หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 345.1 ฝ่าบาทต้าเป่า สาส์นท้า (1)
การกระทำของขันทีหลี่ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง ในยามนั้นทุก คนต่างกำลังคุกเข่า ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าสถานการณ์จะ เปลี่ยนแปลงกะทันหันเช่นนี้
ต้าเป่าถูกจับตัวไปทั้งที่อยู่ข้างอวี้สื่อต้าฟู อวี้สื่อต้าฟูกล่าวโทษ ตนเองอย่างยิ่ง เหตุใดเขาถึงช้าไปก้าวเดียว ทำให้ฝ่าบาทน้อยตก ไปเป็นตัวประกัน?
นี่จะโทษอวี้สื่อต้าฟูก็ไม่ได้ เขาเป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋นเท่านั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ คนธรรมดาไม่สามารถตอบสนองได้ รวดเร็วไปกว่าเขา
ที่น่าโมโหที่สุดคือขันทีถ่อยผู้นี้ เรื่องต่อสู้ในราชสำนักมีอยู่ไม่ ขาด การขับไล่บุตรก็เกิดขึ้นซํ้าแล้วซํ้าเล่า แต่ไม่ว่าอย่างไร เด็กไร้ เดียงสาก็ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้เขายังเป็นเด็กที่น่ารักอย่างที่สุด
เมื่อต้าเป่าถูกแย่งกระดาษแผ่นเล็กอันเป็นที่รักไป เขาเสียใจ จนร้องไห้ แต่ยามถูกคนชั่วจับตัวไปจริงๆ กลับสงบเยือกเย็นอย่าง ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่ร้องไห้โวยวายและไม่ขยับไปมา อยู่ในอ้อมแขนของขันที หลี่อย่างเชื่อฟัง
มิฉะนั้นจะเรียกว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ได้อย่างไร ความสงบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เด็กธรรมดาจะมีได้อย่างแน่นอน
ปฏิกิริยาของต้าเป่าทำให้ขุนนางหลายคนทอดถอนใจด้วย ความโล่งอก แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ยิ่งเกลียดขันทีไร้ ยางอายผู้นี้!
ลงมือกับเด็กตัวเล็กๆ เช่นนี้ได้ จิตสำนึกคงถูกสุนัขกินไปแล้ว กระมัง!
ขันทีหลี่เป็นคนของฮองเฮา การกระทำของเขา ทำให้ฮองเฮา ถูกเหล่าขุนนางก่นด่าไปด้วย หากบอกว่ามีเพียงสามมหาเสนาบดี สูงสุดที่สงสัยในตัวฮองเฮา เช่นนั้นยามนี้ ทุกคนก็เชื่อในการกระ ทำชั่วร้ายของฮองเฮาโดยไร้ข้อสงสัยไปแล้ว
สมรู้ร่วมคิดกับขุนนางชั่วช้า ก่อความวุ่นวายในราชสำนัก มี เรื่องอื้อฉาวในวังหลวง การกระทำถึงขั้นนี้ ในความคิดของเขาเป็น เรื่องไม่อาจเกิดขึ้นกับผู้ที่อยู่ในฐานะฮองเฮา ยามนี้กระทั่งหลัก ฐานก็ไม่ต้องการแล้ว พวกเขาเชื่อจนไม่อาจเชื่อไปมากกว่านี้!
ฮองเฮาถูกขันทีหลี่ทำลายจนป่นปี้ นางไม่มีทางคิดจะใช้ต้า เป่าเพื่อหลบหนี ในใจนางยังอยากเป็นฮองเฮาที่ดีต่อไป ฮองเฮาที่ดี จะลักพาตัวเด็กต่อหน้าคนมากมายได้อย่างไร?
ฮองเฮาขมวดคิ้ว หันมองขันทีหลี่ “หลี่อวี้! วางคนลง!”
