หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 160.1 ทำเองรับเอง (1)
เมิ่งอี๋เหนียงเข้ามาอยู่ที่จวนสกุลเซียวเมื่อสิบห้าปีก่อน นาง เป็นบุตรีของตระกูลที่มีเกียรติ ทว่าครอบครัวไม่อาจหาการ แต่งงานที่เหมาะสมกับนางได้ ตระกูลที่ยิ่งใหญ่รํ่ารวยไม่ชอบนาง ส่วนตระกูลคนสามัญธรรมดานางก็ไม่ชอบ ไปๆ มาๆ อายุก็ล่วงเลย ผ่านวัย สมัยราชวงศ์ต้าโจวสตรีแต่งงานช้ากว่าสมัยราชวงศ์ก่อน ทว่าสตรีที่อายุมากกว่าสิบเจ็ดที่ยังไม่ได้แต่งงานมีไม่มากนัก นาง จึงเริ่มกังวลเรื่องการแต่งงานมากขึ้นเรื่อยๆ มารดาของนางจึงพา ไปเสี่ยงสัตย์อธิษฐานขอการแต่งงาน และนางก็จับได้คำทำนายที่ ดี นางดีใจมาก คิดว่าเรื่องการแต่งงานต้องลงเอยด้วยดี และ ความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น ระหว่างทางกลับบ้านนางถูกหัวขโมย ดักปล้น แต่ก็ถูกองครักษ์ตระกูลเซียวที่ผ่านมาช่วยเหลือไว้
ถึงวันนี้นางก็ยังจำบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำ ดูราวกับสัตว์ร้ายที่ พร้อมตะครุบเหยื่อผู้นั้นได้ แค่นางมองเขาจากระยะไกลก็รู้สึกว่า ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว บุรุษผู้นี้น่ากลัวกว่าหัวขโมยหลายเท่า หากได้เขาเป็นคู่ครองก็คงสามารถป้องกันนางได้เป็นอย่างดี
ทว่าท้ายที่สุดบุรุษผู้นั้นไม่แม้แต่ชายตาแลนางตรงๆ กลับเป็น คุณชายร่างกายผอมเพรียวดูสง่างามผู้หนึ่งที่เดินลงมาจากรถม้า ข้างๆ คุณชายผู้นั้นถามนางว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ต้องการหมอ หรือไม่ ภาพนางนํ้าตาไหลอาบแก้มตกอยู่ในสายตาของคุณชายผู้
นั้น ในดวงตาของเขาพลันฉายแววประหลาดที่ไม่อาจเก็บซ่อนได้
เมิ่งอี๋เหนียงได้รู้ในภายหลังว่าบุรุษร่างสูงใหญ่ผู้นั้นคือเซียว เจิ้นถิง แม่ทัพใหญ่เซียวผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเขาก็ยังไม่ได้ แต่งงาน ส่วนบุรุษผอมเพรียวสง่างามผู้นั้นเป็นพี่ชายคนโตของ เซียวเจิ้นถิง เขาแต่งงานมีภรรยาไปแล้ว
เมิ่งอี๋เหนียงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เห็นอยู่ว่าองครักษ์ของ เซียวเจิ้นถิงเป็นคนช่วยนาง แล้วเหตุใดคนที่ถูกใจนางจึงไม่ใช่ เซียวเจิ้นถิง
ถ้าหากนางได้แต่งงานกับเซียวเจิ้นถิง นางก็คงได้เป็นฮูหยิน เซียวจริงๆ จังๆ ไปแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่ในโลกนี้ไม่มี ‘ถ้าหาก’ เกิด ขึ้นจริง ไม่กี่วันต่อมา มามาของสกุลเซียวก็มาที่บ้านตามคำสั่งของ นายท่านใหญ่เซียว และถามนางว่าจะยินยอมแต่งเข้าจวนเป็นอี๋ เหนียงหรือไม่
หากเทียบกับแต่งงานเป็นภรรยาบ้านๆ ของตระกูลสามัญชน ตัวเล็กๆ แน่นอนว่านางเต็มใจเข้าไปนอนบนกองเงินกองทองและ ยศทรัพย์อำนาจที่ไม่มีสิ้นสุดของจวนสกุลเซียวมากกว่า ทว่านาง ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าทายาทสกุลเซียวไม่ใช่นายท่านของนาง ความสง่างามนั้นก็เป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก นายท่านใหญ่ เซียวมีนิสัยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่ได้เอ่ยถึงทำการใดก็ไม่สำเร็จ แต่ ยังสร้างปัญหาให้กับสกุลเซียวไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าอย่างไรเสียนาง ก็มาแล้ว คิดถอนตัวตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว
โชคดีที่เซียวเจิ้นถิงมีนิสัยให้อภัยคน ไม่ว่าพี่ชายจะเละเทะ อย่างไร ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะแยกพี่น้องออกจากครอบครัว นาง คิดว่าขอเพียงนางให้กำเนิดบุตรชายมากๆ บุตรสาวน้อยๆ กับนาย ท่าน ต่อไปนางคงไม่ต้องกังวลกับชีวิตในสกุลเซียวอีก ทว่านาง กลับไม่มีโชคถึงเพียงนั้น หลังจากให้กำเนิดเซียวจื่อหลิน นางก็ไม่ เคยตั้งครรภ์อีกเลย
เซียวจื่อหลินเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงหนึ่งเดียวของนาง นาง ทุ่มเทใจทั้งหมดให้กับบุตรสาวคนนี้ ทว่าหลังเกิดปัญหาที่จวนเฉิงอ๋ อง ฮูหยินใหญ่ก็ใช้กฎครอบครัวลงโทษ ตีมือบุตรสาวของนางจน บวม และยังให้บุตรสาวของนางคุกเข่าต่อหน้าศาลบรรพบุรุษอัน หนาวเหน็บ บุตรสาวของนางตกใจกลัวจนป่วยหนัก กระทั่งวันนี้ อาการจึงค่อยๆ ดีขึ้น
เมิ่งอี๋เหนียงเกลียดฮูหยินใหญ่ที่โหดเหี้ยม และเกลียดอวี๋หวั่น ที่แสนเจ้าเล่ห์ แต่นางเคยสัมผัสกับกลเม็ดของฮูหยินใหญ่ จึงไม่มี ความกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับฮูหยินใหญ่ ทว่าอวี๋หวั่นที่ยังดูเยาว์วัย ได้ยินมาว่าเพราะปีนขึ้นเตียงถึงได้แต่งเข้าจวนคุณชาย ไม่ว่าจะ มองอย่างไรดรุณีผู้นี้ก็ดูดีแต่เปลือกนอกเท่านั้น อีกไม่นานนางจะ จัดการให้ได้ลิ้มรสชะตากรรมของการกลั่นแกล้งบุตรสาวของนาง อย่างงาม!
อวี๋หวั่น เซียวจื่อเยว่และคนอื่นๆ เดินเข้าไปใต้ซุ้มองุ่น องุ่นสด พวงใหญ่ห้อยอยู่ใต้กิ่งใบสีเขียว องุ่นเหล่านี้กระจุกอยู่ตามทางเดิน ไม้ที่อากาศถ่ายเทและเงียบสงบ เมื่อคนรับใช้รู้ว่าพวกนางจะมา
ก็ได้จัดเตรียมบันไดและเก้าอี้ไม้ตัวเล็กไว้พร้อมแล้ว
