หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 397.1 ออดอ้อนสัตว์พิษตัวน้อย
จับมัดห้อยและเฆี่ยนตีอวดอำนาจบารมี (1)
อวี๋หวั่นชำเลืองมองนาง ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป
นี่เป็นลานกว้างที่มีทางเข้าสองทาง สตรีศักดิ์สิทธิ์พาอวี๋หวั่น เดินผ่านห้องโถง มาถึงทางเดินที่ปูด้วยพื้นไม้กฤษณา ตั้งแต่ต้น จนจบ อวี๋หวั่นเดินทอดน่องมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็น ระยะ
สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้รับบาดเจ็บ เดิมก็แย่พอแล้ว เห็นอวี๋หวั่นเดิน เชื่องช้ากว่าจะตามมา ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง “มองไปก็ไม่มี ประโยชน์ อย่างไรก็หนีไปไม่ได้”
อวี๋หวั่นสองมือกอดอก “หนีได้หรือไม่ หาได้ขึ้นอยู่กับเจ้า”
เธออยู่กับเยี่ยนจิ่วเฉามานาน ความสามารถในการยั่วยุให้คน โกรธจนบ้าคลั่ง เธอก็นับว่าได้รับมาไม่น้อย
ไม่เกินความคาดหมาย ใบหน้าของสตรีศักดิ์สิทธิ์แปรเปลี่ยน เป็นยากจะทนมอง อวี๋หวั่นจุดไฟติดแล้ว แต่กลับไม่คิดจะโหมไฟ ให้แผดเผาต่อไป เธอก้าวผ่านสตรีศักดิ์สิทธิ์ เดินเชิดคางไปข้าง หน้า “ห้องข้าอยู่ที่ใด?”
ทำราวกับไม่ใช่เชลย แต่เป็นแขกเสียมากกว่า
สตรีศักดิ์สิทธิ์ลมหายใจจุกอก รู้สึกเพียงบาดแผลเจ็บปวด
รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
นางใช้พลังอย่างมากในการกดข่มอารมณ์ มองไปที่แผ่นหลัง สง่างามเป็นอิสระของอวี๋หวั่น พลางพึมพำเบาๆ ว่า “ให้เจ้าโอหังไป ก่อนสองวัน!”
สตรีศักดิ์สิทธิ์พาอวี๋หวั่นเข้าไปในห้องและสั่งให้คนเฝ้าเธอไว้ ให้ดี
หลังจากปิดประตู อวี๋หวั่นก็ยื่นหัวเล็กๆ ออกมา “ข้าหิว”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ “…”
คนเฝ้าเรือน “..”
“เอาอะไรมาให้นางกิน” สตรีศักดิ์สิทธิ์ออกคำสั่งอย่างเย็นชา และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
คนเฝ้าเรือนของสกุลซือคงล้วนเป็นยอดฝีมือ อวี๋หวั่นล้มเลิก ความคิดที่จะหลบหนี รับกล่องอาหารที่องครักษ์ส่งมาให้อย่าง เงียบๆ และเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย
ประตูห้องถูกปิดเสียงดังโครมคราม จากนั้นคนเฝ้าเรือนก็ ลงกลอนไว้
“ต้องกังวลถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ยังลงกลอนอีก?” อวี๋หวั่น พึมพำพลางวางกล่องอาหารลงบนโต๊ะ
เมื่อในห้องไม่มีคน อวี๋หวั่นก็หยิบกล่องเหล็กออกจากแขนเสื้อ กว้าง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สัตว์พิษตัวน้อยถูกขังในกล่องเหล็ก เมื่อปีที่ แล้วหนานกงเยี่ยนก็ขังมันไว้ในลูกกลมเหล็กเล็กๆ เพื่อทำให้มัน เชื่อง แต่ในเวลานั้นมันยังไม่เคยชีวิตที่ดีนัก เมื่อไม่มีอะไรให้เปรียบ เทียบก็ไม่เจ็บปวด ครั้งนี้สัตว์พิษตัวน้อยเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก ถูก ขังไม่ต้องพูดถึง ยังโยนเข้าไปในเล้าไก่ให้แบกรับความหวาดกลัว
วินาทีที่เห็นอวี๋หวั่น สัตว์พิษตัวน้อยก็น้อยอกน้อยใจแทบหลั่ง นํ้าตาไหล
อวี๋หวั่นเห็นว่าสัตว์พิษตัวน้อยมีเล็บหักข้างหนึ่ง หัวใจของเธอ ก็แตกสลาย
“เจ็บหรือไม่?” อวี๋หวั่นอุ้มสัตว์พิษตัวน้อย ไว้กลางฝ่ามือ
กรงเล็บของสัตว์พิษตัวน้อยกอดนิ้วก้อยของอวี๋หวั่น ถูไปมา ด้วยความเจ็บปวดใจ
ในใจอวี๋หวั่นก่นด่าหลานเจียว แย่งสัตว์พิษของเธอไปเห็นเป็น สมบัติ แต่กลับทรมานมันเช่นนี้ ผู้นำตระกูลหลานบ้าบออะไร เพื่อ ให้บรรลุเป้าหมายทำได้ทุกวิถีทาง ทำลายชื่อเสียงเกียรติยศสกุล หลานจนป่นปี้!
ไม่รู้ว่ากรงเล็บที่หักไปจะงอกใหม่ได้ดังเดิมหรือไม่ ร่างกายยัง ชนผนังกล่องไปมา บวมจนดูไม่ได้
อวี๋หวั่นไม่รีบร้อนใส่มันกลับเข้าไปในร่างกายของเธอ แต่หยิบ ขวดหยกเล็กๆ ออกมาและหยดเลือดของเธอให้ความอบอุ่นหล่อ เลี้ยงสัตว์พิษตัวน้อย
กู่ชอบหยก และยังมีเลือดหยินบริสุทธิ์ของอวี๋หวั่น สัตว์พิษตัว น้อยราวกับได้เข้าไปสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันอบอุ่น และไม่รู้สึกทุกข์ ทรมานเช่นเดิมอีกแล้ว
ฟังจากหลานเจียวกล่าว นางซื้อหนอนกู่ไปล้วนเพื่อสตรี ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็ไม่อาจปล่อยให้สตรีศักดิ์สิทธิ์ค้นพบ ลมหายใจของสัตว์พิษตัวน้อย
อวี๋หวั่นปิดขวดหยกและซ่อนสัตว์พิษตัวน้อยไว้ในแขนเสื้อ กว้างของเธอ
ยามที่สัตว์พิษตัวน้อยอยู่บนร่างกายของเธอมักจะเผยลม หายใจออกมาอย่างง่ายดาย ขวดหยกนี้อาเว่ยทำขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับสัตว์พิษตัวน้อย สามารถทำให้ร่างกายกู่อบอุ่นและปิดกั้น ลมหายใจได้ในระดับที่สูงที่สุด
เมื่อจัดการสิ่งเหล่านี้เรียบร้อย ด้านนอกประตูก็มีเสียงฝีเท้า คนดังเข้ามา
อวี๋หวั่นรีบนั่งลงอย่างไม่กระโตกกระตาก เปิดกล่องอาหาร และหยิบกับข้าวออกมา
คนที่มากลับไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นสาวใช้จากสกุลซือคง
เมื่อสาวใช้เห็นอวี๋หวั่นกำลังทานอาหารอย่างสบายๆ สีหน้า พลันผ่อนคลายและกล่าวว่า “ข้ามาถามว่าฮูหยินต้องการสิ่งใด หรือไม่? บ่าวมีชื่อว่าฮวาจือ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปข้าจะมาดูแล ความเป็นอยู่ของฮูหยิน”
อวี๋หวั่นเหลือบมองถาดในมือของนาง “นำสิ่งใดมา?”
ฮวาจือกล่าวว่า “เกรงว่าฮูหยินจะไม่ชินกับอาหารในจวน จึง เตรียมชาและของว่างมาให้ฮูหยินเป็นพิเศษ”
“วางลงเถอะ” อวี๋หวั่นกล่าวเบาๆ
“เจ้าค่ะ” ฮวาจือวางชาและขนมในถาดลง จากนั้นก็ยืนอยู่ ข้างๆ รอรับคำสั่งจากอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นกล่าวว่า “ข้าไม่คุ้นเคยกับการมีคนมาอยู่ในห้องของข้า เจ้าออกไปรอข้างนอกก่อน”
“เจ้าค่ะ” ฮวาจือหยิบถาดเดินออกไป
อวี๋หวั่นกล่าวอีกครั้ง “ปิดประตู ข้าหนาว”
ฮวาจือก็ปิดประตู
เพิ่งนำอาหารมาให้ ไม่นานก็ส่งของกินมาให้อีก เธอเป็นตัว ประกัน ไม่ใช่แขกจริงๆ สักหน่อย ไม่มีเรื่องใดต้องพยายามทุ่มเท นอกเสียจากมีเจตนาแอบแฝง!
อวี๋หวั่นดมกลิ่นชาและขนม กลิ่นนั้นกลับไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ เธอถอดปิ่นเงินบนศีรษะมาตรวจนํ้าชาและของว่าง ก็ไม่มีวี่แวว ของยาพิษ
บัดนี้ อวี๋หวั่นรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวในขวดหยก
อวี๋หวั่นหยิบขวดหยกออกมาดึงจุกออก “เป็นอะไรไป?”
สัตว์พิษตัวน้อยโผล่ออกมา กระโดดลงไปในกานํ้าชา ผ่านไป
ครู่หนึ่งมันก็โยนหนอนกู่ตัวน้อยออกมา!
แม้เล็บหักไปนิ้วหนึ่ง แต่อีกหลายนิ้วยังดีอยู่ พอจะสู้เจ้าไก่ อ่อนพวกนี้!
เพียะๆๆ!
เพียะๆๆๆๆ!
สัตว์พิษตัวน้อยถล่มตีหนอนกู่ตัวน้อยตัวนั้นจนบิดามารดากู่ก็ จำบุตรมันไม่ได้แล้ว
“เอาละ ไม่ต้องตีแล้ว เจ้าก็ยังบาดเจ็บอยู่ แค่นี้ก็พอแล้ว” อวี๋ หวั่นคว้าสัตว์พิษตัวน้อยที่ไม่พอใจขึ้นมา สัตว์พิษตัวน้อยกอดนิ้ว ก้อยของอวี๋หวั่นอย่างไม่เต็มใจ ไม่นานก็กระโดดลงไปอีกครั้ง เตะ หนอนกู่น้อยตัวนั้นอีกครั้งและกลับเข้าไปในขวดหยกอย่างพอใจ
อวี๋หวั่นไม่กล้าปล่อยสัตว์พิษตัวน้อยอยู่ข้างนอกนานเกินไป เกรงว่าลมหายใจของมันจะรั่วไหลออกมา แต่ว่าไปแล้ว ที่แท้สตรี ศักดิ์สิทธิ์คิดจะใช้กู่กับนาง ยังนับว่าเปิดหูเปิดตานางยิ่งนัก
สตรีศักดิ์สิทธิ์คงนึกไม่ถึงว่าเธอจะมีราชันสัตว์พิษอยู่บนตัว กระมัง? ก็จริง หลานเจียวกับนางพบหน้ากันเพียงแวบเดียว ยัง ไม่ทันพูดคุยเรื่องสัตว์พิษตัวน้อยกับนางอย่างละเอียด
เป็นเช่นนี้ก็สะดวกต่อตนแล้ว
อวี๋หวั่นไม่กังวลว่าหลานเจียวจะมาบอกข่าวกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ ถึงหน้าประตู จากความเข้าใจที่มีต่อเยี่ยนจิ่วเฉา แปดส่วนคงจับ
ตัวหลานเจียวไว้แล้ว ไม่ให้มารดาและบุตรสาวคู่นี้แอบติดต่อกัน
อวี๋หวั่นโยนหนอนกู่ที่เหลือชีวิตเพียงครึ่งหนึ่งลงในกานํ้าชา และนอนมุ่ยปากลงกับเตียง
“นี่คืออะไร?”
“ยารักษาแผลของสตรีศักดิ์สิทธิ์”
“นำเข้าไปเถอะ”
ด้านนอกห้องมีเสียงของฮวาจือที่กำลังพูดคุยกับสาวใช้อีกคน ตามมาด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูห้องข้างๆ ดวงตาของอวี๋หวั่น กลิ้งกลอก สตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ห้องข้างเธออย่างนั้นหรือ?
อวี๋หวั่นลงจากเตียง เดินไปที่กำแพง แนบหูกับผนัง พยายาม ฟังว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์กำลังทำสิ่งใดอยู่ในห้อง
ตั้งแต่มีสัตว์พิษตัวน้อย พลังหูของเธอก็ไม่ด้อยไปกว่ายอด ฝีมือสักเท่าไร แม้จะคั่นด้วยสามห้อง เธอก็ยังสามารถได้ยินอย่าง เลือนราง แต่…กำแพงที่นี่ก็หนาใช่ย่อยกระมัง? กันเสียงได้ดีถึง เพียงนี้เชียวหรือ?
อวี๋หวั่นยกขาข้างหนึ่ง ทั้งร่างนอนพิงกำแพง
ข้าจะฟัง ข้าจะฟัง ข้าจะฟังงงงง!
ในห้องถัดไป ซือคงอวิ๋นในชุดคลุมสีนํ้าเงินเข้มใช้พลังภายใน รักษาอาการบาดเจ็บของสตรีศักดิ์สิทธิ์
“ไยเจ้าบาดเจ็บเช่นนี้? ไม่ได้สวมเกราะอ่อนไหมนํ้าแข็งหรือ?
ผู้ใดทำ?” ซือคงอวิ๋นดูดคืนพลังภายใน และผุดคำถามมากมาย ด้วยสีหน้าประหลาดใจ
สตรีศักดิ์สิทธิ์กุมอกที่เจ็บปวดและกล่าวว่า “หากไม่มีเกราะ อ่อนไหมนํ้าแข็ง ข้าคงตายไปแล้ว”
คนผู้นั้นไร้ความปรานียิ่งนัก กั้นด้วยม่านหมอกพิษหนา ไม่ว่า สิ่งใดเขาก็เห็นไม่ชัดเจน ไม่กลัวว่าฝ่ามือจะฟาดถูกสตรีผู้นั้นเลย หรือ?
เจ้าบ้า!
“แค่คนบ้าคนหนึ่ง” สตรีศักดิ์สิทธิ์กัดฟันพูด
“คนบ้าอะไรจะทำร้ายเจ้าได้ถึงเพียงนี้?” ซือคงอวิ๋นถาม
นางเองก็อยากรู้ มีชีวิตอยู่มาสิบกว่าปี ไม่เคยเห็นบุรุษที่ไม่สน กฎเกณฑ์เช่นนี้ เขากระทำอย่างเด็ดขาดเกินไป แม้แต่ตัวเขาเอง สตรีนั่น หรือสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ละเว้น
นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ หากเป็นคนอื่น สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทาง ถูกอีกฝ่ายคุกคาม แต่บุรุษผู้นั้น…
สตรีศักดิ์สิทธิ์หลับตา
“…เจ้าไม่ต้องถามแล้ว ข้าไม่รู้จักเขา…อีกอย่าง ข้าถูก คุกคาม”
“หือ?” ซือคงอวิ๋นขมวดคิ้ว
สตรีศักดิ์สิทธิ์กำหมัดแน่น
“ใช่ ข้าจับสตรีของเขาได้ แต่ข้าถูกเขาคุกคามกลับ”
ซือคงอวิ๋นยิ่งประหลาดใจกว่าเดิม
บทที่ 397.2 ออดอ้อนสัตว์พิษตัวน้อย
จับมัดห้อยและเฆี่ยนตีอวดอำนาจบารมี (2)
ในหมิงตู สตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลเกินเอื้อม แม้ว่าสิ่ง นี้จะมีส่วนพัวพันกับสายเลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์ของนาง แต่ก็ไม่ได้ กำหนดว่านางมีพลังที่แข็งแกร่งหาใดเปรียบ อีกอย่างก็ยังจับตัว สตรีของอีกฝ่ายได้ กล่าวได้ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ช่วงชิงโอกาสแรก สำเร็จ แต่กลับถูกคุกคามและโจมตีอย่างหนักหรือ?
นี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
สตรีศักดิ์สิทธิ์ถึงยามนี้สมองก็ยังสับสน
แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ บุรุษผู้นั้นตั้งแต่ต้นจนจบไม่เคยคิด จะให้สตรีผู้นั้นตาย เขาเดิมพัน เดิมพันว่าผู้ใดเป็นฝ่ายกลัวก่อน เห็นได้ชัดว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์พ่ายแพ้
สตรีศักดิ์สิทธิ์ย้อนนึกถึงก็รู้สึกว่าตนเองเสียหน้าครั้งใหญ่!
ซือคงอวิ๋นอยากถามอีกครั้ง แต่สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ต้องการเอ่ย สิ่งใดแม้แต่คำเดียว
“เอาละ ทานยารักษาบาดแผลก่อน” ซือคงอวิ๋นยื่นเม็ดยาที่ สาวใช้นำมาให้สตรีศักดิ์สิทธิ์
นี่เป็นยาลับเฉพาะของสกุลซือคง มีฤทธิ์รักษาอาการบาดเจ็บ ภายในได้อย่างน่าอัศจรรย์
สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ดื้อดึง รีบกินยาเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าพาสตรีนางหนึ่งกลับมา นางเป็นใคร?”
“นั่นก็คือตัวประกัน”
“เหตุใดเจ้าไม่ฆ่านางเสีย? หรือเจ้ากังวลว่าคนผู้นั้นจะตามมา ล้างแค้นเจ้าที่นี่? เช่นนั้นก็ให้เขามา ข้าก็อยากดูว่าเขาจะต้านทาน ทหารเขี้ยวมังกรของสกุลซือคงได้อย่างไร?”
อวี๋หวั่นที่ได้ยินก็พลันขมวดคิ้ว สารเลวเอ๊ย อ้าปากปิดปากก็ เอาแต่คิดจะฆ่าเธอ อย่างที่คาดไว้ คนที่อยู่กับสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็พวก ตะเภาเดียวกัน ไม่ใช่คนดีอะไร! แต่…ทหารเขี้ยวมังกรนี่คือสิ่งใด กัน? แม้ไม่ค่อยเข้าใจแต่รู้สึกว่าต้องมีอะไรดีแน่
สิ่งที่อวี๋หวั่นไม่รู้คือทหารเขี้ยวมังกรของสกุลซือคงเป็นกอง กำลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหน่วยกล้าตายเป็นร้อยเท่า กองกำลังหลัก คือราชาซิวหลัวและซิวหลัว กองกำลังเช่นนี้ไม่สามารถเอาชนะ ด้วยมือเปล่า
สตรีศักดิ์สิทธิ์ส่ายศีรษะ “ข้าหาได้กังวลว่าเขาจะแก้แค้นข้า”
“เช่นนั้นเจ้า…” ซือคงอวิ๋นงงงวย
สตรีศักดิ์สิทธิ์ขมวดคิ้วและกล่าวว่า “เมื่อครู่ข้าได้ประมือกับ เขา และพบว่าเขาใช้กำลังภายในของสกุลซือคง”
สีหน้าซือคงอวิ๋นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง “กล่าวเช่นนี้ เขาก็คือ คนของสกุลซือคงหรือ?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า “เจ้าฟังข้าให้จบก่อน ที่เขาใช้คือวิชา คงกระพัน”
ซือคงอวิ๋นสะดุ้ง “อะ…อะไรนะ? วิชาคงกระพัน? เจ้าแน่ใจ หรือว่าดูไม่ผิด?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์สูดหายใจและค่อยๆ พูดว่า “ข้าเป็นสตรี ศักดิ์สิทธิ์ มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปที่เขาหมิงซานได้ ข้าบังเอิญพบ กับปรมาจารย์ที่กำลังฝึกวิชาคงกระพัน แม้…ข้าจะไม่ได้สนทนา กับปรมาจารย์จริงๆ แต่ไอพลังนั้นข้าไม่มีทางจำผิด”
ซือคงอวิ๋นกล่าวว่า “เจ้าหมายถึง…บนร่างกายของเขามีไอ พลังของปรมาจารย์?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า “ข้าได้ตรวจดูตำราในภายหลัง ถึง ทราบว่ากระบวนท่าที่ปรมาจารย์ปฏิบัตินั้นคือวิชาคงกระพันของ สกุลซือคง ไอพลังของเขาคล้ายกับปรมาจารย์ถึงเพียงนี้ ก็น่าจะ เป็นวิชาคงกระพันเช่นกัน”
ซือคงอวิ๋นพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง “แต่วิชาคงกระพันมีเพียง ปรมาจารย์เท่านั้นที่สามารถทำได้นี่…”
วรยุทธ์วิชาคงกระพันนี้ เดิมทีเป็นตำราวิชาลับของสกุลซือคง ทว่าในนั้นมีหลายหน้าขาดหายไป ผู้ฝึกฝนมักสูญเสียจิตวิญญาณ ทีละน้อย สกุลซือคงจึงห้ามไม่ให้ลูกศิษย์ฝึกฝนวิชานี้
ปรมาจารย์ของสกุลซือคงถูกยกเว้น เขาบรรลุในวิชานี้ และ ฝึกฝนจนวรยุทธ์แข็งแกร่งไร้เทียมทาน แต่วิธีการของเขาใช้ได้กับ
ตัวเขาเองเท่านั้น ไม่มีใครสามารถเลียนแบบเขาได้สำเร็จ
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองซือคงอวิ๋นและกล่าวว่า “นี่ก็คือสิ่งที่ข้า ต้องการถามเจ้า ปรมาจารย์…เขาเคยแอบรับศิษย์ที่ใดมาหรือ ไม่?”
ซือคงอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย “ปรมาจารย์ในช่วงปีแรกรับมาไม่ น้อย แต่ถูกกำจัดไปหมดแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ท้อแท้หมดกำลังใจ ไม่คิดจะรับศิษย์อีก ทว่า…ไม่นานหลังจากมารดาของพี่ใหญ่ข้า จากไป ท่านพ่อเคยส่งพี่ใหญ่ข้าไปที่หมิงซานเพื่อปรนนิบัติ ปรมาจารย์ หรือยามนั้นพี่ใหญ่ข้าแอบเรียนวิชายุทธ์ของ ปรมาจารย์มา?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์เคยเรียนศิลปะการต่อสู้กับซือคงฉางเฟิง แต่ไม่ พบว่าบนร่างของเขามีไอพลังของวิชาคงกระพัน แต่ก็ไม่อาจตัด ความเป็นไปได้ที่เขาจะซุกซ่อนมันไว้
หากเขาซ่อนไว้จริง เช่นนั้น…
สตรีศักดิ์สิทธิ์สูดหายใจ หลับตาลง “คืนนี้พี่ชายคนโตของเจ้า อยู่ที่จวนหรือไม่?”
“ใครก็ได้เข้ามาหน่อย!”
ซือคงอวิ๋นออกคำสั่ง คนเฝ้าเรือนผลักประตูเข้ามา “คุณชาย รอง”
ซือคงอวิ๋นกล่าวอย่างเฉยเมย “คืนนี้พี่ใหญ่ข้าทำสิ่งใดอยู่? ได้ ออกจากจวนหรือไม่?”
คนเฝ้าเรือนตอบว่า “คุณชายใหญ่ออกไปจากจวนตอนกลาง วัน ในช่วงเย็นจึงกลับมา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ออกไปจากจวนอีก ขอรับ”
“เจ้าแน่ใจหรือ?” ซือคงอวิ๋นถาม
คนเฝ้าเรือนกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “ขอรับคุณชายรอง ก่อน หน้านี้สองเค่อ ห้องเก็บของยังส่งประดิษฐ์อักษรมาให้ท่านชุดหนึ่ง และส่งให้คุณชายใหญ่เช่นกัน ส่งถึงมือผู้ดูแลของเขาด้วยตนเอง ในตอนนั้นคุณชายใหญ่ก็อยู่ ในครัวก็เตรียมอาหารมื้อเย็นให้ คุณชายใหญ่ด้วย ไม่ทราบว่ายามนี้กินเสร็จหรือยัง”
ซือคงอวิ๋นสั่ง “เจ้าไปดูซิ!”
“ขอรับ!”
คนเฝ้าเรือนรีบไป
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลับมาที่เรือนและรายงานว่า “เรียน คุณชายรอง ยังกินอยู่เลยขอรับ ได้ยินว่าเมื่อครู่นายท่านเรียก คุณชายใหญ่ไปพบ คุณชายรองต้องการให้ข้าน้อยไปสืบหรือไม่ว่า นายท่านพูดสิ่งใดกับคุณชายใหญ่?”
แอบสืบข้อมูลของชายชราลับหลัง เขาไม่ต้องการชีวิตแล้ว หรือ?
ซือคงอวิ๋นโบกมือ “ออกไปเถอะ”
คนเฝ้าเรือนถอยออกไป
“ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เขา” ซือคงอวิ๋นสงสัย “แต่หากไม่ใช่เขา จะเป็นใคร?”
“นั่นใคร?!” ดวงตาของสตรีศักดิ์สิทธิ์มีประกายวาบผ่าน นาง มองไปที่กำแพงในทันที
อ๊ะ ถูกจับได้ซะแล้ว!
อวี๋หวั่นรีบถอนตัวออกจากกำแพง เดินไปที่เตียงและกำลังจะ นอนลง เมื่อนึกบางสิ่งขึ้นได้ จึงหันกลับไปที่โต๊ะและวางหนอนกู่ที่ เหลือชีวิตครึ่งหนึ่งลงบนตัวของเธอ
ยามสตรีศักดิ์สิทธิ์และซือคงอวิ๋นเข้ามาในห้อง อวี๋หวั่นก็ ‘หลับ’ อยู่ใต้ผ้านวมแล้ว
สตรีศักดิ์สิทธิ์เหลือบมองอาหารบนโต๊ะที่ถูกขยับเคลื่อนย้าย และตรวจสอบฝากานํ้าชา เดินไปที่เตียงด้วยสีหน้าเยือกเย็น
อวี๋หวั่นนอนหันหลังให้นาง
สตรีศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่ง
เดิมทีอวี๋หวั่นตั้งใจจะแกล้งหลับ ไหนเลยแกล้งไปแกล้งมาก ลับหลับไปจริงๆ
สตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจจากจมูกของเธอ พลันขมวดคิ้วอย่างเย็นชาและหันหลังกลับออกไป
“มีอะไรหรือ?” ซือคงอวิ๋นถามขณะรออยู่ที่ประตู
“ไม่มีอะไร” สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าว
ซือคงอวิ๋นยิ้มจางๆ และพูดว่า “เจ้าวางแผนจะทำอย่างไรต่อ ไป? ข้าบอกไว้สักอย่าง การแต่งงานของข้ากับเจ้าถูกกำหนดไว้ เดือนหน้า หากเจ้ามีสิ่งใดที่ไม่สามารถจัดการได้ จำไว้ว่าต้องบอก ข้า ข้าจะจัดการแทนเจ้าเอง ข้าไม่ต้องการให้มีความวุ่นวายที่ควร แก้ไขแต่ยังไม่ได้แก้ไขในวันแต่งงาน”
สตรีศักดิ์สิทธิ์เหลือบมองเขาอย่างไม่แยแส ราวกับไม่พอใจใน ท่าทางสูงส่งของเขา แต่อีกฝ่ายเป็นคุณชายรองแห่งสกุลซือคง มารดาผู้ให้กำเนิดของเขาก็เป็นที่โปรดปราน ตัวเขาเองได้รับการ ยกย่องจากผู้นำตระกูลซือคง ไม่แปลกใจเลย หากเขาที่แต่งงาน กับตนแล้วจะกลายเป็นผู้สืบทอดสกุลซือคง
สตรีศักดิ์สิทธิ์ระงับความไม่พอใจและพูดอย่างเฉยเมย “ข้ามี แผนของข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล”
ซือคงอวิ๋นกล่าวว่า “เช่นนั้นคืนนี้เจ้า…”
สตรีศักดิ์สิทธิ์ชำเลืองมองเขาปราดหนึ่ง
ซือคงอวิ๋นส่งเสียงไอเบาๆ “ ข้าหมายความว่าสกุลหลานเกิด เรื่องใหญ่เช่นนี้ วุ่นวายเละเทะ เกรงว่าเจ้าจะไม่สะดวกกลับไป…”
สตรีศักดิ์สิทธิ์มองไปยังท้องฟ้ายามราตรีและพูดว่า “ข้าจะไป หมิงซาน”
ทั้งสองยังไม่ได้แต่งงานกัน จึงไม่เหมาะสมที่จะอาศัยอยู่ใน จวนสกุลซือคงเช่นนี้ หมิงซานอยู่ใกล้กับเขตต้องห้ามของสกุลซือ คง สตรีศักดิ์สิทธิ์ทุกคนในอดีตล้วนมีคุณสมบัติที่จะเข้าออกหมิง
ซาน เชิงเขาหมิงซานก็จัดตั้งวิหารสตรีศักดิ์สิทธิ์ไว้แห่งหนึ่ง
ซือคงอวิ๋นยิ้มอย่างอ่อนโยน “จริงๆ แล้ว…เจ้าจะอยู่ก็ไม่ เป็นไร ข้าไม่บอกให้ใครรู้ก็สิ้นเรื่อง”
ฟังดูเหมือนพยายามโน้มน้าวให้สตรีศักดิ์สิทธิ์อยู่ค้างที่นี่
สตรีศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า “ข้าก็ต้องการยืมสระเย็นของหมิงซาน รักษาบาดแผลด้วย”
ซือคงอวิ๋นตบหัวตัวเอง “จริงด้วยสิ เจ้าบาดเจ็บสาหัสถึงเพียง นี้ หากได้แช่สระนํ้าเย็นก็คงดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้ ข้าจะให้คนไปเตรียมเกี้ยวไว้ ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”
สตรีศักดิ์สิทธิ์พยักหน้า
ซือคงอวิ๋นจากไปอย่างสุภาพ
หลังจากนั้นสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ออกจากเรือน
อวี๋หวั่นหลับไปนานครู่หนึ่ง และถูกสัตว์พิษตัวน้อยปลุกให้ตื่น