หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 306 ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ดีกว่าคนขี้เกียจนิดหน่อย
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์?
โจวอี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์!
ส่วนผู้หญิงคนนั้น ดูเหมือนว่าเธอจะอายุราว ๆ สามสิบหรือไม่ก็สี่สิบ
แต่เธอเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้วเนี่ยนะ?
สีหน้าของฮวงฟู่เจิ้นซีดลง
เขาดีใจมากที่ไม่ได้เผลอไปล่วงเกินอีกฝ่าย เขาเห็นผู้จัดการสนามบินให้เกียรติโจวอี้มาก เขาจึงสร้างมิตรภาพกับอีกฝ่าย
เดี๋ยวนะ!
ฮวงฟู่เจิ้นจำได้ว่าโจวอี้เป็นแพทย์ของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง
นอกจากสถานะหมอแล้ว อีกฝ่ายน่าจะมีสถานะอื่นด้วยใช่ไหม?
แต่มันคืออะไรล่ะ?
ฮวงฟู่เจิ้นหันไปมองฮวงฟู่จิงจิ่ง และจู่ ๆ ก็อิจฉาความสามารถพิเศษของเธอ
ถ้าคุณสามารถมีความสามารถในมองทะลุสภาพร่างกายของคนอื่นได้ คุณจะหาเลี้ยงชีพในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างง่ายดายเชียวล่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ถังหว่านตื่นขึ้นจากการหลับใหลและรู้สึกงุนงงที่ลูกสาวที่นอนกับเธอเมื่อคืนนี้ไม่ได้อยู่บนเตียง
เธอเดินตามหาไปทั่วบ้านแต่ก็ไม่พบลูกสาวของเธอเลย
“พี่เหม่ยเห็นเหมียวเหมี่ยวไหม?”
“เด็ก ๆ ออกไปวิ่งตอนเช้าน่ะ” เหม่ยหลานหันมายิ้มให้
“วิ่งตอนเช้า?”
“ใช่ เสี่ยวรุ่ยเรียกเหมียวเหมี่ยวออกไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เดี๋ยวนี้พวกเด็ก ๆ จะออกไปวิ่งกันทุกเช้า”
ถังหว่านรู้สึกทึ่ง
ช่วงนี้เธอยุ่งมากและไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่เธอได้ยินจากโจวอี้มาก่อนเช่นกันว่าเหมียวเหมี่ยวจะออกไปวิ่งกับเขาในตอนเช้าเพื่อออกกำลังกาย แต่ลูกสาวของเธอกลายเป็นคนขยันขนาดนั้นได้อย่างไร?
ถังหว่านถามเหม่ยหลานเรื่องเส้นทางที่เด็ก ๆ ออกไปวิ่ง จากนั้นเธอก็เปลี่ยนเป็นชุดกีฬาเพื่อออกไปข้างนอก
เธอวิ่งไปตามทางในบริเวณหมู่บ้านได้เพียงห้าหรือหกนาที ไม่นานก็เห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกับอีกสองร่างเล็ก ๆ วิ่งอยู่ข้างหน้า
โจวอี้?
เขากลับมาแล้วเหรอ?
ถังหว่านดีใจ จากนั้นเธอก็เร่งฝีเท้าตามพวกเขา
“แม่จ๋า แม่ลุกขึ้นมาวิ่งตอนเช้าด้วยเหรอ?” ถังเหมียวเหมี่ยววิ่งเข้าไปในอ้อมแขนของถังหว่านทันที
“ใช่ แม่ก็มาวิ่งตอนเช้าด้วย” ถังหว่านยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ดีกว่าคนขี้เกียจนิดหน่อย เพราะเราวิ่งมาเกือบชั่วโมงแล้ว และแม่ก็มาสายเกินไป” ถังเหมียวเหมี่ยวหัวเราะ
ถังหว่านรู้สึกขบขันกับคำพูดของลูกสาว
จากนั้นเธอก็หันมาถามโจวอี้ว่า “คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เมื่อคืนนี้น่ะ ผมไม่ได้ไปที่บ้านคุณเพราะมันดึกเกินไป กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ” โจวอี้ยิ้ม
อันที่จริงเขาไม่กลัวที่จะรบกวนการพักผ่อนของถังหว่าน แต่ประเด็นหลักคือเพราะเขาพาจางอู๋เซี่ยมาด้วย เขาไม่ต้องการถูกคนอื่นจับจ้องระหว่างที่นอนกับถังหว่าน
เขาปลงตกในปัญหานั้นแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา
จางอู๋เซี่ยจะต้องติดตามถังหว่าน หากเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ตลอด เขาคงไม่สามารถสานสัมพันธ์กับถังหว่านได้
ดังนั้นเขาจะปล่อยให้จางอู๋เซี่ยได้เห็นทุกอย่าง และอีกฝ่ายเองก็มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว
จะสนใจอะไรกับหญิงชรากันล่ะ!
“ระหว่างที่คุณอยู่ที่นี่ คุณพาพวกเธอมาออกกำลังกายทุกเช้าเลยเหรอ?” ถังหว่านถามด้วยความสงสัย
“แม่คะ เวลาพ่อไม่อยู่ พี่เสี่ยวรุ่ยกับหนูจะมาวิ่งออกกำลังกายทุกเช้าเลย พ่อไม่ชอบลูกสาวที่ขี้เกียจ”
ถังหว่านประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะพูดแบบนี้
เธอมองไปที่โจวอี้อีกครั้งและพบว่าโจวอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเป็นการพิสูจน์ว่าลูกสาวของเธอพูดถูก พวกเขาออกมาวิ่งออกกำลังกายกันทุกเช้า
นี่เป็นสิ่งที่ดี!
เมื่อก่อนเธอเลี้ยงลูกสาวคนเดียว เธอตามใจลูกสาวทุกอย่างเพราะต้องการชดเชยเรื่องการขาดพ่อ ส่งผลให้ลูกสาวของเธอมีนิสัยขี้เกียจ ก่อนหน้านี้แค่เธอพาลูกสาวออกมาเดินแค่ 2-3 ก้าว ลูกสาวของเธอก็จะร้องให้อุ้มแล้ว
ทว่าตอนนี้ภายใต้การสั่งสอนของโจวอี้ ลูกสาวของเธอกลายเป็นยินดีที่จะออกกำลังกายอย่างเต็มใจ เมื่อเป็นแบบนี้ถังเหมียวเหมี่ยวจะได้มีร่างกายที่แข็งแรง
ถังหว่านมาร่วมขบวนวิ่งในตอนเช้า
ท่ามกลางทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่บ้าน
ระหว่างการวิ่งในช่วงเช้านี้ โจวอี้ได้รู้เรื่องเพลงใหม่ของถังหว่านซึ่งกำลังครองอันดับหนึ่งในยอดขายเพลงออนไลน์มาโดยตลอด และทิ้งห่างจากอันดับที่สองอย่างมาก อีกทั้งอัลบั้มใหม่ของถังหว่านก็ยังได้รับคำชมมากมายและมียอดขายที่ดีในทุกรูปแบบ
ระหว่างทางกลับบ้าน
ถังหว่านมองตามหลังของลูกสาวทั้งสองคน แววตาของเธอเป็นประกาย เธอต้องการพูดอะไรบางอย่างกับโจวอี้แต่ก็ยั้งไว้
ในที่สุดโจวอี้ก็ตระหนักได้ว่าเธอดูเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง
“คุณอยากจะพูดอะไร?”
“ที่จริง ตอนนี้ฉันค่อนข้างลังเลเล็กน้อย” ถังหว่านยิ้มอย่างขมขื่น
“คุณลังเลอะไรอยู่?”
“สิ่งที่คนในบริษัทเคยทำกับฉัน คิด ๆ ดูแล้ว ฉันก็ไม่อยากจะอยู่ที่นั่นต่อเลยจริง ๆ แต่ปัญหาก็คือ ถ้าฉันออกไปแล้ว ฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่บริษัทไหน การไม่ต่อสัญญากับบริษัทเดิม ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นความคิดที่ดีหรือแย่” ถังหว่านพูดอย่างหมดหนทาง
“คุณไม่อยากเปลี่ยนบริษัทเหรอ?” โจวอี้ประหลาดใจ
“ไม่ใช่ ฉันไม่อยากอยู่ต่อจริง ๆ และฉันเองก็ได้แจ้งเรื่องนี้กับประธานบริษัทไปแล้ว แต่ถ้าฉันย้ายไปอยู่กับบริษัทของอู๋หมิ่นหรูที่เซี่ยงไฮ้ การย้ายที่อยู่จะลำบากมาก ไหนจะเรื่องโรงเรียนสำหรับเหมียวเหมี่ยวและเสี่ยวรุ่ยอีก และฉันไม่รู้เกี่ยวกับบริษัทที่นั่นด้วยซ้ำ ฉันสับสน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว”
“งั้นก็รอดูไปก่อน! อาจมีบริษัทบันเทิงอื่นที่เหมาะกับคุณก็ได้!” โจวอี้กล่าว
เขาเริ่มเฝ้าคอยอย่างเงียบ ๆ
เนื่องจากตอนนี้ถังหว่านกำลังพิจารณาเรื่องการเซ็นสัญญากับบริษัทบันเทิง เขาควรให้จางเหิงติดต่อถังหว่านและให้จางเหิงเชิญถังหว่านเข้าร่วมทันที
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จางเหิงจะเริ่มติดต่อถังหว่าน เขาต้องให้ใครสักคนเอ่ยถึงบริษัทคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์เสียก่อน
และถังจี้โจวเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดกับหน้าที่นั้น
นอกจากนี้ ถังหว่านไม่ต้องการทำงานให้คนอื่นแล้ว เธอมีความคิดแบบนี้มาได้พักใหญ่ ดังนั้นเขาอาจจะต้องเสนอการลงทุนในคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ โดยแบ่งหุ้นส่วนให้ถังหว่านผ่านจางเหิง
โจวอี้ไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากกลับมาถึงบ้าน เหม่ยหลานก็ได้เตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ครอบครัวของโจวอี้กำลังรับประทานอาหารกัน แม่เฒ่าเทียนจี้และจางอู๋เซี่ยก็คุยกันอยู่ที่สนามหน้าบ้าน และหัวข้อสนทนานั้นก็ทำให้ถงหู่ที่อยู่ใกล้ ๆ เผยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย
“ข้าจำได้ว่าข้าได้นำวิธีการบำเพ็ญเพียรคู่ติดตัวมาด้วย แต่หลังจากที่ข้าค้นหาสถานที่ที่ข้าอาศัยอยู่จนทั่วแล้วกลับไม่พบมันเลย”
“นั่นอาจเป็นเพราะความทรงจำของเจ้าเลอะเลือนไปหมดแล้ว หรือไม่ก็ระหว่างที่เจ้าออกไปเตร็ดเตร่ตามภูเขา ใครบางคนอาจเข้าไปในบ้านของเจ้า และขโมยวิธีการบำเพ็ญเพียรคู่ไปก็ได้” แม่เฒ่าเทียนจี้กล่าว
“เป็นไปไม่ได้! ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากข้า ใครก็ตามที่กล้าก้าวเข้าไปในบ้านของข้าแม้แต่ครึ่งก้าวจะถูก ‘ค่ายกลดับสวรรค์’ ฉีกเป็นชิ้น ๆ!” จางอู๋เซี่ยพ่นลมหายใจ
“ค่ายกลดับสวรรค์? หัวของเจ้าถูกประตูหนีบมาหรือ! ค่ายกลที่น่ากลัวนั้นมีแต่จะตั้งไว้เพื่อป้องกันนิกายใหญ่! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ไปตั้งมันในหมู่บ้านเฟิงฮวง? เจ้าบ้าหรือเปล่า!” แม่เฒ่าเทียนจี้กลอกตาแล้วตวาดใส่
“เจ้าน่ะสิที่บ้า! ตระกูลของเจ้าน่ะสิที่บ้า! ข้าจะวางค่ายกลที่ไหนก็ได้ที่ข้าพอใจ มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า!”
“เหอะ! ช่างเถอะ ยังไงซะมันก็ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาก็เก็บกวาดดี ๆ แล้วกัน!”
“เรื่องของข้าน่า อย่ามายุ่ง!”
“ก็ไม่ได้อยากจะยุ่ง! แต่ใครกันที่เอาแต่พูดเรื่องวิธีการบำเพ็ญเพียรคู่?”
“ก็ข้า…”
“ความรักก็ไม่มี แต่ทำไมเจ้าถึงต้องมองหาวิธีการบำเพ็ญเพียรคู่? เท่าที่ข้าจำได้ เจ้าไม่เคยมองผู้ชายคนไหนมาตลอดชีวิตเลยไม่ใช่รึไง? ตอนนี้จะมาคิดถึงมันทำไม?”
“ข้าอยู่มาจะเกือบสองร้อยปีแล้ว ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ ที่จะต้องตามหาความรักอีกแล้ว” จางอู๋เซี่ยโบกมือแล้วพ่นลมหายใจ “เสี่ยวเสวียนและเสี่ยวโจวต่างหากที่ต้องการมัน!”
“หลันเสวียน?”
“ใช่!”
“ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้เลยว่าลูก ๆ ของโจวอี้น่ะน่ารักมาก และเขาจะไม่ทอดทิ้งลูกสาวและภรรยาของเขาเพราะหลันเสวียนแน่ ๆ และเจ้าเองก็มีหน้าที่ต้องติดตามถังหว่านเพื่อปกป้องเธอ ดังนั้นอย่าได้พูดถึงเรื่องของหลันเสวียนอีก!”
“ความรักก็คือความรัก ในอดีตนั้นบุรุษที่ยิ่งใหญ่คนใดบ้างที่มีสามภรรยาสี่บ้านเล็ก แต่ถ้าเขากล้าทอดทิ้งภรรยาของเขา ข้านี่แหละจะเป็นคนทุบตีเขาเอง!” จางอู๋เซี่ยตอบกลับ
“โฮ่ นังแก่บ้าอย่างเจ้านี่ช่างใจกว้างเหลือเกิน”
“เจ้าน่ะสิเป็นนังแก่บ้า”
“เจ้านั่นแหละ…”