หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 39.1 พี่จิ่วสงสัย (1)
หลังจากเหยียนหรูอวี้เข้าไปในจวนคุณชายเยี่ยน นางก็ตรงไป ที่ลานบ้านของเยี่ยนจิ่วเฉา นางไม่เคยมาจวนคุณชายเยี่ยนมา ก่อน ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้เคยไร้ซึ่งชีวิตชีวา จนกระทั่งเด็กน้อยทั้งสามมา ที่นี่ ถอนขนหมูน้อยทุกวัน ห้องสำคัญถูกเปิดโปง ทุกที่มีกลิ่นอาย ของชีวิต
เหยียนหรูอวี้ชอบความสงบ เมื่อได้ยินเสียงครวญครางของลุง วั่นดังมาไกลๆ จึงทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบอารมณ์ เผยรอยยิ้มที่สง่างาม และก้าวเข้าไปในจวนของคุณชาย
ที่นี่นางไม่จำเป็นต้องปิดบังรูปลักษณ์ นางสวมชุดสีขาว งดงามประดุจเทพธิดาในโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะยิ้มหรือขมวดคิ้วล้วน บริสุทธิ์ไร้ที่ติ ทว่าทั้งหมดนี้ดูไร้ความหมายในสายตาของเหล่าผู้รับ ใช้จวนคุณชาย หลังจากค้อมตัวคำนับนางด้วยสายตาที่ไม่ วอกแวก พวกเขาก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเองต่อ
เหยียนหรูอวี้รู้สึกได้ถึงความเคารพของคนเหล่านี้ ทว่าความ เคารพนั้นมิได้เป็นการสวามิภักดิ์จากภายใน หากแต่เพราะนาง เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของคุณชายตัวน้อยทั้งสาม
ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบุรุษที่มีต่อบุตร บางครั้งมิใช่การ
เอาอกเอาใจเขามากมาย ทว่าเป็นการให้ความเคารพมารดาของ เขาอย่างเหมาะสม
แม้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะมิได้แสดงความรักเยี่ยงชายหนุ่มหญิง สาวต่อนาง ทว่าเขาก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกๆ ต้องอับอายเพราะนาง
ในตอนแรกนางมาด้วยจุดประสงค์บางอย่าง ทว่ายามนี้ นาง อยากจะแต่งงานกับชายผู้นี้จริงๆ เสียแล้ว
“เขาเป็นผู้ที่ควรค่าแก่การใช้ชีวิตด้วย” เหยียนหรูอวี้พึมพำ
แม่หลินได้ยินไม่ชัด “คุณหนูเอ่ยอันใดหรือเจ้าคะ?”
ใบหน้าของเหยียนหรูอวี้ปรากฏรอยยิ้มงดงามจับตา “คุณชาย น่ะ เขามิได้เลวร้ายเหมือนในข่าวลือ เขาคู่ควรที่จะใช้ชีวิตร่วมกับ สตรีสักคน”
แม่หลินมองคุณหนูของนางด้วยสายที่ไม่คาดคิด คงมิใช่ว่า นางหวั่นไหวจริงๆ ใช่ไหม?
“แม่หลิน” ดวงตาของเหยียนหรูอวี้ทอประกายแห่งความฝัน อันงดงาม “ข้าอยากแต่งงานกับเขา”
“เอ่อ…” แม่หลินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดูเหมือนว่าคุณหนูจะ หลงรักคุณชายเยี่ยนเข้าจริงๆ ก็มิใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด แต่ ทว่าจวนคุณชายหาใช่จะแต่งเข้าได้ง่ายๆ!
เดิมทีที่มีเด็กทั้งสาม ก็คิดว่าความสำเร็จจะอยู่ในกำมือ ทว่า ยามได้สัมผัสด้วยตนเองก็พบว่าคุณชายผู้นี้ช่างดื้อดึงและทิฐิสูง
หากคุณหนูของนางไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคุณชายน้อย ก็คงมิได้ มีความสัมพันธ์ถึงขั้นนี้ ด้วยรูปลักษณ์ ความสามารถ นิสัยใจคอ และประวัติชีวิตของคุณหนู มีตรงไหนที่ไม่ใช่ผู้ที่คู่ควรกับตำแหน่ง พระชายาเยี่ยนเล่า? ต่อให้เป็นบุตรีของอัครมหาเสนาบดีที่เทียบได้ กับสวี่เสียนเฟย บุตรีของไท่เว่ย[1] หรือบุตรีของอวี้สื่อ[2] ที่อยู่ใน รูปลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่มีผู้ใดที่โดดเด่นไปกว่าคุณ หนู!
“ข้าจะไม่ยอมแพ้ให้กับหญิงบ้านนอกนั่น” เหยียนหรูอวี้เอ่ย ด้วยความมั่นใจ
ทั้งสองเดินเข้าไปยังลานบ้านระหว่างที่สนทนากัน
เด็กชายทั้งสามวิ่งไปมาอยู่ในสวน ดอกไม้ใบหญ้าถูกทำลาย ยับเยิน ลุงวั่นไล่ตามหลังมาจนแทบหายใจไม่ทัน
เหยียนหรูอวี้ที่ตัดสินใจด้วยความมุ่งมั่นเพียงชั่ววินาทีก่อน หน้านี้ก็ต้องสะดุ้ง ยามเห็นเด็กน้อยที่แข็งแรงและมีชีวิตชีวาทั้ง สามคน
ความคิดของนางล่องลอยไปไกล ไม่สามารถควบคุมได้
เหล่าเด็กน้อยนั้นยังไม่ทราบว่าเหยียนหรูอวี้มาแล้ว ทะลวง เข้าออกพุ่มไม้ สิ่งที่จับอยู่ในมือมิใช่ไม้นวดแป้ง แต่เป็นข้าวโพดบน ซังข้าวโพดที่สลัดให้หลุดออกมาไม่ได้
เหตุใดพวกเขากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจถึงเพียงนี้?
เหตุใดเด็กบางคนไม่สามารถอยู่รอดได้?
เหยียนหรูอวี้บีบผ้าคลุมแน่น
ลุงวั่นไม่ไหวแล้ว จึงเดินขาเป๋กลับห้องไป
เด็กน้อยทั้งสามหยุดทะลวงพุ่มไม้ แต่เปลี่ยนไปนอนบนขอบ บ่อปลา แล้วเอื้อมมือไปหาปลาในบ่อแทน
นํ้าในบ่อตื้นมาก ทว่าในวันที่อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ หากตกลง ไปจริงๆ อย่างไรเสียก็อาจทำให้ป่วยหนักได้ หรือบางทีอาจจะป่วย หนักและไม่มีวันฟื้นอีก…
“คุณหนู คุณหนู!”
เสียงของแม่หลินขัดจังหวะความคิดของเหยียนหรูอวี้ นางฟื้น คืนสติ และเห็นว่าในมือของนางกำลังจับเด็กคนหนึ่งไว้ เด็กคนนั้น ถูกนางยกขึ้น และอาจถูกโยนลงสระได้ทุกเมื่อ
เด็กน้อยมองนางด้วยความงงงวย
แม่หลินดึงตัวเด็กกลับมา
เหยียนหรูอวี้ฝ่าเท้าเย็น นางเซถอยหลังไปสองสามก้าว เมื่อ ครู่เกิดอันใดขึ้นกับนาง? นางกำลังคิดสิ่งใดอยู่? นางเสียสติไปแล้ว หรือ?
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าวิ่งเข้าไป พวกเขาเงยหน้าขึ้นและกะพริบ ตาโตมองเหยียนหรูอวี้
เหยียนหรูอวี้นำเสียวเป่าที่เกือบถูกตนโยนลงสระมากอดไว้ใน อ้อมแขน แล้วลูบหัวเขาเบาๆ พลางเอ่ยด้วยนํ้าเสียงสะอึกสะอื้น “ขอโทษ…แม่มิได้ตั้งใจ…แม่มิได้…”
แม่หลินเอ่ยกับนางว่า “คุณหนู วันนี้ท่านคงเหนื่อยมากแล้ว วันหน้าค่อยมาเยี่ยมคุณชายน้อยเถิด”
เสียวเป่าดิ้นสองครา ผละออกจากอ้อมกอดของนางและวิ่งไป ด้านหลังของพี่ชายทั้งสอง เบิกตากว้างมองนางด้วยความหวาด กลัว
เหยียนหรูอวี้ร้อนรนอยากอธิบาย ทว่ากลับถูกแม่หลินดึงตัว ออกไป
ไฉ่ฉินเอาขนมที่นำมาไปวางไว้ในห้องของคุณชายน้อยแล้วก็ เดินตามออกไป
ยามลุงวั่นพักจิบนํ้าแล้ว ก็ประคองเอวเดินเข้ามาที่ลาน แต่ กลับไม่เห็นเงาของเหยียนหรูอวี้เสียแล้ว
เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น อีกทั้งเด็กน้อยทั้งสามก็ไม่ยอม พูด เขาส่ายหัวแล้วพาเด็กๆ กลับไปทานอาหารเย็นที่บ้าน
เด็กทั้งสามเชื่อฟังเขาเสียที่ไหน? ข้าวสักคำก็ไม่ยอมกิน อีกทั้ง ยังทำลายเครื่องหยกพังไปหลายชิ้น
ลุงวั่นทุบหม้อจนแตก “ตีเลย ตีเลย อย่างไรเสียก็เป็นพ่อของ พวกท่านอยู่ดี”
ผ้าปูโต๊ะก็ถูกดึงออกโดยเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ สามคน ชุดนํ้าชา และของว่างบนโต๊ะหกกระจัดกระจายไปทั่วพื้น
ลุงวั่นสังเกตเห็นแผ่นกระดาษที่มีคำพูดปลิวออกมา เขากำลัง จะหยิบขึ้นมาดู หารู้ไม่ว่าต้าเป่าที่เหยียบขนมเผือกบดมาจะเหยียบ ลงบนกระดาษดังปัง
กระดาษติดกับฝ่าเท้าของต้าเป่า แล้วต้าเป่าก็วิ่งไถลออกไป
ลุงวั่นมิได้สนใจไล่ตามกระดาษแผ่นนั้นแต่อย่างใด ห้อง เละเทะเช่นนี้ ให้คุณชายเห็นเข้า คงต้องเสียสติเป็นแน่ ลุงวั่นจึงรีบ เก็บกวาด
เด็กน้อยทั้งสามวิ่งออกจากลานบ้าน ไน่มามาไล่ตามพวกเขา ไป ทว่าไม่นานก็ตามพวกเขาไม่ทันเสียแล้ว
ต้าเป่าวิ่งนำหน้า ทิ้งน้องชายทั้งสองไว้ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าเขา กำลังจะวิ่งหายไป ทว่าทันใดนั้น ต้าเป่าก็ชนเขากับใครคนหนึ่ง หน้าผากของเขากระแทกต้นขาของอีกฝ่าย
เยี่ยนจิ่วเฉามองลงไปดูบุตรชายที่สามารถวิ่งมาชนได้
ต้าเป่าลูบหัวน้อยๆ และเงยหน้าขึ้นมองบิดาของเขา
ไม่แน่ใจว่าเขาสัมผัสได้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉากำลังจะโกรธหรือไม่ จู่ๆ ต้าเป่าก็ยื่นมือที่มอมแมมเล็กๆ ของเขาและกอดไปที่ต้นขาของ เยี่ยนจิ่วเฉา
เยี่ยนจิ่วเฉาที่จู่ๆ ก็มีรอยนิ้วมือห้านิ้วประทับที่ต้นขา “…”
“มีสิ่งใดติดอยู่ที่รองเท้า?” เยี่ยนจิ่วเฉาถาม
อิ่งสือซันอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา และดึงสิ่งที่ดูเหมือนกระดาษ ข้อความที่เปรอะเปื้อน ทว่ามีกลิ่นหอมของขนมเผือก พลันเอ่ย ด้วยสีหน้าราบเรียบ “กระดาษขอรับ”
เยี่ยนจิ่วเฉามองด้วยท่าทีรังเกียจ เพียงปรายตามองก็พบ ข้อความที่ถูกเขียนไว้โดยบังเอิญ
แม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะเปราะเปื้อนไปด้วยเผือกบด ทว่ายังคง มีตัวอักษรเลือนราง ‘เหยียนหรูอวี้ ข้าอยากคืนของของเจ้า วันนี้ ยามโหย่ว พบกันที่วัดหนิงอัน’ข้อมูลบนกระดาษทำให้ผู้อ่านรู้สึกไม่ ดีอย่างบอกไม่ถูก
“คุณหนูเหยียนถูกอันธพาลใดกลั่นแกล้ง?” อิ่งสือซันถาม ด้วยความสงสัย ข้อความบนกระดาษมีนํ้าเสียงคุกคามชัดเจน ไม่ ว่าพวกเขาจะไม่พอใจคุณหนูเหยียนเพียงใด ทว่าคุณหนูเหยียนก็ เป็นมารดาของคุณชายน้อยทั้งสามคน หากนางถูกคนชั่วเข้ามา พัวพันจริงๆ พวกเขาก็ไม่อาจนั่งดูอยู่เฉยๆ ได้
คำถามก็คือ…กระดาษข้อความนี้มาอยู่ที่จวนของคุณชายได้ เยี่ยงไร?
เหยียนหรูอวี้จงใจนำเข้ามา หรือว่าผู้อื่นกระทำ? หากเป็นอดีต เหยียนหรูอวี้ประสบกับปัญหาหนักที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จำต้องใช้ วิธีนี้เพื่อขอความช่วยเหลือจากจวนคุณชาย หรือหากเป็นอย่าง หลัง นี่หาใช่กระดาษที่เขียนขึ้นเพื่อขู่เหยียนหรูอวี้ ทว่าเพื่อหลอก
ล่อเยี่ยนจิ่วเฉา
“คุณชาย ข้าจะไปที่จวนสกุลเหยียนเพื่อสอบถามความจริง กับคุณหนูเหยียน หากนางกำลังประสบปัญหาจริง เราค่อยลงมือ ยามนั้นยังไม่สาย” ความรอบคอบของอิ่งสือซันหาได้ไร้เหตุผล หากนี่เป็นหลุมพรางดักเยี่ยนจิ่วเฉา เขาไม่มีทางปล่อยให้เยี่ยนจิ่ว เฉาตกลงไปเป็นอันขาด
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย “ไม่จำเป็น ข้าจะไปที่วัดหนิงอัน”
“คุณชาย!” อิ่งสือซันตกใจ
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยเยี่ยงคนยโสโอหัง “นานแล้วที่ไม่มีผู้ใดกล้า คิดทำร้ายคุณชายผู้นี้ ตัวข้าอยากเห็นนัก ว่ายามนี้ยังมีผู้ใดที่หาญ กล้าถึงเพียงนี้!”
อิ่งสือซันคิดจะเกลี้ยกล่อมให้คุณชายระมัดระวังตัวมากขึ้น ทว่าเขาเข้าใจ คุณชายมีนิสัยที่หาเรื่องตายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่ง อันตราย เขาก็ยิ่งอยากไป
………………………………………………….
[1] ไท่เว่ย หรือ ตำแหน่งไท่เว่ย คือ ตำแหน่งที่รองจากอัครมหา
เสนาบดี
[2] อวี้สื่อ หรือ ตำแหน่งอวี้สื่อ คือ ตำแหน่งที่รองจากไท่เว่ย
บทที่ 39.2 พี่จิ่วสงสัย (2)
อิ่งสือซันอับจนหนทาง เขาจำต้องพาคุณชายไปที่วัดหนิงอัน และแน่นอน เพื่อความปลอดภัยเขาจึงเรียกอิ่งลิ่วมาด้วย
อิ่งลิ่วออกจากห้องอย่างไม่เต็มใจ “เหตุใดต้องเรียกข้า? มิใช่ ว่ามีเจ้าก็เพียงพอจะปกป้องคุณชายแล้วรึ?”
อิ่งสือซันเอ่ยอย่างจำใจ “เอาเถิด เป็นเรื่องใหญ่อันใด? เจ้าจึง ปล่อยมันไปไม่ได้?”
อิ่งลิ่วทำหน้ามุ่ย “หึ!”
อิ่งสือซันตบไหล่เขาพลางเอ่ยอย่างจริงใจ “ข้าคิดว่าเจ้าเป็น เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ข้าเป็นเช่นไร?” อิ่งลิ่วเอ่ยถามอย่างอารมณ์เสีย
อิ่งสือซันครุ่นคิดสักพัก และเอ่ยอย่างไม่กลัวตายว่า “ตัวเล็ก น่ารักจุ๋มจิ๋ม”
อิ่งลิ่ว “…”
อิ่งสือซันไปด้วยใบหน้าหล่อเหลาสง่างาม กลับมาด้วยใบหน้า ปูดบวมฟกชํ้า เยี่ยนจิ่วเฉาเหลือบมอง โดยไม่ถามว่าผู้ใดเป็นคน กระทำ และยังคงขึ้นรถม้าไป
วัดหนิงอันอยู่ในเมืองหลวง ทว่าอยู่ห่างไกลจากจวนคุณชาย
อีกทั้งยังมีเส้นทางขรุขระหลายสายบนภูเขาที่ต้องเดินเท้า โชคดีที่ อิ่งสือซันมีทักษะในการขับรถม้าเป็นอย่างดี จึงจอดรถม้าที่เชิงเขา ได้ทันก่อนยามโหย่ว
เมื่อขึ้นเขาไปครึ่งทางก็จะพบกับวัดหนิงอัน
ทั้งสามคนปีนขึ้นไปตามขั้นบันได และเดินอีกเพียงชั่วเวลาจิบ ชาหนึ่งถ้วย[1] ในที่สุดก็มาถึงวัด
อิ่งสือซันล่วงหน้าไปที่วัด แล้วเดินดูรอบๆ ทว่าหาได้พบผู้ที่น่า สงสัยหรือคุณหนูเหยียนเลย
แปลกยิ่งนัก หากเหยียนหรูอวี้ต้องการขอความช่วยเหลือ อย่างน้อยก็ควรปรากฏตัวออกมาพบพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขา จะล่วงรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง?
และหากมันเป็นกับดักที่วางไว้เพื่อเยี่ยนจิ่วเฉา ที่นี่ก็ควรปิด ล้อมไว้อย่างแน่นหนา
“คุณชาย” อิ่งสือซันบอกเยี่ยนจิ่วเฉาเกี่ยวกับผลการตรวจ สอบ
เยี่ยนจิ่วเฉาเลิกคิ้ว “เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีใครบางคนกำลังล้อ เล่นกับข้าอยู่?”
“คุณชายกับอิ่งลิ่วโปรดกลับไปก่อนเถิด ข้าจะรออยู่ที่นี่ เผื่อ บางที…”
อิ่งสือซันเอ่ยไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง เหยียนเซี่ยก็แอบขึ้นมาบน
ภูเขาพร้อมกับห่อผ้าขนาดใหญ่
“เหยียนเซี่ย!”
ณ จวนสกุลเหยียน เหยียนหรูอวี้พบว่าสิ่งที่นางซ่อนไว้ในโต๊ะ ทำงานของตนหายไป ปฏิกิริยาแรกของนางคือเหยียนเซี่ย!
นอกจากเหยียนเซี่ยแล้ว นางนึกไม่ออกว่ายังมีผู้ใดที่น่าเหลือ อดถึงเพียงนี้ มาย้ายโถ…เถ้ากระดูก
เมื่อสาวรับใช้ได้ยินนางเรียกชื่อเหยียนเซี่ย ต่างก็หวาดกลัว จะ ทุบข้าวของระบายความโกรธแค้นไม่มีใครว่า แต่พี่ชายที่ไร้ ยางอายเช่นนี้ ใครได้รู้ก็มีแต่คนประณาม
“พวกเจ้าไม่มีผู้ใดเห็นเหยียนเซี่ยเลยรึ?” เหยียนหรูอวี้ดวง ตาแดงฉาน ราวกับจะกลืนกินพวกเขา
เหล่าข้าทาสเงียบกริบราวกับจักจั่นเหมันตฤดู
เหยียนหรูอวี้เดินออกจากลานบ้านของเหยียนเซี่ย ไปที่ลานบ้า นของฮูหยินเหยียนและเหยียนฉงหมิง หลังจากนั้นก็ค้นหาทั่วจวน ทว่าก็ไม่พบแม้แต่เงาของเหยียนเซี่ย!
เหยียนเซี่ยไม่รู้ว่าเหยียนหรูอวี้ได้โกรธจนบ้าคลั่งไปแล้ว ข้อความที่เขาทิ้งไว้ เหยียนหรูอวี้ไม่มีทางไม่ทราบว่าเป็นคำพูดของ เขา เขารู้จักเหยียนหรูอวี้เป็นอย่างดี นางต้องมาที่วัดหนิงอันอย่าง แน่นอน
แต่สิ่งที่เหยียนเซี่ยไม่เข้าใจคือ เขารอในอารามอยู่นาน ไฉนจึง
ไม่เห็นเณรน้อยมารายงานเขา ว่ามีสตรีสูงศักดิ์สง่างามมาที่นี่ เลย?
เขาให้เงินเณรน้อยไปถึงครึ่งตำลึง!
เหยียนเซี่ยที่ไปขโมยของมาเมื่อคืน ไม่ได้นอนเต็มอิ่ม เพียงครู่ หนึ่งก็เกิดความรู้สึกง่วงนอน เอนตัวหลับที่หัวเตียง
อิ่งสือซันย่องเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ และกดจุดหลับไหล ของเหยียนเซี่ย หยิบห่อผ้าที่เหยียนเซี่ยกอดไว้ในอ้อมแขนอย่าง แน่นหนา กลับไปยังห้องอารามข้างๆ
เหยียนเซี่ยถูกจับตาตั้งแต่เข้ามาในวัด การสอดแนมของเหยี ยนเซี่ย ไม่อาจรอพ้นจากสายตาของคนทั้งสามไปได้ เหยียนเซี่ย ต้องการอารามเป็นสิ่งแรก จากนั้นก็ติดสินบนเณรน้อย เพื่อยาม สตรีสูงศักดิ์มาถึงจะได้นำข่าวมาบอก
สตรีผู้นั้นเป็นใคร ไม่ต้องบอกก็ทราบดี
ไม่คิดว่าเหยียนเซี่ยจะเป็นเช่นนี้ กระทั่งน้องสาวที่คลานตาม กันมาก็ยังกล้าขู่!
ทว่าบุตรชายไร้ประโยชน์ที่ล้างผลาญบิดามารดาอย่างเหยียน เซี่ย ถึงกับต้องให้คุณชายของพวกเขาออกตัวจัดการหรือ? เหยียน หรูอวี้คิดอย่างไรกัน? ฆ่าไก่ด้วยมีดแล่วัวก็ยังเทียบไม่ได้! แล้วก็ มิได้เหมือนเช่นแม่นางอวี๋ ที่บิดาแท้ๆ จะถูกจับไปบั่นหัว
อิ่งสือซันมุ่นคิ้วไม่พอใจ พลางนำห่อผ้าส่งให้คุณชาย
“เปิดออก” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย
อิ่งสือซันชะงัก “…ขอรับคุณชาย”
อิ่งสือซันเปิดห่อผ้า สิ่งที่เห็นคือโถที่ปิดสนิทสองใบ เขาเปิดฝา ออกโดยไม่พูดพรํ่า
“คุณชาย มันคือเถ้ากระดูกขอรับ” อิ่งสือซันใช้นิ้วขยี้พลางเอ่ย
“เถ้ากระดูก?” คิ้วงามของเยี่ยนจิ่วเฉาขมวดมุ่น
“เถ้ากระดูกของคนหรือ?” อิ่งลิ่วเอ่ยถาม เขาเป็นหน่วย สอดแนม เก่งในการสืบข่าว ทว่าประสบการณ์ในการสังหารคน และชันสูตรศพไม่เท่าอิ่งสือซัน
อิ่งสือซันพยักหน้า
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” อิ่งลิ่วถามต่อ
อิ่งสือซันเอ่ย “เถ้ากระดูกของมนุษย์จะมีกลิ่นที่แตกต่างจาก สัตว์”
“แตกต่างอย่างไร?” อิ่งลิ่วไม่เข้าใจ
อิ่งสือซันครุ่นคิดอยู่สักพัก “ข้าไม่อาจบอกได้ ทว่าข้าดมกลิ่น มามากจนสามารถแยกออก”
อิ่งสือซันดมเถ้ากระดูกจากศพมามากเพียงใด จึงได้มีความ สามารถที่แปลกประหลาดเช่นนี้? อิ่งลิ่วอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาว สะท้าน
อิ่งสือซันใช้กริชจิ้มลงในขี้เถ้า
“มีบางสิ่ง” เขาพูดพลางใช้กริชเขี่ยสิ่งที่อยู่ด้านล่างออกมา หลังจากนำมาถูด้วยผ้าเช็ดหน้า ปรากฏสิ่งที่คล้ายแม่กุญแจ ทองคำที่มีไว้อวยพรให้อายุยืนสองชิ้น
แม่กุญแจอายุยืนเป็นสิ่งที่เอาไว้คล้องคอเด็กทารกเท่านั้น มี แม่กุญแจสีทอง แม่กุญแจสีเงิน และแม่กุญแจทองเหลือง บ้างก็ ซื้อมาก่อนคลอด บ้างก็ทำหลังคลอด ส่วนใหญ่จะสวมให้เด็กในพิธี สรงสาม[2]เพื่อปกป้องเด็กๆ อายุยืนร้อยปี ไม่ต้องประสบพบเจอ กับโชคร้ายตลอดชีวิต
แน่นอนว่า มิใช่ว่าใครก็สามารถใส่ได้ กระทั่งคุณชายน้อยทั้ง สามก็ไม่เคยใส่
อิ่งลิ่วจับแม่กุญแจอายุยืน “ถ้าเช่นนั้น เถ้ากระดูกในนี้ก็คง เป็นของเด็ก”
สองโถเถ้ากระดูก สองแม่กุญแจอายุยืน
“เหตุใดคุณหนูเหยียนจึงมีสิ่งเหล่านี้ได้?” อิ่งลิ่วเอ่ยถามด้วย ความสงสัย
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในกระดาษข้อความของเหยียนเซี่ย สิ่งเหล่านี้เป็นของเหยียนหรูอวี้เพียงคนเดียว หาได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กับเหยียนเซี่ยแม้แต่น้อย เช่นนั้น ก็เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะเป็น บุตรสองคนที่มาจากสกุลเหยียน
ทว่ามันช่างน่าประหลาดมิใช่หรือ?
เหตุใดเหยียนหรูอวี้ต้องเก็บเถ้ากระดูกของเด็กคนอื่นไว้?
มีผู้ใดฝากฝังนางหรือนาง…จะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ให้ผู้ใดรับรู้ กับเด็กสองคนนี้?
“คุณชาย ท่านต้องการให้จับตัวเหยียนเซี่ยมาสอบสวนหรือ ไม่?” อิ่งสือซันเอ่ย
ปลายนิ้วเรียวงามประดุจหยกของเยี่ยนจิ่วเฉาเคาะโต๊ะเบาๆ สองสามครั้ง “อย่าเพิ่งทำให้งูตกใจ นำของไปวางคืนให้เขา”
“ขอรับ!” อิ่งสือซันเก็บแม่กุญแจอายุยืนกับโถเถ้ากระดูก และ นำกลับไปไว้ในอ้อมแขนของเหยียนเซี่ยดังเดิม พร้อมกับคลายจุด หลับไหลของเขา
ทันทีที่อิ่งสือซันกลับไปยังห้องอาราม เหยียนหรูอวี้ก็พุ่งเข้ามา ในวัดพร้อมกับองค์รักษ์ด้วยรังสีอาฆาต
แม้เหยียนหรูอวี้จะไม่ได้รับกระดาษข้อความของเหยียนเซี่ย ทว่ากลับเห็นรอยหมึกเป็นลายมือของเขา ที่บังเอิญ ซึมลงมาบนก ระดาษขาวแผ่นถัดไปภายในห้องตำราของนาง มันเลือนรางและ มองเห็นไม่ชัด อ่านได้เพียงหนึ่งแถวที่ขาดๆ หายๆ ว่า ‘หนิงอัน’ แม้ เหยียนหรูอวี้จะคาดเดาไม่เก่ง ก็อนุมานได้คร่าวๆ ว่านั่นคือวัดหนิ งอัน
เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเหยียนเซี่ยดังมาจากห้องข้างๆ
อิ่งสือซันก็เอามือทาบอกเล็กๆ โชคดีที่คุณชายฉลาด เหยียนหรูอวี้ มาถึงเร็วเกินคาด แม้ว่าพวกเขาจับเหยียนเซี่ยมาจริงๆ ก็คงไม่มี เวลาจะถามไถ่อันใด
“ตอนนี้ทำเยี่ยงไรดี? คุณชาย?” อิ่งสือซันเอ่ยถาม
เยี่ยนจิ่วเฉาทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากห้อง ถัดไป เขายกพู่กันขึ้น วาดภาพแม่กุญแจอายุยืนทั้งสองชิ้น ทั้ง ด้านหน้าด้านหลังและด้านล่าง ไม่พลาดแม้แต่ร่องรอยเพียงเล็ก น้อย
อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วตกใจ เพียงแค่มองปราดเดียว ไฉนจึง จดจำได้ชัดเจนแม่นยำเช่นนี้? เอาไปใช้ในเรื่องการศึกษา แล้วก็ การสอบจ้วงหยวนอันใดเหล่านั้นสิ!
เยี่ยนจิ่วเฉาส่งภาพวาดให้ทั้งสองคน พร้อมกับเอ่ยกำชับ “ไป ตรวจสอบ ว่าแม่กุญแจอายุยืนทั้งสองนี้ถูกทำขึ้นที่ใด เพลาใดและ ถูกผู้ใดซื้อมา”
“ขอรับ!” อิ่งลิ่วรับภาพวาดมา
คืนนั้น อิ่งลิ่วและอิ่งสือซันไปยังร้านขายเครื่องประดับแห่ง ใหญ่ในเมืองหลวง
พวกเขาสืบเสาะเรื่องนี้ทั้งวันทั้งคืน ในที่สุดยามซวี[3]ของวัน ที่สอง พวกเขาก็พบช่างฝีมือที่รู้จักแม่กุญแจอายุยืนทั้งสอง ที่ร้าน ค้าแห่งหนึ่งซึ่งเปิดโดยคนต่างถิ่น
……………………………………………………
[1] ชั่วเวลาจิบชาหนึ่งถ้วย( ⼀盏茶的功夫)คือ วิธีบอกเวลาสมัย
โบราณของจีน โดยทั่วไปหมายถึงประมาณ 15 นาที
[2] พิธีสรงสาม หรือ ‘สี่ซาน’ (洗三) คือพิธีล้างบาปมลทินและความ
โชคร้ายที่ติดตัวมาแต่ชาติก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล และจัดขึ้นในวันที่
สามหลังการเกิด
[3] ยามซวี (戌时) คือ ช่วงเวลาระหว่าง 19:00 น. – 21:00 น.