หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 236.1 ครอบครัวพบหน้า (1)
เฉกเช่นเหล่าบัญฑิตที่เลื่อมใสในปรมาจารย์ลัทธิขงจื่อ นักรบ ก็มีบุคคลที่ตนเลื่อมใสและชื่นชมเช่นกัน อวี๋เซ่าชิงอยู่ในค่ายซีเป่ ยมาหกปี ได้ฟังเรื่องราวของเทพสงครามซึ่งเลื่องชื่อที่สุดสองคน คนแรกคือเซียวเจิ้นถิง อีกคนหนึ่งก็คือเห้อเหลียนเป่ยหมิง
นอกจากการได้กลับไปพบกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อม ตาแล้ว การได้พบกับเทพสงครามในตำนานก็เป็นอีกหนึ่งความ ปรารถนาในชีวิตของเขาเช่นกัน
เขาเคยพบกับเซียวเจิ้นถิงแล้ว ไม่เพียงได้พบ แต่ยังได้เกี่ยว ดองเป็นญาติกับเขาอีกด้วย
แม้อวี๋เซ่าชิงจะไม่พูดออกมา แต่ในใจของเขากลับรู้สึกเป็น เกียรติเหลือเกิน
ทว่าหนานจ้าวนั้นอยู่แสนไกล แม้ว่าจะเข้ามาในจวนสกุลเห้อ เหลียนแล้ว เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับอีกฝ่าย
บัดนี้เห้อเหลียนเป่ยหมิงตัวจริงเสียงจริงได้มาปรากฏตัวต่อ หน้าเขา อย่าได้ถามว่าเขารู้ได้อย่างไร สรุปก็คือความรู้สึกบอก เขา รู้ว่าใต้หล้านี้ไม่มีใครเหมือนคนผู้นี้
เขามองไปยังเทพสงครามซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นอย่างเหลือเชื่อ หัวใจของเขาพลันรู้สึกร้อนผ่าว
เป็นความรู้สึกที่แปลกจริงๆ ตอนที่พบกับเซียวเจิ้นถิงก็ไม่ยัก ใจเต้นแรงถึงเพียงนี้
ช้าก่อน ไฉนจึงรู้สึกว่าสายตาที่เทพสงครามมองมาที่ข้าถึงดู ตื่นเต้นเช่นนั้นเล่า?
ข้าตื่นเต้นก็เพราะได้พบเทพสงคราม แต่เขาจะตื่นเต้นทำไม กัน?
อวี๋เซ่าชิงสับสนเล็กน้อย
ที่บอกว่าเห้อเหลียนเป่ยหมิงรู้สึกตื่นเต้นนั้นเป็นเรื่องจริง เขา ตื่นเต้นกว่าอวี๋เซ่าชิงด้วยซํ้าไป หลังจากที่เข้ามาก็ตกตะลึงถึงเพียง นั้น เขานึกว่าเขาเห็นท่านพ่อ เกือบจะลุกขึ้นมาจากรถเข็นเสียแล้ว ความคิดแรกของเขาก็คือคนคนนั้นอาจเป็นท่านพ่อที่ปีนออกมา จากหลุมศพก็เป็นได้ ความคิดต่อมาก็คือ ในตอนที่ท่านพ่อลาจาก โลกนี้ไป เขาไม่ได้อายุประมาณนี้ ร่างที่กึ่งนั่งกึ่งยืนเก้ๆ กังๆ ของ เขาจึงค่อยๆ นั่งลง
อย่างไรเสียก็เคยผิดหวังกับเห้อเหลียนเซิงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมองใบหน้าที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นตัวปลอม ความ ตื่นเต้นและดีใจครั้นเห้อเหลียนเป่ยหมิงเห็นอวี๋เซ่าชิงครั้งแรกก็ เหือดหายไป และแปรเปลี่ยนเป็นความตกใจซึ่งดูเย็นชาแทน
อวี๋เซ่าชิงตัวสั่น
เดี๋ยวก่อน เหตุใดเทพสงครามไม่ตื่นเต้นแล้วเล่า?
แต่กลับดูเหมือนจะเข้ามาหักคอเขาอย่างไรอย่างนั้น?!
“หนิวตั้น!” ฮูหยินผู้เฒ่ากอดขาของอวี๋เซ่าชิง พยายามดึงเขา เข้าหาตัว
อวี๋เซ่าชิงต้านแรงดึงของฮูหยินผู้เฒ่า พลางกอดเสาเอาไว้ แน่น ในใจรํ่าร้องว่าใครก็ได้บอกเขาทีว่าเกิดอะไรขึ้น
อวี๋เซ่าชิงจะร้องไห้แล้ว
ใครก็ได้ช่วยเอาผู้เฒ่าคนนี้ออกไปที!
อันที่จริง อวี๋เซ่าชิงมีวิทยายุทธ์ เมื่อครู่ที่ถูกนางลากไปได้ก็ เพราะสมองของเขากำลังมึนงง บัดนี้ตั้งสติได้แล้ว หากใช้พลัง ภายในเพียงเล็กน้อยก็สามารถผละออกจากนางได้ ไม่สิ บางทีอาจ ไม่ต้องใช้พลังภายในด้วยซํ้าไป ลำพังพละกำลังของบุรุษอย่างเขา ก็สามารถผลักให้นางล้มลงหมดสติได้
แต่เขาไม่ปรารถนาจะทำเช่นนั้น
อาจเป็นเพราะเขาไม่อาจลงไม้ลงมือกับคนเฒ่าคนแก่สติฟั่น เฟือนได้ หรือไม่ก็เป็นเพราะเขาไม่อาจลงมือกับผู้เฒ่าคนนี้ได้
ผลก็คือเขาถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียว…
ฮือๆๆๆ
อยากร้องไห้เหลือเกิน
หลังจากที่สาวใช้คนสนิทไปตามเห้อเหลียนเป่ยหมิง จากนั้นก็ ไปตามฮูหยินน้อยที่ห้องของคุณชายใหญ่
อวี๋หวั่นยังคงสะลึมสะลือ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สาวใช้ก็เล่าไม่ได้
ศัพท์ อวี๋หวั่นจึงเดินมายังห้องของฮูหยินผู้เฒ่า เธอมาหยุดอยู่ข้าง รถเข็นของเห้อเหลียนเป่ยหมิง สายตาจับจ้องไปยังผู้ชายซึ่งกำลัง กอดเสาแน่น จากนั้นก็พูดอย่างงัวเงียว่า “เอ๋? ท่านพ่อ?”
อวี๋เซ่าชิงหันไปมองด้วยความดีใจ!
ลูกข้า!
ในที่สุดลูกข้าก็มาช่วยแล้ว!
หากเจ้ามาไม่ทัน พ่อก็คงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เป็นแน่!
นี่มันรังหมาป่าถํ้าเสือหรืออย่างไร อันตรายเหลือเกิน!
เมื่อเห้อเหลียนเป่ยหมิงได้ยินที่อวี๋หวั่นพูดก็ชะงักไปชั่วขณะ หนึ่ง “เจ้าเรียกเขาว่าอย่างไรนะ?”
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ” อวี๋หวั่นปิดปากหาววอด
เห้อเหลียนเป่ยหมิงตกใจ “เขาคือ…พ่อเจ้าหรือ?”
อวี๋หวั่นตื่นเต็มตากว่าเดิมเล็กน้อย เพิ่งนึกได้ว่าท่านพ่อท่าน แม่เพิ่งเข้าจวนมาเมื่อวานตอนดึก ฮูหยินผู้เฒ่าและเห้อเหลี ยนเป่ยหมิงนอนไปแล้ว เธอไม่ทันได้บอกพวกเขา “ท่านพ่อท่าน แม่ข้าเข้าจวนมาเมื่อคืน พวกท่านนอนไปแล้ว ข้าคิดว่าจะบอก พวกท่านเช้าวันนี้”
แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ พวกท่านคงได้พบหน้ากันแล้ว กระมัง?
อวี๋หวั่นพบว่าท่านพ่อของเธอกำลังกอดเสาด้วยท่วงท่า
ประหลาด และฮูหยินผู้เฒ่าก็กำลังดึงขาของเขาอยู่
เอ๊ะ…
เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?
อวี๋หวั่นเดินเข้าไปหาฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งออกแรงดึงจนหน้าดำ หน้าแดง แล้วกล่าวถามว่า “ท่านย่า กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?”
ท่านย่า?
นางคือมารดาของเห้อเหลียนเป่ยหมิงหรือ?
อวี๋เซ่าชิงหันหน้าไป อยากรํ่าไห้ยิ่งกว่าเดิม
มารดาของเทพสงครามทำไมจึงเป็นเช่นนี้?
นางทึกทักไปว่าตนเป็นท่านพ่อของเขา มิน่าเล่าเขาถึงทำท่า ทางอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันเช่นนี้!
ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวว่า “หนิวตั้น ท่านปู่เจ้ากลับมาแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้นอวี๋หวั่นก็ตื่นเต็มตาในทันที เธอทำตาโตแล้ว พูดว่า “เขาไม่ใช่หนิวตั้น เขาคือท่านพ่อข้า”
“เขาคือหนิวตั้น!” ฮูหยินผู้เฒ่ายืนกราน
“ไม่ใช่” อวี๋หวั่นพูด
“ใช่! ใช่ๆๆๆ !” ฮูหยินผู้เฒ่าโวยวายขึ้นมา
อวี๋หวั่นยกมือก่ายหน้าผาก ท่านย่าป่วยอีกแล้ว จะทำยังไงดี? ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าเยี่ยนจิ่วเฉาเป็นหลานตนเองนับว่าเข้าใจได้
แต่คิดว่าท่านพ่อของเธอเป็นหนิวตั้นเช่นนี้ไม่ได้การแล้ว
อวี๋หวั่นมองไปยังเห้อเหลียนเป่ยหมิงเพื่อขอความช่วยเหลือ
สายตาหวาดระแวงของเห้อเหลียนเป่ยหมิงอันตรธานหายไป เมื่ออวี๋หวั่นยืนยันตัวตนของอีกฝ่าย เป็นเขาที่คิดมาก เขานึกถึง เหตุการณ์ที่พบกับอวี๋หวั่นครั้งแรก นึกถึงสิ่งที่อวี๋หวั่นบอกกับ เขา…เขารู้สึกประหนึ่งตนเองอยู่ในความฝัน ครั้นอวี๋หวั่นมองมา เขาจึงตื่นขึ้นจากความฝัน เขาดันรถเข็นของตนไปข้างหน้า
“ท่านแม่” เขาดันรถเข็นไปหยุดลงข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า
“หึ!” ฮูหยินผู้เฒ่าเบือนหน้าหนี ไม่สนใจเขา
นัยน์ตาของเห้อเหลียนเป่ยหมิงไหวน้อยๆ เขาเอื้อมมือออกไป จับมือของฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านแม่ เขาไม่ใช่หนิวตั้น เขาคืออวี้(煜)เอ๋ อร์ ”
อวี้(⽟)เอ๋อร์? ในตอนแรกอวี๋หวั่นยังไม่ทันนึกถึงตัวอักษร พ้องเสียงทั้งสองตัว
ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักไปครู่หนึ่ง นางยังกอดขาของอวี๋เซ่าชิงเอาไว้ มองไปยังใบหน้าของอวี๋เซ่าชิง มองอยู่สักพักจึงพึมพำว่า “อวี้…อวี้ เอ๋อร์?”
“ใช่แล้วขอรับ” เห้อเหลียนเป่ยหมิงพยักหน้า
อวี๋เซ่าชิงงุนงงไปหมด เกิดอะไรขึ้นกัน?
ฮูหยินผู้เฒ่าเบะปาก จากนั้นก็ร้องไห้โฮ นางโผเข้าไปกอด
ศีรษะของอวี๋เซ่าชิง “เจ้าลูกคนนี้…อยากให้แม่ตายหรือ อย่างไร…”
อวี๋เซ่าชิง “???”
อวี๋เซ่าชิง “!!!”
จากสามีกลายมาเป็นลูก ผู้ใดรู้บ้างว่านี่มันอะไรกัน?!
……
หลังจากที่มีหลานเข้ามาอยู่ ฮูหยินผู้เฒ่าพาอีกคนหนึ่งเข้ามา ทั้งยังเป็นคนที่ในตอนแรกว่ากันว่าตกเขาและหายสาบสูญไป ภาย หลังบอกว่าล้มป่วยและจากไปในตำบลชิงเหอ บรรดาบ่าวต่าง ตกใจกันถ้วนหน้า บุรุษที่อยู่ๆ ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าลากเข้ามาในบ้าน นั้นเป็นคนหรือผีกันแน่
หลังจากที่อวี๋เซ่าชิงรับบทเป็นลูกชายให้ฮูหยินผู้เฒ่าตลอด ช่วงบ่าย เขาก็พาฮูหยินผู้เฒ่าเข้านอน
อย่างไรเสียเขาก็เคยเป็นลูกมาก่อน เรื่องแค่นี้เขาทำได้สบาย
แต่เขาก็ยังไม่อาจยอมรับเรื่องนี้ได้ เขาเดินหน้าดำครํ่าเครียด ไปยังชีสยาย่วน
แม้ว่าอาม่าจะไม่ใช่คนในครอบครัว แต่เขาก็เป็นที่เคารพของ ทุกคน พวกเขาใช้ชีสยาย่วนเป็นสถานที่สำหรับปรึกษาหารือเรื่อง ต่างๆ ไปโดยปริยาย
เมื่ออวี๋เซ่าชิงเดินเข้าห้องมา คนอื่นๆ ก็กำลังรอเขาอยู่
การประชุมระดับครัวเรือนที่พวกเขาตัดสินใจจัดขึ้นนั้น เคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย ผู้เข้าร่วมประชุุมมีอาม่า อวี๋เซ่าชิง นางเจียง เห้อเหลียนเป่ยหมิง เยี่ยนจิ่วเฉา อวี๋หวั่น รวมไปถึงเด็กน้อยทั้งสาม ที่ไม่ว่าจะหลอกล่ออย่างไรก็ไม่ยอมออกไป พวกเขายกม้านั่งตัวเล็ก เข้ามานั่งอยู่ด้วย
เด็กน้อยทั้งสามนั่งทำตาบ้องแบ๊ว มองไปยังผู้ใหญ่ในห้องด้วย ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู
พวกผู้ใหญ่กำลังทำอะไรกันอยู่นะ เหมือนจะเป็นเรื่องที่สุดยอ ดมากๆ พวกเขาก็อยากอยู่ด้วย
“เสี่ยวเป่า มานี่” อวี๋หวั่นกวักมือเรียกเสี่ยวเป่า
เสี่ยวเป่าวิ่งเตาะแตะไปหาอวี๋หวั่น อวี๋หวั่นอุ้มเขาขึ้นมา ให้เขา นอนในท่วงท่าที่สบายในอ้อมแขนของเธอพลางโยกเบาๆ พร้อม กับกล่าวว่า “หนึ่ง สอง หลับซะ”
“คร่อกฟี่~คร่อกฟี่~” เสี่ยวเป่ากรนเบาๆ
เอ้อร์เป่าไม่อยากนอน กระนั้นก็ไม่อาจรอดพ้นโชคชะตาไปได้ นับหนึ่งถึงสามก็หลับปุ๋ยไปแล้ว
ต้าเป่าไร้เรี่ยวแรง เขาไม่คิดต่อต้าน จึงปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ยาว อย่างว่าง่ายแล้วล้มตัวลงนอน
อวี๋หวั่นเรียกฝูหลิงและจื่อซูมาอุ้มทั้งสามคนกลับไปนอนยัง ห้องของฮูหยินผู้เฒ่า เด็กสามผู้เฒ่าหนึ่งล้วนแต่อยู่ในห้วงนิทรา
หลังจากนี้จะได้เริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจังสักที
ในฐานะที่อวี๋เซ่าชิงเป็นตัวละครสำคัญของการประชุมในครั้ง นี้ สายตาของทุกคนจึงจับจ้องไปที่เขา เห้อเหลียนเป่ยหมิงเอ่ยปาก ถามเขาก่อนว่าบอกเรื่องของอวี๋หวั่นและเถี่ยตั้นน้อยกับฮูหยินผู้ เฒ่าไปหรือไม่
เห้อเหลียนเป่ยหมิงรู้จากอวี๋หวั่นแต่แรกแล้วว่าเขายังมีหลาน ชายตัวน้อยอยู่ที่หมู่บ้านเหลียนฮวา
อวี๋เซ่าชิงไหนเลยจะเอ่ยปากบอกได้ทัน? ฮูหยินผู้เฒ่าลากเขา มาแล้วก็บอกว่าเฉาเอ๋อร์เป็นลูกของเขา ส่วนอาหวั่นเป็นลูกสะใภ้ ของเขา ให้เขาปฏิบัติต่อลูกสะใภ้ดีๆ ถึงแม้ลูกสะใภ้คนนั้นจะ อัปลักษณ์ก็เถอะ…
อวี๋หวั่น “?!”
เธออัปลักษณ์?!
อีกทั้งฝีมือการทำอาหารยังยํ่าแย่ ชอบออกไปเตร็ดเตร่ข้าง นอกอยู่เรื่อย แต่เฉาเอ๋อร์ชอบ ในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้ใหญ่ พวก เขาก็ต้องชอบด้วย
“…” เกิดอะไรขึ้น? เธอคิดไปเองมาตลอดเลยหรือว่าฮูหยินผู้ เฒ่ารักและเอ็นดูเธอดุจหลานแท้ๆ?
เวรเอ๊ย ไม่อยากอยู่แล้ว!
บทที่ 236.2 ครอบครัวพบหน้า (2)
อวี๋เซ่าชิงผู้ซึ่งอยู่ๆ ก็กลายมาเป็น ‘พ่อบังเกิดเกล้า’ ของเจ้า ลูกเขยตัวเหม็นเสียอย่างนั้น
ความขุ่นเคืองร้อยแปดชนิดแล่นปราดเข้ามาในหัวใจของอวี๋ เซ่าชิง แต่สุดท้ายเขาก็ระงับมันเอาไว้ได้ เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้ว พูดกับเยี่ยนจิ่วเฉาและอวี๋หวั่นว่า “เล่ามาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น? เหตุ ใดพวกเจ้ามาหนานจ้าว และไปอยู่กับคนครอบครัวอาเว่ยได้ อย่างไร? ทั้งยังไปเป็นคุณชายใหญ่และฮูหยินบ้านสกุลเห้อเหลียน อีก?”
อวี๋หวั่นมองไปยังสามีของตนผู้ซึ่งจะระเบิดอารมณ์ออกมา เมื่อไรก็ได้ เธอคว้ามือของเขาซึ่งอยู่ใต้โต๊ะ มองไปยังอวี๋เซ่าชิงและ นางเจียง “ข้าเล่าเองก็แล้วกัน พวกข้าออกมาจากต้าโจวพร้อมกับ พวกอาเว่ย เยี่ยนจิ่วเฉาถูกพิษไป๋หลี่เซียง ต้องการตัวยาสี่ชนิด ตัว ยาทั้งสี่ชนิดนี้หาไม่ได้ในต้าโจว พวกข้าเลยเดินทางมาหนานจ้าว”
“ไป๋หลี่เซียงคืออะไร?” อวี๋เซ่าชิงไม่เคยได้ยินชื่อยาพิษชนิดนี้ มาก่อน “เขาไม่ได้โดนคำสาปหรอกหรือ? ถอนคำสาปไปแล้วนี่”
อวี๋หวั่นตอบว่า “คำสาปก็ส่วนคำสาป ไป๋หลี่เซียงก็คือไป๋หลี่เซี ยง ในตอนที่ระงับคำสาป พวกเราไม่รู้ว่ามีพิษไป๋หลี่เซียงด้วย จน กระทั่งถอนคำสาปแล้ว พิษของไป๋หลี่เซียงจึงเริ่มปรากฏ พิษชนิด นี้ถอนพิษได้ยาก และด้วยเหตุผลนี้ พวกข้าไม่อาจกระโตกกระตาก
ดังนั้นจึงถือโอกาสประกาศว่าเยี่ยนจิ่วเฉาเดินทางกลับเมืองเยี่ยน ลอบเข้ามายังเมืองหลวง ส่วนเรื่องทำไมถึงเดินทางมาพร้อมกับ อาม่า นั่นก็เพราะอาม่ารู้ว่าตัวยาทั้งสี่ชนิดอยู่ที่ไหน”
เมื่อพูดเช่นนี้อวี๋เซ่าชิงก็เข้าใจทันที เยี่ยนจิ่วเฉาถูกลอบ ทำร้ายตั้งแต่เด็ก ทั้งยังไม่ใช่เพียงครั้งเดียว มือสังหารอาจอยู่ที่ หนานจ้าว เพราะฉะนั้นจึงไม่อาจป่าวประกาศออกไป เพื่อจะได้ไม่ เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นและทำให้แผนในการตามหาตัวยาของ พวกเขาล่ม
อวี๋เซ่าชิงเหลือบมองอาม่า เขาเดาออกแต่แรกแล้วว่า ครอบครัวของอาเว่ยไม่ใช่นายพรานทั่วไป บัดนี้เห็นทีจะเป็นความ จริง
อวี๋เซ่าชิงมองบุตรสาว บุ้ยใบ้ให้เล่าต่อ
เห้อเหลียนเป่ยหมิงกระแอม
อวี๋หวั่นยิ้มน้อยๆ พร้อมกับพูดว่า “ท่านลุงใหญ่กังวลหรือเจ้า คะ?”
“เปล่า” เห้อเหลียนเป่ยหมิงยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ด้วยสีหน้าราบเรียบ
อวี๋หวั่นยิ้มร่า “พบท่านลุงใหญ่ครั้งแรกที่นอกเมืองหลิ่ว ท่าน ลุงใหญ่เกือบจะฆ่าข้าซะแล้ว”
เห้อเหลียนเป่ยหมิงตัวสั่นจนเกือบหล่นลงมาจากรถเข็น!
เจ้าเด็กคนนี้ จะพูดให้ลุงใหญ่ซวยรึ?
สายตาของอวี๋เซ่าชิงพลันเย็นเยียบขึ้นมาในทันใด!
เทพสงครามแล้วอย่างไร? เทพสงครามรังแกเด็กผู้หญิงได้ ด้วยรึ?!
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาอันคมกริบดุจมีดปลายแหลมของอวี๋ เซ่าชิง เห้อเหลียนเป่ยหมิงก็ขนลุกซู่
แต่นี่เพิ่งจะเริ่มต้น…
ในเมื่อแม้แต่เรื่องที่เยี่ยนจิ่วเฉาได้รับยาพิษก็ยังเล่าไปแล้ว ก็ คงไม่มีเรื่องใดที่สามารถปิดบังท่านพ่อท่านแม่ได้อีก อวี๋หวั่นเล่า เรื่องที่พวกตนเดินทางเข้าซีเฉิง เรื่องที่ถูกปรมาจารย์พิษแซ่อวี๋ รังแก เรื่องที่จัดการกับปรมาจารย์พิษนามว่าเฟ่ยหลัว รวมไปถึง เรื่องที่เกือบถูกเห้อเหลียนเป่ยหมิงลงทัณฑ์โดยละเอียด
เป็นครั้งแรกที่เห้อเหลียนเป่ยหมิงได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่ เรียกว่าความละอายใจ
อวี๋หวั่นถอนหายใจ กล่าวว่า “ข้าบอกว่าท่านพ่อคือน้องชาย แท้ๆ ของท่านลุงใหญ่ ครั้งแรกที่ข้าเห็นแม่ทัพใหญ่ ข้ารู้สึกสนิท สนมอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับได้พบญาติ แต่ท่านลุงใหญ่บอกว่า เขาฝังน้องชายของเขาเองกับมือ”
บัดนี้สายตาของอวี๋เซ่าชิงแทบจะแทงคนตายได้เลย!
เห้อเหลียนเป่ยหมิงรู้สึกลำบากใจเหลือเกิน นางหนู ตอนนั้น
เจ้าไม่ได้พูดแบบนี้…
เห้อเหลียนเป่ยหมิงมองไปยังอวี๋เซ่าชิง “เจ้าฟังข้าอธิบาย…”
“หึ!” อวี๋เซ่าชิงเบือนหน้าหนี
อวี๋หวั่นเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก “ท่านลุงใหญ่ไปไหว้ท่านพ่อทุก ปี จุดธูปเผากระดาษให้ท่านพ่อด้วย”
อวี๋เซ่าชิงอยากจะบ้าตาย
เป็นครั้งแรกที่เห้อเหลียนเป่ยหมิงรู้สึกว่าเด็กคนนี้เจ้าคิดเจ้า แค้นเหลือเกิน นางอยากจะเผาเขาให้เกรียมเลยกระมัง…
ในปีนั้นเขาพบศพของทารกซึ่งสภาพเละเทะไม่น่ามองจริงๆ อีกทั้งยังฝังศพนั้นกับมือ ศพนั้นห่อด้วยผ้าห่อทารกของน้องเขา จริงๆ เขาไม่ได้จำผิดอย่างแน่นอน
หลายปีมานี้ที่ตามหาน้องชาย ก็เพียงเพื่อให้ท่านแม่เห็น เท่านั้น เขาจะไปหาน้องตัวจริงมาได้อย่างไรเล่า?
ลำพังเพียงอายุและประวัติชีวิตของอวี๋เซ่าชิง ย่อมไม่เพียงพอ ให้เขาเชื่อ หากลำพังเพียงรูปร่างหน้าตา เขาก็ยังไม่เชื่อ อย่างไร เสียใต้หล้านั้นแสนกว้างใหญ่ คนรูปงามดุจเทพเซียนมิใช่ไม่มี ทว่า เงื่อนไขเหล่านี้กลับตรงกันอย่างน่าประหลาด เป็นไปไม่ได้ที่จะมี เรื่องบังเอิญถึงเพียงนี้
เขาจึงกล้าเดาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ
มีคนเห็นในเหตุการณ์ครั้งนั้น พวกเขาจึงได้ออกตามหาศพ
ของทารก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขา ทำให้พวกเขาคิด ว่าน้องชายตกลงไปตาย ทั้งที่จริงน้องชายของเขาถูกพาตัวไปแล้ว
เห้อเหลียนเป่ยหมิงไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร แต่เรื่องหนึ่งที่เขา มั่นใจได้ก็คือคนผู้นั้นปกปิดเรื่องนี้กับฆาตกรตัวจริงที่ชักใยอยู่ เบื้องหลัง มิเช่นนั้นน้องชายของเขาคงไม่ไปถึงต้าโจว และคงไม่มี ชีวิตอยู่รอดมาจนถึงป่านนี้
มีคนลงมือกับน้องชายของเขา…เหตุใดจึงทำเช่นนั้น? สรุป แล้วคนผู้นั้นคือใคร?
“ใช่สิ” อวี๋หวั่นเอ่ยขึ้น “ในห่อผ้าของท่านพ่อมีตำราอาหารเล่ม หนึ่ง”
“ตำราอาหาร?” เห้อเหลียนเป่ยหมิงงุนงง
อวี๋หวั่นส่ายหน้า “ไม่สิ ท่านปู่เป้าบอกว่าไม่ใช่ตำราอาหาร พวก เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร เป็นหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่ง พวกเรา ยังคิดเสียอีกว่าเป็นของแทนใจที่ครอบครัวของท่านพ่อทิ้งไว้ให้ เผื่อวันใดได้พบกันอีก”
สกุลเห้อเหลียนมีหนังสือมาก หนังสือที่สูญหายไปก็มีบ้าง กระนั้นหากจะบอกว่าเป็นของสำหรับยืนยันตัวตนก็ไม่สมเหตุสม ผล พวกเขาไม่ได้ตั้งใจจะนำทารกไปทิ้ง แน่นอนว่าไม่มีทางทิ้งสิ่งที่ เรียกว่าของแทนใจไว้อย่างแน่นอน นอกเสียจากว่า…คนที่พาตัว น้องชายของเขาไปมีเจตนาดี จึงทิ้งบางอย่างเอาไว้เป็นหลักฐาน
“พวกเจ้านำมันมาด้วยหรือไม่?” เห้อเหลียนเป่ยหมิงถาม
อวี๋เซ่าชิงกลอกตา
พวกเขาออกตามหาเด็กน้อยทั้งสาม ไม่ได้ตั้งใจมาตามหา ญาติ ใครจะพกของพรรค์นั้นมาด้วยเล่า!
อวี๋หวั่นเห็นท่านพ่อเชิดหน้าด้วยความขุ่นเคืองใจ ไม่รู้ว่าทำไม เธอจึงนึกถึงในตอนที่เถี่ยตั้นน้อยพบท่านพ่อครั้งแรกหลังจากที่ ท่านพ่อกลับมาจากสนามรบ เขาก็มีท่าทางเย่อหยิ่งเช่นนี้เหมือน กัน ในตอนนั้นเธอก็สับสน ปกติเด็กคนนี้ว่านอนสอนง่าย ทำไมพอ เจอหน้าท่านพ่อแล้วเป็นอย่างนี้ไปได้? ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่า นิสัยของน้องชายได้รับการถ่ายทอดมาจากใคร
อวี๋หวั่นทนไม่ไหว ระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่น
เธอหัวเราะ เยี่ยนจิ่วเฉาก็หัวเราะตาม
เยี่ยนจิ่งเฉาหัวเราะ นางเจียงก็หัวเราะตาม
นางเจียงหัวเราะ อวี๋เซ่าชิงก็กลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ได้
อาม่าซึ่งนั่งเงียบมาตลอดเอ่ยปากว่า “ข้าคิดว่า พวกเจ้าดีใจ เร็วไปหน่อยกระมัง? ในตอนที่เข้าจวนมา พวกเจ้าป่าวประกาศ ออกไปว่าเห้อเหลียนเฉาเติบโตในตำบลเห้อเหลียน พ่อแม่ของเขา เสียไปหมดแล้ว บัดนี้กลับมีพ่อแม่มาหา พวกเจ้าไม่คิดสักหน่อย หรือว่าจะปะติดปะต่อเรื่องนี้อย่างไร?”
ทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็ตัวแข็งทื่อ!
……
เรื่องที่ฮูหยินผู้เฒ่าได้พบหน้าบุตรชายนั้นได้รู้ไปถึงจวนตะวัน ตกในคืนเดียวกัน นางหลี่นอนอยู่บนเตียง หวังมามากำลังทายาให้ นาง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงสาวใช้เข้ามารายงาน “นายท่านรองจวน ตะวันออกกลับจวนมาแล้วเจ้าค่ะ!”
“นายท่านรอง? นายท่านรองอะไร?” นางหลี่ไม่เข้าใจว่าเกิด อะไรขึ้น
สาวใช้ตอบว่า “ก็คือ…ก็คือท่านพ่อของคุณชายใหญ่ น้อง ชายของท่านแม่ทัพใหญ่เจ้าค่ะ”
นางหลี่สำลัก “เขาไม่ได้ตายไปแล้วรึ?”
นางหลี่มั่นใจว่าเขาต้องไม่ได้ตกลงจากบนหน้าผาแล้วหาย สาบสูญไป แต่เมื่อเห้อเหลียนเฉากลับมายังจวนตะวันออก เห้อเห ลียนเป่ยหมิงประกาศว่าบิดาและมารดาของเห้อเหลียนเฉาล้ม ป่วยและจากไปเมื่อหลายปีก่อน เหลือเพียงเห้อเหลียนเฉาเพียง คนเดียว
เหตุใดเพียงชั่วพริบตาเดียว นายท่านรองที่ตายไปกลับมีชีวิต ขึ้นมาได้เล่า?
ความคิดแรกของนางหลี่ก็คือ คงไม่ใช่เพื่อไม่ให้จวนตะวันตก ไปเซ่นไหว้บรรพบรุษ ดังนั้นก็หมายความว่าตั้งใจไปหาคนมา ปลอมเป็นนายท่านรองกระมัง?
อย่างไรเสียในปีนั้นนายท่านรองก็อยู่ในพงศาวลีของตระกูล หากนายท่านรองกลับมา ก็ไม่ได้มีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับจวนตะวัน
ตก
สาวใช้เกาศีรษะน้อยๆ “เหมือนจะมีเรื่องเข้าใจผิดเจ้าค่ะ นายท่านรองและฮูหยินรองจวนตะวันออกยังไม่ตาย แต่เป็นเพราะ หนีหนี้ จึงบอกไปเช่นนั้น”
หนีหนี้?
คำแก้ตัวเส็งเคร็งเช่นนี้ จะไปหลอกใครได้?
อย่าว่าแต่นางหลี่ คนในจวนตะวันออกเองก็ยังคิดว่าคำแก้ตัว นี้เส็งเคร็งสิ้นดี แต่ก็ไม่มีวิธีอื่น ก่อนหน้านี้ได้เปิดเผยข้อมูลไปหมด แล้ว บัดนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ดูย้อนแย้ง โชคดีที่อวี๋เซ่าชิงเป็นตัวจริง เรื่องนี้จะทำอย่างไรก็ปลอมไม่ได้
นางหลี่ยังไม่เชื่อ ถึงกับลากเอวที่แสนเจ็บปวดออกไป
นายท่านรองใหญ่ก็ไม่ได้รู้ข่าวช้าไปกว่านางหลี่เท่าไรนัก ทันที ที่เขาก็ได้ยินเรื่องที่นายท่านรองกลับมา เขาย่อมไม่เชื่อว่าเป็นเรื่อง จริง อย่างไรเสียในปีนั้นทารกก็ตกหน้าผาไปแล้วจริงๆ และเขาเป็น คนส่งมือสังหารไปเอง
มือสังหารของเขาเห็นศพของทารกกับตา ตกลงมาจาก หน้าผาเละเป็นเนื้อบด
เพราะฉะนั้นเขาจึงมั่นใจว่าจะไม่มีสิ่งใดขัดขวางแผนการใหญ่ ของจวนตะวันตกได้อีก เพราะว่าเด็กคนนั้นมันตายไปแล้ว!
บัดนี้เมื่อมีผู้ที่เรียกตัวเองว่านายท่านรอง ย่อมต้องเป็นตัว
ปลอม
“นายท่านรองใหญ่ขอรับ แม่ทัพใหญ่และนายท่านรองจาก จวนตะวันออกมาพบท่าน”
หลังจากที่บ่าวนำความมารายงาน เห้อเหลียนเป่ยหมิงและอวี๋ เซ่าชิงก็เดินเข้าไปในห้องของนายท่านรองใหญ่
ทันทีที่นายท่านรองเห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งดูละม้าย คล้ายคลึงกับพี่ชายของตนครั้นยังหนุ่ม ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง