หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 351.1 เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์สู้ซิวหลัว! (1)
“จะฆ่าคนแล้ว! ตี้จีองค์เล็กจะฆ่าคน!”
ท่ามกลางฝูงชน มีเสียงของใครบางคนตะโกนออกมา ชาว บ้านแตกตื่นโกลาหล
พวกเขามาที่นี่เพื่อชมความตื่นเต้น แต่ไม่ได้มาทิ้งชีวิต ไม่เคย ได้ยินว่าคนแพ้การประลองแล้วก็ฆ่าคน นางยังเป็นตี้จีอยู่หรือไม่? หรือท่าทางรักใคร่ห่วงใยประชาเช่นบุตรของนางที่ผ่านมาล้วน เป็นการแสดง?
ตาบอด พวกเขาตาบอดจริงๆ ที่เชื่อว่าคนเช่นนี้สามารถกลาย เป็นตี้จีนำโชคแห่งหนานจ้าว!
เห็นชัดๆ ว่านางเป็นภัยพิบัติทั้งหมดของหนานจ้าว!
พวกเขาทั้งหมดจะถูกนางฆ่าตาย!
คนที่ถูกส่งไปตอนแรก เหตุใดไม่ใช่นางนะ?
อวี๋หวั่นรีบเดินไปที่ขอบแท่นบูชา เอ่ยกับผู้คนที่กำลังแตกตื่น “ทุกคนอย่าเพิ่งตกใจ! อย่าขยับ! อาจเหยียบคนจนบาดเจ็บ! พวก เรานำทหารมาแล้ว! จะส่งพวกเจ้าออกไปก่อน!”
นางพูดว่าก่อน
นางจะส่งพวกเขาที่เป็นชาวบ้านตาดำๆ ออกไปก่อน?
คำพูดของเธอถูกเจียงไห่ใช้กำลังภายในกระจายออกไป ชาว บ้านทุกคนต่างได้ยิน ฝูงชนที่กระสับกระส่ายก็ค่อยๆ สงบลง
ทุกคนมองไปยังเธอที่อยู่บนแท่นบูชา ร่างกายเล็กๆ ดวงตา กระจ่างใสราวกับนํ้า ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกคนคล้ายกับรู้สึกถึงพลัง อันยิ่งใหญ่
อวี๋หวั่นไม่อายที่จะบอกความจริงกับพวกเขา
เธอไม่คิดว่าหนานกงเยี่ยนจะบ้าคลั่ง เปิดฉากสังหารทุกคนที่ อยู่ที่นี่ ใต้หล้านี้มีคนบ้ามากมาย ส่วนใหญ่มักถูกโยนความผิด อย่างอวิ๋นเฟยและเยี่ยนจิ่วเฉา แต่หนานกงเยี่ยน นางเป็นบ้าจริงๆ ไปแล้ว หากนางฆ่าพวกเขาสองสามคนยังเข้าใจได้ แต่คนบริสุทธิ์ ที่นี่ไปทำอะไรให้นาง?
เด็กในอ้อมแขนของป้าคนหนึ่งร้องไห้ด้วยความตกใจ
หนานกงเยี่ยนปรายตามองเด็กคนนั้นอย่างไม่แยแส
สายตาที่ไม่มีเจตนาของนาง ทำให้พลังภายในของซิวหลัวกด เด็กคนนั้น
คิ้วของอวี๋หวั่นเด้งขึ้น “เจียงไห่!”
เจียงไห่บินขึ้นไป ใช้ร่างกายขวางการกดพลังของซิวหลัว
อาการเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าทรวงอก เลือดแดงไหลซึมออก มาจากมุมปาก!
เมื่อครู่เพียงแค่พลังแวบเดียวของซิวหลัว และแวบเดียวนี้ก็
เกือบจะคร่าชีวิตของเด็กคนหนึ่ง
หน่วยกล้าตายของจวนเห้อเหลียนถูกเตรียมพร้อมไว้แล้ว เห้อ เหลียนเป่ยหมิงสั่งให้อวี๋กังพาพวกชาวบ้านออกไปก่อน
“แต่…” อวี๋กังต้องการพาเขาออกไปก่อน
เห้อเหลียนเป่ยหมิงกล่าวด้วยนํ้าเสียงเยียบเย็น “นี่เป็นคำสั่ง ทางทหาร!”
อวี๋กังใจเต้นโครมด้วยความตกใจ “ขอรับ!”
อวี๋เซ่าชิงกระโดดขึ้นไปที่แท่นบูชา ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ราวกับว่าปกป้องภรรยาที่กำลังอดกลั้นบางอย่างไว้ด้านหลัง “อย่า กลัวอาซู ข้าจะปกป้องเจ้า!”
