หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 344 ต้าเป่ามาแล้ว
ไม่ใช่ถูกจับถ่วงนํ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดถึงมาปรากฏตัวที่ตำ หนักจินหลวน? หรือพวกเขากำลังเห็นผีกลางวันแสกๆ?
ขันทีหลี่ตกตะลึง ไม่ควรเป็นเช่นนี้สิ เขาทำให้คนจมนํ้าไปกับ ตา ก้อนหินที่ผูกไว้หนักเช่นนั้น ต่อให้ถนัดทางนํ้าเพียงใดก็เป็นไป ไม่ได้ที่จะว่ายนํ้าขึ้นมา
แน่นอนว่าขันทีหลี่ไม่คิดว่าขันทีหวังจะถูกอวิ๋นเฟยช่วยชีวิต แต่ต่อให้คิดได้ก็ไม่มีประโยชน์ คนที่ควรตายไปแล้วกลับไม่ตาย สถานการณ์ต่อไปเกรงจะน่ากระอักกระอ่วน
“ขันทีหวัง เจ้าไม่ได้เป็นไข้ทรพิษ…กำลังจะตายหรือ?” ผู้ถาม เป็นขันทีกระทรวงขุนนาง ฮองเฮากล่าวได้ครึ่งหนึ่งก็สะอึกสะอื้นไม่ เป็นเสียง พวกเขาจึงอนุมานได้ว่าขันทีหวังไม่ตายก็ใกล้ตายเต็มที แล้ว แต่ดูจากท่าทีมีเรี่ยวแรงแข็งขันของขันทีหวัง อย่างไรก็ไม่ เหมือนคนใกล้ตายสักนิด!
ขันทีหวังตะคอก “ข้าเนี่ยนะ! ผู้ใดเป็นไข้ทรพิษใกล้ตาย? ข้าไม่ ได้สบายดีอยู่รึ?”
ขันทีกระทรวงขุนนางมองมาที่เขา จากนั้นก็มองไปยังฮองเฮา ที่สีหน้าตึงเครียด “ก็เมื่อครู่…”
“เมื่อครู่อันใด?” ขันทีหวังแกล้งจงใจถาม “มีคนแช่งให้ข้าเป็น
ไข้ทรพิษหรือ? ฮึ ข้าถูกรับสั่งให้ออกจากวังไปจัดการธุระของฝ่า บาท!”
ชายคนนี้ไม่เพียงแต่ไม่ตายที่ก้นทะเลสาบ แต่ยังฉวยโอกาส หนีออกไปจากวัง ช่างน่าชิงชังยิ่งนัก!
ใบหน้าของฮองเฮาและขันทีหลี่ต่างเปลี่ยนไปไม่น่าดู
ฮองเฮาลอบจ้องมองขันทีหลี่ และกล่าวด้วยเสียงที่ได้ยิน เพียงสองคน “มิใช่บอกว่าจัดการเรียบร้อยแล้วหรือ? คนมีชีวิตอยู่ ทั้งคนนี่มาได้อย่างไร?”
“เป็นความประมาทของข้าเอง” ขันทีหลี่ไม่กล้าปัดความผิด
ยามนี้สอบสวนความผิดของขันทีหลี่ไม่มีความหมาย การข้าม ผ่านความยากลำบากในยามนี้โดยเร็วเป็นเรื่องเร่งด่วน
ดวงตาของฮองเฮาเกิดประกายวาบผ่าน “เจ้าโกหกว่าเจ้าไม่ สบายใจ แปดเก้าส่วนน่าจะติดเชื้อไข้ทรพิษ ให้ข้าแยกเจ้าออกไป ไม่ต้องส่งคนไปดูแลเจ้า ที่แท้เป็นเรื่องโกหก เจ้าหลบหนีโดย พลการ! แต่เมื่อเจ้าหนีไปแล้ว เหตุใดเจ้าถึงยังกล้ากลับมา? หรือ ว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับใครบางคนคิดก่อการกบฏกระมัง?”
เจ้านั่นล่ะที่สมคบคิดกบฏ! แม่มดเฒ่าไร้ยางอาย!
