หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 73.1 ครอบครัวพร้อมหน้า (1)
เมื่ออวี๋หวั่นเห็นเขา จิตใจก็พลันสงบลง
เธอมองเขาซึ่งอยู่ไกลออกไป เขามองเธอเช่นกัน ราวกับอยู่ ห่างกันหมื่นสายนํ้าพันภูผากั้น แต่ก็เหมือนกับอยู่ใกล้กันเพียงคืบ เดียว อวี๋หวั่นได้ยินเสียงหัวใจของตนเต้นระรัว
“องค์ชาย…ด้านหลังเยี่ยนจิ่วเฉา…คงไม่ใช่กองทัพเรือของ เมืองเยี่ยนกระมัง?” จวินฉางอันพึมพำ สายตาเต็มไปด้วยความ เหลือเชื่อ
เยี่ยนไหวจิ่งสีหน้าถมึงทึง เขาเป็นถึงองค์ชายแห่งต้าโจว ย่อม มีความเข้าใจด้านกองทัพของต้าโจวมากกว่าจวินฉางอันซึ่งเป็น ชาวยุทธภพ นั่นคือกองทัพเรือแห่งเมืองเยี่ยนอย่างไรเล่า!
ใต้หล้าล้วนรู้ว่าเมืองเยี่ยนรํ่ารวย รํ่ารวยล้นฟ้า แต่กลับ หลงลืมไปว่าเมืองที่มั่งคั่งเช่นนี้ก็ยังอุปถัมภ์กองทัพเรือที่เก่งกาจ นี่ เป็นกองทัพเรือที่เกรียงไกรที่สุดในต้าโจว ว่ากันว่าในอาณาเขต สามพันหลี่รอบชายฝั่ง เหล่าโจรสลัดล้วนถูกกองทัพเรือนี้ปราบไป จนไม่เหลือ
แน่นอนว่ากองทัพเรือนี้ มิใช่เพียงผ่านการฝึกฝนอย่างยาก ลำบากจึงจะเป็นได้ ลำพังเรือรบชั้นดีหนึ่งลำ ยังต้องใช้เงิน มหาศาล เฉวียนโจวและติ้งโจวก็มีกองทัพเรือเช่นกัน น่าเสียดายที่
ไม่อาจเทียบกับกองทัพเรือของเมืองเยี่ยนได้
เยี่ยนจิ่วเฉากลับเมืองหลวงมาครานี้ มีกองทัพเรือคอย อารักขามาด้วย แต่สิ่งที่เยี่ยนไหวจิ่งมิได้คาดคิดก็คือกองทัพ สำหรับป้องกันอาณาเขตทางนํ้าและชายฝั่งนั้นถูกเยี่ยนจิ่วเฉา เรียกมาปราบเรือเล็กเพียงลำเดียว
หากจะบอกว่าเป็นการเชือดไก่ด้วยมีดเชือดวัวก็จะเป็นการ ยกยอปอปั้นเยี่ยนจิ่วเฉาไปสักหน่อย ควรจะเรียกว่าเรียกช้างมาทั้ง โขลงเพื่อฆ่าแมลงสาบเพียงตัวเดียวเห็นจะเหมาะกว่า
ต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ?!
นำกองทัพเรือมามากถึงเพียงนี้ ไม่ต้องจ่ายเงินหรืออย่างไร?!
เขารํ่ารวย แต่ต้องเอาเงินมาผลาญกับเรื่องเแบบนี้หรือ?!
เรือที่เยี่ยนไหวจิ่งนั่งอยู่เป็นเรือทางการที่ใหญ่ที่สุดของเมือง หลวง เรือลำใหญ่และมีอุปกรณ์พรั่งพร้อมครบครัน เรียกได้ว่าเป็น พญาอินทรีย์แห่งผืนนํ้า แต่เมื่อเรือของเยี่ยนจิ่วเฉาเคลื่อนเข้ามา ใกล้ เรือของเขาก็กลายเป็นเพียงลูกไก่ในสวนหลังบ้านทันที
จวินฉางอันปิดตา
ทนดูไม่ไหว ทนดูไม่ไหวแล้ว…
เรือรบเคลื่อนมาอย่างยิ่งใหญ่ เข้ามาล้อมเรือของเหยียนหรูอวี้ และเรือของเยี่ยนไหวจิ่งอย่างไม่ครั่นคร้าม
ทว่าเรือของเยี่ยนจิ่วเฉากลับไม่ใช่เรือรบ หากแต่เป็นเรือ
สำราญซึ่งประดับตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม หรูหรากว่าเรือของเห ยียนหรูอวี้ถึงสามเท่าเห็นจะได้ คู่ควรสมฐานะของคุณชายผู้สูงส่ง
ไม่อยากจะคิด คนไร้ความสามารถเช่นนี้จะนำทัพเรือของ เมืองเยี่ยนออกมาได้
เยี่ยนไหวจิ่งสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ขณะที่เหยียนหรูอวี้ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งก็ตะลึงงันกับกองทัพ เรือที่เคลื่อนมาอย่างแน่นขนัด
นางเคยขบคิดสารพัดร้อยแปดความเป็นไปได้ที่จะถูกเยี่ยนจิ่ว เฉาไล่ล่า แต่เรื่องนี้…ไม่เคยมีอยู่ในสมองนางเลยสักนิด หาก เยี่ยนจิ่วเฉากดดันนาง นางจะใช้เด็กทั้งสามเป็นข้อต่อรอง แต่ บัดนี้นางคิดว่าตนเองออกจะไร้เดียงสาเกินไปสักหน่อย
ผู้ที่สามารถนำทัพเรือออกมาได้เช่นนี้ จะยอมให้ใครมาข่มขู่ หรือ?
เรือของเยี่ยนจิ่วเฉาเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ เรือของเขากระแทกกับเรือทางการของเยี่ยนไหวจิ่ง ดูคล้ายกับจะ ไม่ทันระวัง ทว่ากลับกระแทกเสียจนเรือของเยี่ยนไหวจิ่งเคลื่อน ห่างออกไป เรือสำราญลำยักษ์ของเยี่ยนจิ่วเฉาจึงเข้ามาแทรกด้วย ความหยิ่งผยอง
เรือสำราญกินนํ้าลึก ลำเรือสูง เยี่ยนจิ่วเฉายืนอยู่บนหัวเรือ มองลงมายังเรือของเหยียนหรูอวี้ ผู้คนต่างก็เงยหน้ามองเขา
สำหรับผู้ที่คุ้นชินกับการถูกมองขึ้นมาอย่างเยี่ยนไหวจิ่ง ความรู้สึก นี้มิได้น่าอภิรมย์เท่าไรนัก
“พวกเจ้าทั้งสอง ใจกล้าเหลือเกิน” เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวอย่าง เย่อหยิ่ง
อวี๋หวั่นถูกสกัดจุดไว้ เคลื่อนไหวไม่ได้ แน่นอนว่าเธอย่อมไม่ สามารถเงยหน้ามองเยี่ยนจิ่วเฉาได้เช่นกัน แต่เมื่อได้ยินเสียงของ เขา ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา
เยี่ยนไหวจิ่งรู้สึกได้ถึงจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนไปของอวี๋หวั่น คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว “เยี่ยนจิ่วเฉา เจ้ารู้หรือไม่ว่าการนำทัพเรือ ออกมาโดยพลการนั้นมีโทษสถานใด?”
กองทัพเรือก็เหมือนกับกองทัพของเมืองหลวง มิใช่ว่าอยู่ๆ จะ นำออกมาประกาศศักดาได้ กองทัพก็มีกฎของกองทัพ ต่อให้เป็น องค์ชาย ก็ย่อมต้องมีเหตุผลมากพอที่จะเคลื่อนทัพ
เยี่ยนจิ่วเฉาแค่นเสียง ‘หึ’ ในคอ แล้วกล่าวว่า “ความสุขข้า เจ้าเกี่ยวอะไรด้วย?”
เยี่ยนไหวจิ่ง “…”
แน่นอนว่าไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
“แต่กองทัพเรือของเมืองเยี่ยน…” เยี่ยนไหวจิ่งเอ่ยปากพูด แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกเยี่ยนจิ่วเฉาตัดบทเสียก่อน
เยี่ยนจิ่วเฉากล่าวว่า “เจ้าก็รู้นี่ว่าเป็นทัพเรือของเมืองเยี่ยน ข้า
เป็นคุณชายเมืองเยี่ยน ข้าจะทำอย่างไรพวกเขาก็ทำเช่นนั้น ไม่เชื่อ เจ้าก็ลองเลี้ยงกองทัพเรือเล่นๆ บ้างสิ”
ละ…เลี้ยงกองทัพเรือ…เล่นๆ ?
เยี่ยนไหวจิ่งแทบจะกระอักเลือด กระนั้นเยี่ยนไหวจิ่งก็ไม่อาจ โต้แย้งได้ แม้คำพูดของเยี่ยนจิ่วเฉาจะฟังดูคุยโวโอ้อวดอยู่บ้าง แต่เขาก็พูดไม่ผิด กองทัพเรือของเมืองเยี่ยนมีคน ‘เลี้ยง’ จริงๆ เงินอุดหนุนจากราชสำนักไม่เพียงพอสำหรับบำรุงรักษาเรือรบเสีย ด้วยซํ้าไป เงินทั้งหมดย่อมมาจากการอุปถัมภ์ของจวนเยี่ยนอ๋อง กองทัพเรือจึงยิ่งใหญ่ขึ้นทุกวันเช่นนี้ได้
พวกเขามีเรือรบที่แข็งแกร่ง อาจหาญ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ดีที่สุดในต้าโจว
ทั้งหมดนี้ล้วนต้องพึ่งพาเงินจากจวนเยี่ยนอ๋อง
หากถามว่าเงินของจวนเยี่ยนฮ่องได้มาจากที่ใดนั้น แน่นอน ว่าต้องยกความดีความชอบให้เมืองเยี่ยน เมืองที่มั่งคั่งรํ่ารวยที่สุด ในต้าโจว
ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดคนจำนวนมากจึงอยากเห็นจุดจบของ เยี่ยนจิ่วเฉา สิ่งที่เขามีทำให้ผู้คนล้วนแต่อิจฉาตาร้อน
เยี่ยนไหวจิ่งเค้นกำปั้นใต้แขนเสื้อแน่น
เขาเป็นผู้สืบทอดอำนาจของต้าโจว เขามิได้กระหายอยากได้ พื้นที่เพียงเล็กน้อย แต่การกระทำของเยี่ยนจิ่วเฉาคอยยํ้าเตือน
เขาทุกครั้งว่าสิ่งที่เขามีทั้งหมดนั้นน้อยเกินไปสำหรับเยี่ยนจิ่วเฉา คนที่เสด็จพ่อใส่ใจมากที่สุดคือเยี่ยนจิ่วเฉา หาใช่เขาไม่ ภายภาค หน้าเขาจะได้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากเสด็จพ่อหรือไม่ก็มิอาจรู้ได้
ทว่าเหยียนหรูอวี้กลับเห็นต่างจากเยี่ยนไหวจิ่งโดยสิ้นเชิง นาง ชื่นชอบเยี่ยนจิ่วเฉา ยิ่งเยี่ยนจิ่วเฉาแกร่งกล้ามากเท่าไร นางก็ยิ่ง ดีใจ แต่เมื่อนึกได้ว่าหัวใจของเยี่ยนจิ่วเฉามิได้เป็นของตน นางก็ ดีใจไม่ออกเสียแล้ว
เยี่ยนจิ่วเฉาขี้คร้านจะมากความกับทั้งสอง เขาโบกมือให้กับ อิ่งสือซันและอิ่งลิ่ว พร้อมกับกล่าวว่า “ลงมือได้”
“ขอรับ!”
ทั้งสองตอบรับ ใช้วิชาตัวเบา พุ่งทะยานขึ้นไปบนเรือของเหยี ยนหรูอวี้
อิ่งสือซันเข้าไปหาอวี๋หวั่น ส่วนอิ่งลิ่วเข้าไปด้านในเพื่อตามหา คุณชายน้อยทั้งสามที่ไม่รู้ว่าแม่หลินพาไปซ่อนไว้ที่ใด
เยี่ยนไหวจิ่งไม่สนว่าเด็กทั้งสามอยู่ที่ใด เขาสนเพียงแค่อวี๋ หวั่น ในใจเขามีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น เขาไม่อาจยอมให้อวี๋ หวั่นไปกับเยี่ยนจิ่วเฉาได้!
“ฉางอัน!”
ทันทีที่เขาออกคำสั่ง จวินฉางอันก็ชักดาบออกมาแล้วพุ่งเข้า หาอิ่งสือซัน
จวินฉางอันกล่าวด้วยนํ้าเสียงเย็นเยียบว่า “ย่อมได้ ครั้งก่อน ข้ากับเจ้าไม่รู้ผลแพ้ชนะ ครั้งนี้จะทำให้เจ้าได้รู้ว่าคุณชายเก่งกาจ เพียงใด!”
ที่หอเทียนเซียง จวินฉางอันและอิ่งสือซันฝีมือสูสีกัน หาก กล่าวถึงวิทยายุทธ์ จวินฉางอันเชื่อว่าตนไม่เป็นรองอิ่งสือซัน แต่ สิ่งที่ทำให้จวินฉางอันประหลาดใจก็คือ ไม่พบกันเพียงเดือนเดียว เหตุใดวิทยายุทธ์ของคนผู้นี้ข้ามขั้นไปไกลถึงเพียงนี้?
อิ่งสือซันตวัดกระบี่ใส่คมดาบของจวินฉางอัน ตัดดาบของจ วินฉางอันหัก
จวินฉางอันมองดาบของตนอย่างไม่เชื่อสายตา “…เป็นไปได้ อย่างไร?”
อิ่งสือซันบุกเข้าไปด้วยจิตสังหารรุนแรง
ภายใต้เงาของดาบและกระบี่ เยี่ยนจิ่วเฉากระโดดลงไปบนเรือ ของเหยียนหรูอวี้อย่างปราศจากความหวาดกลัว เขาดึงแก้มของอ วี๋หวั่น อุ้มช้อนอวี๋หวั่นขึ้นมา แล้วเดินบนไม้กระดานข้ามกลับไปยัง เรือของตน
เยี่ยนไหวจิ่งนัยน์ตาเย็นเยียบ เขายกมือขึ้นหมายจะเข้าไปชิง ตัวอวี๋หวั่นกลับมา แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีทวนยาวพุ่งเข้ามาปักข้าง เท้าของเขา จนเขาต้องถอยหลังกลับไปสองก้าว เขาเงยหน้ามอง เรือรบสองลำซึ่งขนาบข้างอยู่อย่างเหลือเชื่อ กล่าวด้วยนํ้าเสียงเย็น ชาว่า “บังอาจนัก! รู้หรือไม่ว่าสังหารองค์ชายมีโทษสถานใด?”
หัวหน้ากองทัพเรือตอบอย่างไม่ครั่นคร้าม “ผู้ที่ทำร้าย คุณชาย ตาย!”
ทุกคนยกทวนขึ้นมา แล้วเล็งไปยังเยี่ยนไหวจิ่ง
เยี่ยนไหวจิ่งรู้ได้ทันทีว่าหากตนผลีผลามลงมือ คนกลุ่มนี้จัก ต้องยิงเขาจนพรุนเป็นแน่
เขาเป็นองค์ชาย เขายังไม่กล้าปฏิบัติต่อเยี่ยนจิ่วเฉาเช่นนี้ แต่ เยี่ยนจิ่วเฉากลับกล้าปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้?
น่ารังเกียจชะมัด!
เยี่ยนจิ่วเฉาอุ้มอวี๋หวั่นกลับขึ้นเรือไปแล้ว
อีกด้านหนึ่ง อิ่งลิ่วก็ตามหาแม่หลินและคุณชายน้อยทั้งสาม จนพบ และแย่งชิงคุณชายน้อยมาจากแม่หลิน
คุณชายน้อยตกใจกลัวตลอดทั้งคืน กว่าจะได้นอนก็ฟ้าสาง แล้ว บัดนี้ก็ยังหลับใหลอยู่ในตะกร้า
ทั้งสตรีและเด็กต่างก็หาเจอแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง เกรงใจคนเหล่านี้อีกต่อไป
เยี่ยนจิ่วเฉาเอ่ยขึ้นว่า “อิ่งสือซัน”
อิ่งสือซันรับคำ จากนั้นก็รุกเข้าไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงยิ่ง กว่าก่อนหน้า จวินฉางอันถูกพลังมหาศาลโหมซัดใส่จนลงไปนอน กองอยู่บนพื้น แขนของเขาชาไปครึ่งหนึ่ง ปวดร้าวไปทั้งศีรษะ เลือดคาวละทักขึ้นมาจากลำคอ เขาพยายามกดมันเอาไว้ ทว่า
ผลกลับตรงกันข้าม เขากระอักเลือดสดออกมา
“จวินฉางอัน!” เยี่ยนไหวจิ่งหน้าซีดเผือด
“หึ” เยี่ยนจิ่วเฉากลอกตาอย่างไม่ยี่หระ พร้อมกับพูดอย่าง โอหังว่า “จมมันเดี๋ยวนี้ อย่าให้เหลือแม้แต่ไม้แผ่นเดียว”
ไม่ทันรอให้เยี่ยนไหวจิ่งขบคิดว่าเยี่ยนจิ่วเฉาหมายความว่า อย่างไร หินก้อนมหึมาก็พุ่งข้ามศีรษะของเขาไปชนเข้ากับเรือของ เหยียนหรูอวี้ ดาดฟ้าของเรือทะลุเป็นโพรงใหญ่เท่าศีรษะมนุษย์ นํ้าจากทะเลสาบทะลักขึ้นมา
จากนั้นก็ตามมาด้วยหินก้อนที่สอง ก้อนที่สาม…ก้อนหิน จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งมาจากเรือรบ เสียงกรีดร้องดังมาจากเรือหรู ลำนั้น
ผ่านไปเพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว เรือหรูของเหยียนหรูอวี้ก็แหลก ละเอียดไร้ชิ้นดี
บทที่ 73.2 ครอบครัวพร้อมหน้า (2)
เยี่ยนไหวจิ่งเข้าไปช่วยจวินฉางอันซึ่งได้รับบาดเจ็บ แล้วใช้ วิชาตัวเบาข้ามไปยังเรือของตน แต่ยังไม่ทันได้ยืนเต็มเท้า ก้อนหิน ของเยี่ยนจิ่วเฉาก็ไล่ตามหลังพวกเขามา
หากเยี่ยนไหวจิ่งมิได้หลบได้อย่างรวดเร็ว ก็คงถูกหินก้อนนั้น อัดจนเละเป็นเนื้อบดไปแล้ว เขามองไปยังโพรงใหญ่บนเรือ ก็พูด ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “เยี่ยนจิ่วเฉา! นี่มันเรือของทางการ!”
เยี่ยนจิ่วเฉา “อ้าว”
ขณะที่เยี่ยนไหวจิ่งกำลังคิดว่าในที่สุดอีกฝ่ายก็ริษยาขึ้นมา เยี่ยนจิ่วเฉาก็วางอวี๋หวั่นลงบนเก้าอี้ แล้วโบกมือให้อิ่งสือซัน อิ่งสือ ซันก็ดันเครื่องยิงหินเข้ามา
เยี่ยนจิ่วเฉานำหินก้อนใหญ่ที่สุดใส่ลงบนเครื่องด้วยตนเอง เล็งไปยัง…ศีรษะของเยี่ยนไหวจิ่ง จากนั้นก็ทุบเครื่องนั้นอย่างแรง
“เยี่ยนจิ่วเฉา!!!” เยี่ยนไหวจิ่งกระโดดหลบอย่างทุลักทุเล พื้น ดาดฟ้าเรือด้านหลังเขาหักออกเป็นสองซีก
เรือของทางการซึ่งประดับประดาสวยสดและพรั่งพร้อมด้วย ยุทโธปกรณ์ไม่อาจทนรับการโจมตีของกองทัพเรือเยี่ยนจิ่วเฉาได้ ภายในเวลาเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว ทั้งเรือของทางการและเรือหรู ของเหยียนหรูอวี้ก็ถูกกองทัพเรือโจมตีเสียจนยับเยิน
บัดนี้เยี่ยนไหวจิ่งกลายเป็นลูกหมาตกนํ้าต่อหน้าต่อตาผู้คน
“คุณชาย เหยียนหรูอวี้หนีไปแล้ว” อิ่งสือซันมองลงไปบน ผิวนํ้า “จะให้ข้าน้อยไปจับนางหรือไม่ขอรับ?”
เยี่ยนจิ่วเฉาพูดค่อนแคะ “จับนางแล้วอย่างไร? ให้นางหนีไป”
หากไม่ให้นางหนี นางก็จะไม่รู้ซึ้งถึงความสิ้นหวัง
อิ่งสือซันเหลือบมองเหยียนหรูอวี้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ เขา คิดในในว่าสตรีผู้นี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก เป็นหมากในกระดานอยู่ดีๆ กลับออกไปรนหาที่ตาย ครั้งนี้เป็นอย่างไรเล่า? ลักพาตัวคุณชาย น้อย จับแม่นางอวี๋ไป ทั้งยังหลบหนีไปต่อหน้าต่อตาคุณชาย ไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วจะต้องตายอย่างไร
อวี๋หวั่นเผชิญกับเรื่องชวนอกสั่นขวัญแขวนมาตลอดทั้งคืน หลังจากที่เยี่ยนจิ่วเฉาปรากฏตัว เธอก็รู้สึกโล่งใจราวกับยกภูเขา ออกจากอก เมื่อสมองปลอดโปร่ง ก็เริ่มง่วงนอนขึ้นมา เธอนั่งอยู่ บนเก้าอี้เพียงครู่เดียวก็ผล็อยหลับไป
ไม่รู้ว่าเธอเริ่มเชื่อใจผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไร
เยี่ยนจิ่วเฉาอุ้มเธอเข้าไปในห้องพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสาม แล้ววางพวกเขาลงบนเตียงนุ่ม
เด็กน้อยทั้งสามคนกลิ้งเข้าไปซุกในอ้อมกอดของอวี๋หวั่นทันที ราวกับรู้สึกตัวอยู่
แม่ลูกกำลังหลับสบาย
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้ปลายนิ้วจิ้มไปบนท้องของลูกชาย เด็กทั้งสาม ถูกท่านพ่อปลุกให้ตื่น พวกเขาลืมตาขึ้นมองท่านพ่อด้วยสีหน้า งุนงง
เยี่ยนจิ่วเฉาบอกว่า “ข้าอยากนอนด้วย”
เด็กทั้งสามคนเข้ามากอดอวี๋หวั่นทันที แล้วหันมาจ้องท่านพ่อ เขม็ง
เยี่ยนจิ่วเฉาพูดว่า “ข้าช่วยนางกลับมา ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าก็คง ไม่ได้พบนางอีก”
เด็กทั้งสามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ขยับก้น แล้วแบ่งที่ ว่างให้เยี่ยนจิ่วเฉาครึ่งเตียง
แน่นอนว่าเยี่ยนจิ่วเฉามิได้อยากนอนจริงๆ เขาเพียงล้มตัวลง นอนข้างๆ มองไปยังสี่คนแม่ลูกเงียบๆ เด็กน้อยทั้งสามนอนหงาย กรนเบาๆ อวี๋หวั่นนอนตะแคงข้าง หันหน้าเข้าหาเด็กๆ เธอกำลัง หลับสบาย ลมหายใจสมํ่าเสมอ
ต่อให้ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นแม่ลูกกัน แต่ในเมื่อพึ่งพากันถึง เพียงนี้ จะเรียกว่าเลือดข้นกว่านํ้าได้หรือไม่?
เยี่ยนจิ่วเฉาใช้มือดันตัวเองขึ้น เอนกายเข้าไปใกล้ใบหูของอวี๋ หวั่น กระซิบว่า “ลูกของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ พวกเขาอยู่ในอ้อมกอด ของเจ้าแล้ว”
ในความฝัน อวี๋หวั่นรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน
……
หลังจากที่เรือถูกโจมตี เหยียนหรูอวี้ก็ตกลงในนํ้า โชคดีที่นาง ว่ายนํ้าเป็น นางดำลงใปใต้นํ้าเพื่อช่วยแม่หลินที่ตกลงไปในนํ้าเช่น เดียวกัน ในขณะที่มือของนางกำลังจะยื่นไปคว้าแม่หลินนั้นเอง ก็ มีหินก้อนหนึ่งพุ่งตรงมากระแทก กระโหลกศีรษะแตกต่อหน้า ต่อตา เหยียนหรูอวี้กลัวจนเกือบลมจับ
นางว่ายนํ้าไปสุดกำลัง ไม่รู้ว่าว่ายมานานเท่าไร ในที่สุดก็ถึงฝั่ง
นางตรงเข้าเมืองหลวง เดิมทีคิดว่าจะไปหาสวี่ส้าว แต่กลับพบ ว่าเรือนของสกุลสวี่ถูกทหารจากทางการล้อมเอาไว้หมดแล้ว
นางทำได้เพียงแอบกลับไปจวนสกุลเหยียน
…………………..
“นายท่าน นายท่านแย่แล้วขอรับ!” พ่อบ้านของจวนสกุลเหยี ยนคนหนึ่งวิ่งหัวหกก้นขวิดเข้ามาในห้องของเหยียนฉงหมิง
เหยียนฉงหมิงกำลังนอนกลางวัน แต่กลับถูกพ่อบ้านทำเสียง ดังโหวกเหวกจนตื่น เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “มีอะไร? เอะอะโวยวายอะไร?”
พ่อบ้านใบหน้าซีดเผือด “คะ…คุณชายเยี่ยนกลับเมืองหลวง มาแล้วขอรับ”
เรื่องที่ก่อนหน้านี้คุณชายเยี่ยนกลับเมืองเยี่ยนไปไหว้หลุมศพ เยี่ยนอ๋องนั้นแพร่สะพัดออกไปทั่วเมืองหลวง เขากลับมาก็กลับมา
สิ มีอันใดน่าแปลกใจ?
เหยียนฉงหมิงกล่าวโทษพ่อบ้านที่ร้องแร่แห่กระเฌอ พ่อบ้าน กลับพูดว่า “ไม่ใช่ขอรับ นายท่าน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! คุณชายเยี่ย นบอกกับคนอื่นๆ ว่า…ว่า…”
“ว่าอย่างไรก็พูดมา อย่ามัวแต่อํ้าๆ อึ้งๆ!” เหยียนฉงหมิงเริ่ม หมดความอดทน
พ่อบ้านทำใจดีสู้เสือ “คุณชายเยี่ยนบอกว่า คุณหนูไม่ใช่แม่ ของลูกเขาขอรับ!”
เหยียนฉงหมิงตกใจกลัวจนตกลงมาจากเตียง!
พ่อบ้านรีบเข้าไปพยุงเขา “นายท่าน ทีนี้จะทำอย่างไรดี ขอรับ?”
เหยียนฉงหมิงยกมือขึ้นปาดเหงื่อ พูดด้วยความโกรธว่า “นาง หาเรื่องให้ข้าแล้ว…นางหาเรื่องให้ข้าแล้ว!”
‘ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง จะไม่ปล่อยให้สกุลเหยียนตกที่นั่ง ลำบาก ท่านพ่อจะได้เป็นท่านโหวของท่านต่อไปได้ พุ่งทะยานขึ้นสู่ ตำแหน่งสูงได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง!’
นางบอกเองมิใช่หรือว่าจะไม่ทำให้สกุลเหยียนต้องตกที่นั่ง ลำบาก? นางสัญญาไว้ไม่ใช่หรือว่าจะทำให้เขารุ่งโรจน์กว่าแต่ ก่อน?
ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน คุณชายเยี่ยนก็ประกาศก้องให้ใต้
หล้ารู้กันทั่วเสียแล้ว!
“ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าไม่ควรเชื่อเด็กนั่น! จับนางไปไว้ที่จวนคุณ ชายเยี่ยนก็จบแล้ว!” เหยียนฉงหมิงมีโทสะ “เหยียนหรูอวี้เล่า?”
พ่อบ้านตอบว่า “คุณหนูออกไปจากจวนตั้งแต่เมื่อวานขอรับ”
เหยียนฉงหมิงหน้าดำครํ่าเครียด “คงไม่ได้หนีไปหรอก กระมัง? เหมือนกับเมื่อสี่ปีที่แล้ว?!”
พ่อบ้านไม่กล้าพูดต่อ
เหยียนฉงหมิงโมโหดังไฟสุมอก “นำคำสั่งข้าไป ถ้านางกลับ มา ให้จับนางมาหาข้า!”
ฮูหยินเหยียนซึ่งถือชามไก่ตุ๋นโสมมาถึงหน้าประตูได้ยินคำพูด นี้เข้าพอดี นางตื่นตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง
ฮูหยินเหยียนเดินกลับห้องด้วยใบหน้าขาวซีด ไม่ว่าเหยียนหรู อวี้จะทำผิดอันใด แต่นางก็เป็นบุตรสาวที่ฮูหยินเหยียนอุ้มท้องมา เกือบสิบเดือน สกุลเหยียนอาจจะทอดทิ้งนาง แต่นางจะทอดทิ้งเห ยียนหรูอวี้ไม่ได้
“ชุ่ยเอ๋อร์” นางเปิดประตู ส่งเสียงเรียกสาวใช้คนสนิท ทันใด นั้นเองก็มีเงาปราดเข้ามา ปิดปากของนางไว้ นางร้องเสียงแหลม!
เหยียนหรูอวี้เอ่ยขึ้นว่า “ท่านแม่ ข้าเอง!”
ฮูหยินเหนียนนัยน์ตาเบิกกว้าง “อึกๆ?”
อวี้เอ๋อร์?
เหยียนหรูอวี้เห็นความวิตกกังวลในสายตาของมารดา นาง ปล่อยมือ เดินไปปิดประตูพร้อมกับลงกลอน
ฮูหยินเหยียนเหลือบไปเห็นชุ่ยเอ๋อร์ซึ่งนอนอยู่ที่พื้น “นาง… นางเป็นอย่างไรบ้าง?”
เหยียนหรูอวี้ตอบว่า “ข้าแค่ทำให้นางสลบไป ฟื้นมาก็คงไม่ เป็นไรแล้ว ท่านแม่อย่าได้กังวลใจ”
แต่ไหนแต่ไรมาบุตรสาวของนางไม่กล้าฆ่าแม้แต่มด บัดนี้พูด ว่าตนตีสาวใช้จนสลบโดยที่สีหน้าปราศจากความหวาดกลัวแต่ อย่างใด ในใจของฮูหยินเหยียนพลันรู้สึกถึงความไม่คุ้นเคย
แต่ไม่ว่าอย่างไรเหยียนหรูอวี้ก็เป็นลูกในไส้ของนาง ฮูหยินเหยี ยนจับมือของเหยียนหรูอวี้ “อวี้เอ๋อร์ สรุปแล้วระหว่างเจ้ากับคุณ ชายเยี่ยนเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? เหตุใดคุณชายเยี่ยนจึงบอกว่า เจ้าไม่ใช่แม่แท้ๆ ของคุณชายน้อย? เขาเข้าใจผิดใช่หรือไม่?”
เหยียนหรูอวี้ส่ายหน้า “ท่านแม่ เรื่องเหล่านี้ไว้ลูกจะกลับมา อธิบายให้ฟัง…”
“เป็นเรื่องจริงหรือ?” ฮูหยินเหยียนหายใจเข้าด้วยความตื่น ตะลึง!
เหยียนหรูอวี้สีหน้าเศร้าสร้อย “ลูกล้วนทำเพื่อสกุลเหยียน!”
“…” ฮูหยินเหยียนไม่มีสิ่งใดจะโต้แย้ง อย่างไรเสียหากไม่มี
คำโป้ปดนี้ ไม่ว่าอย่างไรสกุลเหยียนก็ไม่มีทางกลับมามีสถานะดัง เช่นทุกวันนี้ได้ แต่โทษฐานหลอกลวงเบื้องสูง บัดนี้ได้ถูกเปิดเผยอ อกไปแล้ว พวกเขาจะทำอย่างไรกันดี?
“เจ้าไม่ควรกลับมาที่นี่ เจ้ารีบหนีไปซะ พ่อเจ้าจะจับเจ้า!” ฮู หยินเหยียนกล่าวพลางรํ่าไห้
เหยียนหรูอวี้รู้ดีว่าในตอนนี้จวนสกุลเหยียนเป็นสถานที่ที่ไม่ ปลอดภัย นางไม่ควรกลับมา แต่ก็มีของที่นางทิ้งเอาไว้ไม่ได้ จำ ต้องไปนำกลับมา “ท่านแม่ ข้ากลับเข้าเรือนไม่ได้ ท่านช่วยข้าหยิบ ของชิ้นหนึ่งได้หรือไม่?”
……
ราตรีเงียบสงัด
ฮูหยินเหยียนพาเหยียนหรูอวี้ซึ่งแต่งกายเป็นสตรีชาวนาไปส่ง ยังประตูหลังของจวนสกุลเหยียน พูดอย่างระทมทุกข์ว่า “เอาละ นี่ เป็นของที่เจ้าต้องการ แม่หยิบมาให้เจ้าแล้ว นี่เป็นเงินทองที่แม่ เตรียมให้เจ้า เพียงพอให้เจ้าใช้ไปครึ่งค่อนชีวิต…เจ้ารีบไปเถิด ออกจากเมืองหลวงไป ยิ่งไปไกลได้ยิ่งดี อย่าได้กลับมาที่นี่อีก!”
เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น อย่าว่าแต่เยี่ยนจิ่วเฉาจะทำอะไรบุตร สาวนางเลย เพียงแค่เหยียนฉงหมิงก็ไม่มีทางปล่อยเหยียนหรูอวี้ เอาไว้
“ท่านแม่” เหยียนหรูอวี้ขอบตาแดงกํ่า
ฮูหยินเหยียนนํ้าตาไหลพราก “รีบไปเร็ว! หากยังไม่ไปอีกก็จะ ไม่ทันแล้ว!”