หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม - บทที่ 237 เบื้องลึกเบื้องหลัง
ระหว่างทางมาที่นี่ เห้อเหลียนเป่ยหมิงเล่าให้อวี๋เซ่าชิงฟังถึง ความสัมพันธ์ของสกุลเห้อเหลียน นายท่านใหญ่หนิวตั้นล่วงลับไป แล้ว นายท่านรองใหญ่จวนตะวันตกเป็นน้องชายของนายท่าน ใหญ่หนิวตั้น แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องกัน ทั้งสองกลับแตกต่างกัน มาก นายท่านใหญ่หนิวตั้นเป็นคนกระตือรือร้น องอาจและใจกว้าง ส่วนนายท่านรองใหญ่เงียบขรึมและระแวดระวัง กระนั้นสำหรับ เห้อเหลียนเป่ยหมิง นายท่านรองใหญ่ผู้นี้เคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่เปี่ยมไปด้วยความเคารพต่อหนิวตั้นและฮูหยินผู้เฒ่า ทั้งยัง เอ็นดูเขาเป็นพิเศษ
นายท่านรองใหญ่มีบุตรชายหนึ่งคน ก็คือเห้อเหลียนฉี
เห้อเหลียนฉีสมรสกับนางหลี่ นางหลี่ให้กำเนิดบุตรชายสาม คน ได้แก่เห้อเหลียนเฟิง เห้อเหลียนอวี่ และเห้อเหลียนเฉิง เห้อเห ลียนเฟิงอายุเท่ากับ ‘เห้อเหลียนเฉา’ ทั้งคู่อายุเกือบยี่สิบแล้ว ส่วน เห้อเหลียนอวี่และเห้อเหลียนเฉิงอายุน้อยกว่าพวกเขาสองและ สามปีตามลำดับ
“เห้อเหลียนฉี? เห้อเหลียนฉีคนไหน?” อวี๋เซ่าชิงอยู่ในต้าโจว จึงมิได้สนใจเรื่องขุนนางของหนานจ้าวเท่าไรนัก แต่ระหว่างทางก็ พอจะได้ยินเรื่องราวต่างๆ มาบ้าง เขารู้ว่าหนานจ้าวส่งคณะทูตไป ร่วมงานสมรสของเฉิงอ๋องและองค์หญิงแห่งซยงหนู หนึ่งในนั้นมี
คนชื่อเห้อเหลียนฉี ได้ยินว่าเขาตายในต้าโจว และถูกส่งร่างกลับ หนานจ้าว
เห้อเหลียนเป่ยหมิงพยายามสรุปให้สั้นที่สุด “ก็คือ…ราชทูตที่ ตายไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เห้อเหลียนฉี”
“ตายอย่างไร?” อวี๋เซ่าชิงถาม
“…ถูกเฉาเอ๋อร์สังหาร” ด้วยกลัวว่าอวี๋เซ่าชิงจะไปกล่าวโทษ เยี่ยนจิ่วเฉา เขาจึงกล่าวเสริมไปว่า “แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของเฉาเอ๋ อร์หรอก เขาหาเรื่องใส่ตัวเอง”
อวี๋เซ่าชิงรู้ว่าลูกเขยเส็งเคร็งของเขาไม่มีทางสังหารผู้บริสุทธิ์ จึงกล่าวออกไปว่า “ลูกชายยังกเฬวรากเช่นนี้ พ่อของเขาก็คงไม่ได้ ดีไปกว่ากันหรอก!”
เห้อเหลียนเป่ยหมิงที่ถึงกับสะอึกโดยไม่ทันตั้งตัว “…”
“เข้าไปกันเถอะ” เห้อเหลียนเป่ยหมิงบอก
อวี๋เซ่าชิงเข้าไปในห้อง
ในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นของยาสมุนไพร อวี๋เซ่าชิงแทบจะ ขมวดคิ้วในทันใด
เขาไม่ชอบสถานที่แห่งนี้ และไม่ชอบผู้ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ด้วย
อวี๋เซ่าชิงเป็นคนเยือกเย็น คล้ายกับหนิวตั้น เพียงแต่เขาถูกเห ยียนฉงหมิงกลั่นแกล้งในทัพใหญ่ซีเป่ยอยู่หลายครั้ง ในใจของเขา
จึงเกิดความย้อนแย้งอยู่บ้าง
“ไม่ต้องกลัว ท่านอารองหมดสติไป ไม่ได้ป่วยหนักแต่อย่าง ใด” เห้อเหลียนเป่ยหมิงหันไปมองสีหน้าของอวี๋เซ่าชิง และทึกทัก ไปว่าน้องชายกำลังเป็นห่วงอาการป่วยของอารอง
อวี๋เซ่าชิงกลับไม่ได้สนใจเรื่องนี้ เขาปีนขึ้นมาจากกองซากศพ ในสนามรบ ยังจะต้องกังวลเรื่องอาการป่วยอีกหรือ?
อวี๋เซ่าชิงกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิดที่ว่า ‘ตื่นมาข้าก็มี พี่ชายกับแม่เพิ่มมาได้อย่างไร’ เขายังไม่ทันได้ตั้งสติ แต่ความรู้สึก แปลกประหลาดนี้ก็ไม่ได้อยู่กับเขานานนัก สักพักก็หายไป
เขาและเห้อเหลียนเป่ยหมิงเข้าห้องไป
สาวใช้ต่างรีบคำนับทั้งสอง
เห้อเหลียนเป่ยหมิงสั่งว่า “พวกเจ้าออกไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่อง จะคุยกับท่านอารอง”
“เจ้าค่ะ” สาวใช้เหลือบมองอวี๋เซ่าชิงอย่างรวดแล้ว แล้วเดิน ก้มหน้าออกไป
เห้อเหลียนเป่ยหมิงดันรถเข็นไปข้างเตียง “ท่านอารอง พบอวี้ เอ๋อร์แล้วขอรับ เขายังไม่ตายจริงๆ ข้าพาเขามาหาท่าน”
นายท่านรองใหญ่หมดสติฉับพลันและรุนแรง ร่างกายไม่อาจ ขยับได้ ปากไม่อาจพูดได้ สิ่งเดียวที่ขยับได้ก็คือลูกตา ดวงตาของ เขาเบิกกว้าง มองไปยังเห้อเหลียนเป่ยหมิงและอวี๋เซ่าชิงอย่างตื่น
ตระหนก
“ท่านอารอง” เห้อเหลียนเป่ยหมิงอ่านออกว่าเขาอยากพบอวี๋ เซ่าชิง จึงหันไปกวักมือเรียกอวี๋เซ่าชิงซึ่งยืนอยู่ห่างออกไป “อวี้เอ๋ อร์ เจ้ามานี่”
ในตอนแรกอวี๋เซ่าชิงยังไม่ยอมรับชื่อนี้ เขายืนอยู่ที่เดิมอยู่ชั่ว ประเดี๋ยวหนึ่ง จากนั้นก็เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจสักเท่าไร
เห้อเหลียนเป่ยหมิงกระซิบว่า “เจ้าขยับเข้ามาใกล้หน่อย ท่าน อารองจะได้เห็นเจ้า”
อวี๋เซ่าชิงถลึงตามองนายท่านรองใหญ่ ดูซะสิ ให้เจ้าดูแล้ว เนี่ย!
นายท่านรองใหญ่ถูกดวงตาคู่นั้นทำให้ตกใจกลัวแทบแย่
หนิวตั้นและนายท่านรองใหญ่เติบโตมาด้วยกัน เขามองดูพี่ ชายเจริญเติบโตมาตลอด เขารู้ถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างหน้าตา ของพี่ชาย นี่มันหนิวตั้นตอนอายุสามสิบดีๆ นี่เอง แต่เป็นไปไม่ได้
แต่หนิวตั้นน้อยไม่ได้ตายไปแล้วหรอกหรือ?
เขาสั่งฆ่าด้วยตนเอง!
เป็นเพราะมั่นใจว่าอีกฝ่ายตายแล้ว เพราะฉะนั้นทันทีที่เห็น อีกฝ่ายมาปรากฏตัวต่อหน้า นายท่านรองใหญ่ก็รู้สึกประหนึ่งกำลัง เห็นผีก็มิปาน
เห้อเหลียนเป่ยหมิงเห็นว่าความหวาดกลัวปรากฏในนัยน์ตา
ของนายท่านรองใหญ่ แต่เมื่อคิดว่าบรรดาบ่าวในจวนก็มีปฏิกิริยา เช่นนี้ จึงไม่ได้นำมาใส่ใจ เขาอธิบายอย่างใจเย็นว่า “ก่อนหน้านี้ ปิดบังอารอง อันที่จริงเฉาเอ๋อร์ไม่ได้เป็นลูกของน้องรอง อาหวั่น ต่างหากที่เป็นลูกของน้องรอง”
อะไรนะ? เด็กนั่นน่ะหรือ?
บุรุษคนนี้…เขาเป็น…เขาเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กนั่นหรือ?
นายท่านรองใหญ่รู้สึกว่าสมองของเขาประมวลผลไม่ทัน ยาย เฒ่าวิปลาสนั่นไม่สนใจหลานสาวของตน แต่กลับยอมรับหลาน เขยน่ะหรือ?
เดินไปสุ่มซื้อของปลอมมาจากตลาด แต่กลับกลายเป็นของ จริงเสียอย่างนั้น?
จะโชคดีกระไรปานนี้!!!
เดิมทีนายท่านรองใหญ่ยังคิดว่าตอบโต้จวนตะวันออกอย่างไร ให้สาสม แต่ในเมื่อหนึ่งในสองของคู่สามีภรรยานั้นเป็นหลานของ ฮูหยินผู้เฒ่าจริง จึงจำต้องล้มเลิกแผนแก้เผ็ดเยี่ยนจิ่วเฉา เป็น อันว่าแผนของเขานั้นล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
นายท่านรองใหญ่โมโหสุดขีด
ที่ทำให้โมโหยิ่งกว่าก็คือเรื่องราวหลังจากนี้
เห้อเหลียนเป่ยหมิงรู้สึกผิดที่ปิดบังเรื่องที่น้องชายของเขา ตาย ในตอนนี้สามารถเล่าออกมาได้แล้ว จึงเล่าออกมาจนหมด
เปลือก “…ที่จริงแล้วในปีนั้นข้าโกหกท่านอารอง และโกหกทุกๆ คน ข้าเป็นคนฝังศพทารกเองกับมือ ข้าคิดว่าศพนั้นคือน้องชาย ของข้า แต่ท่านแม่รับไม่ได้ นางเสียสติไป ดังนั้นข้าจึงบอกไปว่า น้องยังไม่ตาย เพียงแต่หายตัวไป”
ข้ารู้อยู่แล้ว!
ข้าเป็นคนสั่งฆ่าเองไงเล่า!
ข้าเห็นพวกเจ้าฝังศพ!
เห้อเหลียนเป่ยหมิงถอนหายใจ แล้วกล่าวว่า “ข้าไหนเลยจะรู้ ว่าข่าวลวงที่ข้าปล่อยออกไปนั้นกลับกลายเป็นเรื่องจริง แต่ว่าน้อง ชายของข้าไม่ได้หายตัวไป มีคนช่วยเขาและพาตัวเขาไป ข้านึก สงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุ หากแต่มีคนจงใจ ทำเรื่องนี้ คนผู้นั้นหมายเอาชีวิตของท่านแม่กับน้องข้า โชคดีที่ ท่านแม่ได้รับการช่วยเหลือได้ทัน ทว่าน้องกลับตกลงเขาไป สกุล เห้อเหลียนอยู่ในสนามรบมารุ่นต่อรุ่น สร้างศัตรูเอาไว้นับไม่ถ้วน ข้าเดาไม่ออกว่าฆาตกรคือผู้ใด”
การคาดเดาของเห้อเหลียนเป่ยหมิงนั้นถูกต้อง ในตอนนั้น นายท่านรองใหญ่หมายเอาชีวิตของสองแม่ลูก ทว่าแรงจูงใจใน การลงมือของเขากลับไม่ใช่ความแค้น หากแต่เพื่อโจมตีหนิวตั้น ทำลายปณิธานของหนิวตั้น ในตอนนั้นหนิวตั้นถูกองค์ประมุขส่ง ไปสนามรบ แม่ทัพที่หมดอาลัยตายอยากนั้นถูกศัตรูสังหารได้ อย่างง่ายดาย ส่วนเห้อเหลียนเป่ยหมิงซึ่งอายุไม่ถึงสิบขวบเต็ม
เขาก็ส่งคนไปจัดการแล้วเช่นกัน
เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่าสตรีคนนั้นจะไม่ตาย หนิวตั้นสัญญา กับนางว่าจะรอดชีวิตกลับมาหานาง แล้วเขาก็ทำได้จริงๆ
หนิวตั้นเองก็ไม่ได้จมอยู่กับความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ลูกชายคนเล็ก เขาดูแลภรรยาและเลี้ยงดูลูกชายคนโตจนเติบโต มาเป็นอย่างดี หลังจากนั้นเป็นระยะเวลาอันแสนยาวนาน นายท่า นรองใหญ่ก็ยังหาโอกาสลงมือกับคนจวนตะวันออกไม่ได้สักที
จวบจนหนิวตั้นตายไป โอกาสนั้นจึงมาถึง
แน่นอกว่านี่ไม่ใช่เวลามารำลึกความหลัง สิ่งที่นายท่านรอง ใหญ่ไม่เข้าใจก็คือ ในเมื่อมือสังหารฆ่าทารกไปแล้ว หลังจากนั้น เขาเองก็ยังรุดไปดูและเห็นว่าสองพ่อลูกฝังศพแล้ว เด็กคนนี้จะโต มาถึงตอนนี้ได้อย่างไร ทั้งยังมาปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกด้วย?
พวกเขาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางมี นายพรานหรือชาวบ้านผ่านไปมา และต่อให้ทารกตกลงไปแล้วโชค ดี ก็ไม่มีทางรอดจนมีคนมาช่วยชีวิต
นอกเสียจากว่า…มือสังหารที่เขาส่งไปในตอนนั้นไม่ได้ฆ่าเด็ก
ไม่เพียงเท่านี้ ยังใจอ่อน ช่วยเขาเอาไว้อีกด้วย?
น่าขันเสียจริง ก็แค่หน่วยกล้าตายคนหนึ่ง เป็นเครื่องมือ สังหารอันปราศจากมโนสำนึก แต่กลับใจอ่อนเพราะทารกคนหนึ่ง น่ะหรือ?
ผ่านมาเนิ่นนานจนป่านนี้ ต่อให้ไปสืบสาวราวเรื่องก็คงไม่ได้ ข้อมูลอะไร หน่วยกล้าตายที่เขาส่งไปก็ไม่อยู่แล้ว เขาหายตัวไป แล้ว ทว่าเขาใช้ยาพิษสำหรับควบคุมหน่วยกล้าตายคนนั้น หากได้ รับยาถอนพิษไม่ทันการ เขาก็จะตาย
เขาไปตายที่ไหน นายท่านรองใหญ่มิได้ใส่ใจ
สิ่งที่กวนใจนายท่านรองใหญ่ก็คือเด็กที่เขาไม่ได้ลงมือฆ่า
เขาต้องคิดจะพาเด็กหลบหนีออกจากหนานจ้าวเป็นแน่ ไปยิ่ง ไกลได้ยิ่งดี แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะถูกฤทธิ์ของยาพิษเล่นงาน ระหว่างทาง…
ในตอนนั้นเขาทำอย่างไรกัน?
นายท่านรองใหญ่อดคิดไม่ได้ว่าเขาตายเช่นนั้น หรือเขากังวล ว่าการตายของเขาจะทำให้สืบสาวมาถึงทารก จึงนำทารกไปไว้ในที่ ปลอดภัยและมีคนพบเห็นได้?
ยามที่ทารกถูกอุ้มไป เขาทำอะไรอยู่?
นอนหายใจโรยรินรอความตายหรือ? หลังจากที่มีคนพาเด็ก ไป เขาจึงหลับตาลง?