หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 555 หมอเซียนกลับมาอีกครั้ง (5)
ตอนที่ 555 หมอเซียนกลับมาอีกครั้ง (5)
แสงสีอัสดงพราวฟ้า ในรถม้าของเหยาหย่วนจือ บุตรเขยและบุตรีกำลังหันหน้าเข้าหาบิดา เหยาหย่วนจือถอนหายใจไม่ได้ “ช่วงนี้คนในครอบครัวกังวลใจแทนเจ้ามาก! มารดาและพี่สะใภ้บ่นถึงเจ้าทุกวัน แต่ก็ส่งคนไปเยี่ยมเยียนเจ้าไม่ได้ ทำให้ทุกคนเป็นห่วงเจ้าแทบแย่!”
เหยาเยี่ยนอวี่พลันค้อมตัวลง “ลูกอกตัญญูเอง ทำให้ท่านพ่อท่านแม่เป็นห่วงแล้ว”
“ครอบครัวเดียวกันยังพูดจาเช่นนี้อีกหรือ แค่เจ้าไม่เป็นอะไร พวกเราก็สบายใจแล้ว” เหยาหย่วนจือลูบเคราสามสี่เส้นของตนเอง หลังจากถอนหายใจก็ยิ้มปลอบโยน “วันนี้เป็นวันดี สั่งคนไปรับพี่ใหญ่เจ้า คืนนี้พวกเราทั้งครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน”
เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้มๆ “เร่งรีบปานนี้เชียวหรือ ข้ายังไม่รีบไปไหนเลย”
“ช่วงนี้พี่สาวเจ้ายุ่งวุ่นวายมาก สองสามวันก่อนยังบอกว่าจะหาเวลาว่างกลับมาพักผ่อนที่จวน”
“ทางจวนนางเกิดอะไรขึ้นอีก” เหยาเยี่ยนอวี่รีบถาม
เหยาหย่วนจือส่ายหน้า เขาเป็นบุรุษผู้หนึ่ง คงไม่มากความเกี่ยวกับเรื่องภายในจวนคนอื่นอยู่แล้ว
ถึงจวนเหยา หวางฮูหยินได้ยินว่าเหยาเยี่ยนอวี่กลับมาแล้ว ไม่เพียงแต่รักษาพระเนตรของฮ่องเต้หาย ยังได้เลื่อนตำแหน่ง ได้รับพระราชทานราชทินนามให้เป็นฮูหยินฝู่กั๋ว ทันใดนั้นก็รื่นเริงยินดียิ่ง แล้วรีบสั่งการ “รีบไปบอกให้โรงครัวเตรียมอาหารฉลอง”
หนิงฮูหยินน้อยพูดยิ้มๆ “อามิตาภพุทธ ครอบครัวถึงเวลาสงบสุขแล้ว”
หวางฮูหยินพูดยิ้มๆ “ส่งคนไปจวนติ้งเป่ยโหวรับน้องใหญ่ของเจ้ากลับมา แล้วค่อยส่งคนไปบอกเจ้ารองให้กลับเร็วเสียหน่อย”
หนิงฮูหยินตอบกลับ “เจ้าค่ะ สะใภ้จดจำไว้แล้ว”
ซ่งฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินเหยาเยี่ยนอวี่กลับมา ก็ดีใจก่อนเป็นอันดับแรก สักพักพอไม่ได้เจอนาง ก็รู้สึกโกรธเคือง “จวนนี้ยิ่งอยู่ยิ่งไม่มีระเบียบแล้ว!”
ตอนเหยาเยี่ยนอวี่กลับมายังสวมชุดเครื่องแบบขุนนาง คงไม่อาจสวมชุดนี้ไปน้อมคำนับฮูหยินผู้เฒ่าหรือเปล่า ดังนั้นเลยตามหนิงฮูหยินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยติดตามหวางฮูหยินไปน้อมคำนับฮูหยินผู้เฒ่า ยังไม่ได้เข้าประตูก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ ทันใดนั้นก็นิ่งงันไป แล้วค่อยหันไปมองหวางฮูหยิน
หวางฮูหยินยิ้มอย่างจนปัญญา แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ช่วงนี้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วงเจ้า ฉะนั้นจึงไม่สบอารมณ์เล็กน้อย”
เหยาเยี่ยนอวี่จะไม่รู้ได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้พูดยิ้มๆ “ทราบเจ้าค่ะ ลูกเองที่อกตัญญู ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วง” พูดไป ก็เดินเข้าไปในเรือนแล้ว
ซ่งฮูหยินเพิ่งไม่สบอารณ์ก็ได้เจอหน้านางแล้ว สีหน้าดูย่ำแย่มาก จึงทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ แล้วต่อว่า “ยัยตัวแสบ อยากจะทำให้แม่เฒ่าอย่างข้าสิ้นใจหรือ! ยังไม่รีบมาหาข้าอีก!”
เหยาเยี่ยนอวี่พลันเดินหน้าสองก้าว เหล่าสาวใช้วางเบาะนุ่มบนพื้น นางคุกเข่าหมอบกราบ ซ่งฮูหยินผู้เฒ่ารั้งนางไว้ก่อน แล้วมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วพูดยิ้มๆ “เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าสีหน้าของเจ้าดูดีกว่าแต่ก่อนล่ะ ผิวพรรณผุดผ่องขึ้นด้วย ก่อนหน้านี้ข้ายังกลัวว่าเจ้าใช้ชีวิตที่บ้านนาคงลำบาก วันนี้ดูท่าแล้วข้ากังวลไปเองจริงๆ!”
หวางฮูหยินพูดยิ้มๆ “บ้านนาอยู่ท่ามกลางภูเขาสีเขียว ล้อมรอบด้วยลำธารสีใส ผู้อาศัยย่อมถูกธรรมชาติอันงดงามบำบัดอยู่แล้ว”
เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้มๆ “ฮูหยินผู้เฒ่าเฝ้าคะนึงถึงหลาน หลานเลยรีบกลับมา ฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกว่าหลานเหมือนเทพธิดาใช่หรือไม่”
ซ่งฮูหยินผู้เฒ่าแย้มยิ้มอย่างมีความสุข แล้วลูบหน้าของเหยาเยี่ยนอวี่ที่กำลังยิ้มแก้มปริ “ไม่เพียงแต่งดงามขึ้น ปากก็หวานขึ้นด้วย พรุ่งนี้ข้าจะไปอาศัยอยู่ที่บ้านนาดู แม่เฒ่าอย่างข้าจะกลับมาไปอ่อนเยาว์ได้หรือไม่”
ทั้งเรือนต่างหัวเราะขึ้นมา
ทุกคนจวนเหยาต่างวุ่นกับหน้าที่ตัวเอง ไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เหยาเฟิ่งเกอพาจิ่นเย่ว์กลับมา จิ่นเย่ว์วิ่งเข้าหาเหยาเยี่ยนอวี่ เหยาเหยียนอี้ก็กลับมาในเวลานี้ ทุกคนน้อมทักทายกัน ในเรือนเต็มไปด้วยเสียงอันน่าชื่นชมยินดี
งานเฉลิมฉลองโออ่าอลังการ โต๊ะสตรีอยู่ด้านใน บุรุษอยู่ด้านนอก ตรงกลางคือฉากกั้นหยกสลักดอกไห่ถัง สาวใช้ผัวจื่อคอยรับใช้อยู่ด้านข้าง อาหารเลิศรส ยอดสุราธาราหยก ทุกคนดื่มด่ำกับบรรยากาศ เสวนากันอย่างรื่นเริง
เหยาเยี่ยนอวี่ไม่ได้เจอหน้าเหยาเชวี่ยหวา ลอบสะกิดแขนเสื้อของหนิงฮูหยิน ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ หนิงฮูหยินยิ้มจางๆ “น้องสามไปบ่มเพาะอุปนิสัยที่ดีที่บ้านนาแล้ว” เหยาเยี่ยนอวี่ลอบกะพริบตาเล็กน้อย แลกเปลี่ยนสายตากับหนิงฮูหยิน ไม่ได้มากความอะไรอีก
หลังจากนั้น หวางฮูหยินถามเหยาเฟิ่งเกอว่าจวนโหวเป็นเช่นไรบ้างแล้ว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือไม่ เหยาเฟิ่งเกอพลันตอบกลับว่าหู่พั่วและหลิวหลีเป็นเช่นไรบ้าง บุตรชายและบุตรีเป็นเช่นไรบ้าง สุขภาพร่างกายของคุณชายสามซูเป็นเช่นไรบ้าง เหล่าสตรีพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ จากนั้นพูดถึงทายาทของซูอวี้ผิง แล้วซ่งฮูหยินผู้เฒ่าจึงถาม “ได้ยินว่าติ้งเป่ยโหวฮูหยินรับบุตรชายอนุภรรยามาเลี้ยงเป็นบุตรตนเองหรือ”
เหยาเฟิ่งเกอจึงเล่าเรื่องที่เฟิงซิ่วอวิ๋นคลอดบุตรยาก ทำให้บุตรล่วงลับไป แล้วยังพูดว่า “เรื่องนี้ก็สุดปัญญาจริงๆ พี่สะใภ้ใหญ่คงรออีกสามปีไม่ได้หรือเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของเฟิงซิ่วอวิ๋นก็ย่ำแย่ยิ่งนัก จนถึงตอนนี้ก็ผ่านไปสองเดือนแล้ว ทว่ายังคงลุกจากเตียงไม่ได้ เกรงว่าในอนาคตคงจะมีบุตรยาก”
“แหม! เช่นนี้เหมือนพี่สาวของนางในตอนนั้นน่ะสิ?” หวางฮูหยินถามด้วยความตกตะลึง
เหยาเฟิ่งเกอถอนหายใจ “เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ! ทว่านางดีกว่าพี่สาวนางเล็กน้อย ตอนนั้นหากไม่มีน้องรอง เกรงว่าพี่สะใภ้ใหญ่คงล่วงลับไปแล้ว นางยังดีที่อย่างน้อยยังไม่ถึงแก่กรรม คุณชายสามไป๋และหมอหลวงหลิวก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่นางจะมีบุตรได้หรือไม่ในอนาคต”
“ต่อให้มีได้ก็ต้องรออีกสามปี” หนิงฮูหยินส่ายหน้า
บิดามารดาล่วงลับไปพร้อมกันนั้นต้องไว้อาลัยสามปี จัดงานเฉลิมฉลองและจัดพิธีมงคลไม่ได้ภายในสามปีนี้ แม้กระทั่งสองสามีภรรยายังไม่อาจร่วมสังวาสกัน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแต่งตั้งอนุภรรยา ถึงแม้ในเรือนจะไม่มีใครคอยจับตามอง ทว่าคู่ครองที่ยังอ่อนเยาว์คงไม่มีทางอดบรรเลงเพลงรักสามปีแน่นอน ขืนพลาดมีบุตรโดยไม่ตั้งใจขึ้นมา ไม่ต้องกล่าวถึงพระราชโองการจากหออาลักษณ์ แค่ชาวบ้านนินทาก็อาจทำให้ถึงขั้นสิ้นใจได้
ซูอวี้ผิงเป็นถึงทายาทที่สืบทอดตำแหน่งโหว คุณชายไม่เอาถ่านอย่างซูอวี้เสียงที่ไร้ตำแหน่งใดเทียบเทียมไม่ได้อยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การไว้อาลัยบิดามารดาและไว้อาลัยปู่ย่าตายายก็ไม่เหมือนกัน
เห็นได้ชัดว่าประเด็นเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานเฉลิมฉลองในคืนนี้ หวางฮูหยินจึงเบี่ยงประเด็นแล้วพูดกับหนิงฮูหยิน “น้องรองเจ้าไม่เพียงแต่เลื่อนตำแหน่ง แล้วยังได้รับพระราชทานพระกรุณาธิคุณจากฝ่าบาทให้เป็นฮูหยินฝู่กั๋ว ต้องเฉลิมฉลองเรื่องน่ายินดีเช่นนี้หน่อยแล้ว”
ขณะกล่าว หวางฮูหยินตบมือเหยาเยี่ยนอวี่ด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดว่า “เจ้าเพิ่งกลับมา เกรงว่าคงไม่มีเวลายุ่งเรื่องพวกนี้ หากทางฝั่งจวนเจ้ายังต้องการคนช่วยจัดงานเลี้ยง ให้พี่สะใภ้รองเจ้าไปช่วยด้วยอีกแรง”
เหยาเยี่ยนอวี่พลันประสานมือคารวะหนิงฮูหยิน “เช่นนั้นก็ต้องรบกวนพี่สะใภ้รองแล้ว!”
หนิงฮูหยินยิ้มๆ “ข้าควรช่วยเหลือน้องรองอยู่แล้ว”
เหยาเฟิ่งเกอเปรยเสียงเบา “ข้าก็อยากช่วยน้องรอง ทว่ากลับออกหน้าออกตาไม่ได้”
เหยาเยี่ยนอวี่รู้ว่านางกำลังไว้อาลัย ไม่ควรร่วมงานเช่นนี้ จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเราเป็นพี่น้องกัน เหตุใดถึงพูดจาเช่นนี้กันเล่า แค่ขอให้พี่สาวมาร่วมดื่มสุราแสดงความยินดีก็พอแล้ว”
“ข้าก็จะไป! ข้าก็จะไป!” ซูจิ่นเย่ว์พูดไป ปีนขึ้นหน้าตักของเหยาเยี่ยนอวี่ ที่จริงนางอยากปีนตั้งนานแล้ว แต่เมื่อครู่ผู้อาวุโสเสวนากัน แม่นมจึงอุ้มนางไว้ เวลานี้นางหลุดพ้นจากอ้อมอกของแม่นมแล้ว จึงปีนหน้าตักของเหยาเยี่ยนอวี่ดั่งลิงน้อยที่ซุกซน
เหยาเยี่ยนอวี่ยื่นมือกอดนาง แล้วพูดยิ้มๆ “คืนนี้เย่ว์เอ๋อร์กลับกับท่านน้า ดีหรือไม่”