเม็ดสีดำปี๋วางไว้บนโต๊ะ
กลิ่ยของยานี้รุนแรง ซิวหลัวขมวดคิ้วทันทีที่ได้กลิ่น
“กินเข้าไป” หนานกงหลีบอก
ซิวหลัวไม่กิน
หนานกงหลีมิได้รู้สึกรำคาญใจ เขาบอกว่า “ไม่กินก็ได้ แต่เจ้า ต้องทำภารกิจแทนข้าอย่างหนึ่ง”
ซิวหลัวมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ
หนานกงหลียกมือขึ้นลูบผมยาวของซิวหลัวซึ่งพาดอยู่บนบ่า “เด็กสามคนนั้น ข้าชอบพวกเขามานานแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าก็ชอบพวก เขา เจ้าจะไปพาพวกเขามาหาข้า หรือว่าจะกินยาดีๆ?”
ซิวหลัวนั้นยากต่อการควบคุม แต่หากเป็นซิวหลัวที่มีจิต วิญญาณ เขาก็จะไม่มีวันหักหลังผู้ที่มีสัญญาต่อกัน
เขาเป็นซิวหลัวของหนานกงหลี
เขาถูกกำหนดมาให้ฟังคำสั่งของหนานกงหลี
หนานกงหลียิ้มพลางมองเขา “เจ้าเลือกเถิด”
ระหว่างทางมาที่นี่ หนานกงหลีย่อมมาพร้อมกับความหวัง ซิว หลัวผู้นี้ไม่โง่ เขาน่าจะรู้ดีว่าสิ่งที่ตนให้นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดี หากเขายอม ละทิ้งเด็กพวกนั้น แล้วพาพวกเขามาเพื่อเป็นการแสดงความ จงรักภักดี เช่นนั้นหนานกงหลีก็อาจจะยอมให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ
แต่เขากลับ…
ซิวหลัวหยิบยาบนโต๊ะขึ้นมา
เขาหลุบตา แล้วกินยานั้นลงไป
เขากลืนลงไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
สงบนิ่งราวกับกำลังกินลูกกวาด
ต่อให้เดาได้ว่าเขาอาจเลือกวิธีนี้ แต่หนานกงหลีก็ยัง เดือดดาลอยู่ดี!
ดูๆๆๆ นี่มันซิวหลัวที่พวกเขาพาออกมาจากเผ่าปีศาจนะ!
เขาไม่รู้ว่าตนทุ่มเทไปมากขนาดไหน จึงจะช่วยตัวอันตราย อย่างซิวหลัวออกมาได้!
หักหลังกันง่ายเหลือเกินนะ!
แต่ว่าเช่นนี้ก็ดี ในเมื่อดื้อรั้นเช่นนี้ ก็อย่าโทษว่าข้าไม่เห็นแก่ ความหลังครั้งเก่าก็แล้วกัน!
ยาที่ซิวหลัวกินเข้าไปนั้นคือยาสลายวรยุทธ์ สามารถสลายวร ยุทธ์ของซิวหลัว ทว่าวรยุุทธ์ที่สลายนั้นจะไม่หายไปอย่างฉับพลัน แต่จะไหลเวียนไปตามเส้นเลือด
ซิวหลัวไม่สามารถดึงพลังเหล่านี้กลับมาที่จุดตันเถียนได้ และ ยากที่จะเปิดฉากโจมตีผู้ใด
เพื่อป้องกันความผิดพลาด หนานกงหลียังหยิบโซ่เหล็กที่นำ ออกมาจากคุกในเผ่าปีศาจ มามัดซิวหลัวและนำตัว
เขาไปยังคุกใต้ดิน
หน่วยกล้าตายสามคนเพิ่งจะพ้นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ พวกเขาได้ รับพลังจากซิวหลัว กลิ่นอายเพิ่มขึ้นรุนแรง และกลายเป็นซิวหลัว โดยสมบูรณ์!
ซิวหลัวซึ่งถูกดูดพลังภายในออกไปหมดดูราวกับซากศพ ภายในชั่วข้ามคืน
เขานอนอยู่ตรงนั้นด้วยสายตาอันว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ เรี่ยวแรงจะหายใจ
เหล่าหน่วยกล้าตายและองครักษ์ที่เคยเกรงกลัวเขา บัดนี้ก็ได้ เวลาแก้แค้น พวกเขาจึงรุมต่อยตีซิวหลัวอย่างไม่ยั้งมือ
ในเมื่อไม่มีค่าแล้ว หนานกงหลีย่อมไม่สนใจ และไม่ใส่ใจว่าเขา จะเป็นหรือตาย คนพวกนี้อยากระบายโทสะก็ทำไปสิ ถึงตายไปก็ แค่มีศพเพิ่มมาอีกศพหนึ่งเท่านั้นเอง