อาซูต้องกลัวแน่ กลัวจนเริ่มตัวสั่นไปหมดแล้ว และยังสั่น อย่างรุนแรง ต้อง ต้องไม่ใช่เพราะตื่นเต้น…เป็นแน่
เจียงไห่อยู่ท่ามกลางฝูงชนกับหน่วยกล้าตายจากจวนเห้อ เหลียนและทหารรักษาพระองค์เพื่อส่งชาวบ้านออกไป อาเว่ย ชิง เหยียนและเยว่โกวอยู่บนแท่นบูชา ล้อมรอบอวี๋หวั่นและอาม่าไว้
ต่อให้มีการเตรียมรับมือล่วงหน้า แต่เพราะการกดพลังของซิว หลัวที่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หน่วยกล้าตายและกองทหารรักษา พระองค์ก็เริ่มยากลำบากทุกก้าวเดิน
ผู้คนที่ถูกปลอบจนสงบลงอย่างยากลำบาก เห็นสถานการณ์ ก็เริ่มตื่นตระหนก
เหตุการณ์วุ่นวายโกลาหลขึ้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นผู้บริสุทธิ์มากมายต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องเลวร้าย เหล่าขุนนางก็นั่งไม่ติด ในสามมหาเสนาบดีสูงสุด ไท่ซือที่อายุมาก ที่สุดตบที่รองแขนของเก้าอี้ แล้วลุกขึ้นด้วยร่างกายสั่นเทา “ตี้จี! เจ้ากำลังทำอะไรกันแน่!”
ไท่ซือเคยเป็นครูของหนานกงเยี่ยน หากจะเรียกว่าท่าน อาจารย์ก็ไม่ผิด ยามนั้นความสามารถของหนานกงเยี่ยนก็น่าทึ่ง เช่นกัน หากพูดถึงนิสัย แม้จะหยิ่งยโสเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มีพิษภัย
ไท่ฟู่ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เริ่มผิดเพี้ยนไปตั้งแต่เมื่อไร
หรือบางทีอาจไม่เคยถูกต้องมาก่อน แต่แค่ตนเองละเลยที่จะ ตรวจสอบเท่านั้น
หนานกงเยี่ยนปรายตามองเขาอย่างเฉยเมย ใบหน้าไร้ร่อง รอยของความเคารพ “ข้าตี้จีผู้นี้กำลังทำอะไร ไท่ฟู่ตาบอด มองไม่ เห็นหรือ?”
“เจ้า…เจ้า…” ไท่ฟู่ถูกหนานกงเยี่ยนยั่วให้โกรธจนเวียนหัว ตาลาย
อวี้สื่อต้าฟูกับไท่เว่ยรีบพยุงเขา หลังจากกลับมานั่งบนเก้าอี้ อ วี้สื่อต้าฟูก็มองหนานกงเยี่ยนและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ตี้จี เรื่องนี้ ร้ายแรง ศึกราชสำนัก ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนบริสุทธิ์มา เกี่ยวข้อง เจ้าปล่อยพวกเขาไปก่อน มีเรื่องอะไรพวกเรามานั่งลง ค่อยๆ พูดจา”
หนานกงเยี่ยนยกมุมปากเหยียดหยาม “ค่อยๆ พูด? พูดอะไร? พูดว่าข้าแพ้การประลอง ควรปฏิบัติตามหลักเต็มใจเดิมพัน ยอมรับความพ่ายแพ้ หรือว่าข้ามาไกลไร้ทางหันกลับ มิสู้ถูกจับ โดยละม่อม?”
อวี้สื่อต้าฟูกล่าวอย่างจริงใจ “ตี้จี เจ้าอย่าได้ทำผิดซํ้าแล้วซํ้า เล่า”
หนานกงเยี่ยนหัวเราะเยาะ “พวกเจ้าตายหมด ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ความชั่วของข้า ถึงยามนั้นข้าก็สามารถหวนกลับมาเป็นใหญ่อีก ครั้งหนึ่ง ใครที่สนับสนุนข้าผู้นั้นก็จะอยู่รอด”
อวี้สื่อต้าฟูพบว่าการสนทนากับหนานกงเยี่ยนไม่อาจไปต่อได้ หัวใจของสตรีผู้นี้บิดเบี้ยวไปแล้ว มิใช่นางแพ้แล้วไม่ยอมรับ แต่ นางกำลังระบายความโกรธทั้งหมด ไม่สนใจว่าใครจะทำให้นางขุ่น เคืองหรือไม่ ขอแค่ไม่ใช่สุนัขของนาง ก็ต้องถูกฆ่าทั้งหมด
“ตี้จี! ตี้จีพวกเราผิดไปแล้ว!” คนกล้าคนหนึ่งคุกเข่าลงกับพื้น ด้วยความตกใจ ก้มหัวกราบกรานนาง แสดงความภักดีและ ขอร้องให้นางอภัย
หนานกงเยี่ยนกลับเผยยิ้มงดงาม ยกมือขึ้นคว้าคันธนูและลูก ศรจากมือขององครักษ์ ยิงคนผู้นั้นตาย!
การกระทำนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง
ดวงตาของอวี้สื่อต้าฟูเบิกกว้าง
แม้แต่นัยน์ตาของหนานกงหลีก็เผยความเหลือเชื่อ เขาเอ่ย
อย่างแผ่วเบา “ท่านแม่”
หนานกงเยี่ยนหันมาอย่างเนือยนิ่ง จ้องมองเขาด้วยสายตาที่ เย็นชาไร้อุณหภูมิ “เจ้าก็อยากเป็นศัตรูกับข้าหรือ?”
หนานกงหลีอ้าปากพะงาบ พลันก้มหน้ายกมือคำนับ “ข้าไม่ กล้า”
หนานกงเยี่ยนยิ้มอย่างกระหายเลือด “เช่นนั้นก็ไปฆ่าพวกมัน ซะ! ฆ่าทุกคนที่นี่ให้ข้า!”
ทันใดนั้นหนานกงหลีก็รู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้ซิวหลัวฟังคำสั่ง ของหนานกงเยี่ยน เพราะมารดาของเขาอาจเสียสติไปแล้วจริงๆ แผนเดิมคือหลังจากชนะการแข่งขัน ก็จะขับไล่ตี้จีองค์โตและ พรรคพวกของนางออกไปจากหนานจ้าว หากโชคร้ายพวกเขาพ่าย แพ้ก็ใช้ซิวหลัวควบคุมขุนนางและสังหารผู้ที่ขัดคำสั่ง
แต่ยามนี้แม้แต่ผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นก็พัวพันไปด้วย
หนานกงหลีไม่เสียใจกับชะตากรรมที่เลวร้าย แต่สภาพของ มารดาในยามนี้ทำให้เขากังวล
เมื่อพลังกดควบคุมของซิวหลัวเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ นอกจาก พวกของหนานกงเยี่ยนก็ไม่มีผู้ใดขยับได้
เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและสิ้นหวังดังออกมาจากฝูงชน
“อา อาซู…ข้าจะปกป้องเจ้า…” อวี๋เซ่าชิงใช้ร่างกายรับแรง กดนั้น แต่กลับถูกกดไว้จนทั้งตัวติดอยู่บนร่างของเจียง
เขาพยายามลดนํ้าหนักของตัวเองให้เบาลง แต่พบว่าเขาไม่ สามารถแม้แต่จะขยับตา
“อาซู…ไม่ต้องกลัว…”
นางเจียงงอน่อง สองตามองท้องฟ้า
ในขณะที่ทุกคนถูกซิวหลัวกดจนแทบไม่อาจหายใจ ทันใดนั้น ลมหายใจอันทรงพลังอีกอันก็พัดมาจากที่ไม่ไกลนัก ราวกับมือ ใหญ่ที่เบิกเมฆเห็นตะวัน ขัดขวางลมหายใจแห่งความตายนี้กลับ ไป
ทุกคนรู้สึกร่างกายเบาขึ้น
คิ้วของหนานกงหลีขมวดมุ่น ลมหายใจนี้เขาไม่อาจคุ้นเคย มากไปกว่านี้ ชัดเจนว่า…
เงาบึกบึนร่างหนึ่งเหาะขึ้นไปในอากาศและร่อนลงบนแท่น บูชาอย่างมั่นคง
สีหน้าของหนานกงหลีเปลี่ยนไป
เป็นเขาจริงๆ!
ซิวหลัว!
เป็นไปได้อย่างไร?
มิใช่ตายไปแล้วหรือ?
แม้หนานกงหลีจะไม่ได้ดูเขาหมดลมหายใจด้วยตาของตนเอง แต่เขาถูกดูดพลังมาจนหมด ตามหลักแล้วไม่มีทางรอด แต่คน
ตรงหน้าเขาไม่เพียงแต่รอดชีวิต ยังดูเหมือนว่าพลังของเขากลับ คืนมาอีกด้วย
เขาทำได้อย่างไร! ! !