ขันทีหลี่กล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ฮองเฮา! ปล่อยไม่ได้พ่ะย่ะ ค่ะ! หากปล่อยท่านก็ต้องตาย! พวกเขาจะนำตัวท่านไปขังคุก ยาม
นี้ฝ่าบาททรงประชวร ไม่สามารถจัดการราชกิจได้ หากท่านตกอยู่ ในมือของตี้จีองค์โต ท่านคิดว่าตนเองจะยังมีชีวิตอยู่หรือ?”
หัวใจของฮองเฮากระตุกวูบ
ไม่ผิด หากนางล้มลง ขุนนางเหล่านี้จะต้องหันไปอยู่ฝ่ายตี้จี องค์โตเป็นแน่ จากสิ่งที่นางทำกับตี้จีองค์โต นางไม่เหลือทางรอด อีกแล้ว
ยังมีเยี่ยนเอ๋อร์ และบุตรของนางอีกสองคน
เยี่ยนเอ๋อร์แย่งเยี่ยนอ๋องมา เยี่ยนอ๋องเป็นครอบครัวฝั่งเขย ของตี้จีองค์โต ด้วยความสัมพันธ์นี้จึงยากที่จะรับประกันได้ว่าตี้จี องค์โตจะไม่แก้แค้นแทนเยี่ยนอ๋อง ถึงเวลานั้นก็จะไม่สามารถปก ป้องเยี่ยนเอ๋อร์และบุตรของนางไว้ได้อีกแล้ว
สีหน้าฮองเฮาเริ่มยุ่งเหยิง
“ฮองเฮา! ท่านอย่าดื้อดึงไม่ยอมรับผิด!” อวี้สื่อต้าฟูเอ่ยปาก ห้ามปราม
ดวงตาฮองเฮาสั่นไหว ร่องรอยของความลังเลปรากฏขึ้นอีก ครั้ง “ขันทีหลี่…”
ขันทีหลี่กัดฟันพูด “ฮองเฮา! ความผิดพลาดมากมายที่เกิด ขึ้นในวันนี้เป็นความผิดของข้า! ไม่เกี่ยวข้องกับท่าน! ข้าทนไม่ได้ที่ จะเห็นท่านได้รับความอยุติธรรม! ถึงได้คิดแผนชั่วช้า รอให้ถึง เวลาที่เหมาะสม ฮองเฮามีหลักฐานใหม่ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ ตนเอง ต่อให้ข้าตายก็ไม่เสียใจ!”
โอ๊ยๆ ฟังวาจาเลี่ยนเช่นนี้ ขันทีหวังอยากอาเจียน เรื่องที่ไม่ สามารถแก้ไขได้ เขาก็ยังสามารถปั้นนํ้าเป็นตัว ความสามารถเช่น นี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร!
ในที่สุดฮองเฮาก็ถูกขันทีหลี่เกลี้ยกล่อม
นางเลิกต่อต้าน
ขันทีหลี่ข่มขู่ “พวกเจ้าถอยออกไป! เตรียมรถม้า ไม่มีผู้ใดได้ รับอนุญาตให้ตามมา! อย่าได้คิดลอบจู่โจมข้า เล็บของข้ามียาพิษ ซ่อนอยู่ หากข้าไปข่วนองค์ประมุขน้อยเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเจ้า คงได้เสียใจน่าดู!”
ทหารองครักษ์ที่วางแผนจะจู่โจมเขาไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหว
พวกเขาไม่สามารถเอาชีวิตขององค์ประมุขน้อยไปเดิมพันได้
องค์ประมุขน้อยเป็นทายาทอันเป็นที่รักยิ่งขององค์ประมุข ครั้งหนึ่งองค์ประมุขพาเขาไปที่ราชสำนัก นั่งบัลลังก์มังกร ทั้งยังให้ ตราหยกแผ่นดิน หากพวกเขาทำให้ฝ่าบาทน้อยประสบกับภัย พิบัติที่อันตรายถึงชีวิต ผลที่ตามมาคงเลวร้ายไม่อาจคาดคิด
ทหารรักษาพระองค์ถอยออกไปด้านข้าง และเตรียมรถม้าให้ ขันทีหลี่กับฮองเฮา
“ช้าก่อน หากอีกเดี๋ยวหลีเอ๋อร์มาที่นี่จะทำอย่างไร?” ฮองเฮา คว้าข้อมือขันทีหลี่
ขันทีหลี่กล่าวว่า “ยามนี้องค์ชายน้อยยังไม่มา เดาว่าเขาคงมา
ไม่ได้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นตำหนักจินหลวนมีการเคลื่อนไหวใหญ่ เพียงนี้ องค์ชายน้อยคงได้รับข่าวในไม่ช้า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ ฮองเฮาอย่าห่วงไปเลย รีบขึ้นรถม้าเถิด”
ฮองเฮาพยักหน้าอย่างตกใจไม่คลายตระหนก
หลังจากนั้นไม่นาน นางก็จับมือของขันทีหลี่อีกครั้ง “เยี่ยนเอ๋ อร์…”
ขันทีหลี่กล่าวเสียงตํ่า “ข้าจะหาวิธีช่วยตี้จีองค์เล็กออกมา ฮองเฮาขึ้นรถม้าก่อนเถอะ”
ฮองเฮาสูดหายใจระงับความตื่นตระหนกแล้วเข้าไปในรถม้า
ทหารรักษาพระองค์และเหล่าขุนนางตามไปห่างๆ เตรียม พร้อมช่วยฝ่าบาทน้อยตลอดเวลา
ขันทีหลี่คว้าต้าเป่าและพูดอย่างดุดัน “พวกเจ้าทั้งหมดถอย ออกไปสิบจั้ง ไม่เช่นนั้นหากข้าตกใจมือกระตุก ข่วนฝ่าบาทน้อยก็ อย่าโทษข้าแล้วกัน!”
ขันทีหวังรีบโบกมือ “ถอยๆๆๆ! ถอยออกไป!”
ทุกคนถอยห่างออกไปสิบจั้ง แม้แต่องครักษ์เฝ้าประตูก็ไม่ ยกเว้น
สารถีรถม้าเป็นคนที่เชื่อถือได้ของตำหนักจงกง
ขันทีหลี่กล่าวว่า “อย่าไล่ตามมา รอจนกว่าข้าจะพาฮองเฮาไป ยังที่ที่ปลอดภัย ข้าจะส่งฝ่าบาทน้อยกลับมาอย่างปลอดภัย”
ขันทีหวังพูดในใจ เชื่อเจ้าก็บ้าแล้ว!
แต่ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้จะทำให้คนคลั่งเกิดโทสะไม่ได้
สายตาของเขาบอกขันทีหวังว่า เขาบ้าไปแล้ว เขาไม่มีทาง สนใจความเป็นความตายของต้าเป่า ถ้าเขาไม่สามารถออกไปได้ อย่างปลอดภัย เขาก็จะดึงต้าเป่าไปตายด้วยกัน
ชีวิตของต้าเป่ามีค่ากว่าเขามาก
ทุกคนทำได้เพียงจ้องมองขันทีหลี่ขึ้นรถม้าโดยมีต้าเป่าอยู่ใน อ้อมแขน
ในขณะที่ครึ่งร่างส่วนใหญ่ของเขาก้าวเข้าไปในรถม้า จู่ๆ ลูก ธนูก็พุ่งแหวกอากาศเกิดเป็นเสียงฟู่จากทางด้านข้าง ขนอ่อนของ ขันทีหลี่ลุกชัน แต่ไม่ทันตอบสนอง ลูกธนูก็เจาะเข้าที่ลำคอของเขา
ทุกคนต่างสะดุ้ง
ขันทีหวังตกใจกลัว “ฝ่า ฝ่าบาทน้อย!!!”
ร่างผอมบางควบม้าเข้ามา ใช้ปลายเท้ากระโดดขึ้นรถม้า คว้า ต้าเป่าไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ขันทีหลี่จะล้มลงกับพื้น
ฉากนี้น่าตื่นเต้นหวาดเสียว ทุกคนต่างตกใจผุดเหงื่อเย็น ขัน ทีหลี่ล้มลง พวกเขาคิดว่าฝ่าบาทน้อยจะตกลงมาพร้อมกับเขา แบบนั้นต่อให้ไม่ถูกยิงก็ต้องล้มจนบาดเจ็บ
โชคดีที่มีคนรับไว้
ช้าก่อน คนผู้นี้…
ขันทีหวังมองเห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน คำว่า โชคดีไม่สามารถออกมาได้
จู่ๆ ก็ยิงธนูใส่ขันทีหลี่ และแย่งตัวต้าเป่า หากไม่ใช่หนา นกงเยี่ยน จะเป็นผู้ใด?
หนานกงเยี่ยนในชุดจิ้นจวง[1] ท่าทางห้าวหาญ แต่หลังจาก ป่วยหนัก ไม่เพียงแต่ซูบผอมลง ใบหน้ายังซีดลงอย่างไม่อาจ บรรยาย
อย่างไรก็ตามความซีดเซียวนี้เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและ เย็นชาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
หนานกงเยี่ยนไม่ได้ใช้ศิลปะการต่อสู้มาหลายปีแล้ว ขันทีหวัง ก็เกือบลืมไปว่านางเคยเรียนศิลปะการต่อสู้กับเหล่าแม่ทัพ แต่ ศิลปะการต่อสู้ของนางไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
ขันทีหวังลอบกัดฟัน เร็วไม่ตื่นช้าไม่ตื่น มาตื่นในช่วงเวลา สำคัญเช่นนี้ อย่างไรก็ไม่มีทางมาเพื่อช่วยฝ่าบาทน้อย
หนานกงเยี่ยนอุ้มต้าเป่าไว้ในมือข้างหนึ่ง ยืนอยู่บนรถม้า มือ ข้างหนึ่งถือกระดาษข้อความ โยนใส่มือทหารรักษาพระองค์ผู้หนึ่ง “นี่คือจดหมายท้าประลองของข้า กลับไปบอกพี่สาวของข้า ว่าหาก ต้องการเด็กคืน อีกสามวัน พบกันที่แท่นบูชา!”
“นี่!” ขันทีหวังกำลังจะหยุดนาง แต่นางกลับใช้แส้ตีม้าควบ ออกไปราวกับสายลม
ขันทีหวังกระทืบเท้า “มัวทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบตามไปอีก!”
ทหารรักษาพระองค์รีบไล่ตามออกนอกประตูวัง แต่พวกเขา ถูกขันทีหลี่ข่มขู่จนอยู่ห่างไกลเกินไป ตามอย่างไรก็ตามไม่ทัน
…………………………………..
[1] ชุดจิ้นจวง เป็นชุดจีนโบราณที่เน้นความคล่องตัว เมื่อสวมแล้วชุด
จะไม่ลากพื้น
บทที่ 345.2 ฝ่าบาทต้าเป่า สาส์นท้า (2)
ขันทีหวังนำจดหมายไปยังถนนซื่อสุ่ย
เยี่ยนจิ่วเฉากลับมาแล้ว
อิ่งสือซันก็กลับมาเช่นกัน
ขันทีหวังเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตำหนักจินหลวนแก่เยี่ยน จิ่วเฉา อวี๋หวั่น เยี่ยนอ๋องและเซียวเจิ้นถิงอย่างละเอียด เมื่อได้ยิน มาว่าต้าเป่าถูกจับตัวไป เงาดำก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน
อิ่งสือซันคุกเข่าข้างหนึ่งลง “ข้าละเลยหน้าที่”
เยี่ยนจิ่วเฉาไม่ได้กล่าวตำหนิ เพียงแต่ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
อิ่งสือซันขมวดคิ้ว “ข้าเห็นการเคลื่อนไหวของขันทีหลี่แล้ว เดิมคิดจะรีบไปช่วยต้าเป่า แต่ข้าถูกกำลังภายในที่มองไม่เห็นกด ไว้”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอย่างใจเย็น “ซิวหลัว?”
ความแข็งแกร่งของอิ่งสือซันในยามนี้ คนที่สามารถกดพลัง เขาได้อย่างสมบูรณ์มีไม่มาก
อิ่งสือซันพยักหน้า “ยามนั้นน่าจะมีซิวหลัวอยู่ไม่ไกล”
อวี๋หวั่นขมวดคิ้ว “มิน่าเล่า หนานกงหลีถึงเอาแต่หดหัวอยู่ใน กระดองไม่ไปราชสำนัก เพราะรอเวลานี้นี่เอง เขาเตรียมตัวสำหรับ
การนองเลือดในราชสำนักมานานแล้วใช่หรือไม่? หนานกงเยี่ยน ฆ่าขันทีหลี่อย่างไม่เสียดาย เช่นนั้นขันทีหลี่ก็ไม่น่าใช่เขี้ยวเล็บของ พวกเขา หากขันทีหลี่ไม่เริ่มชิงตัวต้าเป่า คนในราชสำนักก็อาจไม่มี ผู้ใดที่รอดชีวิต”
เรื่องนี้ฟังดูบ้าเล็กน้อย แต่ฮองเฮาถูกผลักไปสู่ความสิ้นหวัง แล้ว จากความชั่วร้ายของหนานกงหลี ไม่ใช่จะทำสิ่งที่น่ารังเกียจ เช่นนี้ไม่ได้
ขันทีหวังตกตะลึงตาค้าง “เช่นนั้น…ก็ต้องขอบคุณขันทีหลี่?”
เนื่องจากขันทีหลี่ชิงตัวต้าเป่าไป ฮองเฮาจึงสามารถถอนตัว ล่าถอย และเนื่องจากหนานกงเยี่ยนปรากฏตัวออกมา จึงประกาศ สงครามต่อต้านตี้จีองค์โต หากมีทางรอด แน่นอนว่านางจะไม่มี ทางเอาพิมเสนไปแลกเกลือเช่นนั้น
ขันทีหวังทอดถอนใจ “ฝ่าบาทน้อยใช้ตนเองช่วยชีวิตเหล่า ขุนนางบู๊บุ๋น แต่จะทำอย่างไรต่อไป?”
อวี๋หวั่นกล่าว “ดูก่อนว่าหมายท้าประลองกล่าวเช่นไร”
เยี่ยนอ๋องเปิดจดหมายออก
จดหมายฉบับนี้ หนานกงเยี่ยนเขียนอย่างรีบร้อน ลายมือหวัด อ่านยาก แต่ในที่สุดก็จับความได้คร่าวๆ ว่าสามวันหลังจากนี้ จะ เกิดศึกอวิ๋นโจวกับตี้จีองค์โตที่แท่นบูชา
“อะไรคือศึกอวิ๋นโจว?” อวี๋หวั่นถามอย่างงงงวย
เซียวเจิ้นถิงเบิกตาโพลงด้วยความงุนงง เห็นได้ชัดว่าเขาเคย ได้ยินเกี่ยวกับศึกฉางผิง ศึกเยี่ยนเหมิน ศึกจวี้ลู่…แต่ศึกอวิ๋นโจว คือศึกบ้าอะไร?!
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยอย่างเงียบๆ “ว่ากันว่า องค์ประมุของค์แรก แห่งหนานจ้าวที่นั่งบัลลังก์มังกร ไม่ใช่องค์ประมุขผู้ก่อตั้ง”
แววแห่งความชื่นชมฉายผ่านดวงตาของเยี่ยนอ๋อง “ดูเหมือ นฉงเอ๋อร์ก็รู้เรื่องศึกอวิ๋นโจว”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าว “ลุงใหญ่เคยกล่าวถึง แต่ไม่ได้กล่าวมาก นัก”
อวี๋หวั่นสีหน้าไม่พอใจ “เหตุใดลุงใหญ่ไม่เคยกล่าวกับข้า?” เธอยังเป็นสตรีที่ครอบครัวโปรดปรานที่สุดอยู่หรือไม่?
เยี่ยนอ๋องมองสะใภ้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะผลักขนมที่อวี๋หวั่น โปรดปรานไปที่มือของเธออย่างสนิทชิดเชื้อ จากนั้นก็กล่าวต่อ “ใช่ แล้ว ยามนั้นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ทำลายประเทศและตั้งตนเป็นองค์ ประมุขท่ามกลางประชาชน และตั้งเมืองหลวงอวิ๋นโจว แต่หลัง จากย้ายเมืองหลวง ลูกพี่ลูกน้องก็ไม่พอใจ ดินแดนทุกคนร่วม สร้างมา องค์ประมุขก็ควรอยู่เคียงข้างพวกเขา ตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่มีหลักเหตุผลเช่นนี้ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์จึงไม่เห็นด้วยเป็นธรรมดา แต่ลูกพี่ลูกน้องผู้นั้นได้สร้างคุณูปการใหญ่หลวง มีชื่อเสียง มากมายในหมู่ประชาชนและกองทัพ ในท้ายที่สุดผู้ก่อตั้งราชวงศ์ ก็คิดหาวิธีแข่งขันกับลูกพี่ลูกน้อง ผู้ชนะคือองค์ประมุข ผู้ก่อตั้ง
ราชวงศ์พ่ายแพ้”
อวี๋หวั่นตะลึง “นั่น…”
เยี่ยนอ๋องทอดถอนใจ “เมื่อยอมเดิมพันก็ต้องยินดีรับความ พ่ายแพ้ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ยอมยกบัลลังก์ให้จริงๆ แต่ลูกพี่ลูกน้องผู้ นั้นไม่ใช่คนแปลกหน้า เขาเป็นองค์ประมุขนานกว่าสิบปีก่อนสิ้น อายุขัย จากนั้นก็คืนบัลลังก์ให้กับบุตรชายผู้ก่อตั้งราชวงศ์”
อวี๋หวั่นฮึดฮัด ก็ยังนับว่าคนผู้นั้นรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่คิดดูดีๆ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เขาเป็นคน ท้าทายผู้ก่อตั้งราชวงศ์ เดิมทีผู้ก่อตั้งราชวงศ์ไม่ควรตอบรับ แต่ เขากลับตกลงไปแล้ว
เยี่ยนอ๋องกล่าวต่อ “จากนั้นประเพณีของศึกอวิ๋นโจวก็เปลี่ยน ไปเล็กน้อย และดำรงสืบมา หากมีองค์ชายไม่พอใจที่พี่น้องเป็น รัชทายาท ก็สามารถท้าทายอีกฝ่ายได้ หากเขาชนะ ตำแหน่ง รัชทายาทก็จะเป็นของเขา แน่นอนว่ารัชทายาทสามารถตกลงหรือ ปฏิเสธก็ได้ แต่เมื่อตกลงแล้ว ก็ไม่มีที่ว่างให้เสียใจภายหลัง”
“คนธรรมดาคงไม่ตกลงกระมัง?” อวี๋หวั่นกล่าว
“อื้อ” เยี่ยนอ๋องพยักหน้า
หากไม่ตกลงก็จะไม่เสียเนื้อ หากตกลงก็อาจสูญเสียตำแหน่ง รัชทายาท ทว่าสถานการณ์ในยามนี้ของพวกเขาไม่เหมือนกัน ต้า เป่าอยู่ในมือของหนานกงเยี่ยน พวกเขาไม่อยากตกลงก็ต้องตกลง
อวี๋หวั่นถามว่า “เป็นการประลองอะไร? ต้องให้คนออกสู้เอง
หรือไม่?” มารดาของเธออ่อนแอมาก นางอาจพ่ายแพ้ราบคาบ!
เยี่ยนอ๋องส่ายหน้า “ไม่จำเป็น ศึกอวิ๋นโจวมีสามรอบ วิชากู่ เวทมนตร์คาถาและศิลปะการต่อสู้ ชนะสองในสามรอบ”
กล่าวเช่นนี้อวี๋หวั่นก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ถึงเวลาตั้งแนวรบแล้ว หนานกงเยี่ยนกับหนานกงหลีมีราชครู และซิวหลัวสามคนอยู่ใน มือ สองอย่างหลังเกือบเรียกได้ว่าชนะขาดลอย ไม่แปลกใจที่หนา นกงเยี่ยนมีความมั่นใจยื่นหมายท้ารบกับพวกเขา
นี่เป็นโอกาสเดียวสำหรับหนานกงเยี่ยนที่จะได้รับตำแหน่ง ประมุขหญิงกลับคืนมา และก็เป็นโอกาสเดียวของพวกเขาที่จะ ช่วยต้าเป่าออกมา
“ในหมายท้ายังบอกสิ่งใดอีก?” อวี๋หวั่นถาม
เยี่ยนอ๋องมองไปที่จดหมาย “บอกว่า หากตี้จีองค์โตชนะ บัลลังก์จะกลับเป็นของนาง หากตี้จีองค์โตพ่ายแพ้ จะคืนต้าเป่า แก่นาง”
อวี๋หวั่นขมวดคิ้ว “ช้าก่อน ความหมายคือหากเราชนะ นางจะ ไม่คืนต้าเป่าให้เรา? พวกเราต้องยอมแพ้นาง?”
เยี่ยนอ๋องส่ายหน้าอีกครั้ง “นางไม่น่าจะหมายความเช่นนั้น”
ความเข้าใจของเยี่ยนอ๋องที่มีต่อหนานกงเยี่ยน นางเขียนด้วย ความรีบร้อนเกินไป จึงสื่อความออกมาไม่ถูกต้อง สิ่งที่หนา นกงเยี่ยนต้องการบอกจริงๆ คือ แม้ว่าเจ้าจะแพ้ ก็จะคืนเด็กให้เจ้า กล่าวโดยสรุปคือเจ้าไม่มีสิ่งใดสูญเสีย
อวี๋หวั่นไม่สนใจตำแหน่งองค์ประมุข เธอเชื่อว่ามารดาของเธอ ก็เช่นกัน หนานกงเยี่ยนกำลังหาเหาใส่หัวโดยแท้จริง หลังจาก พวกเขาได้ยาแล้ว พวกเขาก็จะออกไปจากหนานจ้าว เป็นองค์ ประมุขของนางไปแต่โดยดีไม่ดีหรือ?
รอให้หนานจ้าวไร้ผู้สืบทอด ตำแหน่งองค์ประมุขมีหรือจะไม่ มอบให้นาง?
เหตุใดรีบร้อนหาที่ตาย?
คิดว่าทุกคนเป็นเหมือนนาง ที่เห็นบัลลังก์มีค่ามากกว่า ทองคำหรือ?
พวกเขามีเหมือง! ! !
หนานกงเยี่ยนทำให้สาธารณชนขุ่นเคือง เดิมทีใครก็ไม่อยาก แทรกแซงกิจการหนานจ้าว แต่นางชิงตัวต้าเป่าอันเป็นที่รักของ พวกเขาไป เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่ปล่อยให้นางได้รับสิ่งที่นางเฝ้า ฝันถึง
“เยี่ยนจิ่วเฉา” อวี๋หวั่นเฉามองไปยังสามีของเธอ
เยี่ยนจิ่วเฉาพยักหน้าอย่างรู้ทัน “กลับจวนเห้อเหลียน”
เนื่องจากจดหมายนี้ส่งถึงตี้จีองค์โต เช่นนั้นก็ต้องส่งมอบให้ตี้ จีองค์โต
“ต้าเป่าเล่า?” เสี่ยวเป่าตื่นแล้ว ขยี้ตาเดินเข้ามาอย่าง สะลึมสะลือ
เอ้อร์เป่าอยู่กับเขา
เด็กน้อยสองคนจับมือกัน
ในวันธรรมดาชอบหยอกเย้าต้าเป่า แต่คนที่ชอบที่สุดก็คือต้า เป่า ต้าเป่าไม่อยู่ ก็นอนหลับไม่สนิท
อวี๋หวั่นลูบหัวของพวกเขา “ต้าเป่าออกไปแล้ว พ่อกับแม่กำลัง จะพาเขากลับมาในไม่ช้า”
“อื้อ” เสี่ยวเป่าเกาท้องแล้วเปิดกระเป๋าเสื้อของตนเอง “ข้า เก็บขนมไว้ให้ต้าเป่าด้วย”
“เอ้อร์เป่าก็เก็บไว้” เอ้อร์เป่าเก็บไว้สองชิ้น
“เป็นเด็กดียิ่งนัก” อวี๋หวั่นกอดเด็กน้อยทั้งสองไว้ในอ้อมแขน พลางนึกถึงต้าเป่าที่ถูกพาตัวไปคนเดียว สงสัยว่าบิดามารดาและ น้องชายของเขาไม่อยู่ เขาจะรู้สึกกลัวหรือไม่
รถม้าแล่นไปตลอดทาง ไส้ของฮองเฮาแทบแตก
ที่คลุมผมของนางหลุดออกเผยให้เห็นศีรษะล้านอันอัปลักษณ์
นางใช้มือปกปิดศีรษะล้านก็ไม่สามารถประคองร่างตัวเองให้ มั่นคง ประคองร่างตัวเองให้มั่นคงได้ก็ไม่สามารถปกปิดศีรษะล้าน ได้
แต่กระแทกคลอนแคลนเช่นนี้ เด็กคนนั้นก็ยังหลับกรน
ฮองเฮา “…”
ฮองเฮาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป นางพูดกระหืดกระหอบ “ช้า
ช้าลงหน่อยได้หรือไม่?”
“ไม่ได้” หนานกงเยี่ยนกล่าวขณะกอดต้าเป่าที่นอนกรน
“เยี่ยนเอ๋อร์…” เดิมทีนางควรจะดีใจที่บุตรสาวของนางตื่น ขึ้นมา แต่เกิดเรื่องมากมายขึ้นอย่างกะทันหัน ฮองเฮาดีใจไม่ออก คิดถึงขันทีหลี่ที่ถูกบุตรสาวยิงจนตายก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เหตุใด เจ้าถึงฆ่าขันทีหลี่ ขันทีหลี่ฉลาดและมีความสามารถ วันนี้หาก ไม่ใช่เขา…”
หนานกงเยี่ยนขัดคำพูดของฮองเฮา “วันนี้หากไม่ใช่เขา ก็คง ไม่เกิดเรื่องวุ่นวายจนไม่อาจแก้ไข!”
บุตรสาวกำลัง…ดุนาง?
ฮองเฮามองไปที่หนานกงเยี่ยนอย่างไม่เชื่อสายตา
หนานกงเยี่ยนไม่มีเวลาสนใจนํ้าเสียงของตนเอง และกล่าว อย่างเย็นชา “ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าขันทีนั่นเป็นใคร?”
ฮองเฮางงงวย “ไม่ใช่ขันทีของข้าหรือ?”
หนานกงเยี่ยนกล่าวด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เขาเป็นคนชั่วที่เหลือ อยู่ของราชวงศ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งซุ่มซ่อนอยู่ข้างกายท่านแม่ มีจุด ประสงค์เพื่อยุยงให้ท่านแม่ก่อกบฏและก่อให้เกิดความสับสน วุ่นวายในหนานจ้าว เขานั่งเฉยๆ ก็ได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก ชาวประมง!”