หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 300 แหย่คู่รัก
บทที่ 300 แหย่คู่รัก
โจวอี้ไปถึงหมู่บ้านโจวเมี่ยวที่ภูเขาชางหลางในเวลาค่ำ ขณะนี้หมู่บ้านที่ล้อมรอบด้วยภูเขาเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงสัตว์ป่าร้องคำราม
ไม่มีงูหรือสัตว์มีพิษในระยะร้อยกิโลเมตรจากหมู่บ้านโจวเมี่ยว
ก่อนหน้านี้มีหลายชนิด แต่พวกมันทั้งหมดหายไปเหลือเพียงชาวบ้านในหมู่บ้านโจวเมี่ยว
เขามาถึงกระท่อมฝั่งตะวันออกของหมู่บ้าน และมองดูบ้านของเขาที่เขาเคยอยู่อาศัยมากว่ายี่สิบปีด้วยสายตาที่ซับซ้อนราวกับว่ามันอยู่อีกโลกหนึ่ง
เฮ้อ!
เขาเพิ่งจากไปไม่กี่เดือนเองนะ
หลังจากถอนหายใจแล้ว โจวอี้ก็ผลักประตูและเดินเข้าไปด้านใน ภาพความทรงจำต่าง ๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเขา และท้ายที่สุด สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ตู้ที่อยู่ด้านในสุด
เมื่อเปิดลิ้นชัก เขาก็หยิบกล่องไม้ออกมา
คลิก…
โจวอี้ไขกลไกอย่างช่ำชองและเปิดกล่องไม้ในมือ
มีผ้าไหมสีทองและผ้าซาตินอยู่ในนั้น บนผ้าไหมและผ้าซาตินมีขวดหยกใสที่แกะสลักอย่างประณีตสองขวด และบนขวดหยกนั้นมีแถบกระดาษสีแดง
มีคำเขียนกำกับเอาไว้บนขวดทั้งสอง
‘เม็ดยาพันพิษ’
‘โอสถมายาวิกล’
ยาเม็ดสองชนิดนี้ ชนิดหนึ่งสามารถวางยาพิษผู้แข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ให้ตายได้ในพริบตา ส่วนอีกหนึ่งชนิดสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ตกอยู่ในสถานะประสาทหลอนและตายด้วยอาการคุ้มคลั่ง
โจวอี้เก็บพวกมันมาด้วย จากนั้นเขาก็รีบไปยังชายแดนที่ใกล้ที่สุดระหว่างภูเขาชางหลางและเทือกเขาเมิ่งหลานโดยไม่คิดที่จะหยุดพัก
ค่ำคืนนี้หมอกหนาจัด
โจวอี้ข้ามสะพานโป๊ะบนธารน้ำใสบนภูเขาและปีนขึ้นไปบนภูเขา เขาเคลื่อนที่รวดเร็วราวกับวิญญาณ มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านเฟิงฮวงที่อยู่ในเทือกเขาเมิ่งหลาน ช่วงเวลาตีห้าเช่นนี้ เขาสามารถมองเห็นหมู่บ้านเฟิงฮวงในระยะสายตาได้อย่างราง ๆ
ฟิ้ว ฟิ้ว!
ทันใดนั้น ร่างที่ดูแข็งแกร่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโจวอี้
ด้านซ้ายคือชายในชุดคลุมสีขาว และด้านขวาคือหญิงในชุดคลุมสีดำ
ทั้งสองมองโจวอี้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ผู้หญิงในชุดดำอ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไร
“พี่ชายเหยียน พี่สาวไป๋ สบายดีไหม?” โจวอี้ทักทายด้วยรอยยิ้ม
“กลับมาแล้วเหรอ โลกหลากสีสันภายนอกรั้งนายไว้ไม่ได้หรอกเหรอ?” ชายชุดขาวยิ้มอย่างขมขื่น
“ผมคิดถึงพวกคุณไง! ผมก็เลยมาเยี่ยม!” โจวอี้ยิ้ม
“ฉันหวังให้นายไม่กลับมามากกว่า!” ชายในชุดคลุมสีขาวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“พี่สาวไป๋ พี่คิดอย่างนั้นด้วยรึเปล่าเนี่ย?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“นาย…” สตรีชุดดำลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปค้อนชายชุดขาว ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้โจวอี้และพูดว่า “ฉันไม่เหมือนหมาป่าตาขาวที่ขนาดได้กินของดี ๆ จากนายไปมากมายแต่ก็ยังไม่ชอบนายอยู่วันยังค่ำหรอกนะ ยินดีต้อนรับกลับมา”
“ถ้างั้นต้อนรับผมอย่างอบอุ่นด้วยการกอดกันหน่อยดีไหม?” โจวอี้อ้าแขนออก
“คนแซ่โจว! นายเชื่อไหมว่าฉันกล้าจะบิดแขนทั้งสองข้างของนายให้เหมือนกับปาท่องโก๋เลย?” ชายชุดขาวเดินมาขวางหญิงชุดดำไว้และพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“มาเลย! ตอนนี้ก็ไม่แน่หรอกว่าใครจะบิดแขนใคร!” โจวอี้หัวเราะก่อนที่จะปะทุกลิ่นอายระดับปรมาจารย์ออกมาทันที
ทันใดนั้น สีหน้าของชายชุดขาวก็แข็งค้าง ในขณะที่แววตาของหญิงชุดดำฉายเป็นประกาย
กลิ่นอายปรมาจารย์?
เขาทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว?
หญิงชุดดำผลักชายชุดขาวออกไปด้วยรอยยิ้มและพูดว่า “ไปเตรียมสินสอดมาได้เลย! ตอนนี้นายมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นเจ้าบ่าวของฉันแล้ว”
“เงียบไปเลย! ฉันเองก็ทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้ตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว!” ชายชุดขาวกล่าวอย่างโกรธเคือง
จากนั้น เขาก็จ้องมองโจวอี้ด้วยสีหน้าอิจฉาและถามว่า “นายมาทำบ้าอะไรที่นี่ รีบบอกมาไว ๆ เลยว่าต้องการอะไร เราไม่มีเวลามาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระของนาย!”
“ฮ่า ๆๆ…” โจวอี้หัวเราะลั่น
เขาชอบเล่นกับคู่รักนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อชายชุดขาวถูกกระตุ้นได้ง่ายดายเช่นนี้ เขามองดูท่าทางอิจฉาของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาก
“เก็บอาการหน่อย…” หญิงชุดดำมองปรามชายชุดขาวก่อนจะหันกลับมาถามโจวอี้ว่า “น้องโจว นายมาหาเทพธิดาของเราใช่ไหม? เธอไม่อยู่ที่นี่หรอก แต่ถ้านายมีธุระอะไรก็ฝากข้อความเอาไว้กับเราได้”
“ไม่อยู่เหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่อยู่จริง ๆ” หญิงชุดขาวยืนยัน
“ไม่เป็นไร! ความจริงแล้วการตามหาเธอไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ผมต้องการให้ยาขวดนี้กับเธอ” โจวอี้หยิบขวดหยกใสออกมาจากแขนเสื้อของเขาและชี้ข้อความบนฉลากที่แปะอยู่ตรงขวดให้สตรีในชุดขาวเห็น
“เม็ดยาพันพิษ?”
หลังจากที่หญิงชุดขาวอ่านออกเสียง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที เธอก้าวถอยหลังไปสี่ห้าก้าวราวกับว่าเพิ่งเห็นผี มือของเธอเลื่อนไปกำด้ามจับดาบที่เอวของเธอแน่นพลางร้องขึ้นว่า “คนแซ่โจว! นายเสียสติไปแล้วรึไง? นายเอาไอ้ของสิ่งนี้ออกมาทำไม? เอาไปให้พ้นเลย! เอามันออกไปให้ไกล ๆ ฉัน!”
“ก็ผมไม่อยากกลับไปมือเปล่านี่นา” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้ม
“นาย นาย นายมันสารเลว!” หญิงชุดขาวกระทืบเท้า แม้ว่าเธอจะรู้ว่าโจวอี้กำลังเล่นบทเป็นคนพาล แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะประมาทเมื่อต้องเผชิญหน้ากับยาพิษที่น่ากลัวขนาดนี้ เธอรีบหยิบนกหวีดไม้ไผ่ออกมาเป่าทันที
ครู่ต่อมา สตรีในชุดกระโปรงสีแดงก็ลอยเข้ามา
หลันเสวียนเป็นเหมือนเทพธิดาที่ตกลงมาจากท้องฟ้า การเคลื่อนไหวของเธอนั้นนุ่มนวล สง่างาม เธอเหลือบมองชายชุดขาวและหญิงชุดดำแล้วพูดว่า “พวกเจ้ากลับไปได้”
ชายหญิงทั้งสองประสานมือโค้งกายคำนับและหันหลังจากไปทันที
หลันเสวียนเดินเข้าไปหาและมองแววตาซุกซนของโจวอี้ เธอดึงหูของชายหนุ่มตรงหน้าทันที และเมื่อโจวอี้เจ็บปวด เธอก็อุ้มเขาขึ้นและเหาะออกไป
เดี๋ยวก่อน!
โจวอี้ถูกหลันเสวียนอุ้มพาตัวออกไปในท่าอุ้มเจ้าสาว เทพธิดาผู้สง่างามเหาะขึ้นไปในอากาศ ใช้ปลายเท้าเหยียบกิ่งไม้และใบไม้กลางอากาศ และในไม่ช้าก็มาถึงหน้าผา
“เฮ้ ปล่อยฉันลงได้ไหม!” โจวอี้ถามด้วยความอับอาย
“หึ…” หลันเสวียนเย้ยหยัน ก่อนจะโยนโจวอี้ไปด้านข้างแล้วชี้ไปที่ด้านล่างหน้าผา “นายจะลงไปเองหรือว่าจะให้ฉันโยนนายลงไป?”
“เธอไม่กลัวว่าฉันจะตกน้ำตายเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยความขุ่นเคืองหลังจากลุกขึ้นมายืนได้อย่างมั่นคง
“เฮอะ นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าตอนนี้นนายทะลวงระดับเป็นปรมาจารย์แล้ว ความสูงแค่นี้ไม่มีทางฆ่านายตายได้หรอก” หลันเสวียนพูดอย่างระอา
“นี่มองออกด้วยเหรอ? ช่างเถอะ สุภาพบุรุษที่ดีย่อมไม่ทะเลาะเบาะแว้งกับผู้หญิง เอาไว้ลงไปถึงข้างล่างก่อนแล้วจะได้เห็นดีกัน!” โจวอี้พึมพำอย่างขมขื่นและกระโดดลงจากหน้าผา
หน้าผาไป๋จั้งลึกเกินกว่าจะมองเห็นเบื้องล่าง
โจวอี้ปลดปล่อยพลังปราณทั้งหมดของเขาออกมา จากนั้นก็ใช้นิ้วทั้งห้าลากไปตามหน้าผาเพื่อลดความเร็วในการดิ่งลง หลังจากผ่านไปไม่กี่อึดใจ เขาก็ตกลงไปหลายสิบเมตร
และด้วยการถีบตัวยันหน้าผาไปทางด้านข้าง เขาจึงหล่นลงไปยืนอยู่ที่หน้าถ้ำของหน้าผาได้อย่างมั่นคง
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลันเสวียนก็ลอยลงมาถึงหน้าถ้ำเช่นกัน
ตะเกียงน้ำมันในถ้ำสว่างขึ้นมาทันที
ภายในถ้ำนั้นเป็นพื้นที่โล่งหลายสิบตารางเมตรซึ่งนับว่ากว้างขวางมาก ในนั้นไม่ได้มีแค่โต๊ะ เก้าอี้ และตู้เท่านั้น แต่ยังมีเตียงขนาดใหญ่ที่ผนังด้านในด้วย ซึ่งแม้แต่เครื่องนอนก็ยังวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
ก่อนหน้านี้โจวอี้เรียกที่นี่ว่าสถานที่นัดพบ
ในทางกลับกัน หลันเสวียนเรียกที่นี่ว่าสถานที่ปลีกวิเวก
โจวอี้กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่าทันใดนั้น เงาสีแดงก็วาบขึ้นต่อหน้าและโยนร่างของเขาไปที่เตียงขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านในอย่างรุนแรง
รุนแรงและหยาบคายเหลือเกิน!
โจวอี้รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะสบถในใจ!