หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 40.1 ตรวจร่างกายให้แน่ชัด (1)
ร้านค้าแห่งนี้ไม่เป็นที่สะดุดตา หากไม่ใช่เพราะอยู่ตรงข้าม ร้านอัญมณีขนาดใหญ่ อิ่งลิ่วกับอิ่งสือซันก็อาจไม่สังเกตเห็น และ แม้จะสังเกตเห็นก็ยังไม่ได้คาดหวัง ใครจะรู้ว่า…จะได้พบถูกคน จริงๆ!
“แม่กุญแจอายุยืนทั้งสองนี้…” ช่างฝีมือมีสำเนียงภาษาของ คนต่างถิ่นที่ชัดเจน “ข้าเคยทำมาก่อน เจ้าดูด้านขวาของชิ้นนี้ รูป แบบตรงมุมข้าเป็นคนปรับให้ดีขึ้นเอง”
เขาคือคนที่ปรับปรุงหรือไม่ อิ่งลิ่วกับอิ่งสือซันไม่อาจรู้ ทว่า หลังจากอิ่งลิ่วให้เขาดูภาพแบบด้านหน้า แล้วขอให้เขาวาดแบบ ด้านหลัง เขาวาดออกมาได้ใกล้เคียงมาก เขาคือช่างฝีมือที่สร้าง แม่กุญแจอายุยืนทั้งสองนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“เป็นรูปแบบเมื่อสองสามปีก่อน ตอนนี้ไม่ได้ขายแล้ว พวกเจ้า ต้องการทำแม่กุญแจอายุยืนทั้งสองแบบนี้หรือ? เรามีรูปแบบที่ดี กว่านี้ ด้วยการฝังหยกน่ะ” ช่างฝีมือที่ได้รับการเลื่อนขั้นเป็น เจ้าของร้านครึ่งหนึ่งเอ่ยโน้มน้าว
“เราไม่ได้มาซื้อกุญแจอายุยืน พวกเรามาสืบข้อมูล” อิ่งลิ่ว กล่าว
เมื่อได้ยินว่าพวกเขาไม่ได้มาซื้อแม่กุญแจ สีหน้าของช่างฝีมือ
ก็เริ่มไม่สู้ดี
“ทว่าหากข้อมูลของเจ้าถูกต้อง” อิ่งลิ่วหยิบแท่งทองคำออก มาจากแขนเสื้อของเขา
ทันใดนั้นสายตาของช่างฝีมือก็กลับมาจดจ่ออีกครั้ง และยื่น มือออกไปหยิบทองคำ
“หือ?” อิ่งลิ่วเอ่ยเสียงยืดเตือนสติ พลางดึงทองกลับมาไว้ตรง หน้า
มือของช่างฝีมือคว้าได้เพียงอากาศ กระแอมเบาๆ “น้องชาย เจ้ามีสิ่งใดอยากพูด ก็ถามมาเถิด!”
อิ่งลิ่วเอ่ยถาม “เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่กุญแจอายุยืนทั้งสองชิ้น นี้ เจ้าเริ่มทำแม่กุญแจอายุยืนนี้เมื่อใด และขายมานานเพียงใด แล้ว?”
ช่างฝีมือเอ่ยตอบ “แม่กุญแจอายุยืนทั้งสองนี้มิใช่รูปแบบที่ ทำขึ้นในเมืองหลวง ทว่าถูกสร้างขึ้นในก้งเฉิงเมื่อสองสามปีก่อน เป็นรูปแบบพิเศษเฉพาะของร้านเรา และแม่กุญแจอายุยืนแบบนี้ ก็ไม่มีขายในร้านอีกเมื่อข้าจากมา”
“เจ้าออกมาเมื่อใด” อิ่งลิ่วเอ่ยถาม
“ประมาณสองปีที่แล้ว”
อิ่งลิ่วหยุดชั่วคราว แล้วเอ่ยต่อ “เจ้าจำได้หรือไม่ว่าในบรรดา ลูกค้าที่ซื้อแม่กุญแจอายุยืนนี้ มีสตรีตั้งครรภ์ผู้งดงามอยู่ด้วย?”
“เอ่อ…” ช่างฝีมือเกาหัว “ข้าไม่มั่นใจ”
“รบกวนแล้ว” อิ่งลิ่วมอบทองคำให้แก่ช่างฝีมือ และออกจาก ร้านไปพร้อมอิ่งสือซัน
“เจ้าคิดอย่างไร?” อิ่งลิ่วเอ่ยถาม
เมื่ออยู่ภายในร้าน อิ่งสือซันมิได้เอ่ยสิ่งใด แต่ก็มิได้ หมายความว่าเขาไม่มีความคิด
อิ่งสือซันกล่าววาจาขัดแย้งกัน “คุณชายตกหลุมรักคุณหนูเห ยียนที่เมืองสวี่โจว คุณหนูเหยียนก็ให้กำเนิดบุตรและเลี้ยงดูที่สวี่ โจว จนกระทั่งกลับมาที่เมืองหลวง ในช่วงเวลานั้นคุณหนูเหยียนก็ มิได้ไปที่อื่น เช่น หลูเฉิงที่อยู่ใกล้กับสวี่โจว นางได้พบกับแม่นางตู้ที่ นั่น “
“เจ้าจะพูดอันใด?” อิ่งลิ่วเอ่ยตัดบทเกริ่นนำอันเยิ่นเย้อ
อิ่งสือซันเอ่ย “แม่กุญแจซื้อมาจากก้งเฉิง มีความเป็นไปได้ที่ เด็กสองคนนั้นจะถือกำเนิดที่ก้งเฉิงถึงแปดในสิบส่วน เพียงแต่ ไม่รู้ว่าเถ้ากระดูกหลังจากที่ตาย ถูกส่งไปอยู่ในมือของเหยียนหรูอวี้ ได้อย่างไร”
อิ่งลิ่วคิ้วขมวดมุ่นพลางเอ่ย “สองสามปีที่แล้ว เหยียนหรูอวี้ ยังคงเลี้ยงบุตรอยู่ในสวี่โจวใช่หรือไม่? นางคงไม่เคยเดินทางไปยัง ก้งเฉิงที่อยู่ห่างออกไปหลายพันหลี่ด้วยตนเอง”
อิ่งสือซันทอดถอนใจ “ผู้ใดจะล่วงรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น? ช่างเถิด
รีบกลับไปรายงานคุณชายให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”
ทั้งสองกลับไปที่จวนคุณชายและเล่าถึงสิ่งที่ได้ยินมา
อิ่งลิ่วเอ่ย “…เด็กทั้งสองคนน่าจะถือกำเนิดที่ก้งเฉิง ทว่ายัง ไม่รู้ว่าบิดามารดาของพวกเขาคือใคร และมีความสัมพันธ์กับคุณ หนูเหยียนอย่างไรขอรับ”
ในเมื่อเหยียนเซี่ยกล้าขู่ขวัญเหยียนหรูอวี้ด้วยเถ้ากระดูกของ เด็ก แสดงให้เห็นว่าเถ้ากระดูกเหล่านั้นมีค่ามากสำหรับนาง ดังนั้น ผู้ที่ฝากฝังให้กับเหยียนหรูอวี้ ต้องเป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่งใน ชีวิตของนาง
“คุณหนูเหยียนเติบโตที่เมืองหลวง หลังจากสกุลเหยียนเกิด เรื่อง นางก็หนีไปที่สวี่โจวทันที ไม่เคยได้ยินว่านางไปก้งเฉิงมาก่อน จะรู้จักคนที่ก้งเฉิงได้อย่างไร? หรือ…คนที่นางรู้จักมาก่อนจะย้าย มาที่ก้งเฉิง?”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยเบาๆ “พวกเจ้าไม่คิดว่า บางทีนางอาจไปที่ก้ง เฉิงด้วยตัวเองหรือ?”
อิ่งลิ่วหายใจอย่างอ่อนแรงพลางเอ่ย “ไม่น่าเป็นไปไม่ได้กระมัง หากดูจากช่วงเวลา ขณะนั้นคุณหนูเหยียนกำลังตั้งครรภ์และให้ กำเนิดบุตรที่สวี่โจว”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยด้วยแววตาที่ลึกลํ้า “จะเป็นไปได้หรือไม่ ไป ถามนางก็คงรู้”
“คุณชาย นายท่านเหยียนขอเข้าพบ” ด้านนอกห้องตำรา เสียงหอบหายใจของลุงวั่นดังขึ้น ลุงวั่นซึ่งถูกกลั่นแกล้งจากเด็ก น้อยทั้งสามอย่างทุกข์ระทม จนอยากจะหยุดพักยาวไม่มีกำหนด!
“พวกเจ้าไปเถิด ให้เขาเข้ามา” เยี่ยนจิ่วเฉาส่งอิ่งลิ่วและอิ่งสือ ซันไป ‘ดูแล’ เหล่าเด็กน้อย เหยียนฉงหมิงถูกพาไปยังห้องรับแขก ในสวนดอกไม้ของจวนคุณชายโดยคนรับใช้
“นายท่านเหยียนมาถึงนี่เพื่อกิจด้านการทหารหรือ?” เยี่ยน จิ่วเฉาเอ่ยถามขณะนั่งบนเก้าอี้
เหยียนฉงหมิงยิ้มอย่างสดใสในตำแหน่งที่ตํ่ากว่า “จะเป็นเช่น นั้นได้อย่างไร? ข้าเชื่อว่าท่านตัดสินใจในด้านกิจทางทหารได้อย่าง ยุติธรรม หากคุณชายเยี่ยนเป็นห่วงข้าเพราะท่านให้การช่วยเหลือ อวี๋เซ่าชิงแล้วเกิดความพะวงในใจ นั่นไม่มีความจำเป็นหรอกขอรับ ข้าได้ยินอวี้เอ๋อร์กล่าวว่า บุตรสาวของอวี๋เซ่าชิงเป็นผู้ช่วยชีวิต เด็กๆ เหล่านั้น ก็เหมาะสมแล้วที่คุณชายเยี่ยนจะให้การดูแลเขา ข้าไม่อาจมีความคิดใด”
เปลือกตาเยี่ยนจิ่วเฉาแน่นิ่งไม่ไหวติง
เมื่อเหยียนฉงหมิงเห็นว่าคุณชายปฏิบัติต่อตนอย่างนิ่งเฉย จิตใจพลันพะว้าพะวง เขารวบรวมความกล้ามาที่จวนคุณชายเพื่อ กิจทางทหาร ทว่าไม่อาจพูดอย่างตรงไปตรงมา เหล่าทหารในทุก สนามรบต่างกำลังตามหาโจวไหว เขาจึงสงสัยว่าคุณชายเยี่ยนจะ เริ่มลงมือแล้วเช่นกัน
ทว่าทันทีที่คุณชายเยี่ยนเปิดปากก็พลันทำลายแรงจูงใจของ เขาทันที เขาสูญเสียความมั่นใจ ปฏิเสธโดยไม่คิดสักนิด ยามนี้เขา เริ่มนึกเสียใจ
ทว่าเมื่อถูกปฏิเสธแล้ว จะกล่าวอีกก็คงดูเสแสร้ง
เหยียนฉงหมิงกลัดกลุ้มภายในใจ ได้รับความเสียหายทว่าพูด ไม่ได้
แน่นอน เขาไม่คิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจงใจ เด็กน้อยที่อ่านหนังสือ ยังไม่ถูก จะมองทะลุความคิดของเขาได้อย่างไร? มันเป็นเพียง ความผิดพลาด
“ข้ามาที่นี่…เพื่อมาพบหลานชายตัวน้อยของข้า” เหยียนฉงห มิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เหตุผลนี้ไร้ที่ติ เขาใช้เป็นข้ออ้างเพื่ออยู่ต่อ และ รอให้ถึงเวลาอันเหมาะสมที่จะถามเขาอีกครั้ง!
หนุ่มรับใช้ตัวน้อยที่อยู่ด้านนอกห้องรับแขกเอ่ย “คุณชาย น้อยถูกองค์รักษ์อิ่งพาออกไปจากจวนแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น “น่าเสียดายยิ่ง ทำให้นายท่านเหยียนมาเสีย เที่ยวแล้ว” เหยียนฉงหมิงเอ่ยตอกกลับเยี่ยนจิ่วเฉา “ข้า…ข้าก็มา เยี่ยมคุณชายแทนอวี้เอ๋อร์ด้วยเช่นกัน!”
…
ครึ่งชั่วยามต่อมาเหยียนฉงหมิงออกจากจวนคุณชายอย่างมี ความสุข
“นายท่าน เราจะไปที่ใด?” คนขับรถม้าเอ่ยถาม
เหยียนฉงหมิงยิ้มพลางเอ่ย “แน่นอนว่ากลับจวน เร็วเข้า ข้ามี ข่าวดีสำหรับอวี้เอ๋อร์!”
……………..
อย่างไรก็ตาม หลังจากปล่อยให้เหยียนหรูอวี้เอาโถเถ้ากระดูก ทั้งสองใบที่เหยียนเซี่ยกอดไว้กลับไป เหยียนหรูอวี้ก็ปิดประตูสั่ง สอนบทเรียนที่รุนแรงแก่เขา
ฮูหยินเหยียนไม่ทราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้น นางตะโกนเรียกเท่าใด ประตูก็ไม่ยอมเปิดออก ทำให้นางรู้สึกกังวลยิ่ง
“ท่านแม่ ท่านแม่ช่วยข้าด้วย” เหยียนเซี่ยตะโกนเสียงดัง
“เรียกไปก็ไร้ประโยชน์!” เหยียนหรูอวี้ฟันดาบลงอีกครั้ง!
เหยียนเซี่ยบังศีรษะวิ่งหนี เก้าอี้ด้านหลังของเขาถูกแบ่งครึ่ง
ดาบที่ตกทอดจากบรรพบุรุษของสกุลเหยียน คมกริบจน สามารถตัดเหล็กให้ขาดได้ดุจสร้างจากโคลน เดิมทีมันเคยถูกส่ง ต่อให้บิดาของเขา ทว่าบิดาของเขาก็ไม่ได้ส่งต่อให้บุตรคนโตเยี่ยง เขา กลับมอบมันให้กับเด็กผู้หญิง มันทำให้เขาโกรธแทบคลั่ง น่า โมโหแทบตายทั้งเป็น!
“เหยียนหรูอวี้เจ้าเป็นบ้าอันใดกันแน่? ก็แค่เพียงโถขี้เถ้าสอง ใบมิใช่หรือ? ข้าหยิบไปดูแล้วเป็นเช่นไร?”
เหยียนเซี่ยร้อนรนจนเอ่ยทุกสิ่งที่เอ่ยได้
เหยียนหรูอวี้ตกใจ “ท่านพูดอันใดนะ?”
เหยียนเซี่ยอยากจะตบปากตัวเอง ทว่าเขาได้เอ่ยไปแล้ว เช่นไร ก็คงไม่อาจนำมันกลับมาได้ เขาเพียงยืดเอวพลางเอ่ยว่า “อันใดรึ? ข้าพูดสิ่งใดผิด? เจ้าคิดว่าเจ้าซ่อนไว้ดีแล้วกระมัง? ฮึ! ข้าล่วงรู้ ความลับของเจ้าหมดแล้ว! ข้าแนะนำให้เจ้าสุภาพกับข้า มิเช่นนั้น ข้าจะทำลายเจ้าเสีย!”
เป็นเพียงคำพูดที่เกิดจากความโมโห เหยียนหรูอวี้เป็นน้อง สาวของเขา แม้เขาริษยานาง ทว่าเขาก็ไม่อาจทำร้ายนางให้ตายได้ ลง มากที่สุด… คงได้เพียงข่มขู่เพื่อเอาเงินจากนาง
เหยียนหรูอวี้ไม่ได้ใส่ใจใน ‘ความมานะ’ ของพี่ชายนาง สีหน้า ของนางเยือกเย็นลงทันที นางไม่ได้ถามว่าเขาพบมันได้อย่างไร นางก้าวไปข้างหน้าและมองเขาด้วยสายตาเคร่งขรึม “เรื่องนี้ ยังมี ผู้ใดที่ล่วงรู้อีก?”
ดรุณีตัวเล็กๆ คนนั้นที่ไม่รู้จัก เหยียนเซี่ยเคยทำเรื่องโง่เขลา มาแล้วครั้งหนึ่ง และจะไม่ทำอีกเป็นครั้งที่สอง เขาหันหน้าและเอ่ย พึมพำ “เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนปากสว่างสินะ เรื่องแบบนี้จะเอาไปพูด เรื่อยเปื่อยได้เยี่ยงไร? กระทั่งท่านพ่อท่านแม่ ข้าก็ช่วยเจ้าปกปิด!”
เหยียนหรูอวี้ชูดาบขึ้น “เช่นนั้น ข้าฆ่าท่านก็รับประกันได้ว่า ความลับจะไม่รั่วไหลสินะ?”
เหยียนเซี่ยพลันเบิกตากว้าง!
“อวี้เอ๋อร์!”
เหยียนฉงหมิงย่างกรายเข้าลานบ้านด้วยความเปรมปรีดิ์
ฮูหยินเหยียนโล่งใจจากความวิตกกังวล “ไอ้หยา นายท่าน ท่านกลับมาพอดี รีบไปดูอวี้เอ๋อร์เถิด ไม่ทราบว่าตอนนี้นางจะทำ อันใดกับพี่ชายของนาง!”
การกลับมาของเหยียนฉงหมิง ทำให้เหยียนเซี่ยพอที่จะยื้อ ชีวิตกลับมาได้ เหยียนเซี่ยวิ่งออกมาด้วยความกลัวสุดขีดจนฉี่ แทบราด เขาไม่รีรอ รีบวิ่งไปหลบที่ลานบ้านของฮูหยินเหยียน
เหยียนหรูอวี้โกรธจนขว้างดาบ!
บทที่ 40.2 ตรวจร่างกายให้แน่ชัด (2)
เหยียนฉงหมิงเห็นความยุ่งเหยิงวุ่นวายเต็มสองตา ภายในใจ สงสัยว่าเจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นทำสิ่งใด จึงทำให้อวี้เอ๋อร์แสนเยือก เย็นพิโรธได้ถึงเพียงนี้?
“เอาละอวี้เอ๋อร์ อย่าได้โกรธพี่ใหญ่ของลูกเลย พ่อมีข่าวดี สำหรับลูก” เหยียนฉงหมิงพาบุตรีของเขาไปยังห้องตำรา พลาง โบกมือให้สาวรับใช้เก็บกวาดให้เรียบร้อย
“ข่าวดีอันใดหรือท่านพ่อ?” เหยียนหรูอวี้เอ่ยถามอย่างระงับ โทสะ
เหยียนฉงหมิงเลิกคิ้วขึ้นยิ้ม “คุณชายเยี่ยนเชิญเจ้าไปเที่ยวที่ ทะเลสาบคืนนี้”
ปฏิกิริยาแรก เหยียนหรูอวี้รู้สึกมีความสุขยิ่ง ทว่าต่อมากลับ รู้สึกสงสัย “เหตุใดจู่ๆ เขาจึงนัดข้าไปเที่ยวที่ทะเลสาบ?”
แม้ในวันธรรมดาก็ยากยิ่งที่จะได้พบ อย่าคิดว่านางไม่รู้ ว่า แท้จริงแล้วเขากำลังหลบหน้านาง
เหยียนฉงหมิงยิ้มอย่างมีชัย “นี่ต้องยกความดีความชอบให้ พ่อของเจ้าละนะ!”
เหยียนฉงหมิงเล่าเหตุการณ์ที่เขาเดินทางไปยังจวนคุณชาย เพื่อความสุขของบุตรสาวอย่างเกินจริง ความหมายโดยประมาณ
ก็คือ เขาใช้ทักษะในการพูดโน้มน้าวที่เก่งกาจ เอ่ยแก้หน้าแทน บุตรสาวในฐานะพ่อแท้ๆ เป็นอย่างดี
ยกย่องชื่นชมเหยียนหรูอวี้ว่าทั่วหล้าหามีผู้ใดเทียม จนจิตใจ ของคุณชายเยี่ยนเกิดรู้สึกหวั่นไหว
เหยียนหรูอวี้ยังคงแปลกใจเล็กน้อย “ท่านพ่อแน่ใจหรือ ว่า เขาขอให้ข้าไปเที่ยวที่ทะเลสาบหาใช่เพื่อสิ่งอื่น?”
เรื่องที่เหยียนเซี่ยพบโถเถ้ากระดูกทำให้นางอ่อนไหว เยี่ยนจิ่ว เฉาที่มิเคยสนใจผู้ใดกลับมาขอพบนาง ดูผิดวิสัยเล็กน้อย
“โอ้ เจ้าลูกคนนี้ ไฉนเจ้าจึงไม่เชื่อในความสามารถของพ่อ เจ้า? เดิมทีเขาไม่สนใจเจ้า นั่นเพราะไม่รู้ข้อดีของเจ้า พ่อของเจ้า ถึงกับเอาหน้าไปเสี่ยง!” เหยียนฉงหมิงไม่ละความพยายามที่จะ ยกยอบุตรสาว
ผู้คนเต็มใจเชื่อในสิ่งที่พวกเขาต้องการเชื่อ หากเหยียนหรูอวี้ มิได้หวั่นไหว ก็อาจคิดทบทวนเสียก่อน ทว่านางแทบรอไม่ไหวที่จะ ได้พบกับเยี่ยนจิ่วเฉา…
“หากเจ้าไม่ไป ข้าก็จะส่งคนไปปฏิเสธเสีย!” เหยียนฉงหมิง แสร้งทำเป็นสงบนิ่ง
“อย่า!” เหยียนหรูอวี้ดึงรั้งแขนของเขา ความเขินอายฉายชัด ในดวงตา “ลูกจะไป”
…
ทางตะวันตกของเมืองหลวง เหนือทะเลสาบสีเขียว มีแสงไฟ สลัวและเสียงดีดพิณดังกังวาน
เรือสำราญที่ตกแต่งอย่างประณีตหรูหราจอดเทียบฝั่งอย่าง ช้าๆ เรือสำราญลำนี้เป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในทะเลสาบ สายตาของ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างถูกดึงดูดให้จับจ้อง เหยียนหรูอวี้ในชุด หญิงงาม ย่างเท้าขึ้นเรือดุจมีบัวผุดมารองรับ ภายใต้สายตาริษยา ของผู้คน
นางสวมชุดเซียนแขนยาวสีขาวดุจนํ้าใสในคืนจันทร์เสี้ยว ชายกระโปรงยาวระพื้น ยามต้องสายลมยามคํ่าคืน ช่างดูนุ่มนวล แต่ไม่เหลาะแหละ งดงามแต่ไม่เกินงาม สง่างามราวกับเทพธิดา บนดวงจันทร์
ผู้คนทั่วสารทิศที่พบเห็นต่างปากอ้าตาโตอุทานอย่างตะลึงใน ความงดงาม เหยียนหรูอวี้ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เดิมทีนางเกิดมา สวยอยู่แล้ว ยิ่งแต่งหน้าอาภรณ์ ยิ่งงดงามจับตาอย่างหาใคร เปรียบได้ยาก เพียงแต่ไม่ทราบว่าหากคุณชายเยี่ยนเห็นนางเช่นนี้ แล้ว จะรู้สึกตกตะลึงและเคลิบเคลิ้มหรือไม่
เหยียนหรูอวี้ลูบผ้าคลุมหน้า บาดแผลที่นางได้รับจากองค์ หญิงแห่งซยงหนูถูกรักษาจนหายดี และฟื้นคืนความงดงามในวัน วาน
“คุณหนูเหยียน ค่อยๆ ก้าวขอรับ” ผู้ช่วยบนเรือสำราญกล่าว
เหยียนหรูอวี้พยักหน้าตอบอย่างสูงส่งและสง่างาม
ผู้ช่วยพาเหยียนหรูอวี้ไปยังดาดฟ้าเรือชั้นหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดใช้
ณ ที่แห่งนั้น ในที่สุดเหยียนหรูอวี้ก็ได้พบกับเยี่ยนจิ่วเฉา คุณชายผู้ลํ้าเลิศไม่มีผู้ใดเทียบเทียม เขาไม่จำเป็นต้องตั้งใจทำสิ่ง ใด เพียงมองแผ่นหลังบางของเขา ก็กลายเป็นทิวทัศน์งดงามที่สุด บนทะเลสาบปี้หูแห่งนี้
เหยียนหรูอวี้รู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นแรง
คนรับใช้ทยอยถอยออกไป เรือสำราญลำใหญ่เงียบสงบ ราวกับเหลือคนอยู่เพียงสองคน
เหยียนหรูอวี้ก้าวไปข้างหน้า และโค้งกายคำนับเล็กน้อย “คุณ ชายเยี่ยน”
เยี่ยนจิ่วเฉาเหลือบมองนาง จากนั้นก็หันไปมองทะเลสาบสีฟ้า อันกว้างใหญ่
แม้เป็นการกระทำเพียงเล็กน้อย ทว่าก็ทำให้เหยียนหรูอวี้ยอม มอบหัวใจทั้งหมดให้แก่เขา คุณชายไม่เคยมองนางตรงๆ มาก่อน ในที่สุดวันนี้ก็ได้เห็น ดูเหมือนเขาจะขอให้นางมาเที่ยวที่ทะเลสาบ จริงๆ
เหยียนหรูอวี้ยืนอยู่ข้างเยี่ยนจิ่วเฉา พลางเอ่ยเสียงเบา “ท่าน พ่อไปหาถึงจวน ล่วงเกินคุณชายเยี่ยนแล้ว หวังว่าคุณชายเยี่ยน จะไม่ขุ่นเคือง”
“มิเป็นไร” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย
เหยียนหรูอวี้ตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะได้พบเขาทุกวัน ยามนี้ ได้พบเขาจริงๆ แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าควรจะพูดสิ่งใดกับเขา บรรยากาศ เป็นไปด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย เหยียนหรูอวี้บีบผ้าคลุมด้วย ความอึดอัด พลางหาเรื่องชวนคุย “ช่วงนี้คุณชายสบายดีหรือไม่?”
“ดีใช้ได้” เยี่ยนจิ่วเฉากล่าว
เหตุใดไม่ถามว่านางสบายดีหรือไม่?
เหยียนหรูอวี้ลดตาลงครุ่นคิด แล้วจึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เหตุใดคุณชายจึงชวนอวี้เอ๋อร์ออกมาเที่ยวที่ทะเลสาบอย่าง กะทันหันเช่นนี้?”
“เจ้าไม่ชอบหรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามกลับ
เหยียนหรูอวี้ผงะทันที พลันรีบร้อนเอ่ยตอบ “คุณชายเชิญมา อวี้เอ๋อร์รู้สึกยินดียิ่ง”
“สองสามปีที่ผ่านมา เจ้าอยู่ในสวี่โจวตลอด รู้สึกว่าสวี่โจวเป็น เช่นไรบ้าง?” เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยถาม
สวี่โจวเป็นบ้านเก่าของสวี่เสียนเฟย เหตุใดคุณชายจึงถาม นาง หรือจะทราบว่าสวี่เสียนเฟยชวนนางไปชมดอกไม้ที่วังหลวง จึงตั้งใจมาสืบความสัมพันธ์ของนางกับสวี่เสียนเฟย?
นางมิได้ทำผิดย่อมไม่มีสิ่งใดให้เกรงกลัว เอ่ยตอบอย่างใจเย็น ว่า “แม้ว่าสวี่โจวจะดี ทว่าไม่มีสักวันที่ข้าจะไม่คิดถึงบ้านที่เมือง หลวง”
“นอกจากสวี่โจวแล้ว เจ้าเคยไปที่อื่นหรือไม่?” เยี่ยนจิ่วเฉา เอ่ยอีกครั้ง
นี่เป็นการไขข้อสงสัยเกี่ยวกับนางเช่นนั้นหรือ?
เหยียนหรูอวี้เอ่ยเสียงเบา “หลูเฉิง อันเฉิง และจิ้งเฉิงต่างอยู่ ใกล้กับสวี่โจว ข้าเป็นสตรีคนเดียวที่มีบุตรทั้งสาม จึงไม่อาจไปไหน ไกล”
เรียกความน่าสงสารได้อย่างชาญฉลาด
บังเอิญมีคนรับใช้มาจัดวางโต๊ะเล็กๆ และเบาะรองนั่งบน ดาดฟ้าที่เปิดโล่ง เหยียนหรูอวี้จึงเอ่ยกับเยี่ยนจิ่วเฉา “คุณชาย บน เรือลมแรง ไปนั่งตรงนั้นกันเถิด”
“อื้ม” เยี่ยนจิ่วเฉาเดินไปตามคำแนะนำของนาง และย่อตัวลง นั่งบนเบาะ
เหยียนหรูอวี้คุกเข่าลงนั่งด้านตรงข้าม หลังจัดวางเครื่องดื่ม เรียบร้อย คนรับใช้ก็ถอยออกไปอย่างรู้งาน เหยียนหรูอวี้เหยียดข้อ มือเนียนผ่องเกลี้ยงเกลาขึ้นประคองเหยือกรินเหล้าชั้นดีให้เยี่ยน จิ่วเฉาและตัวนางหนึ่งแก้ว
“ข้าขอคารวะคุณชาย” นางยกแก้วขึ้น เปิดผ้าคลุมหน้า และ บังหน้าด้วยชายแขนเสื้อ กระดกดื่มอย่างสง่างาม
เยี่ยนจิ่วเฉายกจิบหนึ่งคำ คิ้วก็พลันขมวดมุ่น “เหล้าอันใด?”
สีชาดจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหยียนหรูอวี้ “มันคือเห
ล้าฮวาเตียว[1]ที่มีอายุสิบปี”
ใบหน้าของเยี่ยนจิ่วเฉาฉายแววประหลาด “เจ้าก็เข้าใจสิ่งนี้ หรือ?”
เหยียนหรูอวี้ภาคภูมิใจ ทว่ามิได้แสดงออกบนใบหน้า พลาง ยิ้มอย่างถ่อมตัว “เข้าใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้าทำตัวน่าเกลียด ต่อหน้าคุณชายเสียแล้ว”
เยี่ยนจิ่วเฉาถอนใจ แล้วสั่งให้คนนำเหล้ามาอีกเหยือกหนึ่ง พลันถามเหยียนหรูอวี้ “แล้วนี่เล่า คือเหล้าชนิดใด?”
เหยียนหรูอวี้ดมกลิ่น “เหล้าฮวาเตียวอายุห้าปี”
“แล้วนี่ละ?” เยี่ยนจิ่วเฉาชี้ไปยังเหล้าเหยือกที่สามที่คนรับใช้ นำมา
เหยียนหรูอวี้ยังคงดมกลิ่นเหมือนเช่นเคย “นี่คือเหล้าบ๊วยที่ เพิ่งทำใหม่ในปีนี้ และเพิ่งออกมาจากห้องเก็บเหล้า หากคุณชาย ชื่นชอบ ข้าจะกลับไปหมักด้วยตนเอง และส่งไปให้คุณชายถึงจวน เลยเจ้าค่ะ”
“ไม่จำเป็นหรอก” เยี่ยนจิ่วเฉาปฏิเสธทันที พลางโบกมือให้คน นำเหล้าลงไป เขามองไปยังกองลูกกลมๆ สีเขียวเล็กๆ บนโต๊ะ พลางหยิบมาชิมหนึ่งคำ “รสชาติประหลาดนัก ข้าไม่เคยกินมา ก่อน”
เหยียนหรูอวี้ได้โอกาสแสดงความสามารถต่อหน้าเยี่ยนจิ่วเฉา
คิดสิ่งใดได้ก็พูดออกมา “นี่คือขนมชาอู่หลง ทำจากชาอู่หลงและ แป้ง เป็นสินค้าประจำท้องถิ่นของก้งเฉิง เกือบทุกครัวเรือนในก้ง เฉิงล้วนทำขนมชาอู่หลงได้”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ย “เอ่ยเหมือนเจ้าเคยไปก้งเฉิง”
เหยียนหรูอวี้ใจตกไปอยู่กับพื้น!
นางรีบหันไปมองเยี่ยนจิ่วเฉา เห็นว่าเยี่ยนจิ่วเฉาวางขนมชาอู่ หลงในมือลงและหันไปกินขนมอื่นๆ
ดูเหมือนเขาจะเอ่ยไปเช่นนั้น…
เหยียนหรูอวี้ยกแก้วขึ้นดื่ม ทว่ากลับไม่สัมผัสถึงสิ่งใด พลัน นึกขึ้นได้ว่าเหล้าในแก้วถูกดื่มหมดไปนานแล้ว
นางวางแก้วเหล้าลงด้วยสีหน้าสงบ และยกมือขึ้นจับเหยือก เหล้า ทว่ามือเรียวหยกก็เอื้อมจับเสียก่อน
เยี่ยนจิ่วเฉารินเหล้าให้นางด้วยตนเอง นางดื่มมันด้วยความ ยินดีและประหลาดใจที่ได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน
ไม่กี่นาทีต่อมา เหยียนหรูอวี้ก็ฟุบหมอบลงบนโต๊ะโดยไม่รู้สึก ตัว
“คุณชาย” อิ่งสือซันเดินเข้ามา “นางบอกเพียงว่าไม่เคยไปที่ ก้งเฉิง ทว่านางพูดถึงธรรมเนียมของก้งเฉิงได้เป็นอย่างดี มาตรว่า นางเอ่ยวาจาโป้ปด! แล้วเหตุใดนางจำต้องพูดปดเล่า?”
ถูกต้อง… เหตุใดนางจำต้องพูดปด? เกิดเรื่องใดขึ้นในก้งเฉิง
ที่นางไม่อาจบอกให้เขารู้ได้?
นิ้วเรียวหยกของเยี่ยนจิ่วเฉาเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ หลายครั้ง “เจ้ากลับไปที่จวน แล้วให้ลุงวั่นหามามาที่มีประสบการณ์มา”
อิ่งสือซันไม่เข้าใจ “คุณชายต้องการให้มามาทำสิ่งใด?”
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยด้วยสายตาเปล่งประกาย “ตรวจร่างกาย”
……………………………………………………
[1] เหล้าฮวาเตียว คือ เหล้าที่หมักในไหที่แกะสลักลวดลาย เป็นเหล้า
ชั้นสูงราคาแพง มีหลากหลายรสชาติแล้วแต่ท้องถิ่น