หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 541 ความจริง
เยี่ยนจิ่วเฉาเติบโตขึ้นท่ามกลางการถูกลอบสังหาร ปราศจาก พ่อแม่คอยปกป้อง เขาเคยบาดเจ็บมาไม่น้อย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ เขาบาดเจ็บเช่นนี้ ตอนที่อิ่งสือซันอุ้มเขาขึ้นมา เขาคิดว่าเยี่ยนจิ่ว เฉาจะตายไปแล้ว
ราชาพ่อมดเป็นไพ่ใบสุดท้าย ถ้าหากเขาไม่อาจรักษาเยี่ยนจิ่ว เฉาได้ เช่นนั้นเยี่ยนจิ่วเฉาก็ไม่มีความจำเป็นต้องถอนพิษเสียแล้ว
“ไม่มีวิธีรักษาเลยหรือ?” อวี๋หวั่นมองไปยังราชาพ่อมดด้วย สีหน้ามุ่งมั่น
ราชาพ่อมดตอบว่า “ถ้าหากเป็นเพียงการบาดเจ็บที่เกิดจาก ระเบิด คงไม่ถึงกับรักษาไม่ได้”
จุดตันเถียนถูกทำลายเสียย่อยยับ เขาก็สามารถสร้างให้ได้ หากลมปราณถูกตัดขาด เขาก็สามารถต่อให้ได้ แม้ว่าจะมีปัญหา อยู่บ้าง แต่ด้วยพลังของเขาในตอนนี้ เรื่องเหล่านั้นย่อมไม่ใช่ ปัญหา
“หรือว่าจะมีปัญหาอื่น?” อวี๋หวั่นเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ราชาพ่อมดตอบว่า “ข้าคิดว่าเรื่องเกี่ยวกับราชาศักดิ์สิทธิ์นั้น เจ้าย่อมกระจ่างดี ภายในตัวของราชาศักดิ์สิทธิ์นั้นมีพลังทั้งหมด ของหลัวช่าวิญญาณ อีกทั้งไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้หลัวช่าวิญญาณกลืน
กินพลังของยอดฝีมือไปแล้วกี่คน…เพราะฉะนั้นการระเบิดตัวเอง ของราชาศักดิ์สิทธิ์จึงนับว่าอันตรายมาก ตามหลักแล้ว เขาอาจถูก แรงระเบิดจนไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก แค่พวกเจ้าคงเดาได้ใช่ ไหมว่าเหตุใดเขาถึงยังอยู่?”
อิ่งลิ่วกะพริบตาปริบๆ “หรือว่า…เพราะคุณชายหนีได้ทัน?”
นี่นับว่าเป็นการคาดเดาอย่างง่าย ไม่ว่าใครก็คงจะเดาเช่นนี้ ราชาพ่อมดก็เช่นกัน แต่ในเมื่อเขาตั้งคำถามขึ้นมา
ก็หมายความว่าสถานการณ์นี้ไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคาดคิด
อิ่งลิ่วและคนอื่นๆ มองไปยังราชาพ่อมด
ราชาพ่อมดแค่นเสียง ‘หึ’ เบาๆ “ด้วยพลังภายในของวิชาตัว เบาเพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะหนีอย่างไรก็คงหนีไม่พ้น นอกเสียจาก ว่า…”
พูดมาถึงตรงนี้ เสียงของราชาพ่อมดก็ขาดช่วง แต่สีหน้าขอ งอวี๋หวั่นกลับเคร่งขรึม แล้วพูดต่อว่า “นอกเสียจากว่าในร่างของ เขามีพลังอื่นอยู่ พลังที่สามารถต้านพลังของหลัวช่าวิญญาณได้”
“ถูกต้อง” ราชาพ่อมดมองอวี๋หวั่นด้วยสายตาชื่นชม
“แต่ว่า…ก่อนหน้านี้เยี่ยนจิ่วเฉาไม่มีวรยุทธ์ วิชาอายุวัฒนะ ของเขาก็มาจากอ๋องเผ่าปีศาจ ภายหลังเขาฝึกฝนด้วยตนเอง แต่ ข้าไม่เคยเห็นเขาฝึกวิชาอื่นมาก่อน…” ในฐานะที่อวี๋หวั่นร่วมเรียง เคียงหมอนกับเยี่ยนจิ่วเฉา ใช้ชีวิตร่วมกับเขา จะไม่กระจ่างเชียว
หรือว่าเขาฝึกวิชาอะไร?
“พวกเราสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณชายมีเพียงวิชาอายุวัฒนะ” อิ่งลิ่วยกนิ้วขึ้นมา
ราชาพ่อมดมิได้เอ่ยปากอธิบาย เขายื่นนิ้วที่เห็นข้อนิ้วปูดโปน ได้ชัด แล้วแตะลงบนหว่างคิ้วของเยี่ยนจิ่วเฉา
ทันใดนั้นทุกคนก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยพัดใส่ ใบหน้า
อิ่งสือซันขมวดคิ้ว “หลัวช่าวิญญาณ?!”
อิ่งลิ่วหายใจเข้าด้วยความตกใจ!
ถูกต้องแล้ว นี่คือกลิ่นอายของหลัวช่าวิญญาณ!
เขายังคิดเสียอีกว่าตนเองจำผิดไป แต่ในเมื่ออิ่งสือซันพูดเช่น นี้ ก็แปลว่าต้องเป็นเรื่องจริง
เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้
หลัวช่าวิญญาณทำอะไรกับคุณชาย
ทำไมคุณชายถึงมีกลิ่นอายของหลัวช่าวิญญาณได้เล่า
ราชาพ่อมดทอดถอนใจ “หลังจากที่หลัวช่าวิญญาณระเบิด แล้ว พลังในร่างของเขาก็หมายจะสังหารเยี่ยนจิ่วเฉา
แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด พลังส่วนหนึ่งกลับถูกดูดซับเอาไว้ และ สามารถต้านกับพลังซึ่งโจมตีเยี่ยนจิ่วเฉา แต่ว่าพลังเหล่านี้
แข็งแกร่งยิ่งนัก จึงสามารถทำลายจุดตันเถียนและพลังปราณ ของเขาได้ เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าเขาโชคดี…หรือ โชคร้ายกันแน่”
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พวกเขาพูดไม่ออก ไปชั่วขณะ
อวี๋หวั่นมีสีหน้าจริงจัง “บอกมาตามตรงเถิด ว่าจะรักษาเขาได้ อย่างไร”
ราชาพ่อมดชะงักไป เขามองเธอ พร้อมกับถามว่า “เจ้าอยาก รักษาชีวิตเขา หรืออยากรักษาตัวเขา”
“หมายความว่าอย่างไร” อวี๋หวั่นถาม
ราชาพ่อมองไปยังเยี่ยนจิ่วเฉาซึ่งกำลังนอนหมดสติ “ในร่าง ของเขาดูดซับพลังรุนแรงเอาไว้ หนึ่งในนั้นก็คือพลัง
ของหลัวช่าวิญญาณ ตอนนี้พลังของหลัวช่าวิญญาณได้รับ ความเสียหาย ไม่อาจกดพลังของของเหล่ายอดฝีมือเอาไว้ได้ ถ้า หากข้าช่วยเขารักษาพลังของหลัวช่าวิญญาณไว้ เขาก็มีโอกาสที่ จะกลายเป็นร่างของหลัวช่าวิญญาณ”
อวี๋หวั่นหลุบตาลง “หมายความว่า เขาอาจกลายเป็นหลัวช่า วิญญาณ?”
ราชาพ่อมดมองอวี๋หวั่นด้วยความเห็นใจ “ใช่ เมื่อเขากลาย เป็นหลัวช่าวิญญาณ ก็จะสามารถกดพลังของเหล่ายอดฝีมือไว้ได้
แต่ว่าหากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะไม่ใช่เยี่ยนจิ่วเฉาอีกต่อไป”
อวี๋หวั่นซ่อนกำปั้นซึ่งเค้นแน่นไว้ใต้แขนเสื้อ “แล้วถ้า…เป็น อีกตัวเลือกหนึ่งเล่า?”
ราชาพ่อมดตอบว่า “อีกตัวเลือกหนึ่งก็คือ ข้าจะกดกลิ่นอาย ของเยี่ยนจิ่วเฉาไว้ และจะดึงวรยุทธ์ของหลัวช่าวิญญาณออกมา จากร่างของเขา เขาจะไม่กลายเป็นหลัวช่าวิญญาณ แต่พลังของ เหล่ายอดฝีมือในร่างของเขาจะฆ่าเขาอย่างช้าๆ”
แม้แต่การสร้างจุดถันเตียนขึ้นมาใหม่ก็ไม่อาจช่วยได้ นั่น เพราะความเร็วในการสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่อาจเทียบเท่าความเร็วที่ วรยุทธ์สามารถทำลายได้
ราชาพ่อมดถอนหายใจอีกครั้ง “ข้าเข้าใจว่าเรื่องนี้ตัดสินใจ ยาก เจ้าไม่จำเป็นต้องตัดสินใจในตอนนี้ จิ่นเอ๋อร์ เจ้า
มากับพ่อประเดี๋ยว”
“อื้ม” โจวจิ่นตามราชาพ่อมดออกไปอย่างรู้ความ
ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงอวี๋หวั่น อิ่งสือซัน และอิ่งลิ่ว
ทั้งสามคนยังคงเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับราชาพ่อมดได้เกิดขึ้นกับพวกเขาแล้ว พวกเขากล่าวโทษราชาพ่อมด รู้ทั้งรู้ว่าราชาศักดิ์สิทธิ์กลายเป็น หลัวช่าวิญญาณอีกคนหนึ่ง แต่กลับหลอกตัวเองว่านางยังคงเป็น คนเดิม ตอนนี้พวกเขาคงกล่าวโทษใครไม่ได้แล้ว
เรื่องนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากการโยนหินใส่เท้าตนเอง ไม่รู้ว่าจะ ต้องเจ็บปวดเท่าไร
หากพวกเขาตัดสินใจให้เยี่ยนจิ่วเฉากลายเป็นหลัวช่า วิญญาณ จะไปต่างอะไรกับราชาพ่อมดในตอนนั้นเล่า?
“ข้า…” อิ่งลิ่วรู้ดีว่าตนเองไม่ควรบอกอวี๋หวั่นเร็วเกินไป แต่ เขาทนไม่ไหว “ข้าอยากให้คุณชายมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลัวช่า วิญญาณหรือไม่! เขาเป็นคุณชายเยี่ยน ข้าก็ติดตามเขา! เขาเป็น หลัวช่าวิญญาณ ข้าก็จะติดตามเขาไปเหมือนเดิมขอรับ! ถ้าเขา ต้องการชีวิตข้า ข้าก็ให้เขาได้!”
อิ่งสือซัน…มีหรือจะไม่คิดแบบเดียวกัน?
ที่คนยังมีเหตุผลอยู่ได้ ก็เพราะเขาคนนั้นยังไม่ได้เผชิญกับ เรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้นั่นเอง
ในตอนนี้ พวกเขาล้วนเข้าใจหัวอกของราชาพ่อมดแล้ว
หลังจากที่คุณชายกลายเป็นหลัวช่าวิญญาณ คนที่ตกอยู่ใน อันตรายจะไม่ได้มีเพียงพวกเขา ยังมีคนรอบข้างของเขาอีก แต่นั่น ก็ไม่อาจสั่นคลอนความปรารถนาของพวกเขาที่จะให้คุณชายมี ชีวิตอยู่
“ฮูหยินน้อยตัดสินใจเถิดขอรับ” อิ่งสือซันบอก แม้ว่าพวกเขา จะหวังว่าคุณชายจะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ผู้ที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ก็คือฮู หยินน้อย
“ได้ เรียกราชาพ่อมดมาเถอะ” อวี๋หวั่นบอกเสียงค่อย
อิ่งลิ่วออกไปเรียกราชาพ่อมดกับโจวจิ่นมา
“เร็วเหลือเกิน ตัดสินใจได้แล้วหรือ?” ราชาพ่อมดเอ่ยถาม
อวี๋หวั่นพยักหน้า เธอมองไปยังราชาพ่อมดด้วยสายตาแน่ว แน่ “ข้าไม่อยากให้เขากลายเป็นหลัวช่าวิญญาณ”
อิ่งลิ่วและอิ่งสือซันหน้าเปลี่ยนสี
ราชาพ่อมดมองไปยังทั้งสอง จากนั้นก็มองไปยังอวี๋หวั่น “เจ้า แน่ใจใช่ไหม?”
มือข้างหนึ่งของอวี๋หวั่นลูบท้องซึ่งนูนเด่นออกมา เธอรู้สึก ราวกับมีบางอย่างมาอุดที่ลำคอ “ข้าแน่ใจ”
มืออีกข้างหนึ่งของเธอจับมือของเยี่ยนจิ่วเฉา “เขาเป็น คุณชายที่ดี เป็นสามีที่ดี แล้วก็เป็นพ่อที่ดี สำหรับเขาแล้ว
มีบางสิ่งที่สำคัญกว่าชีวิต เขาย่อมไม่อยากให้คนที่เขายอม แลกชีวิตเพื่อปกป้อง ต้องมาตายด้วยนํ้ามือของเขาเองหรอก”
เธอเห็นท่าทีของราชาศักดิ์สิทธิ์ที่มีต่อราชาพ่อมดและโจวจิ่น เยี่ยนจิ่วเฉาซึ่งกลายเป็นหลัวช่าวิญญาณก็คงปฏิบัติต่อเธอและ ลูกไม่ต่างกัน
เธอไม่กลัวตาย แต่การสูญเสียเขาไปก็คงทำให้เธอเหมือนตาย ทั้งเป็น กระนั้นแล้วเธอก็เข้าใจดี ว่าเยี่ยนจิ่วเฉาคงไม่ปรารถนาให้ ตนเองกลายเป็นสามีและพ่อที่โหดเหี้ยมเช่นนั้น
เธอเป็นภรรยา เธอย่อมเคารพเจตจำนงของเขา
“หวังว่าพวกเจ้าจะเข้าใจ” อวี๋หวั่นบอกกับอิ่งลิ่วและอิ่งสือซัน
อิ่งลิ่วก้มหน้าด้วยความโศกเศร้า
อิ่งสือซันจับมือของเขาไว้ ดวงตาของเขาแดงกํ่า “พวกข้าว่า ตามฮูหยินน้อย”
อิ่งลิ่วกำมือของอิ่งสือซันไว้แน่น นํ้าตาไหลรินออกมา
ราชาพ่อมดทำได้เพียงทอดถอนใจ “พวกเจ้า…ออกไปก่อน เถิด”
“ข้าจะอยู่ที่นี่” โจวจิ่นบอก
“ย่อมได้” มีราชาพ่อมดเพิ่มมาอีกคน โอกาสในการทำสำเร็จก็ มีมากขึ้น
“ฮูหยินน้อยไปพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ หากมีความคืบหน้าข้า จะไปแจ้ง” หลังออกจากห้อง อิ่งสือซันก็กระ
ซิบบอกกับอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ข้าจะรออยู่ที่นี่”
ฝั่งตรงข้ามของห้องเป็นเรือนเล็กซึ่งรายล้อมไปด้วยต้นท้อ ใน ลานบ้านมีโต๊ะหินอยู่ตัวหนึ่งและมีม้านั่งหินล้อมรอบ อิ่งสือซันจึง ไปหยิบเบาะรองนั่งมาวางบนม้านั่งหินให้อวี๋หวั่นนั่ง
ผิงเอ๋อร์ตื่นเร็ว ทว่าเมื่อครู่นางไม่กล้าเข้าไปรบกวนพวกเขาใน
ห้อง ตอนนี้อวี๋หวั่นออกมานั่งข้างนอก นางจึงรีบเข้าไปดูแล
สีหน้าของอวี๋หวั่นไม่สู้ดีนัก ส่วนสีหน้าอิ่งลิ่วและอิ่งสือซันก็ไม่ ได้ดูดีไปกว่ากัน
ผิงเอ๋อร์ไม่กล้าถาม นางทำได้เพียงเข้าไปยกนํ้าร้อนหนึ่งกามา จากห้องครัว แล้วชงชากุหลาบให้อวี๋หวั่น
ทักษะการชงชาของผิงเอ๋อร์ไม่เอาไหน แต่ในตอนนี้ไม่มีผู้ใดมี กะจิตกะใจมามากความกับนาง
อวี๋หวั่นยกชาร้อนๆ ขึ้นมาดื่ม นํ้าตาไหลรินจากดวงตาคู่งาม
ผิงเอ๋อร์ตื่นตะลึง ติดตามฮูหยินน้อยมานานเพียงนี้ แต่ไหน แต่ไรมาไม่เคยเห็นฮูหยินน้อยเกรงกลัวอะไร ฮูหยิน
น้อยเป็นอะไรไป? ไม่สิ ต้องถามว่าคุณชายเป็นอะไรมากกว่า
ผิงเอ๋อร์นึกอยากถามอิ่งลิ่วและอิ่งสือซัน แต่ก็พบว่าทั้งสอง ขอบตาแดงกํ่า
หรือว่า…คุณชายจะไม่รอดแล้ว?
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยาม โจวจิ่นก็เปิดประตูออกมา
อวี๋หวั่นลุกพรวดขึ้นยืน!
“ฮูหยินน้อย! ระวังเจ้าค่ะ!” ผิงเอ๋อร์รีบเข้ามาประคอง ด้วย กลัวว่าอวี๋หวั่นจะออกแรงมากเกินไป จนเป็นอันตราย
ต่อเด็กในท้อง!
ราชาพ่อมดและโจวจิ่นเดินออกมา ทั้งสองคนใบหน้าซีดเผือด ดูแล้วพวกเขาน่าจะใช้พลังเวทในการต่อสู้กับพลังของหลัวช่า วิญญาณไปจนหมด
“เป็นอย่างไรบ้าง” อวี๋หวั่นกำหมัดแน่น หวังว่าพวกเขาจะทำ สำเร็จ แต่ก็กลัวว่าพวกเขาจะทำไม่สำเร็จ
ราชาพ่อมดพูดไม่ออก “พวกข้า…”