หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 161.1 นํ้าลดตอผุด (1)
พ่อครัวจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ใดเป็นคนใส่? ทว่าอย่างไรก็ไม่ใช่ เขา! ในครัวมีพ่อครัวทั้งหมดสี่คน คนรับใช้อีกแปดคน ผู้ถูกไต่ถาม คือหัวหน้าพ่อครัว เขามั่นใจว่าทุกคนในครัวใจซื่อมือสะอาด ไม่มี วันทำเรื่องสกปรกเช่นนี้
เพียงแต่พวกเขาจะทำหรือไม่เป็นเรื่องหนึ่ง เหล่าเจ้านายจะ เชื่อหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
พ่อครัวส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากซั่งกวนเยี่ยนที่อยู่ ข้างๆ ฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้ว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องหลังบ้าน คนที่ รับผิดชอบคือฮูหยินรอง พวกเขาหวังว่าฮูหยินรองจะเชื่อใจเขา
ซั่งกวนเยี่ยนเชื่อเขา แต่เกรงว่าฮูหยินใหญ่เซียวจะไม่เชื่อนาง
อารมณ์โมโหร้ายของพี่สะใภ้ผู้นี้ ซั่งกวนเยี่ยนรู้ดี จะว่าเลวร้าย มากก็ไม่ใช่ จะว่ารุนแรงก็ไม่เชิง นายท่านใหญ่เซียวมีนิสัยเกเรน่า ผิดหวัง พี่สะใภ้ไปร้องไห้ที่ห้องแม่สามีแทบไม่เว้นวัน ฮูหยินผู้เฒ่า จะทำอย่างไรได้? เขาก็เป็นบุตรชายแท้ๆ ของนาง เริ่มแรกนาง ดูแลเขาได้ แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูเขาให้เสียนิสัย นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนที่นางจะแต่งงานเข้ามา หลังจากแต่งงานก็เริ่มทำให้พี่สะใภ้ ร้องไห้ นางบอกว่าซั่งกวนเยี่ยนเป็นน้องสะใภ้ที่ไม่เคารพพี่สะใภ้ กล่าวอย่างตรงไปตรงมา ฮูหยินใหญ่เซียวแค่ต้องการโยนหน้าที่ใน การดูแลบ้านออกไป ซั่งกวนเยี่ยนอ่านความคิดของนางออก นาง
เป็นดูแลงานในเรือนมาหนึ่งปี และพบว่ามีข้อบกพร่องมากมาย ฮู หยินใหญ่เซียวจึงไม่ใช่สตรีที่ชอบงานบ้านงานเรือน
เมื่อพูดถึงรื่องเซียวเหยี่ยน นายท่านใหญ่เซียวพึ่งไม่ได้ ฮูหยิน ใหญ่เซียวในยามนี้สงบขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ตอนที่นางยังสาว เมื่อ นางโกรธนายท่านใหญ่เซียวก็มักจะระบายความโกรธกับเซียวเหยี่ ยนในวัยเยาว์ น่าสงสารเด็กคนนั้นที่ยืนริมระเบียงในฤดูหนาวอัน หนาวเหน็บด้วยเสื้อผ้าตัวเดียว ฮูหยินใหญ่เซียวบอกว่าหากท่านไม่ กลับมานางจะไม่สนใจเขา นายท่านใหญ่เซียวบอกว่าแล้วแต่เจ้า เขาหันหน้าแล้วเดินออกไปอย่างมีความสุข
เซียวเหยี่ยนตัวน้อยยืนอยู่ตรงนั้นครึ่งชั่วยาม คนรับใช้จะพา เข้ามา ทว่าฮูหยินใหญ่เซียวก็โมโห “ข้าจะดูว่าผู้ใดกล้าแตะเขา!”
สุดท้ายเซียวเจิ้นถิงก็รู้เรื่องและพาเซียวเหยี่ยนไปโดยไม่เอ่ย สิ่งใดสักคำ
เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อนานหลายปีแล้ว ด้วยอายุที่มากขึ้น ฮู หยินใหญ่เซียวก็รู้จักแยกแยะมากกว่าเมื่อก่อน ทว่าสิ่งเหล่านี้ ความรู้สึกไม่พอใจเหล่านี้ยังไม่จางหายไปจากก้นบึ้งของหัวใจง่ายๆ เช่นการตายของเซียวเหยี่ยน เช่นอคติต่อสตรีหม้ายที่แต่งงานครั้ง ที่สอง
สายตาของฮูหยินใหญ่เซียวกวาดมองซั่งกวนเยี่ยน “เจ้าดูสิว่า ฮูหยินรองทำสิ่งใด? หรือว่าเรื่องนี้มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนาง?”
