หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 287 พี่น้องฝาแฝดระดับปรมาจารย์
บทที่ 287 พี่น้องฝาแฝดระดับปรมาจารย์
หานซือเหนียงรับหนังสือเล่มเล็กมาไว้ในมือ เธอไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ทำไม เพราะพวกเขาทั้งหมดมีใบรับรองของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อเธอเปิดมันออกมาอ่าน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที
เค่อชิง?
เค่อชิงคนที่ 24?
แน่นอนว่าหานซือเหนียงเข้าใจว่าตัวตนของ ‘เค่อชิง’ หมายถึงอะไร มันเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและอำนาจ
ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปทันที เธอมองโจวอี้ด้วยความเคารพ ก่อนจะกุลีกุจอรินชาและน้ำให้กับทั้งสามคน จากนั้นก็ถามด้วยความเคารพว่า “ท่านเค่อชิงมาที่นี่มีอะไรให้ดิฉันรับใช้?”
“ผมต้องการหาผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่งสักสองคน” โจวอี้กล่าว
“ระดับกึ่งปรมาจารย์?” หานซือเหนียงถาม
“ปรมาจารย์! แม้ว่าจะยังอ่อนแอไปสักหน่อย แต่กับงานผู้คุ้มกันก็น่าจะเพียงพอแล้วในตอนนี้” โจวอี้กล่าวอย่างใจเย็น
“คุณกำลังมองหาคนที่แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์มาเป็นผู้คุ้มกันของคุณเหรอ?” หานซือเหนียงดูแปลกใจ
เท่าที่เธอรู้ มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์บางคนที่ยอมลดสถานะของตัวเองมาเป็นผู้คุ้มกันให้คนอื่น แต่ปรมาจารย์เหล่านั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไร้สังกัด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้มาซึ่งทรัพยากรจำนวนมากในการฝึกฝน และการทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันชั่วคราวก็สร้างความมั่งคั่งให้พวกเขาได้มาก
อย่างไรก็ตาม ท่านเค่อชิงผู้นี้บอกว่าต้องการผู้คุ้มกันสองคนซึ่งต้องอยู่ในระดับปรมาจารย์ ทว่าจากน้ำเสียงของเขา ดูเหมือนว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่พอใจกับความแข็งแกร่งแค่ระดับปรมาจารย์เลยด้วยซ้ำ
เขาไม่รู้เหรอว่าการจ้างปรมาจารย์มาเป็นผู้คุ้มกัน เขาจะต้องจ่ายเงินมหาศาลเชียวนะ?
“มีอะไรจะถามอีกไหม?” โจวอี้ถาม
“ไม่มีปัญหา” หานซือเหนียงรีบตอบกลับ จากนั้นเธอก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดต่อ “ตามข้อมูลที่อัปโหลดมาโดยระบบจัดหาว่าจ้างเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีปรมาจารย์อยู่สองคนที่มีคุณสมบัติรับงานนี้ พวกเขาเป็นพี่น้องกัน ต้องการให้พวกเขามาพบคุณเดี๋ยวนี้เลยไหม?”
“พี่น้องปรมาจารย์?” โจวอี้เผยสีหน้าประหลาดใจ “คุณมีข้อมูลเฉพาะของพวกเขาไหม?”
แน่นอนว่าเธอย่อมมีอยู่แล้ว!
หานซือเหนียงพรินต์ข้อมูลของปรมาจารย์สองพี่น้องออกมาอย่างรวดเร็ว
หลวนเทียนไฉ และหลวนเทียนเฟิง
พี่น้องฝาแฝด!
สองคนนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ไร้สังกัดในมณฑลชิงไห่ โดยได้เรียนรู้วิชามาจากนักพรตเต๋าเกาหยาง
ปีนี้พวกเธออายุ 65 ปี และได้ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์เมื่อตอนอายุ 50 ปี พวกเธอรักสงบ ไม่ค่อยชอบทำตัวเป็นจุดเด่น พวกเธออาศัยอยู่อย่างสันโดษในภูเขาฉีเหลียนและจะออกมาโลกภายนอกก็ต่อเมื่อต้องการหาทรัพยากรบ่มเพาะเพิ่มเติม
โจวอี้ค่อนข้างพอใจหลังจากที่ได้อ่านข้อมูลของพวกเธอ
พวกเธอเหมาะจะเป็นผู้คุ้มกันของซีชิงอิ่งที่สุด เพราะมีบุคลิกที่รักสงบ ไม่ชอบทำตัวเป็นจุดเด่น และยังมีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์
“สองพี่น้องคู่นี้ต้องการเท่าไหร่?” โจวอี้ถาม
“รายละเอียดส่วนนี้ไม่ชัดเจน ต้องตกลงกันหลังจากนัดพบ” หานซือเหนียงกล่าวอย่างสุภาพ
“ติดต่อให้ที! ให้ไปพบผมที่เมืองภาพยนตร์”
เมืองภาพยนตร์?
หานซือเหนียงอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าและถามว่า “คุณต้องการทิ้งข้อมูลการติดต่อไว้ไหม? ฉันจะได้เอาให้สองคนนั้น”
“ได้!” โจวอี้พยักหน้าและแจ้งข้อมูลติดต่อของเขาให้หานซือเหนียง
“ขออำลาท่านเค่อชิง” หานซือเหนียงพูดพลางประสานมือตามหลังโจวอี้ที่เดินออกไป
โจวอี้หยุดเดิน เขาหันไปมองหานซือเหนียงและพูดว่า “หัวใจและท้องของคุณร้อนเกินไป แม้ว่าคุณจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถควบคุมระบบการทำงานในร่างกายได้ แต่เวลาปกติแล้วคุณก็ยังคงหงุดหงิดและโกรธง่ายใช่ไหม?”
“ท่านเค่อชิง!….” หานซือเหนียงตกใจ
“แค่ตอบมาว่าใช่หรือไม่ใช่”
“ใช่ค่ะ!” หานซือเหนียงกล่าวด้วยอับอาย
“หาหยกทะเลเย็นสักชิ้นมาสวมไว้! มันจะสามารถทำให้คุณควบคุมอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น และจากนั้นควรไปหาหมอจีนโบราณเพื่อขอให้เขาช่วยจ่ายยาเพิ่มเติมด้วย” โจวอี้พูดจบแล้วก็หันหลังเดินจากไป
หานซือเหนียงมองตามแผ่นหลังของโจวอี้ด้วยแววตาสับสน
อีกฝ่ายสามารถมองเห็นอาการผิดปกติในร่างกายของเธอ ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจในประเด็นนั้น
แต่เธอคิดไม่ออกว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้เตือนเธอ?
นอกจากนี้ การสวมใส่หยกทะเลเย็นนั้นจะได้ผลจริงเหรอ?
โจวอี้ไม่ได้รั้งอยู่ที่ตลาดมืดอีกต่อไป เขาขึ้นลิฟต์กลับไปด้านบน สายตาของเขากวาดมองสตรีชุดขาวอีกคนในห้องโถง เขาถอดหน้ากากออกแล้วเดินออกมาจากอาคารหลังเล็กแห่งนี้
เมื่อลมหนาวพัดมา ใบไม้ก็สั่นไหว
ซีชิงอิ่งขับรถพาโจวอี้ออกมา ในขณะที่แม่เฒ่าเทียนจี้หายตัวไปกับความมืดมิดยามค่ำคืน หลังจากที่พวกเขาเดินออกจากอาคารหลังเล็ก
ไม่นานนัก รถก็เคลื่อนเข้าสู่ถนนใหญ่ปะปนเข้ากับการจราจรด้านนอก
“หมอโจว ที่นั่นคือที่ไหน?” ในที่สุดซีชิงอิ่งก็อดไม่ได้ที่จะถาม
“ที่นั่นคือตลาดมืดของโลกผู้ฝึกยุทธ์ สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในนั้นเป็นของเถื่อนสำหรับโลกภายนอก แต่เป็นสถานที่ปกติสำหรับเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ซึ่งจะไปแลกเปลี่ยนระหว่างกัน” โจวอี้อธิบาย
“แล้วคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงล่ะ เป็นองค์กรแบบไหน?”
“องค์กรนี้เป็นขององค์กรกึ่งทางการซึ่งก่อตั้งโดยผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความสามารถพิเศษจำนวนมาก ทำหน้าที่ตรวจสอบนิกายของผู้ฝึกยุทธ์ ตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ และกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ไร้สังกัดในจีน ตลาดมืดเองก็ก่อตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างสถานที่สำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสมบัติต่าง ๆ ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ภายใต้การควบคุมของพวกเขา”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซีชิงอิ่งก็เข้าใจถึงเหตุผลที่มาในวันนี้
เธอพูดอย่างตื่นเต้นว่า “คุณเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ แต่คุณยังได้เข้าร่วมคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงด้วย สถานะของคุณไม่ต่ำต้อยเลยใช่ไหม?”
“ถูกต้อง” โจวอี้พยักหน้า ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเผยรอยยิ้ม เขาพูดหยอกล้อว่า “จริง ๆ แล้วผมเป็นคนที่มีสถานะสูงมากนะ มีสิทธิ์ทำอะไรได้มากมาย แม้แต่สิทธิ์ที่จะลงมือก่อนแล้วรายงานทีหลังก็มี คุณอยากจะเกาะต้นขาทองคำของผมเพื่อไต่เต้าไหมล่ะ?”
“ฉันคิดว่าต่อให้ฉันไม่เกาะต้นขาของคุณ คุณก็ยังจะดูแลฉันอยู่ดี” ซีชิงอิ่งยิ้ม
“แน่ใจขนาดนั้นเลย?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
ซีชิงอิ่งยิ้มแต่ไม่พูด
ความจริงแล้วไม่ต้องพูดอะไรให้มาก แต่เมื่อดูจากกระทำก็ย่อมชัดเจน เมื่อโจวอี้รู้ว่าเธอตกอยู่ในอันตราย เขาก็รีบพาเธอมาที่นี่เพื่อว่าจ้างปรมาจารย์ที่ทรงพลังให้คอยปกป้องเธอ
แค่เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่สถานะไหนในใจของโจวอี้?
โจวอี้คิดยังไงกับเธอกันแน่
คนรู้จัก?
เพื่อน?
เพื่อนที่ดีที่สุด?
หรือผู้หญิงของเขา…
ซีชิงอิ่งคิดถึงเรื่องนี้แล้วก็หัวเราะกับตัวเอง
เธอรู้สึกว่าเธอคิดมากเกินไป ไม่ว่าโจวอี้จะให้ตัวตนของเธอเป็นเช่นไรในหัวใจของเขา เธอเพียงแค่ต้องเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงเธอมากก็พอแล้ว
“ชิงอิ่ง คุณรู้ไหมว่าเวลาคุณยิ้มแล้วมันเป็นยังไง?” โจวอี้พยายามอย่างหนักในการบังคับตัวเองให้ละสายตาจากการมองใบหน้าด้านข้างของซีชิงอิ่ง เขาส่ายหัวอย่างจนใจ
“เป็นแบบไหน?” ซีชิงอิ่งถาม
“เหมือนกับปีศาจจิ้งจอก! ปีศาจจิ้งจอกสาวที่มีความงามล่มเมือง ซึ่งสามารถก่อหายนะแก่ประเทศและผู้คนได้”
“คุณเองก็ติดใจเหรอ?” ซีชิงอิ่งถามด้วยความสนใจ
“ผมจะไม่หลงเสน่ห์คุณได้ยังไงล่ะ ปีศาจสาว”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเด่นชัดมากขึ้น
เธอรู้ว่าความงามของเธอดึงดูดใจเขามาก อย่างไรก็ตาม มโนธรรมของเขาก็แข็งแกร่งเช่นกัน เขาไม่ได้แสดงอาการมากตัณหาหรือหยาบคายใด ๆ ออกมาเลย
“ฮ่า ๆ…”
ซีชิงอิ่งหัวเราะออกมาอีกครั้ง ทันใดนั้นเธอก็พบสิ่งที่น่าสนใจ
ผู้ชายที่สงบเมื่อเผชิญกับความงามเช่นนี้ เว้นแต่เขาจะเป็นขันทีแล้ว เขาคงจะต้องมีจิตใจที่แปลกประหลาดแน่นอน
หลังจากนี้ถ้าฉันมีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาอีก ฉันควรจะแกล้งเขาดีไหม? เพื่อทดสอบจิตใจของเขาว่าแข็งแกร่งขนาดไหน
ปีศาจจิ้งจอก!
ก่อหายนะให้ประเทศอะไรเทือกนั้น ฉันไม่สนใจหรอก เพราะการกลั่นแกล้งสุภาพบุรุษตรงหน้านี้น่าสนใจกว่าเยอะ