หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 540.1 พี่จิ่วอยู่ที่ไหน (1)
ครั้นผู้อาวุโสสามรุดมาถึงเรือนของพ่อครัวเทพเป้า อิ่งสือซัน อิ่งลิ่ว และมู่ชิงก็ออกตามหาเยี่ยนจิ่วเฉาแล้ว ต๋าหว่าก็กำลังจะไป เช่นกัน ทันทีที่เห็นผู้อาวุโสสาม ต๋าหว่าก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย
“เหตุใดเจ้ายังใช้ใบหน้านี้อยู่อีก” ผู้อาวุโสสามมองไปยังต๋าหว่า
ต๋าหว่ากระแอมเล็กน้อย “ข้า…เอ่อ…วิชาปลอมตัวนี้ต้องใช้ เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะหลุดออกขอรับ ข้าดึงออกเองไม่ได้”
พ่อตามิได้รู้สึกว่าลูกเขยคนนี้ขัดหูขัดตาสักเท่าไร ทว่าต่อให้ เจ้านี่จะมีดีกว่าเวินซวี่มาก แต่สำหรับผู้อาวุโสสามแล้ว เขาก็ยัง เป็นเด็กเวรที่ลักพาตัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาไปอยู่ดี
ผู้อาวุโสสามถลึงตาใส่เขาอย่างอดไม่ได้ โชคดีที่ผู้อาวุโสสาม ยังไม่ลืมประเด็นสำคัญ เขาโบกมือ พร้อมเอ่ยถามว่า “เอาเถอะ ไม่ ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงมีคนรายงานข้าว่า เกิดเรื่องขึ้นที่หมู่บ้านด้านนอก”
“หลัวช่าวิญญาณ…” ต๋าหว่าเล่าเรื่องที่หลัวช่าวิญญาณ มาตามหาพวกเขาให้ผู้อาวุโสสามฟังโดยละเอียด
“เช่นนั้น…เยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่อยู่แล้วหรือ?” ในเมื่อผู้อาวุโสสาม กลายมาเป็นพันธมิตรกับพวกเขาแล้ว ก็ย่อมล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้ จริงของพวกเขา คนหนึ่งเป็นซื่อจื่อแห่งต้าโจว อีกคนหนึ่งเป็นองค์
หญิงแห่งหนานจ้าว องค์หญิงคนนั้นยังเป็นถึงลูกหลานของเผ่า ศักดิ์สิทธิ์และเผ่าพ่อมด มิน่าเล่านางจึงตั้งท้องราชาศักดิ์สิทธิ์ได้
ต๋าหว่าพยักหน้าอย่างเศร้าสร้อย
ก่อนหน้านี้ถูกพวกเขาจับมา เขาไม่ยินดีเข้าไปพัวพันกับคน เหล่านี้ แต่หลังจากผ่านเรื่องราวมามากมาย เขาก็ไม่มองตนเอง เป็นคนนอกอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจากที่เมื่อคืนโจวจิ่นปกป้อง เขา จึงจับเขาขังไว้ในห้อง ส่วนตนเองกลับออกไปเผชิญอันตราย โดยลำพัง ในตอนนั้น ความรู้สึกในใจของเขาซับซ้อนเหลือเกิน
เมื่อนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ต๋าหว่าจึงเอ่ยถามว่า “ราชินีแม่มดกับ ผู้อาวุโสใหญ่…”
“คนของข้ารู้เรื่องนี้ก่อน ข้าจึงปิดกั้นช่องทางของพวกเขา ชั่วคราว” เมื่อเห็นว่าต๋าหว่ายังคงมีสีหน้ากังวล ผู้อาวุโสสามก็ กล่าวว่า “เจ้าคิดว่าข้าอยู่ในสภาอาวุโสมานานถึงเพียงนี้ จะไม่มี ความสามารถบ้างเลยหรือ? อาจเรียกได้ไม่เต็มปากว่าหลอกพวก เขา แต่ถ่วงเวลาอีกสักหน่อยนั้นสบายมาก”
“ขอบคุณท่านมากขอรับ” ต๋าหว่าพูดอย่างจริงใจ
“หวั่นโหรวไม่เป็นไรใช่ไหม?” ผู้อาวุโสสามเอ่ยถาม
ต๋าหว่าตอบว่า “นางเป็นเหมือนเดิมขอรับ ข้าฝากให้ผิงเอ๋อร์ ช่วยดูแล ตอนนี้…ข้าต้องออกไปตามหาเยี่ยนจิ่วเฉา”
แม้ไม่รู้ว่าจะหาพบหรือไม่ แต่เมื่อมีคนช่วยหาเพิ่มขึ้นมาหนึ่ง
คน โอกาสที่จะหาพบก็มีมากขึ้น
“อืม” น้อยครั้งนักที่ผู้เฒ่าไม่คัดค้านเขา “พาคนของข้าไป ด้วย”
“ขอรับ ขอบคุณขอรับ” ต๋าหว่าตอบ
“ไม่ต้องขอบคุณทุกคำให้มากความ รีบไปตามหาคนได้แล้ว!” ผู้อาวุโสสามกล่าวเสียงเข้ม
“เข้าใจแล้วขอรับ! ” ต๋าหว่าพูดจบ ก็ออกไปพร้อมกับองครักษ์ ของผู้อาวุโสสาม
ในอีกห้องหนึ่ง ราชาพ่อมดลืมตาตื่นขึ้น โจวจิ่นหลับอยู่ข้าง กายเขา เมื่อราชาพ่อมดพบว่าโจวจิ่นบาดเจ็บ เขาก็พลันรู้สึกปวด ใจ ขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นลูบหน้าผากเขา ก็พบว่าโจวจิ่นก็ตื่น แล้วเช่นกัน
“ข้า…” ราชาพ่อมดอ้าปากพะงาบด้วยความขมขื่น เขาฟื้น ขึ้นตั้งแต่เข้ามาในเรือนแล้ว เขารู้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉาตายไปพร้อมกับ หลัวช่าวิญญาณ ว่ากันตามตรง โอกาสในการมีชีวิตรอดของเยี่ยน จิ่วเฉานั้นมีไม่มาก อย่างไรเสียในร่างราชาศักดิ์สิทธิ์ก็มีทั้งพลัง ของหลัวช่าวิญญาณและพลังของเหล่ายอดฝีมือที่หลัวช่า วิญญาณกลืนกินเข้าไป เมื่อพลังมหาศาลเหล่านั้นระเบิดออก ร่าง เยี่ยนจิ่วเฉาก็คงแหลกเป็นฝุ่นธุลีไปแล้ว
“ข้าเป็นคนทำร้ายเขา…” ราชาพ่อมดมองไปยังดวงตาใสของ
บุตรชาย ในใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ
เยี่ยนจิ่วเฉาเคยเตือนเขาไว้แต่แรกแล้วว่าราชาศักดิ์สิทธิ์ได้ ตายไปแล้ว นางกลายเป็นหลัวช่าวิญญาณคนที่สอง แต่เขากลับ ไม่ยอมรับโชคชะตา ไม่ยินดีที่จะให้เป็นเช่นนั้น จึงทำให้ทุกคนต้อง เผชิญกับอันตรายที่หลัวช่าวิญญาณทำ และสุดท้าย เยี่ยนจิ่วเฉาก็ ต้องมาชดใช้ในความผิดพลาดของเขาแทน
เมื่อมองไปยังโจวจิ่นซึ่งถูกหลัวช่าวิญญาณทำร้ายจนบาดเจ็บ สาหัส ราชาพ่อมดก็รู้สึกผิดและโศกเศร้ายิ่งกว่าเดิม
โจวจิ่นไม่ได้กล่าวโทษเขา เพียงแต่มองตาเขานิ่งๆ
ราชาพ่อมดกุมศีรษะของตน แล้วพูดด้วยความเศร้าโศกว่า “พ่อสำนึกผิดแล้ว ถ้าเป็นไปได้ พ่อก็ยินดีที่จะแลกชีวิตของตนเอ งกับเยี่ยนจิ่วเฉา”
โจวจิ่นหลุบตาลง
ในตอนนี้ สิ่งที่ทำให้ทุกคนชอกชํ้ามากที่สุดไม่ใช่เพราะพวก เขายังหาเยี่ยนจิ่วเฉาไม่พบ หากแต่เป็นเพราะโจวจิ่นและราชาพ่อ มดทำนายไม่ได้ว่าเยี่ยนจิ่วเฉายังมีชีวิตอยู่หรือไม่
ราชาพ่อมดตบไหล่บุตรชายเบาๆ “แม้ว่าในตอนนี้จะไม่ใช่ช่วง เวลาที่เหมาะสม แต่…ข้าอยากบอกเจ้าว่าข้ากับท่านแม่ของเจ้า ภูมิใจในตัวเจ้า”
โจวจิ่นรู้ดีว่าเขากำลังพูดถึงอะไร จึงพยักหน้า แล้วตอบว่า
‘อืม’
พ่อลูกทั้งสองมิได้จมอยู่กับความโศกเศร้านานนัก แม้ว่าพวก เขาจะไม่สามารถออกไปตามหาเยี่ยนจิ่วเฉาได้เฉกเช่นที่อิ่งสือซัน และคนอื่นๆ ทำ ทว่าพวกเขาก็มีเรื่องอื่นที่ทำได้ โจวอวี่เยี่ยน ชุย เฒ่า และอาม่าถูกวิชาคุมวิญญาณเล่นงานเข้า พลังเวทของราชา พ่อมดค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา กอปรกับที่โจวจิ่นบรรลุระดับพลังจน เป็นราชาพ่อมดตัวน้อย ราชาพ่อมดเชื่อว่าจะสามารถรักษาพวก เขาได้
ขณะที่ราชาพ่อมดและโจวจิ่นกำลังรักษาให้ทั้งสามอยู่นั้น ผิง เอ๋อร์ก็ยกโจ๊กไปยังห้องของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นยังไม่นอน เธอนั่งเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่างเพื่อรอฟังข่าว
แม้จะสูญเสียสามีผู้เป็นที่รักไป เธอไม่ได้ร้องไห้ครํ่าครวญ แต่ กลับเยือกเย็น
“ฮูหยินน้อย” ผิงเอ๋อร์วางโจ๊กร้อนๆ ไว้บนโต๊ะ “โจ๊กที่ท่านปู่ เป้าต้มเจ้าค่ะ”
“ท่านปู่เป้ายังไม่นอนอีกหรือ?” อวี๋หวั่นรับชามมา เธอไม่หิว แต่เธอต้องกิน
ผิงเอ๋อร์กังวลว่าอวี๋หวั่นจะไม่กิน แต่เมื่อเห็นว่าอวี๋หวั่นค่อยๆ ตักโจ๊กขึ้นมากินทีละคำๆ นางก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ “ท่านปู่เป้าเป็น ห่วงฮูหยินน้อยกับคุณชายเจ้าค่ะ”
อวี๋หวั่นกินโจ๊กเข้าไปอีกหนึ่งคำ แล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมุมปาก “ไม่มีเรื่องใดให้กังวล เยี่ยนจิ่วเฉาสัญญากับข้าไว้แล้วว่าเขาจะไม่ ไปจากข้าง่ายๆ ข้าเชื่อเขา”
ผิงเอ๋อร์ไม่รู้ว่าควรตอบว่าอย่างไร
เหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้เกิดขึ้น แม้แต่สาวใช้อย่างนางก็ยังรู้ ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่ฮูหยินน้อยกลับไม่ยอมรับความจริงที่ เกิดขึ้น เมื่อมาคิดดูก็มิใช่เรื่องแปลก ฮูหยินน้อยและคุณชายรักกัน มาก มีลูกด้วยกัน ลูกในท้องก็ใกล้คลอดเต็มที แต่ตอนนี้กลับมา เสียคุณชายไป เป็นใครก็คงทำใจไม่ได้
“ท่านพี่เนี่ยไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” อวี๋หวั่นถาม
ผิงเอ๋อร์ส่ายหน้า “คุณหนูเนี่ยไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ผู้อาวุโสสามมา แล้ว กำลังเฝ้าคุณหนูเนี่ย จึงให้บ่าวมารับใช้ฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ”
อวี๋หวั่นบอกว่า “เจ้าไปบอกท่านปู่เป้า ให้เขาพักผ่อน อายุมาก แล้ว อย่าได้เดือดร้อนเพราะพวกข้าเลย”
ผิงเอ๋อร์ตอบว่า “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ ท่านปู่เป้าบอกข้าให้มา เชิญท่าน ท่านกำลังท้องกำลังไส้ ไม่ต่างอะไรจากพวกเขา อย่ารอ อยู่ที่นี่เลย…”
อวี๋หวั่นพยักหน้า “เจ้าพูดถูกแล้ว ที่จริงข้าไม่ควรรอ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ! เช่นนั้นรีบ…” ผิงเอ๋อร์ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็น ว่าอวี๋หวั่นวางชามข้าวลง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไป
ผิงเอ๋อร์ตะลึงงัน “ฮูหยินน้อยเจ้าคะ! ไปไหนเจ้าคะ”
อวี๋หวั่นยิ้ม ตอบว่า “ข้าจะไปหาเยี่ยนจิ่วเฉา”
“แต่ว่า…” ผิงเอ๋อร์รีบตามไป หมายจะหยุดอวี๋หวั่น แต่เธอ เดินออกจากเรือนไปเสียแล้ว
“ให้นางไปเถิด” พ่อครัวเป้าบอก
“ท่านปู่เป้า” ผิงเอ๋อร์หันมา แล้วคำนับพ่อครัวเป้าซึ่งอยู่ไม่ไกล ออกไป “นี่ก็ดึกแล้ว ฮูหยินน้อยจะเป็นอันตรายได้นะเจ้าคะ”
พ่อครัวเป้าตอบว่า “ที่นี่ล้วนมีแต่คนของของผู้อาวุโสสาม นางไม่เป็นไรหรอก นางเป็นห่วงจิ่วเฉา แทนที่จะบังคับให้นางอยู่ที่ นี่ มิสู้ให้นางออกไปหาด้วยตัวเองดีกว่าหรือ”
“ท่านปู่เป้า ท่านไปพักผ่อนก่อนเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินน้อยก็เป็น ห่วงท่านเหมือนกัน”
พ่อครัวเทพเป้ายิ้ม “ข้าอายุมากแล้ว นอนไม่ค่อยหลับ เจ้าไป นอนเถิด อีกประเดี๋ยวพวกเขากลับมาเจ้าก็ต้องทำงานอีก”
“ข้าจะไปดูคุณชายน้อยเจ้าค่ะ” ผิงเอ๋อร์ตอบ
“ไม่ต้อง ข้าไปดูเอง” พ่อครัวเทพเป้าบอก
ผิงเอ๋อร์ชะงักไป “เช่นนั้น…บ่าวกลับห้องก่อนนะเจ้าคะ”
“ไปเถิด” พ่อครัวเทพเป้าโบกมือ
บทที่ 540.2 พี่จิ่วอยู่ที่ไหน (2)
หลังจากที่ผิงเอ๋อร์ออกไป พ่อครัวเทพเป้าก็เข้าไปในห้อง และ เดินตรงไปยังเตียงของเด็กทั้งสาม เด็กทั้งสามกำลังหลับสบาย เพียงแต่ท่านอนของพวกเขาออกจะแปลกประหลาด แน่นอนว่า ท่านอนของเอ้อร์เป่าแลดูเป็นผู้เป็นคนที่สุดในบรรดาสามพี่น้อง ส่วนเสี่ยวเป่าและต้าเป่ากลับนอนหัวไปทางหางไปทาง คนหนึ่ง กลิ้งไปยังปลายเตียง อีกคนหนึ่งนอนติดกับกำแพง
พ่อครัวเทพเป้ามองไปยังเด็กน้อยน่ารักทั้งสาม แล้วยิ้มออก มาด้วยความเอ็นดู
ไม่มีใครเข้าใจการสูญเสียครอบครัวได้ดีไปกว่าเขาแล้ว เขา ตามหาลูกมาสามสิบกว่าปี แบกรับความทุกข์มาสามสิบกว่าปี ที่ ตอนนี้ยังยิ้มได้ ไม่ใช่เพราะเขาเคยชินจนด้านชา หากแต่เป็น เพราะเขายอมรับความเจ็บปวดนี้ได้แล้ว กระนั้นเขาก็หวังว่าอวี๋ หวั่นจะไม่ต้องเป็นเช่นนั้น
เขาหวังว่าเธอจะพบเยี่ยนจิ่วเฉา แม้ว่าโอกาสจะมีเพียงน้อย นิดก็ตาม
แต่แล้วอย่างไร?
ไม่ว่าเจ้าอยู่ที่ใด ข้าก็จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะตามหา เขา คิดว่าเขามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนี้
พ่อครัวเทพเป้านั่งลงพิงกับเสาหัวเตียง กระแอมออกมาเบาๆ แล้วหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า
อีกด้านหนึ่ง อวี๋หวั่นถามทางไปเรื่อยๆ จนมาถึงสถานที่ซึ่ง อิ่งสือซันและคนอื่นๆ มาตามหาเยี่ยนจิ่วเฉา
ถ้าหากไม่ได้เดินมาด้วยตนเอง อวี๋หวั่นย่อมไม่มีทางรู้ว่า ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ เยี่ยนจิ่วเฉาสามารถพาราชา ศักดิ์สิทธิ์มาได้ไกลถึงเพียงนี้
ที่นี่เป็นป่าบนเขาแห่งหนึ่ง สามทิศมีภูเขาล้อมรอบ ส่วนอีก ด้านหนึ่งเป็นบ่อนํ้า เดินขึ้นเขามาเพียงครึ่งทาง ตาเนื้อก็สามารถ มองเห็นเนินเขาซึ่งถูกถล่มราบเป็นหน้ากลอง ส่วนเยี่ยนจิ่วเฉาอยู่ ที่ไหนนั้น พวกเขากำลังเร่งมือตามหาอยู่
“ฮูหยินน้อย มาได้อย่างไรขอรับ” อิ่งลิ่วเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็น อวี๋หวั่น เขาเดินถือคบเพลิงเข้ามา
อวี๋หวั่นตอบว่า “ข้ามาดูว่าพวกเจ้าตามหาถึงไหนแล้ว”
อิ่งลิ่วชี้ไปยังเนินเขาซึ่งเละเทะไร้ชิ้นดี แล้วบอกกับอวี๋หวั่นว่า “ราชาศักดิ์สิทธิ์คงคิดจะจบชีวิตพร้อมกับคุณชายที่นี่ขอรับ หวังว่า คุณชายจะไม่เป็นไร”
“เป็นไปได้ไหมว่าจะตกลงไปในนํ้า?” อวี๋หวั่นไม่ยอมรับเด็ด ขาดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาจะไม่หลบเลย!
“สือซันพาคนดำนํ้าไปดูแล้วขอรับ” อิ่งลิ่วเข้าไปพยุงอวี๋หวั่น
“ทางขึ้นเขาขรุขระนัก ฮูหยินกลับไปรอข่าวที่เรือนเถิดขอรับ”
อวี๋หวั่นส่ายหน้า “ไม่ ข้าจะรอเยี่ยนจิ่วเฉาอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะ มา”
“อิ่งลิ่ว!” ต๋าหว่าซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกตะโกนลั่น “มาดูนี่ เร็ว! ด้านล่างมีการเคลื่อนไหว!”
อวี๋หวั่นและอิ่งลิ่วนัยน์ตากระตุกวูบ
“เจ้ารีบไปเร็ว!” อวี๋หวั่นบอก
“เช่นนั้นฮูหยินน้อยระวังด้วยนะขอรับ!” พูดจบ อิ่งลิ่วก็ตรงไป หาต๋าหว่า
ต๋าหว่ายืนอยู่บนเนินเขาเล็กลูกหนึ่ง ด้านล่างเป็นรอยยุบลงไป จะว่าลึกก็ไม่ลึก จะว่าตื้นก็ไม่ตื้น ที่น่ากลัวก็คือพื้นดินซึ่งยื่นออกมา นั้นไม่แข็งแรง ไม่อาจรับนํ้าหนักได้มากนัก
อิ่งลิ่วเดินเข้าไปฟังใกล้ๆ ข้างใต้นี้มีเสียงลมหายใจเบาๆ จริง ด้วย
เขาบอกกับต๋าหว่าและเหล่าองครักษ์ของผู้อาวุโสสามว่า “ข้า จะลงไปดู พวกเจ้าถอยไปก่อน”
ต๋าหว่าโยนไข่มุกราตรีลงไป เพื่อให้เห็นในหลุมนั้น เขาขมวด คิ้ว “ด้านล่างมีแต่หนามแหลม เจ้าระวังตัวด้วย!”
“ข้ารู้” อิ่งลิ่วส่งคบไฟให้ต๋าหว่า ชักกระบี่ออกมา แล้วใช้วิชาตัว เบากระโดดลงไป เมื่อไปถึงด้านล่าง จึงใช้เพลงกระบี่กำจัดหนาม
แหลมด้านล่างเพื่อเปิดเส้นทาง
“เป็นอย่างไรบ้าง” อวี๋หวั่นเดินเข้ามา
เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเดินเข้าไป ต๋าหว่าก็หยุดเธอไว้ “ระวัง ตรงนั้นอาจมีกับดัก!”
อวี๋หวั่นชะงักฝีเท้า แล้วถามต๋าหว่าว่า “เจอเยี่ยนจิ่วเฉาแล้ว หรือ?”
ต๋าหว่าตอบว่า “ได้ยินเสียงคนไอจากด้านล่าง ไม่รู้ว่าใช่เขา หรือเปล่า”
“หรืออาจเป็น…หลัวช่าวิญญาณ?” องครักษ์พูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ต๋าหว่าตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า “เป็นไปไม่ได้! หลัวช่า วิญญาณระเบิดตัวเองไปแล้ว แม้แต่เลือดเนื้อก็ยังไม่เหลือ
จะมาองมาไอได้อย่างไรกัน?”
เยี่ยนจิ่วเฉาหรือ?
จะใช่เขาไหมนะ?
อวี๋หวั่นเริ่มกังวลขึ้นมา
อิ่งลิ่วหยิบหั่วเจ๋อจื่อออกมา หลังจากจุดไฟติดแล้วก็ส่องไปยัง บุรุษเลือดท่วมกายซึ่งนอนอยู่กลางกองหนามแหลม เขาสาวเท้า เข้าไป “คุณชาย!”
…แต่กลับไม่ใช่คุณชาย หากแต่เป็นนายพรานคนหนึ่ง
คนคนนี้อาจกำลังเดินทางกลับบ้าน แต่ตกใจและไม่ทันระวัง ไปเหยียบกับดักเข้า จึงตกลงมาโดนพุ่มหนามด้านล่าง
“ใช่เยี่ยนจิ่วเฉาหรือเปล่า?” อวี๋หวั่นถาม
อิ่งลิ่วกำหมัดแน่นด้วยความผิดหวัง “…ไม่ใช่ขอรับ”
อิ่งลิ่วช่วยเขาขึ้นมา
ข้อเท้าซ้ายของเขาบวม กระดูกแขนขวาเคลื่อน เนื้อตัวเต็มไป ด้วยบาดแผล อวี๋หวั่นให้องครักษ์พาเขาไปหาหมอในเมือง เพื่อให้ เขาห้ามเลือดและใส่กระดูกกลับที่เดิม
อวี๋หวั่นตรวจอาการของเขาอย่างรอบคอบ เมื่อหันไปอีกครั้งก็ พบว่าต๋าหว่ามีสีหน้าประหลาดใจ
“มีอะไรหรือ” เธอถาม
“อ่า มะ…ไม่มีอะไร” ต๋าหว่าเกาศีรษะ “คนที่ช่วยขึ้นมาไม่ใช่ เยี่ยนจิ่วเฉา ข้าคิดว่าเจ้าอาจรู้สึกผิดหวัง ไม่คิดเลยว่าเจ้ายังเยือก เย็นได้เช่นนี้”
อวี๋หวั่นมองไปยังมือของตนซึ่งอาบไปด้วยเลือดและยาจินชวง จากนั้นก็ยิ้มด้วยความขมขื่น “เป็นเพราะยังหาเขาไม่พบ ข้าถึง ต้องเยือกเย็นเข้าไว้”
เมื่อมีเขาอยู่ด้วย ข้าก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก
“โอ๊ย!”
อวี๋หวั่นยกมือขึ้นแตะท้อง
ต๋าหว่ารีบเดินเข้าไปพยุงเธอ “เป็นอะไรไหม?”
อวี๋หวั่นยิ้ม “ไม่เป็นไร เมื่อกี้ลูกเตะน่ะ”
ต๋าหว่าถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อครู่ทำเอาเขาตกอกตกใจ แทบแย่ เยี่ยนจิ่วเฉาเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ยังไม่รู้ เขาจึงไม่อยาก ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอวี๋หวั่นอีก
“โอ๊ย”
ลูกเตะเธออีกแล้ว
อวี๋หวั่นมองหน้าท้อง จากนั้นก็มองไปด้านหน้า พร้อมกับถาม ว่า “ตรงนั้น…พวกเจ้าไปหาแล้วหรือยัง?”
“ยัง” ต๋าหว่าตอบ “ดูจากสภาพพื้นที่ที่ราชาศักดิ์สิทธิ์เกิดเรื่อง เยี่ยนจิ่วเฉาไม่น่าจะไปไกลถึงอีกฟากหนึ่งของภูเขา”
“เกิดอะไรขึ้น” อิ่งสือซันซึ่งลงไปงมหาคุณชายในแม่นํ้ากลับ มาพอดี
ต๋าหว่าตอบว่า “อาหวั่นสงสัยว่าจิ่วเฉาอาจอยู่อีกฟากหนึ่ง ของภูเขา”
พูดไม่ทันขาดคำ พวกเขาก็ได้ยินองครักษ์คนหนึ่งของผู้อาวุโส สามตะโกนว่า “มีรองเท้า!”
อิ่งสือซันและอิ่งลิ่วรุดตามไป อิ่งลิ่วหยิบรองเท้าซึ่งองครักษ์ เก็บได้มา แล้วพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า “เป็นรองเท้าของคุณชาย! รองเท้าของคุณชายยังอยู่! คุณชาย…คุณชายก็ต้องอยู่!”
พลังรุนแรงถึงเพียงนั้น ถ้าหากหลบไปไม่ทัน ย่อมไม่มีทางที่ เสื้อผ้าจะยังเหลืออยู่
“เจอที่ไหนหรือ” อิ่งลิ่วถาม
องครักษ์ชี้ไปยังสถานที่ซึ่งอวี๋หวั่นพูดถึงก่อนหน้านี้ “ตรงนั้น!”
อิ่งลิ่วหยิบรองเท้าส่งให้อวี๋หวั่น ส่วนตนและอิ่งสือซันก็ไปยัง อีกด้านหนึ่งของภูเขา
อวี๋หวั่นข้ามไปไม่ไหว ทำได้เพียงรออยู่ที่นี่
หนึ่งเค่อผ่านไป
สองเค่อผ่านไป
ครึ่งชั่วยามผ่านไป…
หนึ่งชั่วยามผ่านไป…
ความหวังในใจของต๋าหว่าค่อยๆ มอดลงเรื่อยๆ เขากัดฟัน กด ขมับของตนเอง ไม่กล้าแม้แต่จะหันมองสีหน้าของอวี๋หวั่น
“กลับมาแล้ว!”
องครักษ์อีกคนหนึ่งตะโกน
อวี๋หวั่นเดิมทีนั่งอยู่บนก้อนหินเย็นเฉียบ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ลุก
ขึ้นมา ลมยามราตรีของเผ่าพ่อมดเป็นลมหนาว ทำให้อดรู้สึกหนาว สั่นไม่ได้ กระนั้นเมื่อเห็นบุรุษซึ่งอิ่งสือซันอุ้มมา อวี๋หวั่นกลับรู้สึก ร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาทันใด
อีกฝ่ายสภาพสะบักสะบอมเกินไป เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วย เลือด อิ่งลิ่วใช้ผ้าคลุมห่มให้เขา แต่อวี๋หวั่นจดจำเขาได้
“เยี่ยนจิ่วเฉา!”
อวี๋หวั่นจับชายกระโปรงแล้ววิ่งออกไป!
“นี่! ระวังด้วย!” ต๋าหว่าวิ่งตามไปพยุงอวี๋หวั่น
อิ่งสือซันใช้วิชาตัวเบากระโดดไปยังเบื้องหน้าของอวี๋หวั่น
สภาพของเยี่ยนจิ่วเฉาแลดูเอน็จอนาถ อวี๋หวั่นนํ้าตาไหลออก มา เธอพยายามกลั้นนํ้าตา ยกมือขึ้นจับจับชีพจรให้เยี่ยนจิ่วเฉา “ชีพจรอ่อน…”
เธอดีใจเหลือเกิน!
ยังมีชีพจร!
ยังมีชีวิตอยู่!
มือหนึ่งของอวี๋หวั่นกดลงบนจุดชีพจร อีกมือหนึ่งแตะริม ฝีปากของเขา เธอกลั้นนํ้าตาไว้ไม่อยู่ หยดนํ้าตาหยดแหมะๆ ลงมา
“ฮูหยินน้อย…” อิ่งสือซันเรียกเธอ
อวี๋หวั่นสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “รถม้า
เล่า?”
“อยู่ใกล้ๆ นี่เองขอรับ” อิ่งลิ่วตอบ ที่นี่ไม่มีถนน ไม่สามารถนำ รถม้าเข้ามาได้
อวี๋หวั่นพยักหน้า ยกมือขึ้นเช็ดนํ้าตา “ขึ้นรถ!”
เขาบาดเจ็บหนัก อาการบาดเจ็บภายในก็มี ยาไม่อาจรักษา เขาได้แล้ว อวี๋หวั่นรู้ว่าสิ่งที่เธอทำได้มีจำกัด สิ่ง
สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการพาเขาไปหาราชาพ่อมดและโจว จิ่น
รถม้าขับเคลื่อนเต็มกำลังกลับไปยังเรือนของพ่อครัวเทพเป้า
“ราชาพ่อมด! โจวจิ่น!” อิ่งสือซันอุ้มเยี่ยนจิ่วเฉาเข้าไปในห้อง ของโจวจิ่น
โจวจิ่นและราชาพ่อมดเพิ่งรักษาให้โจวอวี่เยี่ยนเสร็จ เมื่อ ได้ยินเสียงของอิ่งสือซัน ก็รุดมาในทันที ทั้งสองคนมอง
เยี่ยนจิ่วเฉาด้วยความตกใจ
ราชาพ่อมดรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง เดิมทีคิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาตาย ไปพร้อมกับหลัวช่าวิญญาณแล้ว ไม่มีทางเหลือ
แม้แต่เศษซาก ไหนเลยจะรู้ว่าเขากลับมีชีวิตรอดมาได้
แต่ว่า ดูแล้วอาการของเขายํ่าแย่เหลือเกิน
“รักษาคุณชายได้ไหม?” อิ่งสือซันถาม
“ข้าไม่มั่นใจ” ราชาพ่อมดมีสีหน้าเคร่งเครียด
อาการของเขานั้นซับซ้อนกว่าโจวอวี่เยี่ยน เมื่อดูจากแผลของ เขาแล้ว ถึงแม้เขาจะหนีออกมาพ้น แต่แรงระเบิด
ของหลัวช่านั้นรุนแรงเกินไป แรงนี้ปะทะกับร่างของเขา จน พลังปราณและจุดตันเถียนของเขาถูกทำลาย