ต้องบอกว่าหมวกของฮองเฮามัดปมไว้อย่างดีทีเดียว ไม่เพียง แต่ทำให้คำโกหกของตนเมื่อครู่สำเร็จลุล่วงด้วยดี ยังทำให้ขันที หวังกลายเป็นคน ‘ก่อความวุ่นวายในราชสำนัก’ หากเขาทำ สงครามกับฮองเฮาต่อไป ก็จำต้องชั่งนํ้าหนักว่าเหล่าขุนนางจะเชื่อ
หรือไม่
“หึ!” ขันทีหวังกลอกตา ไม่เถียงกับฮองเฮาเรื่องความจริงที่ เขาออกจากวัง ไม่ว่าจะเป็นพระราชโองการก็ดี โกหกเรื่องไข้ทรพิษ ก็ดี ล้วนไม่ใช่ความจริง เขาหนีออกจากวังด้วยความช่วยเหลือขอ งอวิ๋นเฟย อวิ๋นเฟยมีบุญคุณกับเขา เขาไม่ต้องการลากผู้มีบุญคุณ กับเขามาเกี่ยวข้องในเวลานี้
ขันทีหวังชั่งนํ้าหนักพระราชโองการในมือของเขา “อย่างที่นัก แสดงหญิงผู้นี้กล่าว ข้ามาที่นี่ในวันนี้เพื่ออ่านพระราชโองการแก่ ขุนนางทุกท่าน”
“เหตุใดจึงมีพระราชโองการอีกฉบับหนึ่ง?”
“จริงด้วย? หรือฝ่าบาททรงมอบให้ฮองเฮาหนึ่งฉบับ และให้ ขันทีหวังอีกหนึ่งฉบับ?”
บรรดาขุนนางเริ่มกระซิบกระซาบกัน
กล่าวอย่างเป็นธรรม ฮองเฮาและขันทีหวังล้วนเป็นบุคคลที่ องค์ประมุขไว้วางใจอย่างยิ่ง ไม่ว่าพระราชโองการจะมอบให้ผู้ใดก็ หาใช่เรื่องน่าประหลาดใจ แต่สิ่งที่แปลกคือ คนหนึ่งในมือถือ ราชโองการฉบับหนึ่ง และมองอีกฝ่ายอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาขัดแย้งกัน
ฮองเฮามองไปที่พระราชโองการในมือขันทีหวังด้วยดวงตา เย็นชา
ขันทีกระทรวงขุนนางถือฮู่ป่าน[1]ไปด้านหน้า “ในเมื่อมีรับสั่ง
ขององค์ประมุขสองฉบับ จึงเป็นการดีกว่าที่จะขอให้ฮองเฮาและ ขันทีหวังประกาศเนื้อหาของรับสั่งองค์ประมุขด้วยกันทั้งสอง”
ฮองเฮาพยักหน้าให้ขันทีหลี่
ขันทีหลี่อ่านพระราชโองการอีกครึ่งหนึ่งจบ ซึ่งหมายความ โดยประมาณว่าองค์ประมุขทรงประชวรหนัก และไม่สามารถรักษา ให้หายได้ แต่งตั้งหนานกงหลีเป็นองค์ประมุของค์ใหม่ ส่วน พระองค์เองเป็นไท่ซ่างหวาง และให้ฮองเฮาเป็นไทเฮาผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์
“ฮ่า!” เมื่อขันทีหวังฟังจบ ก็หัวเราะอย่างประหลาดใจ “หนาน จ้าวมีประมุขหญิงผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ แต่ไม่เคยได้ยินว่า มีไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มาก่อน นักแสดงหญิงผู้นี้มี ความกระหายอยากอาหารดียิ่งนัก ยังคิดจะควบคุมราชสำนักอีก หรือ?”
ขันทีหลี่กล่าวอย่างเคร่งขรึม “ขันทีหวัง! เจ้าไม่อาจดูหมิ่น ฮองเฮา!”
ขันทีหวังกลอกตา!
อวี้สื่อต้าฟู[2]หันมองขันทีหวัง “หากเป็นเช่นนั้น ขอบังอาจ ถามว่าในมือของเจ้าเป็นพระราชโองการใด?”
ขันทีหวังชูพระราชโองการขึ้น “ในมือข้า…คือคำสั่งปลด ฮองเฮา!”
