หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 396.1 ข่มเหงสตรีศักดิ์สิทธิ์ (1)
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้กำลังภายในแผ่วงล้อมปิดผนึกทั้งเรือน แต่ผ้า ไหมขาวนั้นกลับสามารถเจาะทะลุพลังภายในเข้าไปได้ เพียงพอที่ จะแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของผ้าไหมขาว
ยามอวี๋หวั่นถูกจับตัวไปก็ตกอยู่ในความสับสน ประการแรก หลังจากตั้งครรภ์การรับรู้ของเธอก็ไม่ดีเท่าเดิม ประการที่สอง การกระทำของอีกฝ่ายรวดเร็วกว่าที่เธอจินตนาการไว้
กว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็ถูกผ้าไหมขาวดึงเข้าไปในความ มืดมิดยามคํ่าคืนแล้ว
เธอมองลานที่ถูกย่อภาพเล็กลงกะทันหันเบื้องหน้า ชั่วครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรขอบคุณที่อีกฝ่ายพันข้อมือของเธอ แทนที่จะเป็นท้องที่ กำลังตั้งครรภ์หรือไม่
เมื่อมีกำลังภายในที่เยี่ยนจิ่วเฉาเสกขึ้น อิ่งสือซันและชิงเหยีย นก็จัดการกับองครักษ์สกุลหลานไปได้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พวก เขารีบไปถึงเรือนของหลานเจียวก็เห็นฉากที่อวี๋หวั่นถูกผ้าไหมขาว ดึงตัวไป
ผ้าไหมขาวผืนนั้นราวกับปรากฏขึ้นจากอากาศ อย่าว่าแต่อวี๋ หวั่น แม้แต่กลุ่มผู้ฝึกวรยุทธ์มีกำลังภายในอย่างพวกเขาก็ยัง ไม่ทันสังเกตเห็นล่วงหน้า
“คนผู้นั้นเป็นใคร?” ชิงเหยียนขมวดมุ่นคิ้วถาม
“ดูเหมือน…จะเป็นสตรี?” อิ่งลิ่วเบิกตากว้าง
อิ่งสือซันและเยว่โกวจ้องเขม็ง เป็นสตรีไม่ผิด นางสวมชุดสี ขาว รูปร่างผอมบาง เสื้อคลุมปลิวไสว แขนเสื้อกว้างโบกสะบัด ผ้า ไหมขาวก็ออกมาจากมือของนาง หลังจากคว้าตัวอวี๋หวั่นได้แล้ว ก็ พาอวี๋หวั่นบินไปหยุดลงบนชายคาโต๋วก่ง[1]อย่างสง่างาม
“เหวอ~” หัวใจของอวี๋หวั่นเต้นผิดจังหวะ เธอไม่ได้กลัวความ สูงนั้นไม่ใช่เรื่องเท็จ แต่หลังคาโต๋วก่งนี้ลื่นมาก หากเธอไม่ระวังก็ อาจล้มตกลงไปกระดูกหักเป็นชิ้นๆ
ลมหนาวพัดมาพาให้ร่างของอวี๋หวั่นสั่นสะท้าน กล่องเหล็กใน อ้อมแขนของเธอเกือบตกลงไป
เธอรีบกอดกล่องไว้แน่น
เยี่ยนจิ่วเฉายืนบนพื้นโล่งในเรือน เงยหน้าขึ้นมองเธอและ มองไปที่สตรีที่จับตัวเธออย่างเย็นชา
ยามคํ่าคืนช่างมืดมิด แต่เรือนยังสว่างไม่มืด
ใบหน้าของเยี่ยนจิ่วเฉายังคงเย็นชาเช่นเดิม มองไม่เห็นอา รมณ์ใดๆ แม้แต่น้อย และแน่นอนว่าไม่มีร่องรอยของความตื่นตระ หนกใดๆ เช่นกัน
ยิ่งเป็นช่วงเวลาวิกฤตมากเพียงใด เยี่ยนจิ่วเฉาก็ยิ่งสงบลง นี่ เป็นบุคลิกที่สลักลงในกระดูกของคุณชายเยี่ยน หลังจากถูกข่มเหง
มานานหลายปี
อวี๋หวั่นไม่ใช่คนที่ไม่ยี่หระต่อความเป็นความตาย แต่ความ สงบของเยี่ยนจิ่วเฉาก็ทำให้เธอค่อยๆ สงบลง
เธอไม่ได้ลูบท้องอย่างที่เคยชิน แต่กลับกระชับกล่องเหล็กใน มือแน่นขึ้น
กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาจากร่างของอีกฝ่าย อวี๋หวั่นไม่จำเป็น ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าคนที่จับเธอมาเป็นสตรี เป็นสตรี วรยุทธ์ก็ยัง แข็งแกร่งมาก ปรากฏตัวในพื้นที่เขตจวนสกุลหลานกลางดึก… อีกทั้งรวมกับการกระทำของหลานเจียวที่พยายามยื้อเวลา อวี๋หวั่น ก็เดาตัวตนของอีกฝ่ายได้แทบในทันที——สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่ง สกุลหลาน : หลานจี
“หลานจี” อิ่งสือซันพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“หลานจี?” อิ่งลิ่วเกาหัว “เหตุใดชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูนัก…อ้า นาง คงไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสกุลหลานหรอกกระมัง!”
“แปดส่วนก็เป็นนางละ” สีหน้าของชิงเหยียนก็เริ่มเคร่งขรึม เช่นกัน ยายหลานเคยกล่าวว่าสกุลหลานทุ่มเทสุดกำลังเพื่อปลูก ฝังเลี้ยงดูสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ แต่ชิงเหยียนยังคงประเมินความ แข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ตํ่าไป คนที่ยังต้องการการคุ้มกันจากยอด ฝีมือจะมีวรยุทธ์สูงส่งสักเพียงใด? ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเขา คิดผิด สามารถฝ่าวงล้อมพลังภายในของอ๋องเผ่าปีศาจไปได้ ความสามารถของนางเป็นที่ประจักษ์แล้ว
อิ่งลิ่วก้าวไปข้างหน้าตะโกนด้วยความโกรธเคือง “มากเกินไป แล้ว! จับสตรีที่ไม่รู้วรยุทธ์นับเป็นสิ่งใด? หากแน่จริงลงมาสู้กับ พวกข้าสิ!”
หลานจีมองพวกเขาสองสามคนอย่างเย็นชา สีหน้าเผยร่อง รอยของการดูถูกเหยียดหยาม จากนั้นนางก็โบกแขนเสื้อ ปล่อย พลังฝ่ามือแหวกอากาศพุ่งเข้าหาอิ่งลิ่ว!
อิ่งสือซันดึงตัวอิ่งลิ่วออกไปและรับฝ่ามือนั้นเอง กลับถูกพลัง ภายในอันน่าสะพรึงกลัวนี้ปะทะร่างจนปลิวไป
“อิ่งสือซัน!” อิ่งลิ่วหน้าถอดสี ดีดปลายเท้ากระโดดเหาะรับตัว อิ่งสือซันไว้กลางอากาศ แต่อย่างไรก็ตามพลังภายในของสตรี ศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งเกินไป แม้อิ่งสือซันจะแบกรับมากกว่าครึ่ง อิ่งลิ่วก็ยังลอยกระแทกต้นไม้ไปด้วยและตกลงกับพื้นอย่างแรง
“พวกเจ้าสองคน…ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!” ชิงเหยียนรีบเข้าไป พยุงทั้งสองที่ล้มลงจนเวียนหัวตาลาย อิ่งลิ่วถูกปกป้องอยู่ในอ้อม แขนของอิ่งสือซันตลอด จึงไม่เป็นไรมาก อิ่งสือซันได้รับบาดเจ็บ ภายในอย่างหนัก ใบหน้าพลันซีดเซียวไร้สีเลือด
พลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมจวนทั้งหลัง แม้แต่หลานเจียว ก็ยังสังเกตเห็น นางรีบเรียกข้ารับใช้ประคองนางไปที่เรือน
เมื่อเห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่บนหลังคาสูง พร้อมกับอวี๋หวั่นที่ ถูกสตรีศักดิ์สิทธิ์จับเป็นตัวประกัน ดวงตาของนางพลังทอประกาย
ดี ดี ดี!
ถูกรังแกมาทั้งคืน ในที่สุดบุตรสาวนางก็กลับมา นางรู้ว่าบุตร สาวของนางจะไม่ทำให้ผิดหวัง แค่พบหน้ากันก็จับนางเด็กตัว เหม็นได้!
ยามนี้นางอยากเห็นนักว่าพวกเขาจะหยิ่งยโสได้อย่างไร!
นางพูดอย่างตื่นเต้น “ลูกแม่! ในที่สุดเจ้าก็กลับมา! หากเจ้า ไม่กลับมา จวนสกุลหลานคงถูกคนไม่ทราบที่มาพวกนี้รื้อทำลาย แล้ว!”
หลานจีเหลือบมองหลานเจียวที่ใช้มือปิดไหล่ ดวงตาพลันสั่น ไหว ใช้พลังภายในบีบเข็มเงินในร่างของหลานเจียวออกมา
หลานเจียวรู้สึกว่าร่างทั้งร่างเบาลง ฟื้นคืนชีวิตครึ่งหนึ่งกลับ มา
หลานจีมองบุรุษสวมหน้ากากอสูรเขี้ยวที่ยืนแกร่งอยู่ภายใน เรือนอย่างเย็นชา “พวกเจ้าเป็นใคร? เหตุใดกล้ากำเริบเสิบสานใน สกุลหลานของข้า”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวเบาๆ “เจ้าไม่คู่ควรได้รู้”
ร่องรอยความโกรธเกรี้ยวพาดผ่านดวงหน้างามของหลานจี ในฐานะสตรีศักดิ์สิทธิ์ของสกุลหลาน นางเกิดมาก็เป็นคนที่ทุกคน ต้องเงยหน้ามอง หากหลานเจียวไม่เห็นคนในสายตามากเท่าใด นางก็เย็นชาและเย่อหยิ่งกว่าหลานเจียวมากเท่านั้น
มือข้างหนึ่งของนางจับตัวอวี๋หวั่นไว้ มืออีกข้างเปลี่ยนกำลัง ภายในเป็นดาบพุ่งเข้าหาเยี่ยนจิ่วเฉาอย่างดุเดือด
เยี่ยนจิ่วเฉากวาดแขนเสื้อกว้างปัดเป่าการโจมตีของนาง อย่างเย็นชา
หลานจีมองเขาด้วยดวงตาลํ้าลึก เรียวคิ้วพลันขมวดแน่น “เจ้าเป็นอะไรกับสกุลซือคง?”
“สกุล…สกุลซือคง?” หลานเจียวตะลึง เหตุใดบุตรสาวนาง ถามเช่นนี้?
หลานจีจ้องมองหน้ากากของเยี่ยนจิ่วเฉาครู่หนึ่ง “นี่เป็นพลัง ภายในของสกุลซือคงที่หายจากการสืบทอดมานาน เจ้าไปแอบ เรียนมาจากที่ใด?”
เยี่ยนจิ่วเฉาไม่สนใจนาง จ้องมองอวี๋หวั่นไม่ละสายตา เขา เหยียดมือออกใช้กำลังภายในดึงคันธนูและลูกศรจากมือของ องครักษ์นายหนึ่งมา
เยี่ยนจิ่วเฉาง้างคันธนูอย่างเงียบๆ “หลับตาลง”
“คุณชาย! ท่าน…” อิ่งลิ่วเห็นว่าเยี่ยนจิ่วเฉาเล็งไปที่หัวใจขอ งอวี๋หวั่น เขาตกใจตะลึงงัน
ชิงเหยียนก็ตกตะลึงเช่นกัน “จิ่วเฉา…”
เยี่ยนจิ่วเฉามองไปที่อวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นหลับตาลงอย่างเชื่อฟัง
เธอเชื่อเยี่ยนจิ่วเฉา
แม้มีขุมนรกอยู่เบื้องหน้า เยี่ยนจิ่วเฉาให้เธอกระโดด เธอก็จะ
กระโดดลงไปโดยไม่ขัดขืน!
เยี่ยนจิ่วเฉามองไปที่หลานจีและพูดว่า “จำไว้ หากนางตาย เจ้าก็ฝังร่างไปกับนางด้วย”
ตอนแรกหลานจีคิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาแค่แกล้งทำให้นางกลัว แต่ หลังจากนั้นนางก็สัมผัสได้ถึงไอสังหารขนาดใหญ่บนร่างกายเยี่ยน จิ่วเฉา แต่จนถึงตอนนี้นางก็ไม่คิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะยิงสตรีที่นาง จับมา
จนกระทั่ง
ลูกธนูพุ่งหาหัวใจของอวี๋หวั่นอย่างไร้ความปรานี!
“เจ้าบ้าไปแล้ว!” หลานเจียวที่ยืนอยู่ด้านข้างร้องตะโกน
บุรุษผู้นี้สนใจสตรีผู้นี้มากเพียงใด นางเห็นทุกอย่างในสายตา แต่กลับยิงคนเสียดื้อๆ เช่นนี้หรือ?
สตรีศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร วาจาที่ใช้สตรีผู้นี้มาข่มขู่ เขายังไม่ออกจากปากด้วยซํ้า เขาก็รอไม่ไหวที่จะจัดการกับความ ยุ่งยากแล้วหรือ?
เขาจริงจังหรือ?
แน่นอนว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจริงจัง
เขาไม่เพียงเล็งไปที่อวี๋หวั่น แต่ยังไม่มีการออมมือใดๆ ธนูดอก นั้นยิงออกมาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่เขามี
เจตนาฆ่าของเขาทำให้หลานเจียวหนาวสะท้าน
หลานเจียวไม่เคยเห็นบุรุษที่ไม่สนหลักสนเกณฑ์ใดถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นสุนัขตัวหนึ่ง ก็ไม่อาจบอกจะฆ่าก็ฆ่าเลยมิใช่หรือ? อย่าง น้อยก็คุยกันสักหน่อยแล้วค่อยลงมือ? วรยุทธ์สูงส่งถึงเพียงนั้น มิใช่ว่าไร้โอกาสชนะโดยสิ้นเชิงหรอกกระมัง?
หากสู้กันจริง แน่นอนว่ายังมีโอกาสชนะอยู่บ้าง แต่อวี๋หวั่นถูก จับไปอยู่ตรงกลาง ไม่อาจแบกรับไอสังหารของทั้งสองได้ หาก กระทบต่อครรภ์ก็อาจตายทั้งมารดาและบุตร
สตรีศักดิ์สิทธิ์มีวรยุทธ์แข็งแกร่ง แต่แทนที่จะต่อสู้กับเยี่ยน จิ่วเฉา นางกลับจับตัวอวี๋หวั่นไป มากน้อยอย่างไรก็แสดงให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของสตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจเทียบเยี่ยนจิ่วเฉา หากสู้ กันตัวต่อตัวเยี่ยนจิ่วเฉาก็น่าจะฆ่านางได้
สาเหตุที่เขาไม่ฆ่านางทันที โดยมากเพราะเกรงจะขว้างหนู กระทบสิ่งอื่น ไม่อยากพลาดพลั้งทำให้สตรีผู้นี้บาดเจ็บ
แต่เขากลับยกคันธนูขึ้นยิงสตรีผู้นี้เสียเอง
……………………..
[1] โต๋วก่ง คือ โครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ของสิ่งปลูกสร้าง
หรือสถาปัตยกรรมจีนโบราณ เป็นวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์อัน
ยาวนาน
บทที่ 396.2 ข่มเหงสตรีศักดิ์สิทธิ์ (2)
‘จำไว้ หากนางตาย เจ้าก็ฝังร่างไปกับนางด้วย’
บุรุษผู้นี้กำลังย้อนกลับมาคุกคามตนหรือ? หากสตรีผู้นี้ยังมี ชีวิตอยู่ เขาก็จะไม่อาจเปิดฉากฆ่าได้ถนัดมือ แต่เมื่อสตรีผู้นี้ตาย แล้ว นางก็จะกลายเป็นวิญญาณใต้ดาบของเขา
หากเป็นเช่นนี้ ตนกลับต้องเป็นฝ่ายปกป้องสตรีผู้นี้ ไม่ปล่อย ให้นางถูกเขายิงตาย?
ในอีกด้านหนึ่ง หลานเจียวก็รู้สึกเช่นกัน
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่จับตัวประกันไว้ แต่เหตุใดกลายเป็นสตรี ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกคุกคามเสียเอง?
ธนูกำลังจะพุ่งเข้าใส่อวี๋หวั่น สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ขยับกายพาอวี๋ หวั่นหลบ
ลูกธนูเช่นนี้ พละกำลังเช่นนี้ มีเพียงวรยุทธ์ของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เท่านั้นที่สามารถหลบได้
เมื่อเห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์พาอวี๋หวั่นหลบออกไปนาทีนั้น ชิงเหยี ยนและคนอื่นๆ ก็ถอนใจด้วยความโล่งอก เหตุการณ์เมื่อครู่น่า กลัวเกินไป ขาของพวกเขาอ่อนปวกเปียกไปหมด ดูแล้วสตรี ศักดิ์สิทธิ์จะถูกคุกคามได้สำเร็จ เขาคิดวิธีที่ซับซ้อนเช่นนี้ได้
อย่างไร?
น่ากลัวไปแล้ว บุรุษผู้นี้น่ากลัวไปแล้ว…
เคราะห์ดีที่เป็นคนของตน หากเป็นศัตรู ชิงเหยียนคงต้องฆ่า ตัวตายตรงนี้!
ด้วยพลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์ นางสามารถเดินรอบได้ทั้งเมืองห มิงตู การจับคนเป็นตัวประกันใช้คุกคามฝ่ายตรงข้ามก็ขายหน้า มากพอแล้ว สิ่งที่ชวนให้น่าผิดหวังยิ่งกว่าคือตนยังถูกคุกคามกลับ เยี่ยนจิ่วเฉายิงธนูออกไปอย่างต่อเนื่อง
สตรีศักดิ์สิทธิ์หลบหลีกครั้งแล้วครั้งเล่า
นางหลบจนถึงดอกสุดท้าย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง ทั้งร่างมีสภาพน่าอับอายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
เป็นสตรีของใครกันแน่?!!
ไยเป็นนางที่ต้องมาปกป้องสตรีผู้นี้!!!
พลังภายในทั้งหมดของสตรีศักดิ์สิทธิ์ถูกใช้ไปกับวิชาตัวเบา ไม่เหลือให้โต้กลับแม้แต่น้อย
อวี๋หวั่นถูกนางปกป้องบินไปบินมา แต่ไม่กระเทือนถึงทารกใน ครรภ์
ทว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์หาได้เป็นสุขเช่นอวี๋หวั่น ไม่เพียงแต่ความ แข็งแกร่งของนางที่ถูกประเมินตํ่า แต่ความแข็งแกร่งของเยี่ยน จิ่วเฉายังถูกประเมินตํ่ายิ่งกว่า เดิมคิดว่าฝีมือของนาง แม้ไม่อาจ
ทัดเทียมท่านอาจารย์แห่งลมปราณ แต่อย่างน้อยก็สามารถช่วย ชีวิตคนได้ ทว่ายามนี้นางไม่มองโลกแง่ดีเช่นนั้นแล้ว
นางพาผู้ใหญ่ทั้งคนหลบไปมา สูญเสียกำลังภายในไปมากกว่า อีกฝ่าย ทั้งยังถูกอีกฝ่ายไล่ล่า นางอาจถูกโจมตี
ดวงตาสตรีศักดิ์สิทธิ์ทอประกายวูบไหว พลิกหลังมือโยน ลูกปัดจำนวนหนึ่ง ทันทีที่ตกกระทบพื้นก็เกิดเสียงระเบิดดัง หมอก ควันพิษฟุ้งกระจายออกมา
ภายใต้ม่านหมอกพิษ สตรีศักดิ์สิทธิ์พาอวี๋หวั่นบินออกจาก จวนสกุลหลาน
แม้จะบินหนีผ่านหมอกพิษ เยี่ยนจิ่วเฉาก็ยังใช้ฝ่ามือ ลมปราณพุ่งตามไป
สตรีศักดิ์สิทธิ์ถูกโจมตี ซี่โครงหักท่อนหนึ่ง ความเจ็บปวด แล่นแปลบเข้าทรวงอก กระอักเลือดออกมา
หลายคนกลั้นหายใจกระทั่งหมอกพิษสลายไป อิ่งสือซันจึง เดินมาพร้อมกับชิงเหยียนและอิ่งลิ่ว
“คุณชาย!” อิ่งสือซันมองไปที่เขา
เยี่ยนจิ่วเฉามองออกไปในความมืดมิดยามราตรีไร้ที่สิ้นสุด ดวงตาสาดประกายเย็นชาน่ากลัว
อิ่งลิ่วมองไปที่หลานเจียวที่อยู่ด้านข้างและชักดาบออกมา “คุณชาย! บุตรสาวของนางจับตัวฮูหยินน้อยไป ไม่สู้พวกเราก็จับ
นางมาบ้างดีกว่าหรือ! บังคับให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ส่งตัวฮูหยินน้อยมา!”
อิ่งสือซันวิเคราะห์ “หลานเจียวได้รับบาดเจ็บสาหัส สิ่งแรกที่ สตรีศักดิ์สิทธิ์ลงมือหลังจากปรากฏตัว หาใช่ปกป้องมารดา แต่ กลับชิงตัวฮูหยินน้อยไป เกรงว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์จะไม่สนใจมารดาผู้ ให้กำเนิดนางสักเท่าใด”
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้สมาธิรับรู้ความเคลื่อนไหวรอบทิศทาง และพูด อย่างเฉยชา “ยอดฝีมือของสกุลหลานใกล้มาถึงแล้ว พานางไป”
อิ่งสือซันหยุดชะงักและตอบว่า “ขอรับ”
คุณชายต้องการพานางไป เช่นนั้นย่อมต้องมีเหตุผลให้พานาง ไป
ก่อนที่ยอดฝีมือของจวนสกุลหลานจะมาถึง เยี่ยนจิ่วเฉากับ พรรคพวกก็พาตัวหลานเจียวไปแล้ว อีกด้านหนึ่งสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ พาอวี๋หวั่นไปยังจุดหมายสุดท้ายเช่นกัน
ช่วงนี้อวี๋หวั่นได้เรียนรู้คำศัพท์มากมายกับอาม่า แค่มองแวบ เดียวเธอก็จำป้ายสีทองเหนือประตูนั้นได้ จวนซือคง
แอ่ก-
สตรีศักดิ์สิทธิ์เอามือกุมอก ยันผนังกระอักเลือดอีกครั้ง
อวี๋หวั่นมองนางด้วยความแปลกใจ
สตรีศักดิ์สิทธิ์พูดอย่างเย็นชา “อย่าคิดหนี แม้ข้าจะบาดเจ็บ แต่ก็ยังฆ่าเจ้าได้ง่ายดาย!”
อวี๋หวั่นสอดกล่องเหล็กเข้าไปในแขนเสื้อกว้างของเธออย่าง แนบเนียน จากนั้นจึงเลิกคิ้วและพูดว่า “ผู้ใดบอกว่าจะหนี?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ถัดกำแพงเดินไปที่ประตูใหญ่ที่ปิดสนิท และสั่น ที่เคาะประตู
“ใครน่ะ?”
“ข้าเอง สตรีศักดิ์สิทธิ์”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าว
ประตูถูกเปิดออกจากด้านใน องครักษ์ของจวนซือคงเดินออก มาอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ใบหน้าซีดขาว มีเลือดไหล จากมุมปาก เขาก็ตกใจ “ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์! ท่าน…”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กำลังจะล้มลง นางไม่มีแรงพอจะพูดเรื่องไร้ สาระกับเขา พลันถามอย่างอ่อนแรงว่า “คุณชายรองอยู่หรือไม่?”
องครักษ์พยักหน้าเหมือนโขลกกระเทียม “อยู่…อยู่ขอรับ! ท่านต้องการให้ข้าน้อยไปรายงานหรือไม่?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างยืนกราน “ไม่ต้อง ข้าจะไปหาเขา เอง”
“เช่นนั้นเชิญท่านเข้ามา!” องครักษ์รีบหลีกทางให้สตรี ศักดิ์สิทธิ์
สตรีศักดิ์สิทธิ์ยืนถัดประตู ก่อนจะหันกลับไปมองอวี๋หวั่นและ ขู่ว่า “ยังไม่รีบตามมาอีก?”
อวี๋หวั่นเดินตามไปอย่างไม่เต็มใจ
องครักษ์เห็นท่าทีลังเลเล็กน้อยของอวี๋หวั่น “ท่านสตรี ศักดิ์สิทธิ์ นางคือ…”
สตรีศักดิ์สิทธิ์เอ่ยขัด “นางเป็นใครเจ้าไม่จำเป็นต้องถาม”
“แต่สกุลซือคงไม่อาจเข้าได้ตามอำเภอใจ…” องครักษ์กล่าว ไปได้ครึ่งหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าน่าเกรงขามของสตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็ กล่าวคำใดต่อไม่ออกอีก
สตรีศักดิ์สิทธิ์มีสัญญาแต่งงานกับคุณชายรองของตระกูลซือ คง นางจะกลายเป็นนายหญิงของตระกูลซือคงในอนาคต หากนาย หญิงต้องการพาคนเข้ามาในจวน ก็…ไม่นับว่าเกินเลย
องครักษ์ไม่กล้าขัดขวางสตรีศักดิ์สิทธิ์ ถอยออกไปด้านข้าง เงียบๆ สตรีศักดิ์สิทธิ์จึงพาอวี๋หวั่นเข้าไปในจวนซือคง
จวนซือคงกว้างใหญ่นัก ทว่ายามนี้ดึกแล้ว ทิวทัศน์ในจวน เป็นอย่างไรก็ไม่อาจได้ชื่นชม
อวี๋หวั่นเดินตามด้านหลังสตรีศักดิ์สิทธิ์อย่างช้าๆ ดูสตรี ศักดิ์สิทธิ์ที่ร่างกายเริ่มโงนเงนเพราะอาการบาดเจ็บ อวี๋หวั่นก็คิด อยากเตะนางให้ล้มอยู่หลายครา แต่เมื่อคิดถึงผลทันทีที่นางถูก เตะจนล้มลงคือทำศพเสียตรงนี้ อวี๋หวั่นก็แอบข่มใจ
สตรีศักดิ์สิทธิ์หันหน้ามาอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าพึมพำลับๆ ล่อๆ อะไรอยู่ด้านหลัง?”
“ไม่มีอะไร” อวี๋หวั่นวางมาดเต๊ะท่าเดินไปด้านหน้านาง “ไม่ อยากให้ข้าลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างหลัง ข้าเดินอยู่หน้าเจ้าก็สิ้นเรื่อง!”
“ทางนี้!” สตรีศักดิ์สิทธิ์เรียกอวี๋หวั่นที่เดินข้ามทางแยกอย่าง เย็นชา
อวี๋หวั่นหันมามองสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะเลี้ยวซ้าย ก็ร้องอ้อ แล้วหันตัวเดินตามไป
ระหว่างทาง พวกนางได้พบกับข้ารับใช้มากมาย ทุกคนต่าง ปฏิบัติต่อสตรีศักดิ์สิทธิ์ด้วยความเคารพยำเกรง ไม่มีใครถามว่าอ วี๋หวั่นเป็นใคร หรือเหตุใดเธอถึงถูกสตรีศักดิ์สิทธิ์พาเข้ามาในจวน
อวี๋หวั่นกล่าวอยู่ข้างสตรีศักดิ์สิทธิ์ “นี่ ดูเหมือนเจ้าจะมีสถานะ ในสกุลซือคงที่สูงไม่น้อย ข้าได้ยินมาว่า เดิมทีเจ้าจะแต่งงานกับ คุณชายใหญ่ของสกุลซือคง แล้วเหตุใดถึงเปลี่ยนเป็นคุณชายรอง อีกละ? วันหน้าเจ้าจะแต่งงานเข้าจวนซือคง พบกับอดีตคู่หมั้น บ่อยครั้งเจ้าไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนหรือ?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างอดกลั้น “หุบปาก!”
อวี๋หวั่นปิดปากของเธอ
ไม่นานก็พูดต่อว่า “ใช่หรือไม่ว่าเจ้าต้องการรับตำแหน่งเจ้า บ้านสกุลซือคงร่วมกับคุณชายรอง?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ทนจนไม่อยากจะทน “ข้าบอกให้เจ้าหุบปาก!”
“ไม่หุบ”
“เชื่อหรือไม่ว่าข้าจะฆ่าเจ้า?!”
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “หากเจ้ากล้าฆ่าคงฆ่านานแล้ว เจ้าอย่าลืม สามีของข้าได้พูดแล้ว ขอเพียงข้าตาย เจ้าต้องฝังศพไปกับข้า สามี ข้ากล่าวคำไหนคำนั้น!”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“หึ เจ้าคิดว่าด้วยกำลังของเขาคนเดียว จะสามารถเข้ามาฆ่า ข้าในจวนซือคงได้จริงหรือ?”
อวี๋หวั่นกะพริบตา
“ในเมื่อไม่กลัวสามีของข้ามาแก้แค้น แล้วเหตุใดเจ้าไม่ฆ่าข้า เสีย?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ตอบคำถามของเธอ แต่หันหน้าหนีมองราตรี มืดมิด
“พวกเจ้าเป็นอะไรกับสกุลซือคง? วิชาคงกระพันของสามีเจ้า ไปขโมยเรียนมาจากที่ใด?”
“วิชาคงกระพันอะไร?”
อวี๋หวั่นแตะคางของเธอด้วยความสงสัย วรยุทธ์ที่อ๋องเผ่า ปีศาจฝึกฝนในพื้นที่ต้องห้ามที่แท้ก็เรียกว่าวิชาคงกระพันสินะ…
อวี๋หวั่นไม่อาจบอกความจริงกับนาง ให้นางคาดเดาจนสมอง ระเบิดไปเถอะ!
ว่าไปแล้ว นางไม่สังหารตนยามที่อยู่ในจวนสกุลหลาน เป็น
เพราะนางกังวลว่าจะถูกเยี่ยนจิ่วเฉาล้างแค้น
ยามนี้เข้ามาอยู่ในจวนซือคงที่มีกำแพงแข็งแกร่งดุจ เหล็กกล้า ก็ยังคงไว้ชีวิตเธอ
ดูเหมือนนางกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเยี่ยนจิ่วเฉากับ สกุลซือคง
ขณะคิดเรื่องนี้ สตรีศักดิ์สิทธิ์ก็มาถึงเรือนที่มีการคุ้มกันอย่าง แน่นหนา องครักษ์ทุกนายต่างรู้จักนาง ในไม่ช้าก็รีบหลีกทางให้ นาง
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองอวี๋หวั่นอย่างเย็นชาและกล่าวว่า
“มัวทำสิ่งใดอยู่? ยังไม่เข้ามา?”