“พี่สะใภ้!” สีหน้าของเซียวเจิ้นถิงเคร่งเครียด
แม้ฮูหยินใหญ่เซียวไม่เคยทำสิ่งใดที่ทำร้ายซั่งกวนเยี่ยน ทว่า นางก็มีอคติต่อซั่งกวนเยี่ยนอย่างมาก เมื่อเจอเรื่องไม่ดี นางจะ เป็นคนแรกที่คิดว่าเป็นฝีมือซั่งกวนเยี่ยน
ซั่งกวนเยี่ยนเป็นนางมารร้ายในปากของคนทั่วหล้า ผู้คนไม่ น้อยที่เอาแต่โทษนาง ไม่เว้นแม้กระทั่งฮูหยินใหญ่เซียว ซั่งกวน เยี่ยนกดมือของเซียวเจิ้นถิง และให้เขาออกไปด้านข้าง เซียวเจิ้นถิ งก็เดินไปด้านข้างอย่างเชื่อฟัง
ซั่งกวนเยี่ยนมองฮูหยินใหญ่เซียวและเอ่ยว่า “พี่สะใภ้ ข้าจะใส่ ผงสลอดให้พี่ใหญ่ด้วยเหตุใด?”
นางรู้จักสลอด หากกินสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้ท้องเสียได้ เซียว เหยี่ยนยามเป็นเด็กผู้โง่เขลา ไม่ระวังคิดว่าสลอดเป็นถั่วลิสง กินไป หลายเม็ดจนนางกลัวแทบตาย นับแต่นั้นสลอดก็ไม่เคยมีอยู่ใน บ้านของนางอีกเลย
ไม่ต้องบอกว่านางไม่มีเหตุผลที่จะทำร้ายพี่ใหญ่ ถึงแม้จะมี แต่นางจะไปเอาสลอดสองสามชิ้นมาจากที่ใด?
ไม่สิ ท่านหมอบอกว่าน่าจะเป็นผงสลอด? ของแบบนั้นนางยัง ไม่เคยเห็นเลย
ฮูหยินใหญ่เซียวอํ้าอึ้งกับคำถาม จริงสิ นางจะทำร้ายนายท่าน ใหญ่เซียวด้วยเหตุใด? นายท่านใหญ่เซียวเป็นเพียงคนเกียจคร้าน ที่อยู่ในจวนคนหนึ่งเท่านั้น หนึ่ง เขาไม่ได้ระรานบ้านรอง สอง เขา ไม่ได้แทรกแซงการตัดสินใจของบ้านรอง หากจะบอกว่ามีสิ่งใดที่
ไม่ถูกใจบ้านรอง ก็คงมีแต่ความเจ้าชู้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายของเขา ทว่า พวกเขาก็ไม่ได้จัดการตั้งแต่วันแรก ช่วงแรกไม่จัดการ ช่วงหลังก็ ไม่จัดการ แล้วจะมาจัดการช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้หรือ?
ฮูหยินใหญ่เซียวเริ่มหวั่นไหว เมิ่งอี๋เหนียงที่อยู่ด้านข้างก็เริ่ม ตื่นตระหนก เดิมทีฮูหยินใหญ่ก็ไม่ชอบนางสองแม่ลูกอยู่แล้ว หาก นางรู้ว่านางทำให้นายท่านใหญ่ได้รับอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ จะไม่ ถลกหนักของนางเลยหรือ? ในเมื่อฮูหยินใหญ่สงสัยซั่งกวนเยี่ยน เช่นนั้นก็ให้นางสงสัยต่อไป!
เมิ่งอี๋เหนียงกล่าว “ฮูหยินรอง ไม่ว่าท่านจะขัดตาบ้านใหญ่ อย่างไร ก็ไม่ควรมาลงกับนายท่านมิใช่หรือ?”
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวอย่างเย็นชา “ข้ากับฮูหยินคุยกัน ถึงคราที่ เจ้าต้องเอ่ยปากแล้วรึ?”
เมิ่งอี๋เหนียงรวบรวมความกล้ายืดตัวขึ้น “ฮูหยินรอง ถึงแม้ ท่านจะไม่ชอบ ทว่าข้าก็จำต้องเอ่ย!”
ซั่งกวนเยี่ยนคลี่ยิ้มแผ่วเบา “ได้ เจ้าอยากเอ่ย ข้าฮูหยินผู้นี้ก็ จะให้เจ้าเอ่ยจนพอใจ เจ้าบอกว่าข้าไม่ชอบบ้านใหญ่ เช่นนั้นเหตุใด ข้าต้องใส่ผงสลอดให้นายท่านใหญ่กับพวกเจ้าสองแม่ลูก แล้วไม่ ได้ใส่ให้ฮูหยินใหญ่สองแม่ลูก?”
ดวงตาของเมิ่งอี๋เหนียงสั่นไหว “ก็ท่าน…ท่านอยากทำร้าย นายท่านใหญ่ ข้า…ข้ากับคุณหนูสามแค่ติดพันไปด้วยโดยบังเอิญ เท่านั้น อีกอย่าง ฮูหยินใหญ่ก็ยังไม่ได้ยกอาหารไป หากยกอาหาร
ไปแล้ว ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าท่านจะส่งชามใบมันเทศที่ใส่ผงสลอดลงไป ด้วยหรือไม่? ส่วนคุณหนูรอง ไม่ใช่เพราะสะใภ้ท่านอยู่ที่นั่นด้วยรึ? ท่านจะกล้าทำให้สะใภ้ถูกทำร้ายไปด้วยหรือ? เพระเหตุนี้คุณหนู รองก็เลยรอดพ้นมาได้”
ซั่งกวนเยี่ยนหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา “วิเคราะห์ได้มีเหตุผล น่าฟังยิ่งนัก เมื่อครู่ที่อํ้าอึ้งไม่เอ่ยสิ่งใด ที่แท้ก็เพราะกำลังครุ่นคิด ว่าจะราดนํ้าสกปรกใส่หัวข้าอย่างไร ปากเป็นเอกวาทศิลป์เป็นเลิศ น่าเสียดายที่เจ้าไม่ได้เป็นคนในศาล”
เมิ่งอี๋เหนียงสัมผัสได้ถึงความโกรธของซั่งกวนเยี่ยน หัวใจของ นางพลันกระตุกวูบ ทันใดนั้นความกลัวที่ไม่อาจบรรยายก็เริ่มก่อ ตัวขึ้น ซั่งกวนเยี่ยนไม่ใช่เด็กอมมือ ไม่เช่นนั้นนางคงไม่อาจคุม เหล่าคนรับใช้ได้อยู่หมัด ทว่านางเป็นอี๋เหนียงของบ้านใหญ่ ไม่เคย สู้กับซั่งกวนเยี่ยน และซั่งกวนเยี่ยนก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับฮูหยิน ใหญ่เซียว ทว่าเพียงซั่งกวนเยี่ยนเอ่ยไม่กี่คำ นางกลับรู้สึก กระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก…
แต่ยามนี้ขี่หลังเสือย่อมลงยาก อย่างไรก็ต้องจำใจโกหกต่อไป
เมิ่งอี๋เหนียงที่ตัดสินใจแล้วบีบนิ้วแน่น คุกเข่าลงบนพื้นด้วย ใบหน้าเศร้าสร้อย “ฮูหยินรองหมายความว่าอย่างไร? สิ่งใดที่เรียก ว่าข้าราดนํ้าสกปรกใส่หัวของฮูหยินรอง? ข้าเพียงกล่าวตามความ จริงเท่านั้น หากฮูหยินรองไม่อยากฟัง ข้าไม่เอ่ยก็ได้!”
ซั่งกวนเยี่ยนฮึดฮัดอย่างเย็นชา “เมื่อครู่คนที่อยากเอ่ยคือเจ้า
แล้วยามนี้คนที่จะไม่เอ่ยก็คือเจ้า เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นอันใด!”
“ข้าไม่กล้า” เมิ่งอี๋เหนียงคุกเข่าลงด้วยความเสียใจ
“เจ้าบอกว่าข้าทำ หลักฐานละ?” ซั่งกวนเยี่ยนถาม
เมิ่งอี๋เหนียงก้มหน้าลง “คนของฮูหยินรองล้วนอยู่กันในห้อง ครัว ข้าจะหาหลักฐานได้จากที่ใด?”
ทันใดนั้นซั่งกวนเยี่ยนก็เหยียดยิ้มเย้ยหยัน “ไยไม่ช่วยข้าหา ละ?”
เมิ่งอี๋เหนียงสะดุ้ง
ซั่งกวนเยี่ยนมองไปที่พ่อครัวและเอ่ยว่า “วันนี้ผู้ใดเข้าครัว ผู้ ใดนำอาหารมา เจ้าอธิบายมาให้ละเอียด”
“ขอรับ” เรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย พ่อครัวไม่กล้า ประมาท จึงเริ่มเล่าจากสิ่งแรกในครัว เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาพลาดสิ่งใดไป คนรับใช้ที่อยู่ในครัวก็ช่วยกันเพิ่มเติมให้เขา
ซั่งกวนเยี่ยนเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “เช่นนั้น ใบมันเทศเป็นสิ่งที่ คุณหนูรองสั่งพ่อครัวให้ทำ?”
“ขอรับ” พ่อครัวพยักหน้า
ซั่งกวนเยี่ยนกล่าวอย่างเฉยเมย “เดิมทีนายท่านใหญ่เซียวจะ ไปรับประทานอาหารที่เรือนของฮูหยินใหญ่ ทว่าเปลี่ยนเป็นเรือน ของเมิ่งอี๋เหนียงกะทันหัน ผู้ติดตามจึงยกอาหารจากห้องครัวออก ไปโดยไม่ฟังคำค้านของพวกเจ้า และหนึ่งในนั้นก็มีใบมันเทศที่เพิ่ง
ผัดเสร็จรวมอยู่ด้วย?”
พ่อครัวรีบเอ่ย “ใช่ขอรับ อาหารของบ้านใหญ่ยังเตรียมไม่ เสร็จ ฮูหยินใหญ่กำชับมา ว่าให้ทำให้คุณหนูรองก่อน จึงค่อยทำให้ บ้านใหญ่”
ซั่งกวนเยี่ยนลูบผ้าเช็ดหน้าในมือ “ข้าจะเข้าใจเช่นนี้ได้หรือไม่ หากผู้ติดตามของนายท่านไม่นำอาหารไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ใบ มันเทศที่ใส่สลอดจานนั้นก็จะถูกยกขึ้นโต๊ะของห้องปี้สยา?”
เมิ่งอี๋เหนียงคิ้วกระตุก!
ฮูหยินใหญ่เซียวมีสีหน้าอึ้งไป
ซั่งกวนเยี่ยนหันไปมองฮูหยินใหญ่เซียว “พี่สะใภ้ ข้าว่าแม้จะ เป็นเทพเซียน ก็ยังคาดไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะไปแย่งอาหารมาจากห้อง ครัว”
ซั่งกวนเยี่ยนไม่จำเป็นต้องเอ่ย ฮูหยินใหญ่เซียวก็คิดได้แล้ว อาหารจานนี้มีไว้สำหรับเหล่าสตรีที่ห้องปี้สยา และสะใภ้ของซั่งก วนเยี่ยนก็อยู่ที่นั่น ต่อให้ซั่งกวนเยี่ยนเป็นบ้าสติฟั่นเฟือนก็ยังไม่ถึง กับกล้าลงมือกับสะใภ้ แล้วใครๆ ก็เห็นว่าซั่งกวนเยี่ยนพึงพอใจกับ สะใภ้ของนางยิ่งนัก
หากไม่ใช่ซั่งกวนเยี่ยน ก็เหลือแต่นางคนนี้!
บทที่ 161.2 นํ้าลดตอผุด (2)
จู่ๆ พ่อครัวก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าจำได้แล้ว! คนรับใช้ของเมิ่งอี๋ เหนียงไปเร่งอาหารที่ห้องครัว!”
“ที่แท้ก็เป็นเจ้า” ฮูหยินใหญ่เซียวลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยุด ตรงหน้าเมิ่งอี๋เหนียง ก่อนจะวาดฝ่ามือตบหน้าฉาดใหญ่!
“นางคนนี้! ทำร้ายเซียวจื่อเยว่ครั้งเดียวยังไม่พอ ยังไม่ทันไร ก็ กล้าทำครั้งที่สอง! ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่พอใจข้า ที่ข้าลงโทษบุตรสาว ของเจ้า เจ้าจึงคิดจะสั่งสอนข้า!”
เซียวเหยี่ยนไม่อยู่แล้ว บุตรของนางจึงเหลือเพียงเซียวจื่อเยว่ นางคนนี้ก็ไม่ต้องการเห็นนางได้ดี!
เมิ่งอี๋เหนียงไม่คิดว่าตนจะละเลยช่องโหว่ที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ดัง นั้นคำกล่าวที่ว่าฟ้ามีตา หาใช่คำกล่าวที่ไร้เหตุผล
ใบหน้าของนางปูดบวม นางคลานไปแทบเท้าฮูหยินใหญ่เซียว และเอ่ยด้วยเสียงแข็งว่า “ฮูหยิน ข้าไม่ได้ทำ!”
“ไสหัวไป!” ฮูหยินใหญ่เซียวยกขาเตะนางออกไป
ฮูหยินใหญ่เซียวไม่เชื่อนาง หากเมิ่งอี๋เหนียงเป็นคนดีก็คงไม่ ให้ท่าสามีของนาง สามีของนางก็ไม่ได้บังคับเมิ่งอี๋เหนียง แต่เป็น เมิ่งอี๋เหนียงเองที่ยินยอมเป็นอนุภรรยาด้วยความเต็มใจ ต้องการ แย่งบุรุษไปจากนาง!
วันนี้โชคดีที่นายท่านใหญ่ลุ่มหลงในกามคุณ แย่งจานมาโดย ไม่ตั้งใจ ไม่เช่นนั้นคงเข้าไปอยู่ในท้องของบุตรสาวแล้ว ไม่รู้ว่าหาก เป็นเช่นนั้นจริง บุตรสาวจะเป็นอย่างไร เมื่อนึกถึงตอนนี้ ฮูหยิน ใหญ่เซียวก็เริ่มอยากฆ่าเมิ่งอี๋เหนียงขึ้นมา
ฮูหยินใหญ่เซียวหยิบถ้วยบนโต๊ะปาใส่เมิ่งอี๋เหนียงอย่างโหด เหี้ยม ศีรษะของเมิ่งอี๋เหนียงถูกกระแทกจนแตก เลือดสีแดงก็ไหล ออกมาทันที
เซียวจื่อหลินตกใจร้องไห้ คุกเข่าลงกอดขาฮูหยินใหญ่เซียว “แม่ใหญ่! อี๋เหนียงเป็นผู้บริสุทธิ์! ท่านปล่อยนางไปเถิด…”
“ลากออกไป!” ฮูหยินใหญ่เซียวออกคำสั่ง มามาผู้มีพละกำลัง สามารถด้านวรยุทธ์ก้าวไปข้างหน้า และดึงตัวเซียวจื่อหลินออกไป
เมื่อพบตัวคนร้าย ซั่งกวนเยี่ยนก็ไม่จำเป็นต้องอยู่อีกต่อไป นางดึงเซียวเจิ้นถิงเดินออกจากเรือนของเมิ่งอี๋เหนียง
“เห็นแล้วกระมัง” จู่ๆ เซียวเจิ้นถิงก็เอ่ยปาก หลังจากเดินจาก มา
ซั่งกวนเยี่ยนผงะ “อันใดหรือ?”
เซียวเจิ้นถิงเหลือบมองนาง “หากมีสตรีมากเกินไปหลังบ้านก็ จะไม่สงบ ผู้ใดกันที่วางยาและยัดเยียดสตรีให้ข้าเมื่อไม่นานมานี้?”
เวลานี้มาเปิดบัญชีเก่าเมื่อแปดร้อยปีก่อนรึ? ช้าก่อน คงไม่ใช่ ว่าในที่สุดเขาก็รู้สึกตัวหึงหวงที่นางนึกถึงเยี่ยนอ๋องต่อหน้าอวี๋หวั่น กระมัง?
ซั่งกวนเยี่ยนแก้ตัวไม่พ้นข้อกล่าวหา “เอ่อ ข้า…”
เซียวเจิ้นถิงใช้สองแขนรวบตัวนางขึ้นในท่าอุ้มเจ้าหญิง และ รีบร้อนสาวเท้าเดินกลับเรือน บรรดาคนรับใช้ต่างก้มหน้า หลบตา ไม่มองคนทั้งคู่
ซั่งกวนเยี่ยนใช้มือตีเขา “ปล่อยข้าลง!”
“ปล่อยรึ! นับตั้งแต่วันที่ข้าแต่งงานกับเจ้า ข้าก็ไม่เคยคิดจะ ปล่อยเจ้าแล้ว!”
“ท่าน!”
เซียวเจิ้นถิงอุ้มนางเข้ามาในห้อง และยกเท้าขึ้นปิดประตู
ซั่งกวนเยี่ยนทั้งเขินทั้งอาย “เซียวเจิ้นถิง! กลางวันแสกๆ ท่าน เป็นบ้าอันใด?”
เซียวเจิ้นถิงรู้ว่าเขาเป็นคนไร้การศึกษา ไม่คู่ควรกับสตรีที่ บอบบางเช่นนี้ เขายังรู้ว่าในใจของนางมีเยี่ยนอ๋องอยู่ เขาไม่อาจ บังคับให้นางลืมเยี่ยนอ๋องได้ แต่เขาหวังว่าขอมีเพียงชั่วครู่หนึ่งที่ นางเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์ก็พอ
“เซียวเจิ้นถิง ท่าน…อื้อ…”
คำพูดด้านหลัง ถูกเซียวเจิ้นถิงกลืนลงไป
ร่างกายที่ฝึกฝนวิทยายุทธ์มาตลอดหลายปี ทำให้เขาร่างกาย สูงใหญ่แข็งแรงกำยำ ซั่งกวนเยี่ยนเปรียบเสมือนดอกตูมเล็กๆ ที่ กำลังสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ เบ่งบานราวกับร้องไห้
ครํ่าครวญท่ามกลางพายุฝนโหมกระหนํ่า
…
ณ ห้องปี้สยา สตรีญาติทานอาหารกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ใน วันธรรมดาพวกนางมักจะอยู่ในห้องส่วนตัว ไม่ได้ออกไปไหนมา ไหน ไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวจึงไม่ค่อยอยากอาหารมากนัก ทว่าวันนี้ ทำงานจนเหนื่อย ไม่ว่าทานอะไรก็รู้สึกหอมหวนไปเสียหมด และ แน่นอนว่าอาหารก็อร่อยมากโดยเฉพาะใบมันเทศสองสามจาน นั้น อร่อยจนไม่อาจหยุดกินได้
“ข้าไม่รู้ว่าในจวนของเราจะมีหรือไม่” พี่น้องสตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น พวกนางต่างก็เป็นบุตรีที่ใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติมั่งคั่งรํ่ารวย ในวัน ธรรมดาสนใจอยู่แค่นั้น ไหนเลยจะมาสนใจว่ามีคนในจวนปลูก มันเทศหรือไม่?
เซียวจื่อเยว่ยิ้มหวานและกล่าวว่า “จวนสกุลเซียวปลูกอยู่ เยอะ เต็มไปด้วยทุ่งผัก ประเดี๋ยวข้าจะให้คนรับใช้ไปเก็บมาให้เจ้า เอากลับบ้าน!”
“ข้าเกรงใจยิ่งนัก” พี่น้องสตรีกระแอมไอเบาๆ
“แค่ผักไม่กี่ใบ เจ้าก็ยังเกรงใจข้าหรือ?” เซียวจื่อเยว่เรียก หลิงจือและให้นางตามคนรับใช้ที่มีพละกำลังสองสามคน ไปเก็บใบ มันเทศมาสองสามตะกร้า สำหรับพี่สะใภ้ พระชายาเฉิงอ๋อง และพี่ น้องสตรีนำกลับไป
อวี๋หวั่นได้กินใบมันเทศในชนบทอยู่ไม่น้อย ทว่าในเมื่อเป็น
นํ้าใจของเซียวจื่อเยว่ จึงรับไว้ทันที
สุราองุ่นที่ทำไว้ เซียวจื่อเยว่ก็สั่งให้คนรับใช้ปิดผนึกให้พวก นางนำกลับไปที่บ้าน “ผู้ชำนาญด้านสุราบอกว่า หลังจากนี้อีกสอง เดือนก็จะดื่มได้แล้ว”
เดิมทีอวี๋หวั่นคิดว่าเป็นเพียงการเข้าสังคมครั้งหนึ่งเท่านั้น ไม่ คิดว่าจะสนุกและมีความสุขเช่นนี้ พระชายาเฉิงอ๋อง และพี่น้อง สตรีก็มีความสุขมากเช่นกัน เซียวจื่อเยว่ไม่ลืมที่จะนำแตงหวานที่ อวี๋หวั่นส่งมา หั่นและวางบนก้อนนํ้าแข็ง เมื่อแตงหวานๆ เย็นๆ เข้าปาก ความร้อนของวันหนึ่งก็พลันหายไปหมดสิ้น
“ที่จวนของพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ของข้าปลูก!” เซียวจื่อเยว่เอ่ย ด้วยความรู้สึกเป็นเกียรติ
เด็กช่างกินตัวน้อยมองไปที่อวี๋หวั่นด้วยสายตาทอประกาย ความหมายนั้นค่อนข้างชัดเจน
อวี๋หวั่นยิ้มและเอ่ยว่า “หากไม่รังเกียจ วันหน้าข้าจะเป็นเจ้า ภาพเชิญพวกเจ้ากับเซียวจื่อเยว่ไปนั่งเล่นที่จวนคุณชาย”
เหล่าเด็กช่างกินรีบพยักหน้า!
“ข้า…อาจจะไม่มีเวลาแล้ว” พระชายาเฉิงอ๋องทอดสายตา มองไปบนท้องฟ้า
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องมา” อวี๋หวั่นเอ่ย
ใบหน้าพระชายาเฉิงอ๋องดำมืด!
ขณะที่ฝั่งนี้กำลังพูดคุยกัน สาวใช้ของฮูหยินใหญ่เซียวก็มา เพราะนายท่านใหญ่เซียวท้องเสียไม่หยุด ผงเผิงรุ่นถู่ของหมอ ประจำจวนไม่อาจช่วยได้ ฮูหยินใหญ่เซียวนึกถึงอวี๋หวั่นขึ้นมา จึง รีบสั่งสาวใช้คนสนิทไปเชิญเธอมารักษาอาการของนายท่านใหญ่ เซียว แน่นอนว่าความน่าเกลียดภายในไม่ควรให้ภายนอกรู้ ฮูหยิน ใหญ่เซียวไม่ได้บอกว่านายท่านใหญ่เซียวถูกอี๋เหนียงทำร้ายโดยไม่ ตั้งใจ บอกเพียงว่าตนเข้าใจผิดไม่คิดว่าเป็นสลอด
อวี๋หวั่นและสาวใช้ของฮูหยินใหญ่เซียวไปที่เรือนของเมิ่งอี๋ เหนียง
เซียวจื่อเยว่เป็นห่วงบิดาของนางจึงขอตามไปด้วย
ขณะที่อวี๋หวั่นจับชีพจรของนายท่านใหญ่เซียว ก็ถามหมอว่า ได้ให้ยาใดไปบ้าง
“เผิงรุ่นถู่” ท่านหมอกล่าว
ผงเผิงรุ่นถู่ หรือที่เรียกว่าเหมิงทัวสือ เป็นแร่อโลหะตาม ธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตราย มีฤทธิ์ต้านอาการท้องร่วงได้เป็นอย่าง ดี นับว่าเป็นการจ่ายยารักษาที่ตรงจุด
“ข้าจะลองจ่ายยาอื่น” อวี๋หวั่นนำใบสั่งยาที่เขียนเสร็จแล้วส่ง ให้ท่านหมอ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับฝูหลิง “ไปหยิบล่วมยาในรถ ม้ามา”
ฝูหลิงเดินเสมือนบินไปที่รถม้า ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับล่วม ยาของอวี๋หวั่น
อวี๋หวั่นเปิดล่วมยา หยิบเข็มทองออกมาฝังเข็มให้นายท่าน ใหญ่เซียว เมื่อทางนี้ฝังเข็มเสร็จแล้ว ยาที่สั่งไปก็เตรียมเสร็จพอดี
ในที่สุดอาการท้องร่วงของนายท่านใหญ่เซียวก็หยุดลง ทว่าก็ อาการก็หนักหนาสาหัสนัก เกรงว่าเขาจะไม่สามารถลุกจากเตียง ได้เป็นเวลาสิบวันหรือครึ่งเดือน
เมิ่งอี๋เหนียงตกตะลึงแข็งทื่อไปทั้งตัว นางคิดจะสั่งสอนบท เรียนให้อวี๋หวั่น แต่เหตุใดจึงทำให้นางกลับกลายมาเป็นผู้มีบุญ คุณของนายท่านใหญ่ไปเสีย?
“ขอบคุณท่านมาก พี่สะใภ้” เซียวจื่อเยว่กล่าวด้วยดวงตาแดง กํ่า
อวี๋หวั่นรู้ว่านางเป็นห่วงบิดา จึงเอ่ยเพื่อช่วยให้นางสบายใจ “นายท่านใหญ่เซียวปลอดภัยแล้ว ประเดี๋ยวให้เขาดื่มนํ้าเกลือ วัน พรุ่งค่อยดื่มนํ้าผสมนํ้าตาล ยาสมุนไพรดื่มสมํ่าเสมอ เผิงรุ่นถู่ของ ท่านหมอก็ใช้ต่อได้ ไม่กี่วันก็หายแล้ว”
เซียวจื่อเยว่พยักหน้าสะอึกสะอื้น
ฮูหยินใหญ่เซียวถอนหายใจ แม้อวี๋หวั่นจะเป็นสะใภ้ของซั่งก วนเยี่ยน ทว่าเธอก็ช่วยบ้านใหญ่ถึงสองครั้ง ไม่ว่านางจะมีปัญหา กับซั่งกวนเยี่ยนมากเพียงใด ก็ไม่อาจรู้สึกรังเกียจอวี๋หวั่นได้ นาง กล่าวขอบคุณอวี๋หวั่น และให้อวี๋หวั่นอยู่ทานอาหารเย็นที่บ้านใหญ่
อวี๋หวั่นต้องกลับไปทานอาหารเย็นกับสามีที่บ้าน เธอจึง ปฏิเสธความหวังดีของฮูหยินใหญ่เซียว “…เริ่มจะเย็นแล้ว ข้า
ขอตัวกลับก่อน”
“ข้าจะไปส่งพี่สะใภ้!” เซียวจื่อเยว่กล่าวพร้อมกับจับแขนของอ วี๋หวั่น
ฮูหยินใหญ่เซียวก็เห็นด้วยกับนาง พยักหน้าให้บุตรสาวไป เพราะนางก็ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อจัดการกับสตรีชั้นตํ่า นี่อยู่พอดี!
ทันทีที่อวี๋หวั่นจากไป เมิ่งอี๋เหนียงก็รู้ว่าวันดีๆ ของนางได้สิ้น สุดลงแล้ว นางแสวงหาความรุ่งเรืองอยู่ในจวนมาหลายปี ไม่ต้อง บอกว่าไม่เคยคิดร้ายแม้แต่น้อย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยน่าสมเพชถึง เพียงนี้ แล้วนางจะกล้ามาสร้างเรื่องได้อย่างไร?
ในอดีตยามเกิดเรื่อง จะมีนายท่านใหญ่คอยปกป้องมาตลอด ทว่ายามนี้นาง ‘ทำร้าย’ เขาอย่างหนักหนา หากต่อไปนายท่านใหญ่ ยังมองนางอยู่ก็คงเป็นเรื่องที่แปลกแล้ว
ทางออกเดียวสำหรับนางในยามนี้ มีเพียงฮูหยิน!
“ฮูหยิน…ฮูหยิน…”
เมิ่งอี๋เหนียงคลานเข่าเข้ามากอดแขนของนางด้วยใบหน้าที่ เต็มไปด้วยนํ้าตา
“ฮูหยินโปรดเชื่อข้า ข้าไม่เคยคิดทำร้ายนายท่านจริงๆ!”
“ทว่าเจ้าคิดจะทำร้ายบุตรสาวข้า!”
ฮูหยินใหญ่เซียวสะบัดมือนางออกอย่างเย็นชา