ฮองเฮาซวนเซ!
ขันทีหลี่จับตัวนางไว้ทันเวลาและเอ่ยเตือนเสียงตํ่า “ฮองเฮา!”
บรรดาขุนนางต่างตกตะลึงพรึงเพริด วันนี้ก่อนออกมาพวก เขาลืมเปิดปฏิทินโหราศาสตร์หรือ เหตุใดราชสำนักจึงเกิดคลื่นลม กระพือฮือโหมเช่นนี้? องค์ประมุขชราต้องการปลดฮองเฮา? ปลด ฮองเฮาที่เป็นที่โปรดปรานของเขามาตลอดชีวิต?
เป็นไปได้อย่างไร?
ทุกคนต่างมองไปที่ฮองเฮา
ฮองเฮาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “ทุกท่านอย่าไปเชื่อเขา! ข้ากับฝ่าบาทมีความรักอย่างลึกซึ้ง ฝ่าบาทจะปลดข้าได้อย่างไร? หวังเต๋อเฉวียนต้องสมรู้ร่วมคิดกับผู้อื่นเพื่อเล่นงานข้าเป็นแน่! หวังเต๋อเฉวียน! เจ้าจงบอกมาว่าผู้ใดยุยงให้เจ้าคิดร้ายกับข้า”
ขันทีหวังฮึดฮัด “คนที่บอกข้าก็คือฝ่าบาท!”
ฮองเฮาร้อนรน “สามหาว! เห็นได้ชัดว่าฝ่าบาท…”
“ฮองเฮา!” ขันทีหลี่บีบมือฮองเฮาแน่น พลางเค้นเสียงลอด ไรฟัน
ฮองเฮาได้สติรู้ตัว
ขันทีแซ่หวังผู้นี้ ตนประเมินเขาตํ่าเกินไปจริงๆ เพียงไม่กี่คำก็ เกือบถูกบีบบังคับให้เผยความลับ
“พระราชโองการฉบับนี้เขียนขึ้นโดยองค์ประมุขเอง หาก ใต้เท้าทุกท่านไม่เชื่อ ก็สามารถมาดูด้วยตัวตนเองว่าเป็นลาย
พระหัตถ์ขององค์ประมุขหรือไม่” ขันทีหวังกล่าวด้วยความมั่นใจ และส่งพระราชโองการไปยังขุนนางฝ่ายบุ๋นที่อยู่ถัดจากเขา
ผู้ที่สามารถมาที่ศาลในราชสำนักได้ล้วนเป็นขุนนางระดับสาม ขึ้นไป พวกเขาจึงต้องเคยเห็นลายพระหัตถ์ขององค์ประมุขเป็น ธรรมดา แต่ผู้ที่เข้าใจลายพระหัตถ์ ก็ต้องดูสามมหาเสนาบดีสูงสุด และอัครมหาเสนาบดีทั้งหลาย
อวี้สื่อต้าฟูรับพระราชโองการขององค์ประมุขมา เขาเป็นหนึ่ง ในสามมหาเสนาบดีสูงสุด และได้รับการยกย่องจากฝ่าบาท ใน ห้องของเขามีการประดิษฐ์ตัวอักษรส่วนพระองค์แสดงอยู่ไม่น้อย เขาสามารถยืนยันได้ นี่เป็นลายมือของฝ่าบาทแน่นอน
หลังจากนั้นเขาก็นำพระราชโองการส่งให้ไท่ฟู่[3]และ ไท่เว่ย[4]ดู
ทั้งสองได้เห็นแล้วก็ยังบอกว่าไม่มีร่องรอยของการเลียนแบบ หรือลอกลายแบบอักษร
ขันทีหวังลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เยี่ยนอ๋อง ยามเป็นราชบุตรเขยของประมุขหญิงไม่ได้คิดเรื่องการกบฏ มิ ฉะนั้นความสามารถนี้คงทำให้หนานจ้าวตกที่นั่งลำบากไปแล้ว!
ราชโองการได้กล่าวว่า ฮองเฮาประพฤติตนไม่เหมาะสม ทำลายศักดิ์ศรีแห่งชาติ สมรู้ร่วมคิดกับขุนนางชั่วช้า ก่อความ วุ่นวายต่อราชสำนัก ทำลายผู้จงรักภักดี มีเรื่องอื้อฉาวในวังหลวง เป็นภัยร้ายแรง นับจากนี้เป็นต้นไปปลดตำแหน่งฮองเฮาเป็น
สามัญชนและคุมขังในตำหนักเย็น
พระราชโองการฉบับนี้ กับฉบับในมือของฮองเฮาอาจกล่าวได้ ว่ามีเนื้อหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นไปไม่ได้ที่หลังจากองค์ ประมุขคิดจะปลดฮองเฮา ก็อยากตั้งนางเป็นไทเฮาผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ดังนั้นในพระราชโองการสองฉบับนี้ต้องมี ฉบับหนึ่งที่เป็นของปลอม
ขันทีหวังยืดเอวตรงและกล่าวว่า “ราชโองการของข้าได้รับ การตรวจสอบแล้ว ว่าเป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ทั้งตราประทับ และอวี้ปั๋วก็เป็นของจริงเช่นกัน ส่วนฮองเฮา ไม่ทราบว่าท่านกล้า นำพระราชโองการของท่านมาให้เหล่าขุนนางดูหรือไม่!”
สีหน้าฮองเฮาเปลี่ยนไป
ขันทีหวังเย้ยหยัน “ทำไมรึ? ไม่กล้า? เกรงว่าฮองเฮาคงไม่รู้ กระมัง? ในห้องทรงอักษรของฝ่าบาทมีตราหยกแผ่นดินปลอมชิ้น หนึ่ง ท่านได้ขโมยไปผิดอันแล้ว!”
ฮองเฮาบีบนิ้ว
อวี้สื่อต้าฟูยกมือคำนับ “ฮองเฮา โปรดมอบพระราชโองการให้ ใต้เท้าทั้งหลายชม”
ฮองเฮาตัวแข็งทื่อไม่ขยับ
พระราชโองการถูกนางหยิบไปตั้งแต่วินาทีที่ขันทีหวังก้าวเข้า มาในตำหนักจินหลวน
ขันทีหวังเดินไปคว้าราชโองการในมือของนาง “เอามานี่!”
“เจ้า…” ฮองเฮายื่นมือออกไปเพื่อจะคว้ามัน แต่ขันทีหวังก็ หันตัวกลับไปอย่างรวดเร็วและมอบพระราชโองการให้กับสามมหา เสนาบดีสูงสุด
พระราชโองการนี้ไม่ใช่ลายมือขององค์ประมุข แต่เป็นของ ขุนนางใหญ่ องค์ประมุขมีอายุมากขึ้นก็เริ่มไม่อยากเขียนด้วยตัว เอง พระราชโองการที่ออกมานั้น แปดเก้าส่วนมาจากมือของ ขุนนางซื่อซู ขุนนางซื่อซูถวายการรับใช้เขียนพระราชโองการแทน องค์ประมุข ก็มีความเป็นไปได้ที่จะติดเชื้อ และถูกแยกตัวออกไป แล้ว
ยามนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้ แต่ลายมือนั้นถูกต้อง อวี้ปั๋วก็เป็น ของจริงเช่นกัน ส่วนตราประทับ…
สามมหาเสนาบดีสูงสุดแลกเปลี่ยนสายตากัน
ขันทีหวังเท้าเอวหัวร่อ “รูปลักษณ์เดิมถูกเปิดเผยแล้ว กระมัง?”
“เป็นพระราชโองการ” อวี้สื่อต้าฟูกล่าว
ขันทีหวังตกตะลึงตาค้าง “พวกเจ้าดูให้ชัด! อย่าได้ผิดพลาด! ตราหยกแผ่นดินเป็น ‘รับโองการสวรรค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน’ จริงหรือไม่?
“ใช่” อวี้สื่อต้าฟูกล่าว
ฮองเฮายิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
คิดว่านางเป็นคนโง่จริงๆ กระทั่งตราหยกแผ่นดินก็ไม่อาจ บอกว่าเป็นจริงหรือปลอมหรือ?
นอกจากนี้ ตราหยกทั้งสองก็เหมือนกันทุกประการ ไม่มีใคร สงสัยว่าตราหยกแผ่นดินเป็นของปลอม และก็ไม่อาจแยกแยะคำ เหล่านั้นได้มากนัก แต่ด้วยเหตุบังเอิญ นางกำลังจะได้เป็นไทเฮาผู้ สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ เห็นพระ ราชโองการเป็นสิ่งดั่งสมบัติ หยิบมองดูซํ้าแล้วซํ้าเล่าจนเห็น เบาะแส
พวกเขาแย่งชิงตราหยกแผ่นดินมาครึ่งวัน แต่กลับพบว่ามัน เป็นของปลอม
โชคดีที่สวรรค์เข้าข้าง แม้พวกเขาไม่พบตราหยกแผ่นดินจริง ในห้องทรงอักษร แต่พวกเขาพบตราประทับของตราหยกแผ่นดิน
นี่คือ ‘ราชโองการ’ ฉบับแรกที่ต้าเป่าประทับตราและหัวเราะ เสียงหมูออกมา
องค์ประมุขไม่อยากทิ้งมันไป จึงเก็บไว้ด้วยความหวงแหน
ฮองเฮาไม่รู้เรื่องนี้ แต่นางก็ไม่จำเป็นต้องรู้ ก็เพียงพอแล้วที่ นางจะใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ฮองเฮามองขันทีหวังอย่างหยิ่งผยอง “ขันทีหวัง เจ้ามีสิ่งใดจะ พูดอีก? เจ้าคิดว่าเจ้าขโมยตราหยกแผ่นดิน หาคนเลียนแบบลาย พระหัตถ์ และมาที่นี่พร้อมกับพระราชโองการปลอมเพื่อปลดข้า?”
สิ่งต่างๆ กลับแย่ลงไม่ว่าจะมองอย่างไรขันทีหวังก็น่าสงสัย มากกว่าฮองเฮา
ไม่ว่าขันทีหวังจะเป็นที่โปรดปรานเพียงใด แต่ก็ไม่มีอะไรมาก ไปกว่าผู้ติดตามเท่านั้น ไหนเลยจะเทียบกับภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วม สุขกันมา?
เมื่อเนื้อหาของพระราชโองการทั้งสองขัดแย้งกัน ทุกคนก็ยิ่ง เต็มใจที่จะเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ในมือของฮองเฮานั้นเป็นความจริง
ฮองเฮาตรัสอย่างเคร่งขรึมว่า “ตราประทับบนราชโองการนั้น องค์ประมุขทรงประทับด้วยพระองค์เมื่อคืนนี้ โชคดีที่องค์ประมุข ทรงร่างราชโองการนี้ก่อน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่รู้ว่าขันทีหวังจะนำตรา หยกแผ่นดินที่ขโมยไปเล่นลูกไม้อันใด!”
“ไม่ใช่ พวกเจ้า…พวกเจ้า…” ขันทีหวังไม่อาจเถียง! สตรีพิษ ร้ายผู้นี้! นางงูพิษ! นางงูพิษ!
ขันทีหลี่แผดเสียงทรงอำนาจ “ทหาร หวังเต๋อเฉวียนขโมย ตราหยกแผ่นดิน ปลอมแปลงราชโองการ ใส่ร้ายฮองเฮา จับกุมตัว ไว้!”
ทหารรักษาพระองค์สองสามคนรุมจับแขนขันทีหวัง
“พวกเจ้าอย่าได้หลงกลนาง! พระราชโองการของนางเป็นของ ปลอม นางคือฮองเฮาชั่วร้าย! ฮองเฮาชั่วร้าย! นางสตรีพิษ! นาง สมรู้ร่วมคิดกับสำนักราชครู! กระทำผิดกฎวังหลวง! นาง…อื้อๆ ๆๆ!” ปากของขันทีหวังถูกคนใช้ผ้าปิดไว้
ขณะที่ขันทีหวังกำลังจะถูกลากออกไป ร่างอันแข็งแกร่งก็ กระโดดลงมาจากท้องฟ้า ผลักทหารรักษาพระองค์ที่จับขันทีหวัง ออกไปอย่างไม่ปรานี
ขันทีหวังเป็นอิสระ ดึงผ้าปิดปากออกและพูดด้วยความ ประหลาดใจ “องครักษ์เงา!”
อิ่งสือซันสวมเสื้อคลุมยาวสีดำเดินเข้าไปในตำหนักจินหลวน อย่างใจเย็น
ภายใต้สายตาจ้องมองอย่างตกตะลึงของเหล่าขุนนาง เขา คุกเข่าลงข้างหนึ่ง เปิดเสื้อคลุมและค่อยๆ วางไข่ดำน้อยที่ปกป้อง ไว้ในอ้อมแขนลงบนพื้นที่เป็นประกายระยิบระยับ
ดวงตาของต้าเป่ากลอกไปมา กอดตราหยกแผ่นดิน เดินไป ข้างหน้าสองสามก้าว
เห็นตราหยกแผ่นดินเท่ากับเห็นองค์ประมุข
ทุกคนคุกเข่าลงกับพื้น!
แม้แต่ฮองเฮาก็ยังคุกเข่าลงด้วยความตกใจ
ต้าเป่าเดินไปอยู่ต่อหน้าอวี้สื่อต้าฟู หยิบราชโองการในมือของ เขา ก้มเอวเล็กลง กางพระราชโองการลงบนพื้นและใช้นิ้วเล็กๆ จิ้ม “อื้อๆ!”
อวี้สื่อต้าฟูมองไปยังจุดที่เขาชี้ มันคือด้านหลังของราชโองการ ที่มันถูกซ่อนไว้ด้วยพื้นผิว ตัวอักษรเล็กๆ เขียนด้วยลายมือจางๆ
รัชศกไท่ชู ปีที่สี่สิบเอ็ด วันที่สิบเจ็ดคํ่า เดือนสิบสอง ยามโย่วสา มเค่อ ต้าเป่าเป็นผู้ประทับด้วยตนเอง
นี่เป็นตราประทับแรกของเหลนตัวน้อยอันเป็นที่รักขององค์ ประมุข และยังเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินหลานชายตัวน้อยหัวเราะ เสียงหมู สำหรับองค์ประมุข นี่เป็นความทรงจำที่ควรค่าแก่การ เก็บรักษา
เขาบรรจงจดมันลงอย่างระมัดระวัง
เขารักมันอย่างดี
เดิมทีเป็นเพียงความรักที่มีต่อต้าเป่า แต่ไม่คาดคิดว่าช่วง เวลาวิกฤตกลับกลายเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุดในการโค่นล้ม ฮองเฮา
นี่เป็นลายมือขององค์ประมุข ไม่มีทางที่อวี้สื่อต้าฟู ไท่เว่ย ไท่ฟู จะจำไม่ได้
เช่นนั้นที่ฮองเฮากล่าวเมื่อครู่ว่าเมื่อคืนฝ่าบาทเป็นคนประทับ ไว้ด้วยตนเองก็เป็นเรื่องโกหกอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนมองไปที่ฮองเฮาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
ขันทีหวังรู้สึกยินดีปรีดา
องค์ประมุขน้อยมาถึงทันเวลา หากช้าไปก้าวเดียวสตรีพิษร้าย ผู้นี้คงทำสำเร็จไปแล้ว!
ขันทีหวังกล่าวอย่างฮึกเหิม “พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่? ผู้ใด
ปลอมแปลงราชโองการยังไม่รู้อีกหรือ? ยังไม่รีบจับสตรีพิษร้ายผู้นี้ ไปอีก!”
ทหารรักษาพระองค์มองหน้ากัน
สามมหาเสนาบดีสูงสุดก็ส่งสายตากัน และพูดพร้อมเพรียง “พาตัวนางไป!”
ทหารรักษาพระองค์พุ่งเข้าหาฮองเฮา
เสี้ยววินาที ขันทีหลี่รีบวิ่งเข้าไปดึงต้าเป่าไว้ในอ้อมแขนและ บีบคอเขาด้วยมือเดียว “อย่าเข้ามา! ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเขา!”
…………………………………………
[1] ฮู่ป่าน คือแผ่นจดบันทึกสำหรับขุนนาง
[2] อวี้สื่อต้าฟู คือ หัวหน้าผู้ตรวจการแผ่นดิน
[3] ไท่ฟู่ คือ มหาราชครู
[4] ไท่เว่ย คือ มหาเสนา