หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 307 อวี้ชิงเหอโดนซ้อม
บทที่ 307 อวี้ชิงเหอโดนซ้อม
เวลาเที่ยง
โจวอี้ขึ้นรถตู้เมอร์เซเดสเบนซ์ของถังหว่านเพื่อเดินทางไปที่เมืองภาพยนตร์ด้วยกัน เนื่องจากถังหว่านต้องถ่ายละครในช่วงบ่าย
แม้ว่าโจวอี้จะขอหยุดไปสองวัน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าในการถ่ายทำ
หลังจากที่คนทั้งสองมาถึงเมืองภาพยนตร์แล้ว โจวอี้ก็ลงจากรถซึ่งจอดอยู่ที่ประตูหน้าโรงแรมเฉิงถัง ในขณะที่ถังหว่านไปยังสถานที่ถ่ายทำทันที
“คุณโจว ดิฉันเป็นผู้จัดการล็อบบี้คนใหม่ของโรงแรม คุณเกาเซินมีคำสั่งให้เปลี่ยนห้องของคุณเป็นห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตที่ชั้นหก นอกจากนี้ เรายังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คุณยินดีเข้าพักในโรงแรมของเรา ดังนั้นจะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ” ซิงเถียนเถียนต้อนรับโจวอี้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
เธอรู้สึกกลัวอีกฝ่าย
เธอได้เห็นสิ่งที่โจวอี้ทำมาแล้วที่โรงแรมนี้ แม้แต่มีดทำครัวที่เกาเซินใช้ตัดมือของอวี๋ซินหยาง ก็เป็นเธอนั่นแหละที่เอามาจากห้องครัว
อาจกล่าวได้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะโจวอี้ เดิมทีเธอคงเป็นได้เพียงพนักงานระดับหัวหน้างานเล็ก ๆ ของโรงแรมนี้ และไม่มีคุณสมบัติที่จะได้เป็นผู้จัดการล็อบบี้แน่นอน
“เกาเซินจัดให้?” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“ใช่ค่ะ!”
“ตกลง” โจวอี้พยักหน้า
“ถ้างั้นเดี๋ยวดิฉันจะพาคุณขึ้นไปเอง”
โจวอี้เคยพักในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตของโรงแรมเฉิงถังมาก่อน การตกแต่งภายในห้องหรูหราดูดีและราคาก็สูงมากด้วย เมื่อเกาเซินมีน้ำใจเช่นนี้ เขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะปฏิเสธ
เมื่อซิงเถียนเถียนออกไป โจวอี้ก็โทรหาจางเหิง ผู้บริหารที่เขาจ้างมาให้ดูแลคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ เพื่อสั่งให้จางเหิงหาโอกาสติดต่อถังหว่าน
จากนั้นเขาจึงเดินมาที่หน้าต่างและมองออกไปด้านนอก
ระหว่างทางมาเมืองภาพยนตร์ เขาได้รับโทรศัพท์จากซุนเม่าไฉและทราบว่าอีกฝ่ายได้ส่งวัตถุดิบยาไปยังช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่าแล้ว
ซุนเม่าไฉในฐานะนักขุดสมุนไพรไม่เชี่ยวชาญในด้านการหาซื้อวัตถุดิบยาสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม โจวอี้เองก็พอจะรู้ว่าโลกภายนอกนั้นไม่เหมือนกับในภูเขา วัตถุดิบยาล้ำค่าจำนวนมากไม่อาจหาพบได้ง่าย ๆ ในตลาดยาหลักของประเทศจีน ดังนั้นเขาจึงพอจะเข้าใจความยากลำบากของซุนเม่าไฉได้บ้าง
“แปลกจริง ๆ ก่อนหน้านี้ความสามารถในการหาซื้อวัตถุดิบยาของซุนเม่าไฉไม่สามารถเทียบได้กับอวี้ชิงเหอเลยนี่นา ตอนนี้ซุนเม่าไฉหาซื้อวัตถุดิบยาที่ฉันต้องการได้แล้ว แต่อวี้ชิงเหอกลับหายไปเลย”
“หรือชายคนนั้นหลอกฉันว่าจะสามารถหาวัตถุดิบยาให้ได้?”
โจวอี้คิดเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของอวี้ชิงเหอในโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรออก
โทรครั้งที่หนึ่ง…
โทรครั้งที่สอง…
โทรครั้งที่สาม…
โจวอี้โทรหาอีกฝ่ายสามครั้งติดต่อกัน แต่ปลายสายก็ยังไม่รับ
“นี่ฉันคงจะไม่โดนผู้ชายคนนั้นหลอกจริง ๆ ใช่ไหม?” โจวอี้พึมพำ จากนั้นเขาก็วางโทรศัพท์มือถือลงและเตรียมตัวฝึกฝนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายละครในค่ำคืนนี้
ราว ๆ ครึ่งชั่วโมงต่อมา โทรศัพท์มือถือของโจวอี้ก็ดังขึ้น
“อวี้ชิงเหอ?”
โจวอี้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเห็นหมายเลขผู้โทรเข้า เขาขมวดคิ้วทันที
“คุณเป็นใคร?” หลังจากรับสาย เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังมาจากปลายสายทันที
“นี่ไม่ใช่เบอร์มือถือของอวี้ชิงเหองั้นเหรอ? คุณเป็นใคร?” โจวอี้ถามกลับ
“ฉันเป็นภรรยาของอวี้ชิงเหอ เขาไม่สะดวกรับโทรศัพท์ ถ้าคุณมีอะไรก็บอกฉันได้ ฉันจะบอกเขาเมื่อเขาตื่น… อะแฮ่ม…เมื่อเขากลับมา”
“ผมชื่อโจวอี้ สามีของคุณสัญญากับผมว่าจะหาสมุนไพรมาให้ผม แต่หลังจากผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ผมเลยอยากถามเขาว่าดำเนินงานไปถึงไหนแล้ว”
“โจวอี้? คุณคือโจวอี้คนนั้นใช่ไหม!” อีกฝ่ายตกใจ
“คุณรู้จักผม?”
“ฉันต้องรู้สิ! ก็คุณเป็นสาเหตุทำให้สามีของฉันถูกทุบตีอย่างหนักเพราะต้องหาสมุนไพรให้คุณ! ตอนนี้เขายังไม่ฟื้นเลย!” ผู้หญิงคนนั้นตวาดด้วยอารมณ์อันเกรี้ยวกราดทันที
“หมายความว่ายังไง เขาหาสมันไพรให้ผมแล้วถูกซ้อม?”
“ใช่! มันเป็นเพราะคุณ!” อีกฝ่ายตะคอกด้วยความไม่พอใจ
โจวอี้ขมวดคิ้วแน่น
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอวี้ชิงเหอถึงไม่ติดต่อเขา
“ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง เขาอยู่ที่ไหน?”
“เขาอยู่ในอาการโคม่ามากว่าสิบวันแล้ว ตอนนี้ฉันอยู่ในแผนกผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลฮาร์บิน!”
“เข้าใจแล้ว”
หลังจากที่โจวอี้ตอบกลับ เขาก็วางสายและออกไปทันที
เขารีบไปที่กองถ่ายเพื่อไปพบกับผู้กำกับถังจี้โจวที่กำลังถ่ายทำ
“พี่ถัง ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณ”
“ได้สิ!” ถังจี้โจวขอให้ทุกคนไปพักก่อน จากนั้นก็ไปหาสถานที่เงียบสงบเพื่อพูดคุยกับโจวอี้
“เกิดอะไรขึ้นเหรอน้องโจว”
“มันเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ ผมเกรงว่าคงต้องทำให้กองถ่ายล่าช้าไปอีกสองสามวัน ตอนนี้เพื่อนคนหนึ่งของผมประสบอุบัติเหตุในเมืองฮาร์บิน และยังอยู่ในอาการโคม่า ผมต้องรีบไปที่นั่นโดยด่วน”
“จะใช้เวลากี่วัน?”
“ผมไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนได้ ต้องรอดูอีกสองสามวันถึงจะแน่ใจ เพราะเพื่อนคนนี้กำลังทำงานบางอย่างให้ผมอยู่ด้วย ดังนั้นผมจึงต้องไปแก้ปัญหาหลายอย่าง” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มหนักใจ
“ไม่เป็นไร ผมจะเลื่อนการถ่ายทำในส่วนของคุณออกไป อย่างแย่ที่สุด คงจะถ่ายทำบทของคนอื่น ๆ ไปก่อน และเก็บส่วนของคุณถ่ายทำในตอนท้ายสุด” ถังจี้โจวหัวเราะ
ก่อนหน้านี้ถังจี้โจวติดต่อจางเหิงซึ่งเป็นผู้บริหารของคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์แล้ว และทั้งสองบรรลุข้อตกลงทางวาจาว่า เมื่อการถ่ายทำละครเรื่อง “Crossing the Jianghu” เสร็จสิ้น เขาจะย้ายไปอยู่คอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ ดังนั้นในไม่ช้า เขาก็จะกลายเป็นพนักงานของโจวอี้
แล้วถังจี้โจวจะปฏิเสธคำขอของเจ้านายในอนาคตได้อย่างไร?
“เอาล่ะ! ผมจะพยายามกลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” โจวอี้พูด และการสนทนาก็เปลี่ยนไปอีกประเด็น “ผมเพิ่งติดต่อจางเหิง เขาจะมาที่นี่คืนนี้เพื่อพบถังหว่านและเชิญเธอเข้าร่วม บริษัทของผม แต่ก่อนที่เขาจะมาถึง ผมต้องการให้คุณหาโอกาสคุยกับถังหว่านเกี่ยวกับบริษัทของผม บอกข่าวกับเธอว่าคุณจะไปที่คอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ แล้วพูดคำดี ๆ เพื่อให้เธอมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมบริษัทนี้”
“เข้าใจแล้ว คุณต้องการให้ผมบอกถังหว่านล่วงหน้า แล้วให้โน้มน้าวถังหว่านมาร่วมกับเราใช่ไหม?” ถังจี้โจวหัวเราะ
“ใช่ แต่อย่าเปิดเผยเรื่องที่ผมมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทนี้” โจวอี้เตือน
“ไม่ต้องห่วง!”
ไม่กี่นาทีต่อมา
โจวอี้ก็ไปหาถังหว่านที่บริเวณพักผ่อนชั่วคราว
“คุณกำลังจะออกเดินทางอีกครั้งใช่ไหมล่ะ? คุณจะไปทำอะไรในเมืองฮาร์บินงั้นเหรอ แล้วการถ่ายทำตอนกลางคืนล่ะ?” ถังหว่านถามทันทีหลังจากได้ยินว่าโจวอี้กำลังจะไปฮาร์บิน
“ที่เมืองฮาร์บินมีเพื่อนผมคนหนึ่งที่ช่วยผมซื้อวัตถุดิบยา แต่จู่ ๆ เขาก็มีปัญหาทางร่างกายและถูกหามส่งโรงพยาบาล อาการดูเหมือนจะร้ายแรงมาก ผมต้องรีบไปดูสถานการณ์ และถ้าจำเป็น ผมคงต้องเป็นคนรักษาเขาเอง” โจวอี้อธิบาย และเหลือบมองถังจี้โจวที่กลับมานั่งหลังจอมอนิเตอร์ จากนั้นเขาก็พูดว่า “ผมเพิ่งบอกผู้กำกับถังว่าผมจะกลับมาถ่ายทำฉากของผมในภายหลัง”
ถังหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในที่สุดก็พยักหน้า
โจวอี้ไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องการก้าวก่ายการทำงานของโจวอี้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น โจวอี้ยังจริงจังเสมอเวลาที่ต้องการช่วยเหลือคนที่เคยช่วยเขาไว้
และที่สำคัญที่สุด ตราบใดที่โจวอี้ไม่กลับไปอาศัยอยู่ที่ภูเขาชางหลางเหมือนแต่ก่อน เธอก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล
“ระวังตัวด้วย และอย่าลืมส่งข้อความหรือโทรหาฉันทุกวันด้วย”
“อืม ผมจะคิดถึงคุณ” โจวอี้พยักหน้า เขาเอื้อมมือไปกอดถังหว่านและโดยไม่คำนึงถึงสายตาแปลก ๆ ของผู้คนรอบข้าง
จากนั้นก็กล่าวทักทายนักแสดงและทีมงานที่คุ้นเคย และรีบออกจากกองถ่ายทันที