หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 558 งานค่อนข้างลำบากกว่า (3)
ตอนที่ 558 งานค่อนข้างลำบากกว่า (3)
ทุกคนเอ่ยคำว่าเป็นเช่นนั้น เหยาเยี่ยนอวี่แค่รั้งพวกนาไว้ตามมารยาท หันหมิงชั่นตบมือนางเบาๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “พักผ่อนดีๆ สองวันเถอะ มะรืนอย่าลืมลากิจกับใต้เท้าจางล่ะ”
เหยาเยี่ยนอวี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม หร่วนฮูหยิน ซูอวี้เหิง และนาง จึงส่งหันหมิงชั่น เฟิงฮูหยิน และคนอื่นๆ ออกจากประตูสอง แล้วมองพวกนางขึ้นรถม้า
สตรีที่อยู่ในเรือนลุกขึ้นกล่าวอำลา เหล่าบุรุษด้านนอกคงไม่ชักช้าอยู่ต่อที่นี่อีก อันที่จริงเหล่าคุณชายแค่ถูกฮูหยินตนเองลากมาเยือน พวกนางไม่ไปไหน ผู้เป็นสามีจะกลับก่อนได้อย่างไร
ไม่ง่ายเลยที่จะส่งเหล่าโหว ซื่อจื่อ และฮูหยินกลับไป เหยาเยี่ยนอวี่ยืนข้างเว่ยจางพลางถอนหายใจยาวๆ
เว่ยจางแอบกุมมือนางไว้ แล้วถามเสียงต่ำ “เหนื่อยไหม”
“ค่อยยังชั่ว” เหยาเยี่ยนอวี่ยกมุมปาก
“ไม่เหนื่อย?” แม่ทัพเว่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย นัยน์ตาเป็นประกายความหมายที่ลุ่มลึก
“อืม ตอนนี้ไม่ได้เหนื่อยง่ายเหมือนแต่ก่อน” คำพูดนี้ค่อนข้างลามก ทว่ากลับเป็นความจริง ตั้งแต่นางฝึกกำลังภายในกับชิงอวิ๋นจื่อแล้ว ก็ใช้พลังจากสรรพสิ่งที่อยู่รอบตัว จึงไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเกินไป
“ดี” แม่ทัพเว่ยกุมมือนาง มุมปากเผยยิ้ม ไม่เหนื่อยก็ดี กลัวว่านางเหนื่อย คืนนี้คงไม่ได้บรรเลงเพลงรักอีก
ดังนั้น ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เหยาฮูหยินมองแววตาดุจสุนัขป่าของสามีด้วยความเสียใจ!
“พรุ่งนี้ยังต้องไปรับการแต่งตั้งที่ราชสำนัก คืนนี้เจ้าไว้ก่อนเถอะ?” เหยาฮูหยินพยายามพูดเหตุผลกับสุนัขป่า
“เจ้าไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อยหรือ” ในแววตาของแม่ทัพเว่ยยิ่งอยู่มองลุกเป็นไฟ
“แต่ก็ต้องพักก่อน! ทำถี่เกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย” เหยาเยี่ยนอวี่รู้สึกว่า คืนนี้ต้องดุเดือดเป็นพิเศษ จึงคิดว่าควรเจรจาต่อรองกับเขา หวังว่าตนเองจะไม่ตายเร็วเกินไป
“ถี่ตรงไหน เจ้าพูดเองว่าเว้นไปหลายวันแล้วมิใช่หรือ!” แม่ทัพเว่ยคำรามเสียงต่ำ
“…” เหยาฮูหยินก็ทำสีหน้าจริงจัง แล้วลังเลเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าเพิ่งทำกันเมื่อสองวันก่อนหรือ!
“ดังนั้นก็เว้นมาสองวันแล้วอย่างไร!”
“ไม่ได้ คืนนี้เจ้าดื่มสุรามากเกินไปแล้ว!”
“อย่าหาข้ออ้างไปเรื่อยเปื่อยสิ!” แม่ทัพโกรธเคืองขึ้นมาก “ข้าถามความเห็นของเจ้าก่อนแล้ว!”
เพิ่งเข้าสู่ยามอิ๋น ผัวจื่อที่เฝ้าเวรใต้ชายคาระเยียงก็เรียกเสียงเบา “แม่ทัพ ฮูหยิน ได้เวลาตื่นนอนแล้วเจ้าค่ะ”
บนเตียงไม้ประดู่แดงชั้นดี เหยาฮูหยินยังไม่ได้หลับตา พอได้ยินเสียงเรียกด้านนอก ก็ถอนหายใจเบาๆ “รู้แล้ว! สั่งให้คนเตรียมน้ำอุ่นอาบน้ำ”
แม่ทัพเว่ยจุมพิตบนขมับฮูหยินด้วยความพึงพอใจ แล้วยิ้มด้วยเสียงต่ำ “ประเดี๋ยวค่อยไปนอนกับรถม้า”
“เชอะ!” เหยาฮูหยินยกมือตบเขาหนึ่งที ทว่ากลับไม่มีแรงจริงๆ
แม่ทัพเว่ยยื่นมือจับมือเล็กๆ บนกลางอกตนเอง แล้วพูดยิ้มๆ “กำลังของฮูหยินมากขึ้นดั่งที่คาดจริงๆ” ไม่เหมือนแต่ก่อนที่เขายังไม่ถึงจุดสุดยอด นางก็เหนื่อยปางตายแล้ว ทำเอาแม่ทัพเว่ยที่โหดเหี้ยมต้องระมัดระวังทุกครั้ง กลัวว่าร่างกายของนางจะรับไม่ไหว
แต่งงานกันมานานเช่นนี้ ท้ายที่สุดครั้งนี้ก็ถึงจุดสุดยอด! อารมณ์ของแม่ทัพใหญ่ดีเป็นพิเศษ
ไม่นาน สาวใช้ชั้นล่างเข้ามาบอกว่าน้ำร้อนเตรียมเสร็จแล้ว เชิญฮูหยินไปอาบน้ำ
แม่ทัพอุ้มฮูหยินที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มไปอาบน้ำทันที
เพราะเวลามีกำจัด ครั้งนี้จึงไม่ได้เล่นอะไรกันระหว่างอาบน้ำ หลังจากอาบเสร็จก็เปลี่ยนชุดขุนนาง แล้วขึ้นรถม้าเข้าวังหลวงอย่างเร่งรีบ
ในรถม้าเตรียมของว่างและข้าวต้มร้อนๆ ไว้ตั้งแต่แรก แม่ทัพเว่ยจึงปรนนิบัติป้อนฮูหยินกินขนมมันม่วงสองชิ้น ดื่มข้าวต้มดอกกุ้ยไปหนึ่งถ้วย เหยาเยี่ยนอวี่กินคำสุดท้ายแล้วกลืนลงคอเสร็จ ก็เริ่มรู้สึอยากหลับ ต่อให้รถม้าโลงเคลงไปมาก็ไม่รู้สึกอะไรเลย เว่ยจางเอาผ้าเช็ดมุมปากให้ฮูหยิน จากนั้นกินของเหลือของนางจนเกลี้ยง
ถึงนอกประตูวังหลวงก็เห็นว่ายังเวลาทัน แม่ทัพเว่ยจึงปล่อยให้ฮูหยินหลับไปหนึ่งเค่อถึงจะปลุกนางตื่น ทำเอาเหยาเยี่ยนอวี่รีบจัดระเบียบชุดขุนนาง จากนั้นก็ต่อว่าเขาที่ไม่ยอมปลุกนางเร็วกว่านี้
สองสามีภรรยาตามกันลงจากรถม้าแล้วเดินเคียงไหล่กันบนถนนเทียนเจีย เวลานี้เหล่าขุนนางก็เข้าวังหลวงกันครบแล้ว มีเพียงอัครเสนาบดีเฟิง จิ่นอ๋อง เยี่ยนอ๋อง และคนอื่นที่มีอำนาจสูงส่งกำลังจะเข้าราชสำนักด้วยท่าทีที่ไม่รีบร้อนหรือชักช้าเกินไป
เฟิงจงเยี่ยเห็นเว่ยจางก็ตกตะลึงก่อน พอเห็นด้านข้างที่สวมชุดขุนนางสีขาวปักลายนกยูงสีทอง เรือนร่างเพรียวบาง ฝีเท้าก้าวแผ่วเบาดุจสายลม จึงตะลึงยิ่งขึ้น “เอ๊ะ? นี่ไม่ใช่หมอหลวงเหยาหรือ”
เหยาเยี่ยนอวี่หันไปมองเฟิงจงเยี่ยพร้อมทั้งประสานมือด้วยรอยยิ้มจางๆ “หม่อมฉันเหยาเยี่ยนอวี่น้อมคำนับอัครเสนาดีเฟิง”
“เป็นหมอหลวงเหยาจริงด้วย!” เฟิงจงเยี่ยรู้สึกตื่นเต้นดีใจ “หมอหลวงเหยาหายดีแล้วหรือ! อั๊ยยา! นี่คือความโชคดีของต้าอวิ๋นข้า! พระอาการของฝ่าบาทได้รับการรักษาแล้ว!”
นี่ไม่ใช่ความลับอะไรหรือเปล่า เหยาเยี่ยนอวี่ไม่รู้ว่าอัครเสนาบดีเฟิงมาไม้ไหนกันแน่ แค่ประสานมือคารวะ “ใต้เท้าชมเชยเกินจริงแล้ว! นี่ก็ได้เวลาเข้าเฝ้าเช้าแล้ว ข้าน้อยไม่ขอถ่วงเวลาใต้เท้าแล้ว เชิญเถอะ?”
“พูดเช่นนี้ ข้าเองก็ไม่กล้าชักช้าเช่นเดียวกัน! แต่พวกเจ้ายังหนุ่มยังสาวก็ต้องเดินไวอยู่แล้ว ข้าที่เป็นผู้เฒ่าคงตามฝีเท้าพวกเจ้าไม่ทัน พวกเจ้าไปก่อนเถอะ”
เหยาเยี่ยนอวี่ยิ้มน้อยๆ ไม่สนว่าผู้เฒ่าคนนี้จะพูดจาอ้อมค้อมเพียงใด แค่ประสานมือแล้วพูด “ขอบคุณใต้เท้าเฟิงที่เข้าใจ” จึงรีบสาวเท้าไปพร้อมกับเว่ยจางให้เร็วกว่าเดิม ไม่นานเฟิงจงเยี่ยก็อยู่ห่างไกลจากพวกเขาหลายจั้ง
เฟิงจงเยี่ยมองสามีภรรยาคู่นี้เดินจากไปไกล แววตาลุ่มลึกเป็นประกายแสง
เมื่อวานตอนเขากำลังพูดถึงเรื่องสอบคัดเลือกขุนนางกลับถูกขัดจังหวะ จึงแปลกใจว่าเรื่องอะไรถึงทำให้ฮ่องเต้ใส่พระทัยเช่นนี้ ดังนั้นจึงไปสืบหาความจริง หลังจากนั้นได้ยินว่าเว่ยจางและเหยาเยี่ยนอวี่เข้าวังเข้าเฝ้าฮ่องเต้ อีกอย่างเหยาเยี่ยนอวี่รักษาพระเนตรฮ่องเต้จนหายเพียงครั้งเดียว
ตอนนั้นเขารู้สึกแปลกใจ แต่ยิ่งรู้สึกตกใจ เหยาเยี่ยนอวี่ฟื้นฟูได้ดีเช่นนี้ได้อย่างไร! สองสามเดือนก่อนยังใกล้ตายแล้ว กลับฟื้นฟูได้เร็วเช่นนี้ อีกทั้งยังฝังเข็มรักษาอาการจนหายเป็นปลิดทิ้ง
“ใต้เท้าเฟิง ยังไม่รีบเดินอีก ระวังไปสายล่ะ” คนที่อยู่ด้านหลังพูดด้วยรอยยิ้ม
เฟิงจงเยี่ยพลันหันไป ขณะเดียวกันประสานมือคารวะ “ถวายบังคมท่านอ๋อง”
เยี่ยนอ๋องยกมือด้วยรอยยิ้มเบิกบาน เฟิงจงเยี่ยเดินเคียงไหล่เขา เดินไปพลางถามไปพลาง “เมื่อครู่สองคนนั้นคือแม่ทัพฝู่กั๋วและฮูหยินหรือเปล่า”
“ท่านอ๋องตาดียิ่งนัก พวกเขาสองคนนี้นี่แหละ” เฟิงจงเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อั๊ยยา หมอหลวงเหยาสุดยอดจริงๆ เมื่อวานกลับมาถึงก็รักษาพระเนตรของฝ่าบาทเลย นี่เป็นเรื่องดีจริงๆ! เมฆดำปกคลุมท้องฟ้าก้อนใหญ่ของข้าในที่สุดก็หายไป” เยี่ยนอ๋องอุทานขึ้น
“ท่านอ๋องตรัสถูก แค่ฝ่าบาทหายดี ก็คือโชคลาภของแคว้นต้าอวิ๋น”
“ก็คือโชคลาภของใต้เท้าเฟิงด้วย!” เยี่ยนอ๋องยิ้มจริงๆ
“แน่อยู่แล้ว ปี้เซี่ยทรงพระกรุณาต่อกระหม่อมอย่างมาก ปี้เซี่ยพระชวร กระหม่อมอยากป่วยแทนจนใจจะขาด”