ซิวหลัวมองหนานกงหลีอย่างเย็นชา หยิบขวดนมเล็กออกมา จากอ้อมแขนของตนเองแล้วดูดมันอย่างแรง!
หนานกงหลี “…!!!”
หนานกงหลีมองไปที่ซิวหลัว จากนั้นก็มองกลุ่มของอวี๋หวั่นที่ ถูกซิวหลัวปกป้องไว้ด้านหลัง คล้ายกับเข้าใจแล้วว่าใครเป็นคน ช่วยเขา ครอบครัวนี้เก็บประโยชน์ได้เก่งยิ่งนัก กระทั่งซิวหลัวใกล้ ตายก็ยังเก็บมา ทั้งยังแข็งใจรักษาจนหายดี
หึ พวกเขาคิดว่าแบบนี้ก็สามารถเอาชนะซิวหลัวของเขาได้ แล้วหรือ?
พลังภายในของเขาถูกดูดซับจนหมด แม้เยี่ยนจิ่วเฉาและอวี๋ หวั่นจะใช้ยาวิเศษดึงชีวิตของเขากลับคืนมาได้ แต่เขาก็ไม่สามารถ ฟื้นฟูพลังภายในได้มากในเวลาอันสั้นเช่นนี้
เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซิวหลัวตัวใหม่!
ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก็แค่ยื้อเวลาอีกสักพักเท่านั้น ให้โอกาสพวก มดกลุ่มนี้หนีไป
เมื่อซิวหลัวปรากฏตัวขึ้น ไม่นานซิวหลัวตัวใหม่คนหนึ่งก็ ปรากฏตัวขึ้น
ทั้งสองประมือกัน
ทว่าการเผชิญหน้าเล็กๆ นี้ทำให้แท่นบูชาถูกทำลายไปเกือบ ครึ่งจากพลังภายในที่พลุ่งพล่านออกมา
สิ่งใดที่เรียกว่าเทพเซียนตีกันปีศาจน้อยเดือดร้อน ก็คือนี่ละ
อวี๋หวั่นใช้แขนเสื้อบังเศษหินที่กระเด็นมา พลางพูดกับซิวหลัว “ขึ้นไปตีกันบนนั้น!”
ซิวหลัวกระโดดขึ้นและล่อให้ซิวหลัวของหนานกงหลีไปต่อสู้ กลางอากาศ
ในแง่พลังภายในซิวหลัวนั้นไม่ได้กลับคืนสู่จุดสูงสุดดังเดิม แต่ไม่รู้ว่าเขาไปเรียนรู้เพลงยุทธ์มาจากที่ใด จึงเล่นกับซิวหลัวตัว ใหม่เสียจนหัวหมุน
ซิวหลัวตัวใหม่เหวี่ยงฝ่ามือสับ ก็สับอากาศ ใช้เท้าเตะไปอีก ครั้งก็เตะอากาศอย่างจัง!
ซิวหลัวที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ด้านหลังเขาเมื่อใด แลบลิ้นใส่เขา
มาสิ มาสิ มาจับข้าสิ!
ซิวหลัวตัวใหม่โกรธจัด
ความก้าวหน้าของซิวหลัวเกินความคาดหมายของหนานกง หลี แม้ไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่ แต่ศักยภาพที่พลุ่งพล่านออกมานั้น ไม่ ต้องสงสัยเลยว่าหนานกงหลีไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงขนาดเรียนรู้ เพลงยุทธ์ ซิวหลัวไม่เคยเรียนรู้เพลงยุทธ์มาก่อน เพราะไม่จำเป็น
และเพราะพวกเขาเหยียดหยาม
นี่ยังเป็นซิวหลัวอยู่หรือไม่?
เขาใช้ชีวิต…เหมือนคนมากขึ้นเรื่อยๆ
ซิวหลัวตัวใหม่ตีไม่โดน จับไม่ได้ กระทืบเท้าโกรธเกรี้ยว!
เขาปล่อยพลังภายในมหาศาลออกมา รั้วของแท่นบูชาไม่อาจ แบกรับพลังภายใน แตกหักโครมคราม
ทันทีที่อวี๋เซ่าชิงพาภรรยาของเขาลงจากแท่นบูชา เขาก็ได้ยิน เสียงดังขึ้นด้านหลัง อาหวั่นยังอยู่บนแท่นบูชา!
“อาหวั่น!” ใบหน้าเขาถอดสี
ไม่รู้ว่ากลุ่มหน่วยกล้าตายของหนานกงหลีขึ้นมาบนแท่นบูชา ตั้งแต่เมื่อใด พวกอาเว่ยง่วนอยู่กับการต่อกรกับพวกเขา อวี๋หวั่น และอาม่ายืนอยู่ในมุมที่ยังนับว่าปลอดภัย ทว่ารั้วพังพื้นลานยุบตัว ทั้งอวี๋หวั่นและอาม่าต่างก็ล้มลง
อวี๋หวั่นดันอาม่าขึ้นไป แต่ตัวเองกลับล้มลงกับพื้นเร็วกว่าเดิม
มือเรียวบางคู่หนึ่งรับร่างอวี๋หวั่นไว้
บทที่ 351.2 เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์สู้ซิวหลัว! (2)
“สามีตัวน้อย ไม่พบกันมานาน สบายดีนะ”
ดวงตาของอวี๋หวั่นพลันเบิกกว้าง “แม่นางต่ง”
ต่งเซียนเอ๋อร์คลี่ยิ้มงดงาม แตะปลายเท้าเบาๆ โอบอวี๋หวั่น กลับลงพื้นอย่างมั่นคง นางหันกลับมา อีกฝั่งหนึ่งมีใครบางคนบิน มาทางนี้ “ข้าดูนางเอง รีบไปช่วยพ่อเจ้า!”
อวี๋หวั่นเหลือบมองนาง อา นางผู้นั้นคือ…
เห้อเหลียนเป่ยหมิงนั่งอยู่บนรถเข็น รั้วที่หักโค่นกำลังล้มลง มาทับศีรษะและใบหน้าของเขา
“ท่านแม่ทัพใหญ่” อวี๋กังรีบเข้าไปช่วยเขา แต่ก็ถูกฝูงชนขวาง ไว้ เขาต้องมองดูแม่ทัพใหญ่ถูกทับอยู่ใต้หินก้อนใหญ่ต่อหน้าต่อตา เขาหันหน้าหนีไปอย่างเหลือทน
เห้อเหลียนเป่ยหมิงหลับตายอมรับตอนจบของตัวเองอย่าง สงบนิ่ง
ทว่าก้อนหินนั้น เนิ่นนานก็ยังไม่ตกลงมา
ในเสียงนั้นเขาได้ยินเสียงหายใจหนักอึ้ง
จิตใจของเขาสั่นไหวอย่างแปลกประหลาด ทันใดนั้นเขาก็เงย หน้าขึ้น ลืมตามองบุรุษที่ใช้สองมือแบกก้อนหิน
เช่นเดียวกับที่เขาเคยประคับประคองโลกทั้งใบให้กับเขา ยาม นี้เขาก็ทำแบบนั้นเช่นกัน
เด็กที่หลบอยู่ใต้ปีกของเขาในตอนแรกได้เติบโตขึ้นแล้ว
“เซิงเอ๋อร์…” ดวงตาของเห้อเหลียนเป่ยหมิงเป็นสีแดงระเรื่อ
เห้อเหลียนเซิงพยายามสุดกำลังที่จะผลักก้อนหินออกไป เขา อุ้มเห้อเหลียนเป่ยหมิงขึ้นหลังและแบกออกไปจากที่นี่อย่าง รวดเร็ว
‘ท่านพ่อ ขี่หลัง!’
‘เซิงเอ๋อร์เดินเอง’
‘ไม่เดิน ไม่เดิน! ขี่หลังท่านพ่อ!’
เห้อเหลียนเป่ยหมิงนอนอยู่บนแผ่นหลังที่ใจดีของบุตรชาย นึกถึงหน้าตาของบุตรชายในวัยเด็ก นํ้าตาอุ่นๆ ก็ไหลออกจาก ดวงตา
เห้อเหลียนเซิงอุ้มบิดาของเขาไว้บนหลัง หลบก้อนหินที่ตกลง มาและมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่รถม้าจอดอยู่
ในอีกด้านหนึ่งต่งเซียนเอ๋อร์ก็พาอวี๋หวั่นออกจากแท่นบูชา
“รีบขึ้นรถ!” เจียงไห่บังคับรถม้ามา
“พ่อแม่ของข้าเล่า?” อวี๋หวั่นถาม
เจียงไห่กล่าว “พวกเขาน่าจะยังอยู่ใกล้ๆ กับแท่นบูชา ข้าจะไป หาพวกเขา เจ้ากับแม่นางต่งออกไปก่อน!”
“ขึ้นรถเถอะ!” ต่งเซียนเอ๋อร์ลากอวี๋หวั่นขึ้นไป ให้อวี๋หวั่นนั่งใน รถม้า ส่วนนางบังคับบังเหียนบนเบาะด้านนอก ขับไปตามทิศที่เห้อ เหลียนเซิงและเห้อเหลียนเป่ยหมิงไป
สิ่งที่โชคดีคือ ชาวบ้านได้รับการอพยพไปยังพื้นที่รอบๆ ภาย ใต้การคุ้มกันของหน่วยกล้าตายจากจวนเห้อเหลียนและกองทหาร รักษาพระองค์ ยามที่แท่นบูชาพังทลายจึงไม่ทำให้มีผู้บาดเจ็บมาก นัก มีเพียงกลุ่มของอวี๋หวั่นและเหล่าขุนนางที่อยู่ตรงแท่นบูชา เป็นกลุ่มสุดท้ายที่หวาดกลัวไม่น้อย
“มีรถม้าอยู่ตรงนั้น! พวกเจ้าพาอาม่าและขุนนางไปก่อน!” เจียงไห่ตามมาถึงแท่นบูชา พูดกับชิงเหยียนที่กำลังต่อสู้กับหน่วย กล้าตายของหนานกงหลี
หน่วยกล้าตายถูกอาเว่ยสังหารไปไม่น้อย แต่ซิวหลัวเป็นนัก ฆ่าที่ทรงพลังที่สุดและไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต้านทานได้อย่าง แน่นอน
ชิงเหยียนพยักหน้าและจับเจียงไห่ “แล้วเจ้าละ?”
เจียงไห่กล่าว “ข้าจะไปหาท่านโหวและฮูหยิน!”
หลังจากแน่ใจว่าบุตรสาวออกจากแท่นบูชาอย่างปลอดภัย อวี๋ เซ่าชิงก็พาภรรยาหนีออกไป เขาพบรถม้าคันหนึ่งและกำลังพยุง ภรรยาขึ้นไป ก็ถูกขัดขวางโดยหน่วยกล้าตายหน้ากากทองที่ถูกฆ่า กลางอากาศ
หนานกงหลีให้หน่วยกล้าตายทุกคนกินยาลับ ทำให้ฟื้นฟูตัว
เองได้ในเวลาอันสั้น หน่วยกล้าตายผู้นี้แตะขอบเส้นที่เป็นครึ่งซิว หลัวแล้ว
“อาซู เจ้าอยู่ในรถม้า อย่าออกมา! ข้าจะจัดการกับเขา——”
ก่อนที่คำพูดของอวี๋เซ่าชิงจะจบ หน่วยกล้าตายหน้ากากทองก็ ตบเขาจนสลบไป
หน่วยกล้าตายหน้ากากทองเดินไปที่รถม้า มองผ้าม่านที่ปิด สนิท ยื่นกรงเล็บของปีศาจร้ายออกมาอย่างเย็นชา แต่ก่อนที่เขา จะได้แตะเส้นขนสักเส้นของอีกฝ่าย แขนของเขาก็ถูกบิดด้วยพลัง ภายในที่รุนแรงจนหักไปต่อหน้าต่อตา
หน่วยกล้าตายหน้ากากทองรู้สึกถึงความกลัวและ สัญชาตญาณต้องการหลบหนี แต่กลับถูกพลังภายในแทงทะลุ หัวใจล้มลงตายตรงนั้น!
ซิวหลัวตัวใหม่จับซิวหลัวไม่ได้ ในที่สุดก็เริ่มโมโห และเรียก สหายออกมา ซิวหลัวทั้งสามปลดปล่อยพลังภายในแยกฟ้าทลาย ดินออกมาพร้อมกัน ชาวบ้านที่หนีไปถูกพลังภายในของเขากวาด กลับมา
“อ๊ะ–“
ร่างกายของอวี๋หวั่นก็ลอยออกไปเช่นกัน
ต่งเซียนเอ๋อร์ห่อตัวเธอด้วยผ้าไหมสีขาวและใช้มืออีกข้างจับ ผนังรถม้า แต่ทนได้ไม่นาน ก็ถูกดึงกลับเข้านํ้าวนของพลังภายใน ไปด้วย
เห้อเหลียนเซิงคว้าผ้าไหมของต่งเซียนเอ๋อร์ เคลื่อนย้าย ลมปราณ ทรงตัวมั่นคง
แม้เป็นเช่นนี้ เขาก็ยังเดินเข้าไปยังทิศของแท่นบูชาทีละก้าว
ความแข็งแกร่งของซิวหลัวหนึ่งคนก็น่ากลัวพออยู่แล้ว สาม คน นั่นสามารถล้างโลกได้แล้ว!
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยว่าหนานกงหลียังใช้ยาลับเพื่อเสริมพลังของ พวกเขา พวกเขาเป็นผู้คงกระพันในโลกอย่างแท้จริง!
ทุกคนรู้สึกถึงความสิ้นหวังจากก้นบึ้งของหัวใจ
ทว่าในตอนนี้เอง มีเงาร่างสีดำเล็กๆ ร่างหนึ่งบินขึ้นไปใน อากาศ นางโบกมือเปล่าครั้งหนึ่ง ชาวบ้านที่ถูกซิวหลัวทั้งสามดูด ขึ้นไปในอากาศก็ถูกพลังภายในอันมีพลานุภาพสกัดกั้นไว้
ทุกคนเห็นไม่ชัดว่านางทำอย่างไร และเมื่อได้สติกลับมาก็ตก กลับลงไปอยู่บนพื้นที่เดิมอย่างมั่นคงแล้ว
นี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน?
คนผู้นั้นคือใคร?
มีซิวหลัวอีกคนหนึ่งมาหรือ?
บรรดาปรมาจารย์พิษอาวุโสและราชครูเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน มองไปที่ร่างนั้นราวกับเทพธิดา
นางใส่ผ้าปิดหน้าสีดำ สวมเสื้อคลุมสีดำ ไม่มีใครสามารถมอง เห็นนางได้ชัดเจน เห็นเพียงผ้าคลุมโบกสะบัดเริงระบำกลาง
สายลมอย่างเลือนราง
“นี่ใครอีก?” หนานกงหลีถามอย่างไม่อยากเชื่อ “หรือพวกเขา สร้างซิวหลัวเหมือนเรา ทั้งยังไม่เพียงสร้างแค่หนึ่งแบบ?”
ร่องรอยความประหลาดใจปรากฏขึ้นในสายตาของราชครู เขา พึมพำ “ไม่ใช่ซิวหลัว”
แต่เป็นราชาซิวหลัว!
ซิวหลัวสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่คุ้นเคย บินไปหาเจียงน้อยจอม เจ้าเล่ห์ เอียงศีรษะจ้องมองนางไม่กะพริบตา
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ยื่นขวดนมให้เขา “เด็กดี ไปนั่งตรงโน้น”
ซิวหลัวได้ขวดนมเล็ก เขาลงไปบนพื้น นั่งบนเศษหินแตกก้อน ใหญ่ ถือขวดนมน้อยดื่มอย่างเชื่อฟัง
ทันทีที่เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ปัดแขนเสื้อออกกว้าง ทุกคนรู้สึก แค่หนังศีรษะชา วินาทีถัดมาพวกเขาก็หมดสติลง
ซิวหลัวกะพริบตามองผู้คนที่หมดสติและดื่มนมต่อไป
ในขณะที่นางปลดแอกการกดพลัง ทั้งสามก็รู้สึกถึงความ หวาดกลัวในกระดูกของตน ทั้งสามคนอยากหนีไปด้วย สัญชาตญาณ แต่เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ก็จับพวกเขากลับมา!
รอมาหลายวัน จะหนีไปแบบนี้ได้อย่างไร?
ความบ้าคลั่งภายในร่างกายระสํ่าระสาย ซิวหลัวตัวใหม่ทั้ง สามเริ่มโกรธและจ้องมองเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์อย่างดุเดือด
ปล่อยหมัดโจมตีเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์!
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือ คนร่างเล็กผู้นี้จับหมัด ของพวกเขาด้วยมือเปล่า!
หนานกงหลีและราชครูเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ยังไม่สลบไป สายตาของหนานกงหลีก็จ้องมอง “คนผู้นี้เป็นใคร? มีที่มา อย่างไร? เหตุใดข้ามองแล้วรู้สึกคุ้นตา? คงไม่ใช่…”
เขานึกถึงคืนนั้นที่วัด ตี้จีองค์โตที่จัดการหน่วยกล้าตายนับสิบ คนด้วยหมัดเดียว
หรือว่า…ยอดฝีมือผู้นี้คือนาง?
ไม่ ไม่ เป็นไปไม่ได้
ไม่มีคนในโลกที่เอาชนะซิวหลัวได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสามคน!
“ราชครู ท่านเห็นว่าอย่างไร?”
ราชครูตกตะลึงจนเสียงหาย ซิวหลัวมาจากเผ่าปีศาจ มีเพียง คนของเผ่าปีศาจเท่านั้นที่สามารถยับยั้งพวกเขาได้ แต่เผ่าปีศาจมี ยอดฝีมือเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร? หรือว่าเผ่าปีศาจที่พวกเขาเคยเจอ ไม่ใช่เผ่าปีศาจที่แท้จริงหรือ?
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ปล่อยหมัดใส่ซิวหลัวตัวใหม่หมัดหนึ่ง จนเขากระเด็นลอยออกไป!
ซิวหลัวตัวใหม่ใช้พลังภายใน ผลักเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ถอย ไปสองสามก้าว!
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์แลบลิ้นเลียมุมปาก เพิ่มพลังไปอีกขั้น ครานี้ซิวหลัวตัวใหม่บินออกไปราวกับกระสอบทราย แต่ไม่ถึง วินาทีก็เหาะกลับมาอย่างไม่ย่อท้อ
ซิวหลัวถูกต่อยมากกว่าหน่วยกล้าตายอย่างน้อยสิบหมัด แต่ ก็ยังลุกขึ้นยืนได้
เพียงแต่ความเร็วที่ซิวหลัวกลับมายืนขึ้นอีกครั้งนั้นช้าลง เรื่อยๆ
กลับกันสตรีผู้นั้นกลับยิ่งเล่นแรงขึ้นเรื่อยๆ
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ชกซิวหลัวทั้งสามขึ้นไปบนฟ้าด้วยหมัด หนัก จากนั้นก็พลิกร่างชกทั้งสามคนกลับลงไปที่พื้นด้วยหมัดหนัก อีกครั้ง
หนึ่งในซิวหลัวตัวใหม่ตกไปอยู่แทบเท้าของซิวหลัว
เขาถูกต่อยตีจนไร้จิตใจคิดสู้ ทั้งร่างสั่นระริกไม่หยุด
ซิวหลัวยังคงดื่มนม ยื่นมือออกมาดูดพลังภายในของเขากลับ มาที่ร่างของตน
“คายออกมา!” เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์กล่าว
ฮื้อ~
ซิวหลัวไม่เต็มใจคายพลังภายในกลับไป
ซิวหลัวตัวใหม่กลับไม่ทำ กอดแขนซิวหลัวร้องไห้แง!
ขอร้องเจ้าละ ดูดพลังภายในไปเถอะ! ดูดไปให้หมดเลย!
ข้าไม่สู้แล้ว!
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์เดินไปคว้าคอซิวหลัวตัวใหม่ลากกลับมา
ไม่รู้ว่านานเพียงใด ซิวหลัวตัวใหม่อีกคนตกลงมาแทบเท้าของ ซิวหลัว
ซิวหลัวดูดพลังภายในกลับมา เมื่อหันมองเจียงน้อยจอมเจ้า เล่ห์ที่ยืนเท้าเอวถลึงตามองเขา ก็คายพลังภายในออกมาเงียบๆ
บนแท่นบูชา เสียงกรีดร้องโอดครวญของซิวหลัวดังขึ้นต่อ เนื่องเป็นระลอก
ไม่รู้ว่าสู้มานานเพียงใด เหล่าซิวหลัวกระทั่งเรี่ยวแรงจะกรีด ร้องก็ไม่มีแล้ว
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์เดินไปด้านหน้าราชครูและหนานกงหลี เตะเรียงกันสองครั้งจนทั้งคู่สลบไป!
แท่นบูชาถูกทำลายไปมากจนไม่เหลือที่ใดให้ทำลายอีก มีเจ็ด สิบแปดสิบหลุมที่ลึกสี่สิบฉื่อกระจายอยู่โดยรอบ ซึ่งทั้งหมดซิว หลัวตัวใหม่ใช้เลือดเนื้อของตนทำให้แตก
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์รับลม ส่ายหัว มองไปอย่างกล้าหาญ ขณะที่มองดูก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ราวกับประมุขผู้ก่อตั้ง กำลังมองดูประเทศที่เขาชนะมาด้วยมือของตนเอง!
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ยืนด้วยขาข้างเดียว ขาอีกข้างเหยียบ บนหินก้อนใหญ่ มือข้างหนึ่งเท้าเอว มืออีกข้างกดขาที่วางอยู่บน
หิน หัวเราะเสียงหมูออกมาอย่างมีความสุข!
ในขณะนี้ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“อะ…อาซู?”
เจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ “?!”
ขนอ่อนทั่วร่างเจียงน้อยจอมเจ้าเล่ห์ลุกชัน ร่างกายแข็งทื่อ!
กลับเป็นอวี๋เซ่าชิงที่ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นเมื่อใด เขาเดินมาอยู่ด้าน หลังนางอย่างเลื่อนลอย มองเงาหลังนางและพูดว่า
“อาซู…ใช่เจ้าหรือไม่?”