หมอหญิงจ้าวดวงใจ - ตอนที่ 557 งานค่อนข้างลำบากกว่า (2)
ตอนที่ 557 งานค่อนข้างลำบากกว่า (2)
“ได้ข่าวว่าแม่ทัพและฮูหยินกลับมาแล้ว จึงมาเยี่ยมเยียนโดยเฉพาะ”
“ดึกป่านนี้แล้ว! พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมไม่ได้หรือ”
“ฮูหยินรองก็บอกเช่นนี้ เพียงแต่ว่า…บางคนก็กลับไปแล้ว บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมเยียน ทว่าบางคนกลับไม่ยอมกลับไป บอกว่าไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ทั้งยังบอกว่าไม่ได้เจอแม่ทัพและฮูหยินหลายเดือน เฝ้าคะนึงถึงพวกท่านเป็นอย่างมาก จึงอยากเจอฮูหยินและแม่ทัพขอรับ”
ใช่ว่าจะไม่เจอกันแล้วเสียหน่อย! คนพวกนี้…เว่ยจางถอนหายใจอย่างจนปัญญา เว่ยจางอุ้มเหยาเยี่ยนอวี่ลงมาจากรถม้ามาวางบนพื้น แล้วกำชับ “ระวังหน่อย ดูพื้นด้วย”
เหยาเยี่ยนอวี่ก็รู้ว่าคนที่อยู่รอพวกเขาคือสหายที่สนิทสนมมาก จึงพูดยิ้มๆ “ยังอยากกลับมานอนแน่ะ”
“แม่ทัพ ฮูหยิน รีบเข้าจวนเถอะ” พ่อบ้านค้อมตัวลงด้วยความเคารพ
“ไปเถอะ” เว่ยจางดึงมือฮูหยินเดินเข้าไปในจวน
ณ เรือนชุนฮุย จวนแม่ทัพ ซูอวี้เหิงและหร่วนฮูหยินอยู่เป็นเพื่อนหันหมิงชั่น เฟิงฮูหยิน หันซังเย่ว์ และฮูหยินของเขาโจวเย่ว์หลิน ต่างก็พูดคุยเรื่องสันเพเหระ คนพวกนี้มาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงกินมื้อเย็นที่จวนแม่ทัพ วันนี้ต้องเจอหน้าเหยาเยี่ยนอวี่ให้ได้ ถึงจะยอมกลับจวน
จู่ๆ สาวใช้ด้านนอกก็เข้ามารายงาน “เรียนฮูหยิน ฮูหยินพวกบ่าวกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
“พี่เหยากลับมาเสียที!” ซูอวี้เหิงลุกขึ้นด้วยความดีใจ แล้วบอกหันหมิงชั่นและคนอื่นๆ “พวกท่านนั่งลงก่อนเถอะ ข้าจะไปต้อนรับพี่เหยาเสียหน่อย”
“ข้าจะไปพร้อมเจ้าเอง” หันหมิงชั่นพูดไปก็ลุกขึ้นยืน นางยืนขึ้น คนรอบข้างจะไม่ยืนได้อย่างไร ต่างก็เดินตามออกไปต้อนรับด้านนอก
เว่ยจางเดินถึงห้องอักษรก็ถูกอวิ๋นคุน หันซังเกอ ซูอวี้ผิง และคนอื่นๆ ขวางทางไว้ เหยาเยี่ยนอวี่น้อมคำนับกับทุกคนเสร็จก็เดินไปด้านหลัง เพิ่งเข้าเรือนก็เห็นฮูหยินทั้งหลายยืนเรียงรายกันต้อนรับนาง ทันใดนั้นก็หยุดชะงักฝีเท้าลง ภายในใจคิดว่า นี่ตนเองกลับจวนตนเองอยู่จริงหรือ
เหยาเยี่ยนอวี่ตะลึงงัน หันหมิงชั่นเดินหน้ามาต้อนรับ นางมองเหยาเยี่ยนอวี่ก็ตกตะลึงยิ่งนัก ผ่านไปสักพักถึงจะพูดด้วยความปลื้มปิติ “มิน่าล่ะ เหิงเอ๋อร์บอกข้าว่าตอนที่เจอหน้าน้องเหยาอีกครั้ง ต้องรู้สึกตกตะลึงแน่ๆ ที่แท้ครั้งนี้น้องสาวกลับมาเปลี่ยนไปมากจริงๆ!”
“ไม่ใช่หรอกกระมัง” เหยาเยี่ยนอวี่เองไม่ได้รู้สึกเช่นนี้ แค่น้อมคำนับให้หันหมิงชั่น “น้อมคำนับพี่หันเจ้าค่ะ”
หันหมิงชั่นกุมมือนาง “ข้าพูดจากใจจริง เมื่อครู่ข้ายังไม่กล้าแตะต้องเจ้า รู้สึกว่าเจ้าเหมือน…” หันหมิงชั่นพร่ำบ่นเสียงเรียบแล้วแย้มยิ้ม “เหมือนดอกบัวขาวกลางบ่อน้ำ ได้แค่มองไกลๆ แต่ไม่อาจเข้าใกล้ได้!”
เหยาเยี่ยนอวี่ปริยิ้ม ราวกับเบิกเมฆเห็นตะวัน “พี่สาวช่างน่าขันนัก ข้าจะเป็นดอกบัวขาวได้อย่างไรกัน!”
“เป็นเช่นนั้น ดอกบัวขาวยังไม่งดงามเท่าเจ้าเลย” หันหมิงชั่นกุมมือนางเดินไปตรงหน้าเหล่าฮูหยิน
“ให้ทุกคนรอนานแล้ว รู้สึกเกรงใจยิ่ง” ขณะพูด เหยาเยี่ยนอวี่ก็โทษซูอวี้เหิง “เหตุใดเจ้าถึงไม่สั่งให้คนส่งจดหมายให้ข้า ข้าจะได้กลับมาเร็วหน่อย”
เฟิงฮูหยินจึงอธิบายแทนซูอวี้เหิง “พวกเราบอกว่าน้องเหยาไม่ได้เจอคนในต้นตระกูลหลายเดือนแล้ว คงมีเรื่องเสวนาอยู่มาก เดิมทีพวกเราก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว รอสักพักก็คงไม่เป็นเช่นไร”
เหยาเยี่ยนอวี่ยังคงถือโทษซูอวี้เหิงไม่หยุด แล้วเชิญทุกคนเข้าไปนั่งในเรือน ต่างฝ่ายต่างพูดจาเกรงอกเกรงใจกัน
เหล่าสาวใช้ยกน้ำชาหอมกรุ่นมาใหม่ แล้วเปลี่ยนของว่างจานใหม่ หันหมิงชั่นพูด “เมื่อครู่พวกเราปรึกษาหารือกันที่นี่ เจ้าอยู่ที่บ้านนาคงจะลำบากน่าดู สุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้เสียที วันนี้ได้เลื่อนขั้น มิหนำซ้ำฝ่าบาทยังพระราชทานราชทินนามให้เจ้าว่า ‘ฮูหยินฝู่กั๋ว’ เกิดเรื่องน่ายินดีขึ้นสองเรื่องพร้อมกันเช่นนี้ คงต้องเฉลิมฉลองหน่อยแล้ว”
เหยาเยี่ยนอวี่กำลังคิดในใจว่าพวกนางมีความคิดเดียวกับหวางฮูหยิน ดังนั้นจึงพูดยิ้มๆ “เมื่อครู่ตอนอยู่ที่จวนเหยา มารดาข้าก็พูดเช่นนี้ แต่ถึงแม้จะรักษาพระเนตรของฝ่าบาทแล้ว ทว่าร่างกายยังต้องบำรุงรักษาเป็นอย่างดี อีกทั้งไม่ได้ไปเยือนสำนักแพทย์มานานเช่นนี้ ต้องมีธุระมากมายให้สะสาง ยิ่งไปกว่านั้น ที่ผ่านมาข้าก็ไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้ ยังต้องลำบากฮูหยินทั้งสองในเรือนอีก”
หร่วนฮูหยินพูดยิ้มๆ “พวกเรายินดีช่วยเป็นอย่างยิ่ง!”
ซูอวี้เหิงก็ยกยิ้ม “เป็นเช่นนั้น พวกเราไม่กลัวลำบากเลย”
หันหมิงชั่นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินแล้วใช่ไหม ถึงเวลาเจ้าไม่ต้องกังวลใจอะไรเลย แค่ปรากฏตัวในงานก็พอ”
“พวกเจ้าเอาข้ามาอ้างเพราะอยากจัดงานสังสรรค์ใช่ไหม!” เหยาเยี่ยนอวี่พูดยิ้ม
ทุกคนต่างแย้มยิ้ม “เจ้าเพิ่งนึกได้หรือ!”
เหยาเยี่ยนอวี่ก็ยิ้มตาม แล้วพูดเย้า “เช่นนั้นตกลงกันไว้ก่อน พวกเจ้าจะจัดงานสังสรรค์เอง ข้าแค่ปรากฏตัวในงาน ไม่ควักเงินล่ะ”
“พี่เหยาไม่ต้องเป็นห่วง พวกเรารวมเงินกันแล้ว” ซูอวี้เหิงพูดยิ้มๆ
“ไม่ใช่หรอกกระมัง” เหยาเยี่ยนอวี่ตกตะลึงจริงๆ “แม้กระทั่งเงินยังรวมกันแล้ว?”