พระชายาเฉิงอ๋องมีวรยุทธ์ ไหนเลยจำเป็นต้องใช้ของเหล่านี้? เพียงนางเหวี่ยงแส้ไป พวงองุ่นก็ตกถึงมือแล้ว
“โห!” พี่น้องสตรีต่างอ้าปากค้างด้วยความอิจฉา
พระชายาเฉิงอ๋องมีความสุขออกหน้าออกตา ใช้แส้เก็บองุ่น มาอีกสองสามพวงจนทุกคนต้องอิจฉา
“พวกเราก็ไปเก็บกันเถิด” เซียวจื่อเยว่กล่าว
ซุ้มองุ่นไม่ได้สูงนัก รูปร่างอย่างฝูหลิงแค่เอื้อมมือเก็บก็ถึง สตรีที่มีความสูงปกติใช้แค่เครื่องมือเล็กๆ น้อยๆ บันไดมีคนรับใช้ ช่วยพยุง ทว่าก็ยังมีสตรีที่ไม่กล้าขึ้นไป จึงทำเพียงยืนอยู่บนเก้าอี้ ไม้เล็กๆ เท่านั้น
เซียวจื่อเยว่ขี้กลัวมาก เดิมทีนางหมายจะยืนเก็บองุ่นบนเก้าอี้ เท่านั้น ทว่าเมื่อเห็นอวี๋หวั่นยืนอยู่บนบันไดอย่างใจเย็น นางก็อยาก ใช้บันไดบ้าง สตรีรับใช้ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งสองคนยึดบันไดเข้า กับเสา และกางขาทั้งสี่ข้างอย่างมั่นคง
เซียวจื่อเยว่เหยียบขึ้นไปด้วยความระมัดระวังและตัดองุ่น พวงแรกด้วยกรรไกร
อวี๋หวั่นตัดมาแล้วเจ็ดแปดพวง เธอเคยทำงานในสวน แน่นอนว่าการเก็บองุ่นไม่ใช่สิ่งที่บุตรีชนชั้นสูงที่ใช้ชีวิตอย่างมี เกียรติมั่งคั่งรํ่ารวยจะเทียบได้ เธอเก็บมาพอสมควรแล้ว พลันหัน ศีรษะไปเห็นเซียวจื่อเยว่กำลังมองมาที่ตนด้วยสีหน้าน้อยเนื้อตํ่าใจ
เธอจึงคิดและยื่นพวงองุ่นที่เพิ่งตัดไปให้นาง
เซียวจื่อเยว่คลี่ยิ้มราวกับได้รับลูกอมหวานที่นางโปรดปราน พลันยื่นตะกร้าไปรับด้วยใบหน้าแววตาที่เปื้อนยิ้ม
ด้วยความช่วยเหลือจากอวี๋หวั่น ตะกร้าของเซียวจื่อเยว่ก็หนัก ขึ้นอย่างรวดเร็ว
“พี่อวี๋ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!” พี่น้องสตรีแซ่จางยื่นตะกร้า มาให้อวี๋หวั่น
เซียวจื่อเยว่เรียกอวี๋หวั่นว่าพี่สะใภ้ ทว่าพี่น้องสตรีไม่อาจเรียก ตามนางว่าพี่สะใภ้ได้ จึงเปลี่ยนไปเรียกพี่อวี๋ เพราะคำเรียกเช่นนี้ดู สนิทสนมมากกว่าพระชายาซื่อจื่อ
“ได้สิ” อวี๋หวั่นตัดพวงหนึ่งยื่นให้นาง
“ข้าๆๆ…ข้าก็อยากได้เหมือนกัน!” พี่น้องสตรีอีกคนเดินเข้า มา
“นี่ของเจ้า!” ยังไม่ทันที่อวี๋หวั่นจะตัดให้นาง พระชายาเฉิงอ๋อง ก็เหวี่ยงแส้และองุ่นสดพวงหนึ่งก็ตกลงไปในตะกร้าของนางอย่าง แม่นยำ
“พระชายาเฉิงอ๋อง พระชายาเฉิงอ๋อง!” พี่น้องสตรีผู้นี้วิ่งไปหา พระชายาเฉิงอ๋อง
ด้วยความช่วยเหลือของอวี๋หวั่นกับพระชายาเฉิงอ๋อง ตะกร้า ของทุกคนเต็มไปด้วยองุ่นสดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกนางจะไม่ได้
เก็บเอง แต่พวกนางก็รับมันด้วยตนเอง! สนุกกว่าการปาลูกดอก ลงเป้าเป็นไหนๆ!
“เราไปทำสุรากันเถิด!” เซียวจื่อเยว่กล่าวด้วยความยินดีปรีดา
ทุกคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง
ผู้ชำนาญด้านสุราที่ได้รับเชิญในครั้งนี้เป็นบุตรสาวเจ้าของโรง กลั่นสุราในเมืองหลวง นางมีอายุมากกว่าพวกนางสองสามปี ว่า กันว่าที่บ้านนางกำลังตามหาลูกเขย และทุกวันนี้ก็สืบทอดกิจการ ของบิดา เพราะเป็นสตรี ฮูหยินใหญ่เซียวจึงยกเว้นให้เซียวจื่อเยว่ เชิญเข้ามาในจวนได้ แต่สถานที่ในการทำสุราไม่อาจเป็นเรือน เฉียงเวยของเซียวจื่อเยว่ได้
ฮูหยินใหญ่กล่าวว่า นั่นเป็นเรือนส่วนตัวของบุตรสาว ไม่ใช่ทุก คนในชนชั้นล่างที่จะสามารถเข้าไปได้
“ที่ห้องปี้สยา” เซียวจื่อเยว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ห้องปี้สยาอยู่ด้านทิศตะวันตกของจวนสกุลเซียว ไม่ห่างจาก ห้องครัวใหญ่นัก และเดินทางผ่านสวนผักแปลงหนึ่ง
สวนผักของจวนสกุลเซียวถูกปลูกโดยคนรับใช้ในยามว่าง ซั่ งกวนเยี่ยนไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายในส่วนนี้
“นั่นคืออันใดหรือ?” พี่น้องสตรีผู้หนึ่งถาม
นางชี้ไปที่ลูกแมวที่กลิ้งไปมาอยู่ในสวนผัก อวี๋หวั่นสังเกตเห็น ลำต้นพืชที่ลูกแมวตะปบเล่น อวี๋หวั่นกล่าวว่า “มันคือใบมันเทศ
สามารถนำไปทำอาหารได้”
“หือ?” เซียวจื่อเยว่ประหลาดใจ “นั่นทำอาหารได้ด้วยหรือ?”
อวี๋หวั่นพยักหน้า ยามนี้เป็นฤดูกาลกินใบมันเทศ นำมาผัด กระเทียมกับนํ้ามันพืช รสชาติดีกว่าผักตามฤดูกาลอื่นๆ เธอจำได้ ว่าตอนเด็กๆ ที่บ้านคุณป้าของเธอมีทุ่งมันเทศขนาดใหญ่ พอถึง ฤดูร้อนคุณป้าก็จะเก็บใบมันเทศมาผัดให้เธอกิน ถ้ากินไม่หมดก็ ยังนำไปเป็นอาหารหมูได้อีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
เซียวจื่อเยว่ไม่เคยกินมาก่อน ทว่าพี่สะใภ้ของนางบอกว่ากิน ได้ เช่นนั้นก็ต้องกินได้อย่างแน่นอน
เซียวจื่อเยว่เรียกหลิงจือมา “เจ้าไปบอกให้พ่อครัวผัดใบ มันเทศ”
“หือ?” หลิงจือผงะ นั่นมันไม่ใช่อาหารเลี้ยงหมูหรอกรึ? แต่ใน เมื่อคุณหนูรองอยากกิน นางก็จะไปบอกให้พ่อครัวทำ
ในโลกของคุณหนูบุตรีชนชั้นสูงนางไม่เข้าใจ…
หลิงจือนำเรื่องไปบอกห้องครัว ห้องครัวก็รีบทำตามทันที
อีกด้านหนึ่ง สาวใช้ที่เมิ่งอี๋เหนียงส่งไปสะกดรอยก็กลับมา และรายงานเบาะแสในช่วงเช้าของสตรีกลุ่มนั้นโดยละเอียด
เซียวจื่อหลินอยู่ที่นั่นด้วย เมื่อได้ยินว่าพี่สาวกับพวกนางไป เก็บองุ่นมาทำสุรา นางก็อิจฉาจนแทบเป็นบ้า งานรวมตัวที่ สนุกสนานเช่นนี้ พี่รองก็ยังไม่เรียกนาง!
เมิ่งอี๋เหนียงคิดในใจ คนบ้านนอกก็คือคนบ้านนอก เอาอาหาร หมูมาผัดให้บุตรีตระกูลใหญ่กิน ก็ดี ทำให้คนพวกนั้นเสียท้อง แล้ว มาดูว่าเธอจะลงเอยอย่างไร!
คนกลุ่มนี้หมางเมินบุตรสาวนาง ก็สมควรที่จะได้รับแบบนี้!
บทที่ 160.2 ทำเองรับเอง (2)
ไม่กี่วันมานี้เมิ่งอี๋เหนียงเกิดอาการร้อนใน โมโห เดือดดาล จึง ปวดท้องแน่นท้อง หมอจ่ายผงสลอด[1]ให้นางหนึ่งขวด กินวันละ ครั้ง ครั้งละไม่เกินครึ่งช้อนชา เมิ่งอี๋เหนียงนำยานี้ให้กับสาวใช้คน สนิท และบอกให้นางใส่มันลงไปในอาหารทั้งหมด
รสชาติของสลอดค่อนข้างคล้ายกับถั่วลิสงรสเผ็ดที่ขึ้นรา ผง สลอดที่ผ่านกรรมวิธีจะถูกขจัดรสราออกไป และเหลือเพียงกลิ่น ฉุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อผสมลงในอาหารจึงไม่ใช่เรื่อง ง่ายดายที่จะแยกออก
อย่างไรก็ตามใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว สาวใช้คนสนิทใช้ข้อ อ้างที่จะไปใส่ผัก นำผงสลอดทั้งหมดคลุกลงในใบมันเทศที่กำลัง จะยกขึ้นมาใส่จาน
เรื่องสกปรกเช่นนี้ ไม่อาจบอกให้บุตรสาวของนางรู้ได้ เมิ่งอี๋ เหนียงกำชับสาวใช้คนสนิทจากด้านนอกเรือน พลางยืนโบกพัด ขณะที่รอให้สาวใช้คนสนิทกลับมา แต่หารู้ไม่ว่า ‘ท่าทางเฝ้ารอ อย่างร้อนใจ’ นี้จะถูกนายท่ายใหญ่เซียวที่เดินมาเห็นเข้า
นายท่านใหญ่เซียวสะดุดตากับเมิ่งอี๋เหนียงในครั้งแรก ก็ด้วย ท่าทางเช่นนี้ของนาง เวลาผ่านมานานหลายปีฮูหยินใหญ่เซียวก็ แก่ตัวลงราวกับไข่มุกสีเหลือง ทว่าเมิ่งอี๋เหนียงก็ยังคงงดงามและ มีเสน่ห์ ในช่วงนี้นายท่านใหญ่เซียวลงโทษเซียวจื่อหลินที่ทำร้ายพี่
สาว เขาจึงไม่ได้มาที่เรือนของเมิ่งอี๋เหนียงหลายวันแล้ว จู่ๆ ก็เห็น ท่าทางที่มีเสน่ห์ของเมิ่งอี๋เหนียงเข้าอย่างกะทันหัน จะอดใจไหวได้ อย่างไร? จึงรีบสาวเท้าก้าวเข้าหาเมิ่งอี๋เหนียงในทันที
หัวใจของเมิ่งอี๋เหนียงแทบตกไปที่ตาตุ่ม นางรีบร้อนโค้งคำนับ “นายท่าน”
สองสามวันมานี้กังวลเรื่องเซียวจื่อหลิน ผู้คนก็ต่างซูบเซียว แต่ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกสงสาร นาทีนั้นนายท่านใหญ่เซียวหลงลืมคำ เตือนจากฮูหยินใหญ่เซียวไปสิ้น พลันจูงมือเมิ่งอี๋เหนียงเข้าไปใน เรือน
กับภรรยาเอกยังต้องให้ความสำคัญกับกฎระเบียบอยู่บ้าง ทว่ากับอนุภรรยาไม่จำเป็น นายท่านใหญ่เซียวตัดสินใจว่าหลังมื้อ เที่ยงในช่วงพักยามบ่ายจะอยู่เล่นจํ้าจี้กับนางสักหน
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว นายท่านใหญ่เซียวจึงสั่งให้ผู้ติดตามไป เร่งนำอาหารมา
ผู้ติดตามของนายท่านใหญ่เซียวเดินไปที่ห้องครัว ภายในห้อง ครัวกำลังเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเซียวจื่อเยว่และกลุ่มบุตรี ชั้นสูง ฮูหยินใหญ่เซียวกำชับว่าอาหารของนางกับนายท่านค่อย เตรียมทีหลัง ให้พวกเขาดูแลเด็กสตรีและแขกให้ดีเสียก่อน ไม่คิด ว่านายท่านใหญ่เซียวจะให้คนรับใช้มานำอาหารไปก่อน
“อันนี้ อันนี้แล้วก็อันนี้แล้วกัน” ผู้ติดตามนำอาหารสองสาม อย่างใส่กล่องอาหารแล้วถือออกไป
อาหารเหล่านั้นเป็นผักนึ่ง ในหม้อนึ่งยังมีเหลืออีกมาก หากจะ นำไปก็นำไปได้ ไม่ใช่ปัญหา ทว่าน่าเสียดายที่ใบมันเทศที่เพิ่งปรุง เสร็จไม่มีแล้ว หากเป็นจานอื่นก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่กลับเป็นใบ มันเทศ อาหารอย่างเดียวที่เซียวจื่อเยว่ระบุไว้ชัดเจนว่าอยากกิน
พ่อครัวหมดหนทาง จำต้องให้คนไปเก็บมาใหม่อีกตะกร้าหนึ่ง นำมาผัดให้เซียวจื่อเยว่และพวกนาง
นายท่านใหญ่เซียวเป็นชาวเมือง เมิ่งอี๋เหนียงก็เป็นคุณหนูที่ เกิดในเมืองหลวง แม้ครอบครัวยากจนแร้นแค้นก็ยังไม่เคย ประสบกับความทุกข์ทรมานเยี่ยงสามัญชน อย่างเดียวที่ทำให้นาง ทิ้งตัวลงรับใช้คือเจ้านายแห่งบ้านใหญ่ทั้งสองของสกุลเซียว ส่วนฮู หยินใหญ่กับคนบ้านสอง ยังไม่ถึงคราวที่นางต้องไปรับใช้ต่อหน้า
“ข้าทำเอง พวกเจ้าออกไป” เมิ่งอี๋เหนียงรับกล่องอาหารมา และจัดวางเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารอย่างเหมาะสม
เซียวจื่อหลินดีใจที่บิดาของนางมาหา
เมิ่งอี๋เหนียงก็มีความสุขเช่นกัน แม้ว่าบุตรสาวของนางจะทำ ผิด แต่ตราบใดที่นายท่านเลี้ยงดูนาง นางกับบุตรสาวก็ยังสามารถ มีชีวิตที่ดีได้
ครอบครัวสามคนเดินลงมาทานอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ อารมณ์ดีหรือไม่ อาหารมื้อนี้จึงดูหอมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผัดผัก ตามฤดูกาล แต่ไม่รู้ว่ามันคือผักอะไร เนื้อเนียนอร่อย มีรสเผ็ดฉุ นอ่อนๆ เผ็ดแต่ไม่แห้ง เป็นรสชาติที่ถูกปากนายท่านใหญ่เซียวยิ่ง
นัก
เมิ่งอี๋เหนียงเห็นว่าเขาชื่นชอบจึงคีบให้เขามากขึ้น
ที่ห้องปี้สยา ใบมันเทศที่เซียวจื่อเยว่ต้องการก็ถูกนำขึ้นโต๊ะ แล้ว
เหล่าบุตรีทั้งหลายเหนื่อยมาตลอดทั้งเช้า ท้องก็หิวจนส่งเสียง ร้องจ๊อกๆ อยู่นานแล้ว หลังจากล้างมือพวกนางก็เริ่มลงมือทาน อาหาร
“ใบมันเทศคือจานใดหรือ?” เซียวจื่อเยว่ถาม
หลิงจือชี้จานที่อยู่ตรงกลาง “อันนี้เจ้าค่ะคุณหนู”
เซียวจื่อเยว่คีบให้ทุกคนและตัวนางเองก็ชิมคำหนึ่งเช่นกัน ผลก็คือ รสชาติดีกว่ากะหลํ่าปลีจริงๆ
พระชายาเฉิงอ๋องเกิดในดินแดนทุ่งหญ้า ในวันธรรมดาจะได้ กินเนื้อแพะมากมาย ทว่าผักกลับมีไม่หลากหลาย อย่างน้อย ‘เถา’ เช่นนี้นางก็ไม่ยังเคยกิน ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากผักทั่วๆ ไป!
นางคีบชิมคำหนึ่ง มันไม่มีความขมเหมือนผักอื่นๆ เนื้อเนียน นุ่ม รสชาติช่างดียิ่งนัก!
จานเดียวไม่พอกินสำหรับข้าวสองสามถัง ห้องครัวจึงผัดเพิ่ม อีกจานหนึ่ง พร้อมกับผักเย็นๆ อีกจาน ทำให้พวกนางทานกัน อย่างสนุกสนาน
เรือนของเมิ่งอี๋เหนียง นายท่านใหญ่เซียวก็กินอย่าง
สนุกสนานเช่นกัน ทว่าหลังจากความสนุกผ่านไปอาการของเขาก็ ไม่ค่อยดีนัก จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดท้อง และไม่นานก็เริ่มปวดอย่าง รุนแรง ปวดที่สุด!
เขากุมท้องและวิ่งไปที่ห้องสุขา
“อี๋เหนียง…” ท้องของเซียวจื่อหลินก็เริ่มปวดเหมือนกัน
“พวกเจ้า…” เมิ่งอี๋เหนียงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ขณะที่ กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ท้องของนางก็เริ่มรู้สึกแปรปรวน
คนรับใช้ในเรือนต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดอี๋เหนียง นาย ท่านและคุณหนูสามถึงได้วิ่งไปห้องสุขา? เท่านั้นยังไม่พอ แถมยัง แย่งห้องนํ้าพวกเขาอีก!
ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นอาการท้องร่วงธรรมดา ทว่าหลัง จากนั้นไม่นานก็ค่อยๆ ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เร็ว! รีบไปรายงานให้ฮูหยินใหญ่ทราบ!”
ผู้ติดตามของนายท่านใหญ่เซียวไปที่เรือนของฮูหยินใหญ่ และบอกเรื่องที่ทั้งสามเกิดอาการท้องร่วง เมื่อฮูหยินใหญ่เซียว ได้ยินว่าเจ้าผีทะเลนั่นไปที่เรือนของอนุภรรยาอีกครั้ง นางก็โกรธ จัด “สมควร!”
ผู้ติดตามก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยสิ่งใด
แม้ฮูหยินใหญ่เซียวจะโกรธ ทว่าอย่างไรก็เป็นสามีและบิดา ของบุตร นางจะนั่งดูเฉยๆ โดยไม่สนใจไม่ได้ นางพาหมอประจำ
จวนไปที่เรือนของเมิ่งอี๋เหนียง ทั้งสามคนอ่อนแอจนใบหน้าไร้สี เลือด
หมอรีบเอาผงเผิงรุ่นถู่รักษาอาการให้ทั้งสาม
ผงเผิงรุ่นถู่มีฤทธิ์ต้านอาการท้องร่วงได้ดี เมิ่งอี๋เหนียงกับ เซียวจื่อหลินกินไม่มาก ไม่นานก็หยุดถ่าย ทว่านายท่านใหญ่เซียว โชคไม่ดีนัก เมิ่งอี๋เหนียงเห็นว่าเขาชอบทาน นางหมายจะเอาอก เอาใจ จึงคีบใส่ชามเขาไปมากกว่าครึ่ง
ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ทำให้เซียวเจิ้นถิงกับซั่งกวนเยี่ยน ตกใจ
“พี่สะใภ้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ?” ซั่งกวนเยี่ยนถาม
หลังบ้านของนายท่านใหญ่เซียวไม่สงบสุข หลายปีมานี้หาก ไม่ใช่อี๋เหนียงผู้นี้สร้างปัญหา ก็เป็นอี๋เหนียงผู้นั้นก่อเรื่อง ฮูหยิน ใหญ่เซียวรู้สึกละอาย ไม่อยากพบหน้าซั่งกวนเยี่ยน จึงตอบอย่าง คลุมเครือว่า “กินอาหารผิดสำแดง”
เรื่องนี้เกี่ยวกับซั่งกวนเยี่ยนแล้ว เรื่องอาหารการกินของจวน อยู่ในมือของซั่งกวนเยี่ยน คนของตนทำงานได้ไม่ดีทำให้พี่ใหญ่ ท้องเสีย นางจึงให้ซิ่งจู๋เรียกคนรับใช้ในครัวมาทันที “พวกเจ้า จัดการกันอย่างไร? ทำอาหารที่ไม่สะอาดใช่หรือไม่?”
เหล่าคนรับใช้คุกเข่าลงกับพื้น หัวหน้าพ่อครัวก็เอ่ยว่า “ฮูหยิน รอง ท่านเข้าใจพวกเราผิด! อาหารที่เราปรุงล้วนทำอย่างสะอาด! พวกคุณหนูรองก็กิน! พวกนางก็ยังปกติดี!”
นี่เป็นเรื่องจริง อาหารของวันนี้มาจากหม้อเดียวกัน หากทำไม่ สะอาดก็ต้องไม่สะอาดทั้งหมด
“วันนี้ทำอาหารอันใด?” ซั่งกวนเยี่ยนถาม
พ่อครัวรายงานชื่ออาหารแแต่ละจาน
ซั่งกวนเยี่ยนขมวดคิ้ว “ใบมันเทศ? มันกินได้หรือ?” หรือ อาหารจานนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พี่ใหญ่ท้องเสีย?
“กินได้ กินได้! พวกคุณหนูรองก็กินไปสองสามจานขอรับ!” พ่อครัวเอ่ย
ซั่งกวนเยี่ยนให้ซิ่งจู๋ไปที่ห้องปี้สยา ห้องปี้สยาอยู่ห่างจากที่นั่น ข่าวจึงยังแพร่มาไม่ถึง สตรีหลายคนกำลังรับประทานอาหารอย่าง มีความสุข และดูไม่มีความผิดปกติใดๆ
ซิ่งจู๋ถามกับฝูหลิง เหล่าคุณหนูสั่งใบมันเทศไปถึงสามจาน แล้ว
ดูเหมือนจะไม่ใช่ความผิดของใบมันเทศ
ซั่งกวนเยี่ยนกำชับ
“รบกวนท่านหมอเจียงช่วยตรวจสอบอาหารที่นายท่านใหญ่ อี๋ เหนียงและคุณหนูสามได้ทานไปเมื่อครู่สักหน่อย”
หมอประจำจวนชิมอาหารแต่ละจาน ส่วนถ้วยที่ใส่ใบมันเทศ เหลือเพียงนํ้าแกงแล้ว ทว่ารสชาติเผ็ดฉุนนั้นก็ทำให้หมอประจำ จวนรับรู้ทันที
“ตอบฮูหยินรอง อาหารจานนี้มีผงสลอดอยู่ ซึ่งมีปริมาณไม่ น้อยเลยขอรับ”
เดิมทีก็เป็นยาชนิดหนึ่ง ทว่าหากใช้ปริมาณมากเกินไปก็อาจ ทำให้ท้องร่วงและขาดนํ้าถึงตายได้
ผักในห้องครัวกลับมีคนใส่ของแบบนี้ลงไป เรื่องนี้จำต้อง ไต่สวนกันอย่างละเอียดรอบคอบสักหน่อย
ใบหน้าของพ่อครัวถอดสี
“ข้าไม่ได้ทำ! นายท่าน ฮูหยิน โปรดพิจารณา ข้าไม่รู้อะไรเลย!”
ฮูหยินใหญ่เซียวลุกขึ้นยืนอย่างเย็นชา “เจ้าบอกว่าไม่รู้ก็คือไม่ รู้รึ? เช่นนั้นเจ้าบอกข้ามา ผงสลอดที่นายท่านใหญ่กินผู้ใดเป็นคน ใส่?!”
…………………………………………………….
[1] สลอด 巴⾖ มีนํ้ามันเป็นองค์ประกอบที่มีฤทธิ์ทำให้ถ่าย