หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 446 หลัวช่าน้อยผู้เก่งกาจ!
ตั้งแต่ตั้งครรภ์ อวี๋หวั่นก็รู้สึกว่าตนเองนอนมากกว่าแต่ก่อน แต่ว่าวันนี้ เธอตื่นเช้ากว่าปกติ มิใช่เพราะเหตุผลอื่นใด หากแต่ เพราะวัตถุดิบในวิหารเจาหยางกำลังร่อยหรอ ต้องลงเขาไปซื้อ ที่ ผ่านมามักจะเป็นซือคงฉางเฟิงและลูกศิษย์ในวิหารลงไปซื้อ แต่ เพราะครั้งนี้ของที่พวกเขาต้องการนั้นหลากหลายและซับซ้อน มาก อวี๋หวั่นจึงตัดสินใจไปตลาดด้วยตนเอง
เมื่อเธอลืมตาขึ้น เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว ไม่ต้อง เดาก็รู้ว่าเขาไปฝึกวิชาอายุวัฒนะ อวี๋หวั่นเคยแอบถามซือคงฉาง เฟิงว่าท่านตาทวดของเธอใช้เวลานานเท่าไรในการฝึกจากระดับ หกไปจนถึงระดับแปด และคำตอบของซือคงฉางเฟิงก็คือการฝึก หนึ่งระดับใช้เวลาสิบถึงสิบสองปี
อวี๋หวั่นมิได้คาดหวังต่อสามีของตนแต่อย่างใด…
อวี๋หวั่นจัดแจงสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย ขณะที่กำลังเก็บของออก เดินทาง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นจากเขาหมิงซาน ไอเย็นแผ่ ปกคลุมทั่ววิหารเจาหยางราวกับเหมันตฤดู ทั้งรุนแรง ทั้งเหิมเกริม แต่ก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคย
อวี๋หวั่นชะงักในทันใด “นั่นคือ…”
เธอยังไม่ทันได้นึกว่าเกิดอะไรขึ้น ในลานบ้านก็มีเสียงดังด้วย ความตื่นเต้น “จิ่วเฉาบรรลุวิชาอายุวัฒนะระดับเจ็ดแล้ว!”
อวี๋หวั่น “เอ๊ะ…”
ไม่ได้บอกว่าสิบถึงสิบสองปีหรอกหรือ?
เสี่ยวเป่าและเอ้อร์เป่ายังนอนอยู่ ส่วนต้าเป่าตื่นนอนแล้ว เขา ลูบศีรษะกลมโล้น แล้วมองท่านแม่ด้วยสายตา
บ้องแบ๊ว
อวี๋หวั่นเดินเข้าไปบีบปลายจมูกของเขาด้วยความเอ็นดู “ท่าน พ่อบรรลุระดับแล้ว ทำไมเจ้ายังไม่พูดอีกละ”
ต้าเป่าเอียงคอ กะพริบตาปริบๆ มองไปยังอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นพ่ายแพ้ต่อเขาราบคาบ เอาเถอะ ยังมีเวลาอีกมาก เรื่องการพูดนี้ค่อยๆ สอนก็ยังได้
อวี๋หวั่นสวมเสื้อให้ต้าเป่า แล้วส่งกางเกงให้เขาตัวหนึ่ง ตอนนี้ เขาสามารถสวมกางเกงด้วยตนเองได้แล้ว แม้ว่าท่าทางจะดูเก้ๆ กังๆ ไปสักหน่อยก็ตาม หลังจากสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เขาก็เดินวน ไปในเรือนรอบหนึ่ง
“สวมกางเกงเองหรือ?”
เป็นเสียงของชิงเหยียน
ต้าเป่าพยักหน้า
“ต้าเป่าเก่งจริงๆ!” ต้าเป่ายิ้มพลางยกมือขึ้นมาลูบศีรษะ
เขาไปที่ห้องของอิ่งลิ่วและอิ่งสือซัน
อิ่งลิ่วบอกว่า “ต้าเป่าเก่งมาก!”
หลังจากนั้นก็ไปยังห้องของชุยเฒ่าและอาม่า
“โอ้โฮ ต้าเป่าของพวกเราทำได้อย่างไรนี่” ชุยเฒ่าชื่นชมต้า เป่าอีกยกใหญ่
น้องชายอีกสองคนตื่นแล้ว พวกเขาก็สวมกางเกงด้วยท่าทาง เงอะงะเช่นกัน ทว่าทั้งสองมิได้โชคดีเหมือนต้าเป่า คนหนึ่งสวม กลับด้าน อีกคนหนึ่งสวมเข้าเพียงขาเดียว
ต้าเป่ามองไปยังน้องชายทั้งสองซึ่งกำลังต่อสู้กับกางเกง จาก นั้นก็เดินออกไปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง!
“อาจารย์อาเว่ยกำลังเก็บตัว ประเดี๋ยวพวกเจ้ากินข้าวเช้า เสร็จ ก็ไปหาท่านลุงชิงเหยียน เข้าใจไหม?” อวี๋หวั่นหยิบกางเกงขึ้น มาก แล้วสวมให้เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าได้ฟังดังนั้นก็สัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขา ทำตาโต พร้อมกับถามขึ้นว่า “ท่านแม่จะไปไหนหรือ?”
อวี๋หวั่นตอบด้วยนํ้าเสียงอ่อนโยนว่า “แม่จะลงเขา…”
เสี่ยวเป่ากอดขาของอวี๋หวั่นแน่น “พวกข้าก็อยากไปด้วย!”
“อื้ม” ต้าเป่าพยักหน้าหงึกๆ
อวี๋หวั่นสู้พวกเขาไม่ได้ สุดท้ายจึงพาพวกเขาไปด้วย แต่เธอ กำชับพวกเขาว่าห้ามงอแง ห้ามวิ่งเล่นไปไกล ทั้งสามตบอกสัญญา
จิงหงเป็นลูกศิษย์วัยเยาว์ที่ปราดเปรื่องที่สุดของวิหารเจา
หยาง เขาเดินทางไปพร้อมกับอวี๋หวั่น เขาตระเตรียมรถม้าสองคัน คันหนึ่งให้แม่ลูกสี่คนนั่ง อีกคันหนึ่งใช้บรรทุกสินค้า ส่วนเขาและ ศิษย์พี่ใหญ่ทำหน้าที่เป็นสารถี
สถานที่ที่อันตรายที่สุดในตอนนี้คือเขาหมิงซาน อย่างไรเสียที่ นี่ก็ถูกสกุลซางคอยเพ่งเล็งอยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะขึ้นมา เมื่อใด ในเมืองหมิงตูย่อมปลอดภัยกว่า
เขาหมิงซานมีทางออกลับอยู่แห่งหนึ่ง ทางออกนั้นไม่ได้อยู่ใน สกุลซือคงหรือวิหารสตรีศักดิ์สิทธิ์ หากแต่อยู่ที่แม่นํ้าสายเล็กใกล้ กับวิหารเจาหยาง หากข้ามผ่านป่าไผ่อำพรางตาได้ก็จะถึงทางออก อาเว่ยเคยหลงทางมาที่นี่ จึงได้พบกับทางเข้าไปยังเขาหมิงซาน โดยบังเอิญ
“ผู้ที่รู้จักทางเข้าออกนี้มีไม่มาก นอกจากข้าและศิษย์พี่ใหญ่ แล้ว ก็ยังมีคุณชายฉางเฟิง” จิงหงอธิบายพลางอุ้มเด็กทั้งสามขึ้น บนรถม้า
“ความลับสุดยอดเช่นนี้ เจ้ามาบอกข้าทำไม” อวี๋หวั่นหยอกล้อ เขา
จิงหงเกาศีรษะ “ท่าน…ไม่ได้เป็นลูกหลานของท่าน ปรมาจารย์หรอกหรือขอรับ? วันนั้นข้าได้ยินท่านเรียกท่าน ปรมาจารย์ว่าตาทวด”
อ่า เจ้าเด็กคนนี้ ที่จริงเขาก็รู้เรื่องของเธอแล้ว ถึงว่าหลายวัน มานี้ดูขยันขันแข็งผิดหูผิดตา
อวี๋หวั่นไม่ได้ถามว่าเขาได้ยินจากที่ไหน เรื่องนี้ไม่ได้สำหลัก สำคัญอะไร ถ้าหากเธอต้องการปิดบัง เธอคงไม่พูดออกมาแต่แรก แล้ว แต่ที่เขาได้ยิน ก็เพราะเธอไม่ได้คิดปกปิดตัวตนแต่อย่างใด
“ใช่สิ ฮูหยิน ท่านจะซื้ออะไรหรือขอรับ” จิงหงเอ่ยถาม
อวี๋หวั่นตอบว่า “ข้าจะซื้อสมุนไพร เสื้อผ้า แล้วก็เครื่องเทศกับ วัตถุดิบสำหรับทำอาหาร”
จิงหงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “สมุนไพรกับเครื่องเทศ หาซื้อได้ที่ร้านเดียวกัน วัตถุดิบสำหรับทำอาหารควรไปซื้อที่ตลาด ส่วนเสื้อผ้าสามารถซื้อได้ที่ร้านปักผ้าขอรับ”
“เจ้าวางแผนก็แล้วกัน” อวี๋หวั่นบอก พูดจบ เธอก็สังเกตเห็น ว่าเด็กทั้งสามนั่งเงียบเชียบ จ้องมองเธอด้วยสายตาเปี่ยมความ คาดหวัง เธอถอนหายใจด้วยความเอ็นดู “แล้วก็ถังหูลู่”
ล้อรถเคลื่อนออกจากวิหารเจาหยางอย่างเชื่องช้า
ขณะที่รถม้าเคลื่อนผ่านเรือนของหลัวช่าน้อย หลัวช่าน้อย กำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง สองมือเกาะกรงเหล็ก มันได้ยินเสียง หัวเราะและเสียงพูดคุยของพวกเขา จากนั้นก็ได้ยินเสียงล้อรถ เคลื่อนผ่านไป
“เมื่อวานข้าเจอน้องชายด้วยละ!” เสี่ยวเป่าบอก
“ตอนนี้เจ้ามีน้องชายที่ไหนกัน?” อวี๋หวั่นลูบศีรษะของเขา เบาๆ
เสี่ยวเป่าโต้แย้ง “มีสิขอรับ! ข้าให้ลูกกวาดเขาด้วย!”
หลัวช่าน้อยมองไปยังลูกกวาดในกระเป๋า ดวงตากลมโตกะ พริบปริบๆ จากนั้นมันก็หายไป ริมหน้าต่างเหลือทิ้งไว้เพียงโซ่เหล็ก นิลเย็นเฉียบ
รถม้าเคลื่อนผ่านถนนใหญ่ซึ่งผู้คนพลุกพล่าน เด็กทั้งสามไม่ ได้มาตลาดนานเหลือเกิน หัวใจดวงน้อยจึงอดตื่นเต้นไม่ได้ พวก เขายื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่าง มองออกไปรอบๆ
อวี๋หวั่นกังวลว่าพวกเขาจะตกลงไป จึงใช้มือดึงเสื้อของพวก เขาไว้
“ท่านแม่นั่นคืออะไรหรือ?” เสี่ยวเขาชี้ไปยังลูกลิงในมือของ ชาวยุทธภพคนหนึ่ง
อวี๋หวั่นตอบว่า “ลูกลิง”
“อันนั้นละขอรับ?”
“โคมไฟ”
“อันนั้น?”
“ร้านขายลูกกวาด”
“อันนั้น?”
“ร้านขายซาลาเปา”
“อันนั้น?”
“หอ…”
…คณิกา
อวี๋หวั่นรีบดึงเสี่ยวเป่าเข้ามา จากนั้นก็จับต้าเป่าและเอ้อร์เป่า นั่งเก้าอี้ให้เรียบร้อย
หัวใจของทั้งสามโบยบินออกไปนอกรถม้า แต่พวกเขาก็ยังคง รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับท่านแม่ว่าจะเป็นเด็กดี ไม่ไปวิ่งเล่นที่ไหน พูดได้ก็ต้องทำได้
“ตรงนั้นมีร้านขายยา พวกเราไปซื้อสมุนไพรกับเครื่องเทศกัน เถอะขอรับ!” จิงหงบอกกับอวี๋หวั่น
“ได้สิ” อวี๋หวั่นตอบ
จิงหงจอดรถม้าไว้ในตรอกด้านข้าง ศิษย์พี่ใหญ่อยู่เฝ้ารถม้า ส่วนเขาก็พาอวี๋หวั่นและเด็กทั้งสามเข้าไปในร้านขายยา เดินไปได้ เพียงครึ่งทาง เขาก็หันไปเห็นว่ามีร้านขายถังหูลู่อยู่อีกด้านหนึ่ง ของตรอก
เขาชี้นิ้วไป “ฮูหยิน ถังหูลู่ขอรับ!”
นัยน์ตาของเด็กทั้งสามเป็นประกายขึ้นทันใด!
อวี๋หวั่นยิ้มพร้อมกับบอกว่า “เช่นนั้นก็ไปซื้อถังหูลู่ก่อนเถิด”
เด็กทั้งสามกระโดดโลดเต้นตามไป!
ไม่ไกลออกไป หลัวช่าน้อยแอบเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ
พวกเขาเดินช้าจนมันต้องชะลอฝีเท้าลง และพยายามรักษา
ระยะห่างที่พอเหมาะ
ในสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาบนท้องถนน พฤติกรรมของ มันแปลกประหลาดเหลือเกิน
“เด็กที่ไหนกัน?”
“นั่นสิ เป็นเด็กที่พลัดหลงกับพ่อแม่หรือเปล่านะ? เหตุใดจึง มาเดินอยู่คนเดียว”
หลัวช่าน้อยสวมเสื้อผ้าของเด็กทั้งสาม เสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนทำ มาจากผ้าชั้นดี ทว่าผมเผ้ากระเซอะกระเซิง รวมไป
ถึงร่างกายซูบผอม ทำให้ดูไม่เหมือนกับเด็กจากครอบครัวคน มีฐานะสักเท่าไร
สตรีสูงอายุคนหนึ่งเข้ามาถามด้วยความหวังดี “เจ้าเด็กน้อย พ่อแม่เจ้าละ?”
หลัวช่าน้อยแยกเขี้ยวยิงฟัน ท่าทางราวกับสัตว์ป่าดุร้าย จน สตรีสูงอายุตื่นกลัว ผู้คนโดยรอบต่างหวาดผวาไปตามๆ กัน ไม่มีผู้ ใดเคยพบเคยเห็นเด็กที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน อย่างกับจะกัดพวก เขาอย่างไรอย่างนั้น!
ไม่มีใครกล้าเข้าไปพูดคุยกับมันอีก
อวี๋หวั่นสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เมื่อหันหลังไป ก็ เห็นกลุ่มคนมหาศาล
หลัวช่าโลหิตปราดหนีขึ้นไปบนหลังคา
อวี๋หวั่นเห็นฝูงชนยืนอ้าปากค้าง เธอส่ายหน้าด้วยความ ประหลาดใจ แต่ไม่ได้ใส่ใจ แล้วจูงมือลูกๆ ไปซื้อถังหูลู่
“เอ๋? เด็กคนเมื่อกี้ละ? หายไปไหนแล้ว พวกเจ้าเห็นหรือไม่?”
“ไม่เห็น! หรือว่าข้าตาฝาดไป? เมื่อครู่เขายังอยู่ที่นี่อยู่เลย! พวกเจ้าก็เห็นใช่ไหม?”
“เห็นสิ!”
“ไม่ๆๆ…คงไม่ได้เจอผีกระมัง?”
กลางวันแสกๆ อยู่ๆ คนเป็นๆ คนหนึ่งก็หายตัวไปไม่เห็น แม้แต่เงา! แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้ว…
ผู้คนต่างหน้าซีดเผือด และคิดไปว่าที่นี่มีวิญญาณอาถรรพ์ จึงรีบกุลีกุจอพากันแยกย้ายไป
หลัวช่าน้อยกระโดดไปตามหลังตา เมื่อกระโดดมาถึงหลังคา ร้านรวงที่ใกล้อวี๋หวั่นและเด็กๆ มากที่สุด มันจึง
ค่อยๆ ไต่ลงมา ดวงตากลมจับจ้องพวกเขา
“ข้าจะเอา ข้าจะเอา…ข้าจะเอาไม้ใหญ่ที่สุด!” เสี่ยวเป่าชี้ไปยัง ถังหูลู่ไม้หนึ่ง
“ข้าก็จะเอาไม้ใหญ่ที่สุด” เอ้อร์เป่าบอก
“ไม้ใหญ่ที่สุดทุกคนเลย!” พ่อค้าหัวเราะร่า
อวี๋หวั่นเปิดกระเป๋าเงิน “ข้าเอาสามไม้”
“ขอรับ!” พ่อค้าเลือกถังหูลู่ไม้ใหญ่และดูดีที่สุด แล้วส่งให้เด็ก ทั้งสาม แฝดสามหน้าตาน่ารักพบเห็นได้ยากนัก เขายินดีให้ถังหูลู่ ไปกินโดยไม่คิดเงินด้วยซํ้าไป!
อวี๋หวั่นจ่ายเงิน แล้วพาเด็กทั้งสามเดินกลับไปยังร้านขายยา
ครั้นพวกเขาเดินไปยังประตูร้านยา มือข้างหนึ่งของเสี่ยวเป่า ถือถังหูลู่ มืออีกข้างหนึ่งจับกางเกงแน่น กระโดดไปมา “ปวดฉี่ ข้า จะฉี่!”
อวี๋หวั่นรับถังหูลู่ของเขามา แล้วส่งให้จิงหง “แม่จะพาเจ้าไป จิงหง เจ้าดูต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที”
จิงหงยิ้ม แล้วตอบว่า “วางใจเถิดขอรับฮูหยิน ข้าจะดูแลพวก เขาเอง!”
จิงหงอายุยังน้อย แต่กลับฉลาดเฉลียวและละเอียดรอบคอบ เมื่อฝากลูกๆ ไว้กับเขา อวี๋หวั่นก็ไม่เป็นห่วง เธอจูงมือเสี่ยวเป่าไป เข้าห้องนํ้า
อวี๋หวั่นปลดเข็มขัดกางเกงให้เสี่ยวเป่า “เข้าไปเถิด”
“อื้ม!” เสี่ยวเป่าจับกางเกง แล้วรีบเข้าไปอย่างรวดเร็ว!
……
“เสร็จหรือยัง?” อวี๋หวั่นถาม
“เสร็จแล้วขอรับ! ข้า…ข้า…สวมกางเกงไม่ขึ้น!” เสี่ยวเป่าพูด อย่างร้อนรน
เสี่ยวเป่ารีบดึงกางเกง
อวี๋หวั่นนั่งยอง สวมกางเกงให้เสี่ยวเป่า ขณะที่กำลังรัดเข็มขัด ให้เขาอยู่นั้น เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าหัวขโมยจากไหน เข้า มาจับเสี่ยวเป่าไป!
อวี๋หวั่นตื่นตะลึงกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล้าลักพาตัวเด็ก ตอนกลางวันแสกๆ น่ะหรือ?
“ท่านแม่!!!” เสี่ยวเป่าร้อง แต่กลับถูกหัวขโมยใช้ผ้าทายา สลบโปะ เขาหมดสติคอพับลงทันใด
หัวขโมยคนนี้ไม่ใช่เพียงมือสมัครเล่น การเคลื่อนไหวของเขา คล่องแคล่ว เมื่อเขาวิ่งผ่านตรอกไป ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียเสร็จสรรพ เสี่ยวเป่าถูกห่อจนดูเหมือนบะจ่างลูกใหญ่ ดูไม่เหมือนกับคุณชาย น้อยจากตระกูลใหญ่ก่อนหน้านี้
แต่ขณะที่หัวขโมยคิดว่าตนเองหนีอวี๋หวั่นพ้นแล้ว ก็มีเงาเล็ก สายหนึ่งไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว
ความสามารถในการแปลงกายของเขารวดเร็วจนตาไม่อาจม องเห็น กระนั้นเมื่ออยู่ในสายตาของหลัวช่าน้อยก็เป็นเพียงการ เคลื่อนไหวอันเชื่องช้า
หลัวช่าน้อยแยกเขี้ยวขู่ มันกระโดดข้ามกำแพง เข้าไปเกาะบน หลังของเขา อ้าปากกว้าง แล้วกัดเข้าที่คอของเขา!
หัวขโมยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาสัมผัสได้ว่ามี ตัวอะไรมาเกาะบนหลัง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นหลัวช่าน้อยตัวหนึ่ง นํ้า
หนักเบาหวิว ทำให้เขาทึกทักไปว่าเป็นเพียงลูกลิงตัวหนึ่ง แต่วินาที ที่ถูกกัดนั้นเอง เขายังไม่ทันได้ตอบสนอง เลือดในร่างก็ถูกดูดจน แห้งเสียแล้ว
ดวงตาของเขาเบิกโพลง แล้วล้มลงไปกับพื้น
เสี่ยวเป่าถูกเขาอุ้มเอาไว้ หากเขาล้ม เสี่ยวเป่าต้องได้รับบาด เจ็บสาหัสเป็นแน่
ไม่มีผู้ใดเห็นว่าหลัวช่าน้อยเคลื่อนไหวอย่างไร รู้เพียงว่าเมื่อหัว ขโมยกำลังจะล้มลง เสี่ยวเป่าก็ถูกหลัวช่าน้อยดึงออกมาแล้ว
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เห็น
เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกัน?
เด็กสามขวบคนหนึ่ง กระโดดขึ้นไปกัดบุรุษผู้หนึ่ง…จนเลือด หมดตัว?
หลัวช่าน้อยดึงเสี่ยวเป่าออกมาวางไว้บนพื้นบริเวณที่มี แสงแดดส่องถึง มันเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง
เมื่ออวี๋หวั่นตามมาถึง ก็เห็นว่าเสี่ยวเป่าหมดสติอยู่บนพื้น หลัวช่าน้อยคุกเข่าอยู่ข้างเสี่ยวเป่า สายตาจับจ้องไปยังอวี๋หวั่น เลือดสดหยดลงจากปาก