ซูอวี้เหิงพูดไปก็ส่งสายตาให้จั๋วอวี้ จั๋วอวี้ยื่นลายน้ำให้เหยาเยี่ยนอวี่ เหยาเยี่ยนอวี่รับและอ่านไปสักพัก ก็อดสูดลมหายใจเข้าลึกไม่ได้…โอ้ สวรรค์ นี่มันรายงานอะไรกัน นี่มันหลายสิบคัน นั่นก็มีหลายสิบคัน ยังมีหนึ่งร้อยตำลึง ร้อยยี่สิบตำลึง พอคิดดูคร่าวๆ พวกคนนี้กลับรวมเงินพันกว่าตำลึง?
“พวกเจ้าคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงกี่วันกันเนี่ย” เหยาฮูหยินตะลึงงันไปทันที พันกว่าตำลึงที่เอาไว้เสียค่าสุรากับละครเพลง คงจะใช้จ่ายได้เป็นเดือนสองเดือนหรือเปล่า นี่จะจัดจนถึงปีใหม่เลยหรือไร
“สามวัน” ซูอวี้เหิงพูดยิ้มๆ ยื่นสามนิ้ว
“คงไม่ต้องเสียเงินมากเช่นนี้หรือเปล่า”
“พวกเราจะไม่จัดในจวน”
“ไม่จัดในจวนแล้วจะจัดที่ไหน”
“พี่หันสั่งให้คนทำเรือหนึ่งลำกลางทะเลสาบอวิ๋น ถือโอกาสตอนนี้ที่ยังไม่ค่อยหนาว พวกเราจะล่องเรือดื่มสุราและชมละครเพลงบนเรือสามวัน”
“นับถือพวกเจ้าจริงๆ ” เหยาเยี่ยนอวี่อดยกมือนวดหว่างคิ้วไม่ได้ “หรือว่างานเลี้ยงเชิญแค่ฮูหยินและคุณชายที่สนิทสนมเท่านั้น
“ต้องเชิญพวกคุณชายอยู่แล้ว ทว่าพวกเราไม่ต้องดูแลพวกเขา” หันหมิงชั่นพูดยิ้มๆ “ข้าให้พี่ชายเป็นคนดูแลเอง ให้พวกเขาไปรับหน้ากันเอง ถึงเวลาเรือสองสามลำล่องบนทะเลสาบพร้อมกัน ไม่แน่อาจพวกเรากลายเป็นที่พูดถึงของเมืองหลวงอวิ๋นก็ได้”
อากาศเหน็บหนาวเช่นนี้ เหยาเยี่ยนอวี่พร่ำบ่นเช่นนี้ในใจ กลับไม่อยากไปคัดค้านน้ำใจของทุกคน แค่พูดว่า “เช่นนั้นก็ต้องลำบากทุกคนแล้ว”
หันหมิงชั่นพูด “ปกติพวกเราได้รับการช่วยเหลือจากเจ้ามากมาย แล้วเจ้ายังเกรงใจขนาดนี้ เกรงว่าพวกเราคงเป็นฝ่ายเกรงใจเจ้ามากกว่า”
เฟิงฮูหยินพูดขึ้น “ฮูหยินจิ้งไห่โหวกล่าวถูก น้องสาวอย่าพูดจาเกรงใจกันเลย ข้าแค่กลัวว่าถึงเวลานั้นข้าอาจไปไม่ได้ อาจให้อวิ๋นเอ๋อร์ไปแทน”
เหยาเยี่ยนอวี่รู้ว่านางอยู่ในช่วงไว้อาลัย ร่วมงานเลี้ยงไม่ได้ จึงพูดขึ้น “น้ำใจของพี่สะใภ้ ข้ารับไว้แล้ว ระหว่างพวกเราคงไม่มีอะไรต้องเกรงใจกัน”
เฟิงฮูหยินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไหนๆ ก็เป็นเช่นนี้แล้ว เวลาล่วงเลยมานานมากแล้ว น้องสาวกลับมาก็ยุ่งมาถึงตอนนี้ เกรงว่าคงเหนื่อยน่าดู พวกเราควรกลับได้แล้ว”
หันหมิงชั่นพูดยิ้มๆ “เป็นเช่นนั้น หากวันนี้ไม่ได้เจอเจ้าคงกลับไปหลับไม่สนิท เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะ”