หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 288 เงินและทรัพยากร
บทที่ 288 เงินและทรัพยากร
มณฑลชิงไห่
เทือกเขาฉีเหลียนนั้นมีลักษณะเด่นคือยอดเขาสูงชัน หินขรุขระ และปกคลุมไปด้วยหิมะที่ตกลงมาจากท้องฟ้า ซึ่งค่อย ๆ เปลี่ยนภูเขาให้กลายเป็นสีขาวโพลน
ก่อนถึงยอดเขาครึ่งทาง
พื้นที่เกือบ 100 ตารางเมตร ถูกล้อมรอบด้วยรั้ว และมีถ้ำอยู่ใต้หน้าผา
หญิงผมสีเงินสลวยใบหน้างดงามเดินออกมาจากถ้ำ และสายตาก็สบเข้ากับสตรีงดงามอีกคนหนึ่งซึ่งหน้าตาเกือบจะเหมือนเธอ
“ฉันต้องการแกนวิญญาณหรือไม่ก็ยาเม็ด” หลวนเทียนไฉกล่าว
“ฉันให้แกนวิญญาณสองอันสุดท้ายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” หลวนเทียนเฟิงที่อยู่ในลานตอบกลับด้วยสีหน้าหงุดหงิด จิตใจของเธอแทบลุกเป็นไฟ
“แกนวิญญาณคุณภาพต่ำใช้กับฉันได้นานแค่สิบวันเท่านั้นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งใช้มันตอนนี้! เงินของเราใช้ไปเกือบหมดแล้วนะ และทรัพยากรทั้งหมดที่เราสำรองไว้ก็กำลังจะหมดลง เว้นแต่จะมีข่าวดีจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง พวกเราทำได้เพียงอดทนและฝึกฝนอย่างหนักด้วยความพยายามของเราเอง!”
“แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดีมาสักทีล่ะ?”
“เธอถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครได้? มีคนที่สามารถจ้างปรมาจารย์ได้น้อยลงเรื่อย ๆ…”
กริ๊ง…
จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของหลวนเทียนเฟิงก็ดังขึ้น
แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อเห็นรายชื่อผู้โทรเข้า เธอพูดอย่างตื่นเต้นว่า “สำนักงานจัดหาว่าจ้างของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงโทรมา! น่าจะเป็นข่าวดี!”
“รีบรับสายเร็ว!”
“เข้าใจแล้ว!”
หลวนเทียนเฟิงรีบกดปุ่มรับสายและถามว่า “ว่ายังไง?”
“ผู้อาวุโสหลวน ฉันหานซือเหนียงจากสำนักงานจัดหาว่าจ้าง ตอนนี้การประกาศหางานของคุณมีความคืบหน้าแล้ว” หานซือเหนียงหัวเราะจากปลายสาย
“ต้องการให้ฉันออกจากภูเขาหรือว่าต้องการให้น้องสาวของฉันออกจากภูเขา?” หลวนเทียนเฟิงถาม
“คุณสองคนต้องออกจากภูเขาพร้อมกันเพื่อรับงานปกป้องบุคคลสำคัญ”
“พร้อมกันเลยเหรอ? ใครกันที่เราต้องไปปกป้อง?”
“ฉันไม่รู้ แต่ผู้ว่าจ้างงานนี้เป็นผู้อาวุโสระดับเค่อชิงจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงของเรา ถ้าคุณสองคนเต็มใจรับงาน ฉันจะให้ข้อมูลติดต่อของเขาแก่คุณ คุณสามารถไปที่เมืองภาพยนตร์ซีซือเพื่อพบเขาและพูดคุยเกี่ยวกับค่าจ้างวานได้โดยตรง”
“เข้าใจแล้ว แจ้งข้อมูลติดต่อมาได้เลย”
“รอสักครู่!”
หลังจากวางสาย หลวนเทียนเฟิงก็ได้รับข้อความจากหานซือเหนียงเป็นเบอร์มือถือและชื่อสกุลของโจวอี้
“เก็บข้าวของและเตรียมออกจากภูเขา!” หลวนเทียนเฟิงมองหลวนเทียนไฉแฝดคนน้องของเธอและพูดด้วยความพึงพอใจว่า “ก่อนหน้านี้ฉันคนเดียวสามารถหาทรัพยากรที่เราทั้งคู่ต้องการได้ในหนึ่งปี แต่คราวนี้ อีกฝ่ายเต็มใจที่จะจ้างเราทั้งคู่ เราต้องออกจากภูเขาพร้อมกันเพื่อหาทรัพยากรที่เราต้องการในอีกสองปีข้างหน้า”
หลวนเทียนไฉเงียบไปครู่หนึ่งและพยักหน้าในที่สุด
เธอเป็นคนเฉยชาและไม่ค่อยสนใจโลก หลวนเทียนเฟิงพี่สาวของเธอรับผิดชอบเกือบทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม เธอยังขาดทรัพยากรในการบ่มเพาะ ดังนั้นแทนที่จะอยู่บนภูเขาเพื่อฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างหนักแต่ได้ผลลัพธ์ช้า เธอขอเลือกที่จะไปด้วยกันกับพี่สาวของเธอเพื่อหาเงินมาซื้อทรัพยากรเพิ่มจะดีกว่า
ณ อาคารเทียนอวี่ เมืองจินหลิง
ชั้น 24 คือสำนักงานชั่วคราวของ “คอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนท์”
ภายในสำนักงานที่กว้างขวางและสว่างไสว จางเหิงกำลังให้ความบันเทิงแก่แขกหลายคนอย่างอบอุ่น ในขณะที่ไป๋ไค ผู้จัดการแผนกวางแผนธุรกิจก็อยู่ข้าง ๆ เขา
แขกเหล่านี้คือนักแสดงชายแถวหน้า หวังเจียนห่าว
นักแสดงหญิงแถวหน้า หลี่เหวินหลิง
นักร้องชายแถวหน้า จางเฉา
และเต๋าเกอ โปรดิวเซอร์ระดับเหรียญทองของจีน
เอกสารสัญญาวางอยู่บนโต๊ะประชุมต่อหน้าพวกเขา
“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี พวกเราล้วนเป็นเพื่อนเก่าแก่ ผมรู้ว่าพวกคุณกังวลอะไร ผมไม่สามารถรับประกันอย่างอื่นได้ แต่สิ่งที่รับประกันได้แน่นอนคือในแง่ของทรัพยากร โปรดวางใจได้เลย สิ่งที่ “คอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนท์” ของเราไม่ขาดก็คือเงิน ซึ่งสามารถใช้ลงทุนให้กับพวกคุณได้เต็มที่” คำพูดของจางเหิงนั้นตรงไปตรงมามาก มันสร้างความประทับใจให้กับใครหลาย ๆ คน
วงการบันเทิงทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นวงการภาพยนตร์หรือวงการเพลงก็ล้วนมีการแข่งขันที่ดุเดือด ดาราชื่อดังจำนวนมากถูกพัดพาหายไปกับสายน้ำแห่งกาลเวลา ในขณะที่กลุ่มนักแสดงและนักร้องชื่อดังกลุ่มใหม่เริ่มเปล่งประกายและเข้ามาแทนที่
จากสภาพการแข่งขันเช่นนี้ การทำให้ตัวเองเป็นผู้อยู่รอดนั้นสุดแสนจะหินอย่างยิ่ง
ดังนั้นถ้าดาราคนไหนต้องการเป็นที่นิยมหรือแม้แต่มีชื่อเสียงตลอดเวลา เขาต้องมีทรัพยากรที่ไม่มีที่สิ้นสุด และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมของตัวเองอย่างต่อเนื่อง
คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น หวังเจียนห่าว หลี่เหวินหลิง หรือจางเฉานั้นอาจประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในช่วงขาลง
เหตุผลก็คือไม่มีสิ่งที่เรียกว่าทรัพยากร เพื่อที่จะเอาไปสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม
จางเหิงอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปีแล้ว เขารู้เรื่องวงการบันเทิงและสถานการณ์ของคนเหล่านี้เป็นอย่างดี
ดังนั้นเมื่อเขาพบผู้คนเหล่านี้จึงไม่อ้อมค้อม เขาชักแม่น้ำทั้งห้าในการโน้มน้าวและนำเสนอประเด็นด้านทรัพยากรทันที
“ประธานจาง เราได้เห็นเงื่อนไขของสัญญาแล้ว ซึ่งมันชวนให้ใจเต้นจริง ๆ แต่สิ่งที่เราอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้คือ ใครเป็นบิ๊กบอสตัวจริง และเขามีอำนาจมากแค่ไหน?” หวังเจียนห่าวเคาะนิ้วลงบนโต๊ะและถามอย่างจริงจัง
“ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของนายใหญ่ได้” จางเหิงส่ายหัว
“แล้วทำไมเราต้องเชื่อคุณด้วย?” หวังเจียนห่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“แต่ผมสามารถบอกตัวตนของผู้ถือหุ้นอีกสองคนของบริษัทเราได้” จางเหิงยิ้ม
“สองคนนั้นคือใคร?” หวังเจียนห่าวเลิกคิ้วขึ้น และคนอื่น ๆ ก็พร้อมที่จะฟัง
“หวงไห่เทา จากตระกูลหวงในจินหลิง และจางซิ่วจือ ประธานของบริษัทอัญมณีสีน้ำเงิน” จางเหิงกล่าว
เมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ในวงการบันเทิง แต่พวกเขาก็รู้จักชื่อของบรรดานักธุรกิจมากมาย พวกเขาถูกกำหนดให้ร่วมมือกับหลาย ๆ บริษัทในโลกธุรกิจ ตัวอย่างเช่นต้องไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทเหล่านั้น
หวงไห่เทาและจางซิ่วจือ สองชื่อนี้พวกเขาเคยได้ยินมาแล้ว
เต๋าเกอ โปรดิวเซอร์ระดับเหรียญทองของจีน จู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า “ประธานจาง ถ้าผมจำไม่ผิด ประธานจางซิ่วจือเป็นภรรยาของหยางเซี่ยวหาง ซึ่งเป็นประธานของหยางกรุ๊ปแห่งซูโจวใช่ไหม?”
“ใช่!” จางเหิงยิ้ม
เต๋าเกอเอื้อมมือไปหยิบสัญญาและรีบเซ็นชื่อลงบนสัญญานี้ทันที จากนั้นก็ยืนขึ้นด้วยรอยยิ้มและพูดกับจางเหิงว่า “ท่านประธานจาง ในอนาคตโปรดดูแลผมด้วย”
“ยินดีต้อนรับเข้าร่วมกับคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนท์ของเรา ผมเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ คุณจะรู้สึกดีใจอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของคุณในวันนี้” จางเหิงยิ้ม
“ผมจะตั้งตารอ” เต๋าเกอหัวเราะ
หวังเจียนห่าว หลี่เหวินหลิง และจางเฉาสบตากันอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาและเธอก็เซ็นชื่อลงในสัญญา
ยุคนี้เป็นเวทีของใครก็ตามที่มีทุนหนากว่า
ทั้งหวงไห่เทาและจางซิ่วจือต่างเป็นผู้นำในเรื่องทุนทรัพย์ ตราบใดที่ผู้ร่วมหุ้นมีเงินและทรัพยากร พวกเขาก็ยินดีที่จะเข้าร่วม
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาสงสัยและคาดหวังมากที่สุดคือแท้จริงแล้วใครคือบอสใหญ่ผู้ลึกลับของบริษัทนี้
พวกเขาคิดว่าตัวตน ภูมิหลัง และทรัพยากรทางการเงินของบอสใหญ่นั้นไม่น่าจะด้อยไปกว่าหวงไห่เทาและจางซิ่วจือ