หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 409 หวั่นอ้วนที่รัก ตรวจสอบสายเลือด
ศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นหินผลึกสีเทาขาว หลักการทดสอบสาย เลือดก็เหมือนเช่นลูกปัดกู่ ทว่ามีรายละเอียดมากกว่านั้น ลูกปัดกู่ ใช้ความสว่างในการตัดสินพลังของหนอนกู่ ส่วนศิลาสตรี ศักดิ์สิทธิ์ใช้สีที่แตกต่างในการตัดสินระดับความตื่นตัวของสาย เลือด
สีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว สีคราม สีนํ้าเงินและสีม่วง ยิ่งอยู่ สูง สายเลือดก็ยิ่งแข็งแกร่ง
ก่อนหน้านี้ สกุลหลานมีสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดคือสตรี ศักดิ์สิทธิ์สีเหลือง ยายของอวี๋หวั่นเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์สีเหลือง ส่วน หลานจี สายเลือดของนางนั้นสูงกว่ายายหลาน เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ สีเขียวที่มีชื่อเสียงสมจริงดังคำเล่าลือ
สกุลหลานไม่เคยมีสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังเช่นนี้ ไม่แปลกใจ ที่แม้ว่าไม่มีตราหยก ก็ยังสามารถขับไล่สายเลือดโดยตรงของสกุล หลานออกไปจากจวนได้
เพราะสายเลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งของตน นางจึงไม่ กังวลว่าอวี๋หวั่นมีความสามารถพอจะปลอมได้
หลานเจียวก็รู้สึกว่าวิธีการของบุตรสาวยอดเยี่ยมยิ่งนัก “ไม่ ผิดแน่ เป็นตัวปลอม อย่างไรก็ต้องเปิดเผยออกมาสักวัน รอข้า เรียกผู้อาวุโสของตระกูลมา ข้าจะเปิดโปงคำลวงของสตรีตัวเหม็น
ผู้นั้นต่อหน้าคนหมิงตูทั้งหมด!”
สตรีศักดิ์สิทธิ์พยักหน้า “ดึกแล้ว ข้าจะไปพักผ่อนก่อน ท่าน แม่ก็รีบพักผ่อนเถอะ”
“อืม เจ้าไปเถอะ” หลานเจียวส่งบุตรสาวของนางออกไป แล้ว จึงเรียกข้ารับใช้ ไปที่ห้องของซือคงอวิ๋นเพื่อดูแลเขาให้ดี
บุตรสาวกลับห้องของตนเอง ไม่ใช่ห้องซือคงอวิ๋น หลานเจียว รู้สึกฉงนเล็กน้อย ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็นวันดีของคนทั้งสอง แม้ไม่ ได้เข้าพิธีไหว้ ก็นับว่าจากนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว จะแยกห้องกัน ได้อย่างไร?
หลานเจียวใคร่จะเอ่ยถาม ทว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ปิดประตูไป แล้ว
นี่หมายความว่านางไม่อยากจะพูดถึงอีกต่อไป
ไม่ช้า หลานเจียวก็นึกได้ว่าตนถูกพวกนางหลานจับตัวไป และ ในที่สุดก็หนีออกมาได้ ทว่าบุตรสาวกลับไม่ถามเลยว่านางเป็น อย่างไรบ้าง นางทุกข์ทรมานหรือไม่ ได้รับบาดเจ็บหรือไม่…
หลานเจียวรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
นางปลอบใจตนเองว่าบุตรสาวเจอเรื่องร้ายๆ มา เหนื่อยเกิน กว่าจะเป็นห่วงนาง นางเป็นมารดาของบุตรสาว ในใจของบุตรสาว ไม่ว่าเป็นอย่างไร ก็เคารพและรักนางอยู่ดี
ด้านนี้หลานเจียวพักผ่อนแล้ว
อีกด้านหนึ่งของจวนซือคง ซือคงฉางเฟิงที่ได้รับไข่สีแดงจน มืออ่อนแรงมุมปากกระตุกก็พักผ่อนแล้วเช่นกัน
คุณชายตัวจริงอ๋องเผ่าปีศาจตัวปลอมที่แจกไข่แดงจนพอใจ กอดภรรยาตัวน้อยอ้วนกลมของเขาหลับไปอย่างพึงพอใจ
วันรุ่งขึ้นอวี๋หวั่นตื่นสาย ผู้นำตระกูลซือคงกับฮูหยินซือคงรอ ดื่มชาสะใภ้ แต่พวกเขาก็ไม่เห็นสะใภ้มา
“ถึงจะเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ไม่ควรวางท่าใหญ่โตเช่นนี้” ฮู หยินซือคงส่งคนไปที่เรือนของซือคงอวิ๋นด้วยความไม่พอใจ
ข้ารับใช้กลับมาพร้อมกับใบหน้าแดงกํ่า “เรียนฮูหยิน คุณชาย รองกับสตรีศักดิ์สิทธิ์ยังพักผ่อนอยู่”
เมื่อฮูหยินซือคงได้ยินว่าบุตรชายของนางกำลังพักผ่อน ก็รู้ทัน ทีว่าเมื่อคืนในเรือนหอคงรุนแรงเกินไป ทำให้สตรีศักดิ์สิทธิ์เหนื่อย ล้าหมดแรง สตรีศักดิ์สิทธิ์ใสดุจนํ้าแข็งสะอาดดั่งหยก เยือกเย็น หยิ่งยโสรักสันโดษ ฮูหยินซือคงคิดว่าบุตรชายของนางจะไม่อาจ คุมนางได้ นึกไม่ถึงว่าจะทำจนนางไม่อาจลุกจากเตียง
“ลูกชายข้ามีความสามารถนัก!” ฮูหยินซือคงดีใจ มอบเงิน รางวัลแก่ข้ารับใช้ทุกคน
ดังนั้น หลังจากได้รับไข่แดงจากคุณชายรอง ข้ารับใช้ยังได้รับ เงินรางวัลจากฮูหยินซือคงด้วย
อวี๋หวั่นตื่นขึ้นมาในเวลามื้อกลางวัน ตื่นมาท้องก็รู้สึกหิวแล้ว เยี่ยนจิ่วเฉาไปฝึกฝนวรยุทธ์ ตั้งแต่กลายเป็นอ๋องเผ่าปีศาจ เขาก็
หลงใหลในศิลปะการต่อสู้ ฝึกร่างกายให้แข็งแรงเป็นสิ่งที่ดี อวี๋ หวั่นไม่ได้ห้ามเขา
อวี๋หวั่นสั่งให้ข้ารับใช้ทำเกี๊ยวมาหม้อหนึ่ง ครึ่งหนึ่งกินเอง อีก ครึ่งหนึ่งส่งไปให้เยี่ยนจิ่วเฉา
ทว่าบุรุษผู้นี้กินเก่งไปสักหน่อยหรือไม่?
เกี๊ยวไม่พออิ่ม?
จำต้องกินเธออีกมื้อหนึ่ง
อวี๋หวั่นใบหน้าน้อยๆ แดงกํ่า เดินออกจากห้องอย่างเขินอาย
ระหว่างทางกลับ เธอนึกถึงสิ่งที่เขาทำกับเธออย่างนั้นอย่างนี้ ปากบางก็ผลิยิ้มออกมา
“สะ…สตรีศักดิ์สิทธิ์?”
เสียงของบุรุษที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ อวี๋หวั่นได้สติ มองหาอีก ฝ่ายอย่างเคร่งขรึม “เป็นคุณชายใหญ่เองหรือ?”
ซือคงฉางเฟิงมองไปรอบๆ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ก็ลากเธอ ไปที่ต้นไม้ใหญ่แล้วกระซิบถาม “เมื่อคืนนี้เจ้า…ไม่ได้ถูกน้องรอง ของข้าทำอันใดใช่หรือไม่?”
โอ้ ซือคงฉางเฟิงรู้ว่าเธอไม่ใช่สตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่รู้ว่าน้องรอง ของเขาก็ไม่ใช่ซือคงอวิ๋นอีกแล้ว
ไม่ใช่อวี๋หวั่นไม่ไว้ใจเขา และเรื่องเช่นนี้ ยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งดี อวี๋หวั่น กระแอมเบาๆ “ไม่เลย ปกติดี”
“จริงหรือ?” ซือคงฉางเฟิงแสดงความสงสัย เขารู้นิสัยใจคอ ของน้องรองดี ไหนเลยจะปล่อยสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้งดงามที่สุดใน แผ่นดินไปไม่ทำสิ่งใด โดดเดี่ยวตามลำพังในคืนเข้าหอ?
“เจ้า…” ซือคงฉางเฟิงเห็นรอยที่คอของเธอ
อวี๋หวั่นยกมือปิดคอ ใจรู้ดีว่าปกปิดไม่ได้อีกต่อไป พลันกลอก ตาและกล่าวว่า “กล่าวตรงๆ ไม่ปิดบัง ข้าพบว่าคุณชายรองก็ใช้ได้ ทีเดียว ข้า…ข้ายินดีที่จะอยู่กับเขา!”
“เจ้า…” ซือคงฉางเฟิงผงะ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดสิ่ง ใด?”
อวี๋หวั่นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้ารู้ แต่ข้ากับสามีรักใคร่ ชื่นชมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าวันหน้าสตรีศักดิ์สิทธิ์ตัวจริงจะกลับมา ข้าก็ไม่มีวันทิ้งเขา! ตลอดชีวิตนี้ ข้าต้องการเขา!”
ด้านหลังก้อนหินที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก เยี่ยนจิ่วเฉาผู้มีสายตา เย็นชา ใช้กำลังภายในร่ายดาบเล่มยาว ค่อยๆ เก็บดาบกลับไป อย่างเงียบๆ
“เอาละ ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว ข้ายังมีธุระ ท่านจำไว้เพียงว่า ข้า ไม่ได้มุ่งร้ายต่อสกุลซือคงของท่าน และข้าก็จะไม่ทำร้ายท่าน!” อวี๋ หวั่นกล่าวจบ ก็เดินผ่านซือคงฉางเฟิง มุ่งหน้าไปยังไปที่เรือนของ ตนเอง
เธอเห็นเงาบนพื้นอยู่ก่อนแล้ว เธอกลัวว่าหากตนยังไม่ไป บุรุษผู้นั้นอาจหึงหวงและฉีกซือคงฉางเฟิงเป็นชิ้นๆ เสียทันที!
ซือคงฉางเฟิงเป็นคนดี เป็นคนช่วยชีวิตเธอและผู้เลี้ยงดูสัตว์ พิษตัวน้อย เขาจะตายไม่ได้! อย่างไรก็ห้ามตาย!
ชีวิตของอวี๋หวั่นในสกุลซือคงผ่อนคลายกว่าที่คิด ผู้นำตระกูล ซือคงและฮูหยินซือคงต่างก็หลงบุตรชาย เธอค้อมกายลง ดูแล้ว ผู้นำตระกูลซือคงและฮูหยินซือคงพึงพอใจเป็นอย่างมาก สตรีตัว เล็กๆ ที่มักอยู่เคียงข้าง ‘ซือคงอวิ๋น’ ท่าทางที่ราวกับทุกคนเป็นหนี้ นางในคราวก่อนแต่งงาน ชวนให้เอือมระอายิ่งนัก ยามนี้ดีขึ้นมาก แล้ว ทั้งกินได้ และไม่วางมาด เนื้อก็อวบอ้วนขึ้น ก้นใหญ่ๆ นั้น แค่ มองก็รู้ว่าต้องคลอดบุตรชาย!
ฮูหยินซือคงให้ข้ารับใช้ขนหีบสมบัติมาสิบใบ
อวี๋หวั่นตื่นตากับเครื่องประดับเพชรนิลจินดาเงินทองทั้ง หลายในกล่อง “…มาก มากมายถึงเพียงนี้ เลือกเองได้เลยหรือ?”
“เลือก?” ฮูหยินซือคงชะงักแปลกใจ พลันพยักหน้า “ก็ใช่ เลือกได้เลย ชั้นใดไม่ชอบก็โยนทิ้งไป”
นางหาได้ขาดเงิน!
อวี๋หวั่น “..”
พวกเจ้าสกุลซือคงแข็งกร้าวเช่นนี้หรือ?
ข้าไม่ได้บอกว่าเลือกสิ่งที่ไม่ชอบ แต่เลือกสิ่งที่ชอบต่างหาก…
แน่นอนอวี๋หวั่นไม่ได้เลือกสิ่งที่ไม่ชอบออกไปแม้แต่ชิ้นเดียว เธอนำหีบสมบัติทั้งสิบใบกลับไปที่เรือนอย่างเบิกบาน
ชั่วพริบตาก็มาถึงวันที่สามีภรรยาต้องเดินทางกลับบ้านฝ่าย หญิง นับว่าอวี๋หวั่นถึงคราวได้ออกจากจวนซือคงแล้ว ตามแผน กลับไปที่จวนสกุลหลานก่อน จากนั้นก็อ้อมไปหาจวนท่านยาย เธอ คิดถึงเด็กน้อยทั้งสามแทบขาดใจแล้ว
“คุณชาย!”
หลังจากเยี่ยนจิ่วเฉาและอวี๋หวั่นขึ้นรถม้า อิ่งลิ่วก็ก้าวเข้ามา
“มีเรื่องอันใด?” เยี่ยนจิ่วเฉาถามอย่างเฉยเมย
อิ่งลิ่วกล่าว “หลังจากสตรีศักดิ์สิทธิ์และหลานเจียวหนีกลับไป ที่จวนสกุลหลาน หลานเจียวก็ออกมารวมตัวเหล่าผู้อาวุโสของ สกุลหลานมาไม่น้อย วันนี้ เกรงว่านางคิดจะทำลายศักดิ์ศรีของฮู หยินน้อยต่อหน้าทุกคน”
เยี่ยนจิ่วเฉาฮึดฮัดเบาๆ “นางบอกว่าจะทำก็ทำได้หรือ? นาง คิดว่าตนเองเป็นสิ่งใด?”
“ต้องการให้ข้าน้อยพายอดฝีมือจวนซือคงไป…” อิ่งลิ่วทำท่า ปาดคอ
อวี๋หวั่นที่กำลังกินขนมกุ้ยฮวาชะงัก และกะพริบตามองไปที่ เยี่ยนจิ่วเฉา
“ทนไม่ได้หรือ?” เยี่ยนจิ่วเฉาถาม
อวี๋หวั่นส่ายหัว กลืนขนมเข้าปากแล้วกล่าวว่า “ทนไม่ได้ที่ใด กัน? ทว่าหากผู้อาวุโสของสกุลหลานทั้งหมดตายไป สกุลหลานจะ
ไม่เหลือเพียงเปลือกนอกด้านในกลวงหรอกหรือ?”
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอย่างเย็นชา “คนพวกนั้นสมควรตาย!”
ใช่ นิสัยเผด็จการของอ๋องเผ่าปีศาจกำลังจะก่อปัญหาอีกครั้ง
อวี๋หวั่นจับมือของเขาและเอ่ยด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยน “ไว้ชีวิต พวกเขาเถอะ ไม่เช่นนั้นสกุลหลานก็จะล่มสลาย ฝั่งมารดาของ ท่านยายข้าก็จะไม่เหลือ ที่สมควรตายมีเพียงไม่กี่คน ฆ่าได้ตามใจ ชอบ”
สองสามประโยคแรกฟังดูเข้าใจได้ แต่ประโยคสุดท้าย หมายความว่าอย่างไร? ใบหน้าของอิ่งลิ่วเต็มไปด้วยเส้นสีดำ หัวใจ ท่านก็ไม่ได้ขาวสะอาดไปกว่าคุณชายเท่าใดกระมัง?
เยี่ยนจิ่วเฉาฮึดฮัดเบาๆ ไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี แต่อิ่งลิ่วเข้าใจ ว่านี่เป็นการยอมอ่อนข้อ
หากเป็นเช่นนี้ คนที่สามารถควบคุมคุณชายของเขาได้ ก็มี เพียงแม่นางอ้วนตรงหน้านี้เท่านั้น
ครึ่งชั่วยามต่อมา กลุ่มคนก็มาถึงจวนสกุลหลานอย่าง เอิกเกริก
สตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่สะดวกออกหน้า แต่หลานเจียวกลับพาผู้ อาวุโสสกุลหลานมากั้นประตูไว้ก่อนแล้ว
อวี๋หวั่นเปิดม่าน จับมือเยี่ยนจิ่วเฉาลงจากรถม้า “เอ นี่มัน เรื่องอันใด? ต่างจ้องหน้าถมึงทึง ท่านแม่ไม่ต้อนรับพวกเรากลับ
มาหรือ?”
หลานเจียวกล่าวอย่างเหยียดหยาม “ผู้ใดเป็นแม่เจ้า อย่าคิด ว่าเจ้าสามารถปลอมใบหน้าเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ก็จะแสร้งเป็นสตรี ศักดิ์สิทธิ์ได้!”
อวี๋หวั่นยิ้มอย่างช้าๆ “ท่านแม่ ข้าเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ มิใช่ท่านรู้ดีที่สุดหรือ?”
หลานเจียวกล่าวนํ้าเสียงเย็นชา “ข้ารู้ดี! ดังนั้น ข้าจึงเชิญผู้ อาวุโสของตระกูลทั้งหมดมา เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าต่อ หน้าทุกคน!”
อวี๋หวั่นทอดถอนใจเบาๆ “ท่านแม่ ยามนี้ข้าเป็นฮูหยินซือคง ท่านทำให้ข้าอับอายในที่สาธารณะ ก็เท่ากับทำให้สกุลซือคง อับอาย ท่านต้องการเป็นศัตรูกับสกุลซือคงหรือ?”
หลานเจียวหัวเราะเยาะ “อย่าโยนความผิดให้ข้าเกินไปนัก ที่ ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีต่อสกุลหลาน อย่างไรผู้ที่แอบอ้างก็เป็น บุตรสาวของข้า และเป็นฮูหยินแห่งสกุลซือคง เปิดโปงแผนการชั่ว ร้ายของเจ้า คืนความบริสุทธิ์แก่สกุลหลาน เป็นความรับผิดชอบที่ ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยง!”
อวี๋หวั่นโบกผ้าเช็ดหน้า “ความรับผิดชอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ข้าว่าท่านแม่อิจฉาที่ข้าจะมาสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลหลังจาก แต่งงาน จึงจงใจทำให้ข้าอับอายกระมัง?”
“เจ้า…เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด?” สตรีศักดิ์สิทธิ์เป็นบุตรสาว
ของนาง ใครเป็นผู้นำตระกูลไม่เหมือนกันหรอกหรือ? นางจะอิจฉา ได้อย่างไร?
แต่นางคิดอย่างไรไม่สำคัญ คนอื่นเชื่ออย่างไรสิสำคัญ ตาม กฎของสกุลหลาน หลังจากงานแต่งงาน สตรีศักดิ์สิทธิ์จะเข้ามา เป็นผู้นำตระกูลโดยเร็วที่สุด เป็นเหตุผลที่เหตุใดทั้งสตรีศักดิ์สิทธิ์ และหลานเจียวต่างร้อนใจใคร่จะเปิดโปงอวี๋หวั่น
ทันทีที่อวี๋หวั่นเอ่ย เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลที่อยู่ด้านข้างก็ หวั่นไหวไปชั่วขณะ
ตระกูลจักรพรรดิไม่มีความสัมพันธ์บิดาและบุตรชาย ตระกูล ใหญ่ชนชั้นสูงก็ยากจะมีความรักบริสุทธิ์ระหว่างมารดาและบุตร สาว ยามอำนาจมาอยู่เบื้องหน้า มีกี่ความรู้สึกที่ทนต่อการทดสอบ ได้?
หลานเจียวหันไปหาผู้อาวุโสของตระกูลทางตะวันตก “ผู้ อาวุโสทุกท่าน อย่าฟังคำพูดเลอะเทอะของนาง! ข้าเชิญทุกท่านมา ที่นี่หาใช่เพราะประโยชน์ของตน รอข้าเปิดโปงนางแล้วพาสตรี ศักดิ์สิทธิ์ตัวจริงกลับมา ข้าจะมอบตำแหน่งผู้นำให้โดยไม่พูดพรํ่า ใดๆ!”
อวี๋หวั่นเลิกคิ้วกล่าวว่า “คำพูดนี้ท่านเป็นคนกล่าว? ตราบใดที่ ข้าเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ ท่านจะมอบตำแหน่งเจ้าบ้านให้ข้า?”
หลานเจียวกัดฟันเอ่ย “ข้าบอกว่าให้สตรีศักดิ์สิทธิ์สกุลหลาน! หาใช่ของปลอมเช่นเจ้า!”
อวี๋หวั่นสองมือกอดอก “ได้ คำไหนคำนั้น”
อวี๋หวั่นกล่าวพลางส่งสายตาหาเยี่ยนจิ่วเฉา สามี มอบให้ท่าน จัดการแล้ว อีกประเดี๋ยวต้องต่อสู้ ช่วยข้าสักหน่อยนะ อย่าให้ถูก เปิดโปง
วรยุทธ์ของสตรีศักดิ์สิทธิ์ เยี่ยนจิ่วเฉามองครั้งเดียวก็ทำได้ แล้ว การเคลื่อนไหวก็ดี หรือกำลังภายในก็ตาม เยี่ยนจิ่วเฉาเข้าใจ มันนานแล้ว ตราบใดที่ทั้งสองร่วมมือกัน การอำพรางก็สามารถ ปิดฟ้าข้ามทะเลแล้ว
อย่างไรก็ตาม จากความคาดหมายของอวี๋หวั่น หลานเจียวจะ ไม่ยอมให้อวี๋หวั่นกระทำสิ่งใดต่อหน้าผู้คน
ช้าก่อน นี่ไม่เหมือนกับอุบายของสตรีศักดิ์สิทธิ์…
หลานเจียวยิ้มเยาะ ตบมือ “นำขึ้นมา!”
ทันทีที่นางพูดจบ ข้ารับใช้สองคนก็นำหินแร่ผลึกรูปเพชร ขนาดใหญ่มาวางไว้ตรงหน้าอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นกระซิบ “นี่คืออะไร?”
หลานเจียวหัวเราะ “เสียดายที่เจ้าเรียกตัวเองว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไม่รู้จักศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์น่ะหรือ?”
อวี๋หวั่นเม้มปาก ใช้พัดปิดปากและถามอิ่งลิ่วที่อยู่ด้านข้าง “ศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์คือสิ่งใด?”
อิ่งลิ่วกระซิบ
“มันคือหินทดสอบสายเลือดของสตรีศักดิ์สิทธิ์ วางมือของ ท่านลงบนหิน หากหินมีสี ก็แปลว่าท่านคือสตรีศักดิ์สิทธิ์”
แย่แล้ว ลืมคิดถึงสิ่งนี้ไป ไม่คิดว่าหลานเจียวจะใช้วิธีนี้ทด สอบฮูหยินน้อย จบเห่แล้ว!
“ท่านใช้กำลังภายในทำให้หินนั้นสว่างขึ้นได้หรือไม่?” อวี๋หวั่น กระซิบถามเยี่ยนจิ่วเฉา
อวี๋หวั่นกุมหน้าผากด้วยความท้อใจ
“มีอันใดหรือ? เจ้ากลัว?”
หลานเจียวเห็นท่าทีร้อนตัวของอวี๋หวั่น ก็รู้ว่าเดินมาถูกทาง แล้ว ศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์ไม่ส่องแสง ดูซิว่าเจ้าจะแสร้งเป็นสตรี ศักดิ์สิทธิ์ต่ออย่างไร!
แนวนอนเป็นมีด แนวตั้งก็เป็นมีด! อวี๋หวั่นกัดฟันสูดลม หายใจ หลับตาและยกมือขึ้น
ศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์…ไม่ตอบสนอง
“มันพังแล้ว!” อวี๋หวั่นกล่าว
หลานเจียวคาดว่านางจะบิดพลิ้ว จึงคิดวิธีรับมือไว้แล้ว
“เช่นนั้นก็นำมาอีกก้อน! ที่นี่ข้ามีศิลาสตรีศักดิ์สิทธิ์มากกว่า หนึ่งร้อยก้อน ข้าไม่เชื่อว่ามันจะพังเสียทุกก้อน!”
ทั้งหมดไม่สว่าง แน่นอนว่าทั้งหมดไม่ได้พัง แต่เธอไม่ใช่สาย เลือดสตรีศักดิ์สิทธิ์เลยแม้แต่น้อย!
ขณะที่อวี๋หวั่นอยากจะร้องไห้โดยไม่มีนํ้าตา กำลังจะวางมือจับ หินแร่ผลึกครั้งที่สอง ท้องของเธอก็เคลื่อนไหว——