หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 312 ตัวตนของผู้ลงมือ
บทที่ 312 ตัวตนของผู้ลงมือ
คนรับใช้สองคนในวิลล่าถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา แม้ว่าพวกเขาจะง่วงมาก แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงต้องไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารและทำความสะอาดห้องนอนใหม่ให้โจวอี้และหนี่อันหง
ภายในห้องเก็บเสียงสำหรับจัดปาร์ตี้
โจวอี้ก้าวไปบนพรมนุ่ม และมองดูหนี่อันหงทิ้งตัวลงบนโซฟานำเข้าสุดหรูอย่างผ่อนคลายโดยไม่รักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง
‘ผู้ชายคนนี้ทำตัวสบาย ๆ มากกว่าฉันอีก’
โจวอี้ยิ้มอย่างขมขื่น
หลังจากนั่งลงตรงข้ามหนี่อันหงแล้ว เขาก็ได้รับซิการ์ที่อีกฝ่ายโยนมาให้
“น้องโจว ไม่ต้องเกรงใจฉันนะ ฉันเป็นคนขี้เกียจ ฉันแค่กิน ดื่ม และสนุกไปวัน ๆ ดังนั้นนายสามารถทำทุกอย่างได้ตามต้องการเลย” หนี่อันหงสูบซิการ์อย่างมีความสุขและพ่นควันออกมา
“พี่หนี่ ผมมีคำถาม” โจวอี้ไม่ได้จุดซิการ์ แต่หยิบบุหรี่ของตัวเองออกมาจุดสูบ
“ถามมาได้เลย ฉันบอกแล้วไง นายไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรฉันหรอก” หนี่อันหงยิ้ม
“ทำไมคุณดูกระตือรือร้นกับผมมากขนาดนี้?”
“แน่นอน ในสายตาของฉัน นายเป็นคนที่พิเศษมากกว่าใคร ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานประมูลนั่น น้องโจว แค่ลมปากของนาย นายก็สามารถทำให้ไอ้แก่นั่นร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาได้ ฉันสะใจมากที่ได้เห็นฉากนั้น ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะนับนายเป็นน้องชายของฉัน!” หนี่อันหงอธิบายอย่างร่าเริง
โจวอี้เข้าใจแล้ว
ชายเจ้าสำราญคนนี้คบเพื่อนได้ง่ายมาก มันขึ้นอยู่กับความชอบของอีกฝ่ายล้วน ๆ สินะ
เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เขาทำในตอนนั้นคงถูกใจอีกฝ่ายมาก
ก็ดี!
เพราะเมื่อคุณออกมาอยู่ไกลบ้าน คุณก็ควรมีมิตรเยอะ ๆ เข้าไว้ โดยเฉพาะการที่อีกฝ่ายยินดีที่จะผูกมิตรด้วยใจขนาดนี้ คุณก็ควรให้ใจแลกใจกับอีกฝ่าย มันถึงจะสมควร
โจวอี้นั่งลงบนโซฟาและคุยกับหนี่อันหง
บางครั้งเขาก็สอบถามไปตรง ๆ หรือบางทีก็ถามแบบอ้อม ๆ จนท้ายที่สุดก็ได้รู้ตัวตนและภูมิหลังของครอบครัวของหนี่อันหง
หนี่อันหงเป็นทายาทรุ่นที่สามที่แสนจะร่ำรวย
ปู่ของเขาเคยเป็นนักเก็บสมุนไพร และต่อมาได้ทำธุรกิจยา จากนั้นก็ได้กลายเป็นนักธุรกิจที่น่านับถือในเมืองฮาร์บิน ทว่าพ่อของหนี่อันหงเก่งกว่าปู่ของเขาเสียอีก พ่อของหนี่อันหงพัฒนาธุรกิจของครอบครัวโดยการซื้อโรงงานผลิตยาบางแห่ง ทั้งยาจีนโบราณและยาตะวันตก และทั้งหมดถูกรวมขายเข้าด้วยกันอย่างดีในหน้าร้านต่าง ๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้น
และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตระกูลหนี่ได้ขยายธุรกิจอีกครั้ง พวกเขานำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นสูงทุกชนิดมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งสามารถทำเงินได้มากมาย
หนี่อันหงมีพี่ชายสองคนและพี่สาวหนึ่งคน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักธุรกิจชั้นนำ ตอนนี้หนี่กรุ๊ปจึงพัฒนาไปได้ดียิ่งนัก
ทว่าบุคลิกของหนี่อันหงไม่เหมาะกับการทำธุรกิจ และเขาไม่มีทักษะพิเศษในด้านอื่น ๆ ดังนั้นพ่อของเขาจึงยอมแพ้และปล่อยให้เขาใช้ชีวิตตามสบายไปวัน ๆ
หนี่ซิ่วเทาคือปู่ของหนี่อันหง เขาโทรหาหลานชายเป็นระยะ ๆ โดยหวังว่าหนี่อันหงหลานชายของเขาจะมีความก้าวหน้าในชีวิตบ้าง และไม่ตายไปแบบไร้ค่า
ทว่าความพยายามนั้นไร้ผล
การเปลี่ยนแปลงประเทศนั้นไม่ยาก แต่การเปลี่ยนนิสัยหรือสันดานคนนั้นยากมาก หรือไม่ก็อาจเป็นไปไม่ได้เลย เพราะหนี่อันหงนั้นเป็นเหมือนโคลนตมที่ไม่สามารถเอามาใช้ก่อกำแพงได้
พอเที่ยวเล่นจนเงินหมดก็ไปตามหาปู่ พ่อ พี่ชาย พี่สาว
คนในครอบครัวคนไหนที่มีเงิน หนี่อันหงล้วนตามไปขอมาหมดแล้ว…
จนกลายเป็นว่าเขาไม่เคยขาดเงินเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โจวอี้มองหนี่อันหงผู้ขี้เกียจและติดป้ายชื่อผู้ชายคนนี้ไว้ในใจว่า ‘คนไม่ได้ความ’
อาหารและไวน์แสนอร่อยถูกจัดเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว หนี่อันหงเปิดเพลงและเปิดภาพฉายจากโปรเจ็กเตอร์ที่ถูกแขวนอยู่บนเพดานห้อง เขาพูดคุยกับโจวอี้ ไม่สนใจว่าโจวอี้จะเหนื่อยหรือง่วงเลยสักนิด
หลังจากดื่มไปพักใหญ่ ทั้งคู่ก็เริ่มเมาเล็กน้อย
ในที่สุดโจวอี้ก็พบข้อดีอย่างหนึ่งของหนี่อันหง นั่นคือความสามารถในการดื่มที่แข็งแกร่ง!
ตัวเขาดื่มไวน์ไปมากกว่าหนึ่งจิน ในขณะที่หนี่อันหงดื่มไวน์ไปอย่างน้อยสองจิน เวลานี้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของหนี่อันหงมีมากกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์แน่นอน แต่อีกฝ่ายยังคงสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ตะกุกตะกักและยังมีความคิดที่ชัดเจน
“พี่หนี่ พวกเรามาแล้ว” หญิงสาวสองคนถอดรองเท้าส้นสูงและเดินเข้ามาในห้องจัดปาร์ตี้
“ฮ่า ๆ มาเลยที่รัก คุณหนาวหรือเปล่า? อาลี่ไปนั่งกับพี่โจวสิ ถ้าพี่โจวพอใจคืนนี้ พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปชอปปิงแบบเต็มที่เลย!” หนี่อันหงหัวเราะอย่างมีความสุข
“ได้เลย!”
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าอาลี่รู้สึกตื่นเต้นทันที เธอเดินบิดเอวเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งใกล้โจวอี้ จากนั้นก็คล้องแขนของเธอเข้ากับแขนของโจวอี้ และเธอพูดด้วยรอยยิ้มเย้ายวนว่า “พี่ชายคะ อาลี่จะรับใช้คุณคืนนี้เอง เรามาทำอะไรสนุก ๆ กันเถอะ”
“แค่ก ๆ” แม้ว่าโจวอี้จะเป็นคนหน้าหนาและติดพันอยู่กับผู้หญิงมากกว่าหนึ่งคน แต่เขาก็ยังประทับใจกับอาลี่ที่ดูประจบเก่งอยู่เล็กน้อย
หนี่อันหงรู้เรื่องธุรกิจเพียงเล็กน้อย แต่เขาฉลาดมากในเรื่องความสัมพันธ์ชายหญิง เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดของโจวอี้ เขาจึงพูดด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ว่า “น้องโจว นายแกล้งเขินใช่ไหมเนี่ย? หรือว่านายไม่ชินจริง ๆ? ฮ่า ฮ่า… อาลี่เป็นผู้หญิงที่พิเศษมาก ฉันแน่ใจว่าคืนนี้นายจะต้องพอใจ”
“ฮ่า!” โจวอี้ยิ้มและส่ายหัว จากนั้นก็หยิบแก้วขึ้นมาแล้วพูดว่า “มาเถอะ ดื่มกันต่อ!”
“ดื่ม…”
หนี่อันหงไม่ปฏิเสธที่จะดื่มไวน์เพิ่ม
แต่ทันใดนั้น
หนี่อันหงดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “น้องโจว ถ้าฉันจำไม่ผิด นายน่าจะอยู่ที่จินหลิงใช่ไหม จู่ ๆ นายก็มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลฮาร์บินแบบนี้ย่อมเป็นเรื่องไม่ธรรมดาใช่ไหม?”
“ใช่ มันมีอะไรมากกว่านั้น” โจวอี้พยักหน้า
“ถ้านายมีเรื่องลำบากอะไร นายสามารถพูดกับฉันได้นะ ตราบใดที่ฉันสามารถช่วยได้ ฉันจะไม่ปฏิเสธแน่นอน” หนี่อันหงตบหน้าอกสัญญา
“ได้เลย” โจวอี้ยิ้ม
“ว่าแต่ใครคือเพื่อนของนายที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลฮาร์บินล่ะ ฉันมีเพื่อนอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ฉันสามารถโทรหาเพื่อนของฉันให้เขาจัดการเรื่องเพื่อนของนายให้เหมาะสมที่สุดได้นะ” หนี่อันหงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ชื่อของเพื่อนผมคืออวี้ชิงเหอ”
“อวี้ชิงเหอ? ตาแก่อวี้?” หนี่อันหงตกตะลึง
หนี่อันหงรู้จักอวี้ชิงเหอ และความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ค่อนข้างดี เขารู้ด้วยซ้ำว่าอวี้ชิงเหอเพิ่งถูกคนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนที่เขาไปเยี่ยมอวี้ชิงเหอที่โรงพยาบาล แพทย์ที่ดูแลอยู่กล่าวว่าอวี้ชิงเหอมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา
“คุณรู้จักอวี้ชิงเหอด้วยเหรอ?” โจวอี้ถาม
“มากกว่ารู้จักอีก เรามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น! ถ้าไม่ใช่เพราะ… ฉันอยากจะไปกระทืบผางต้าเปียวให้ตายจริง ๆ!” หนี่อันหงตะโกนด้วยความโกรธ
“คุณรู้จักตระกูลผางมากแค่ไหน ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม?”
“ตระกูลผาง…” หนี่อันหงเพิ่งอ้าปากแต่ก็ยั้งไว้
หลังจากทำสมาธิครู่หนึ่ง เขาก็โบกมือให้ผู้หญิงสองคนออกไปพลางสั่งว่า “พวกเธอไปรอเราที่ห้อง เราจะตามไปหาหลังจากคุยเสร็จ”
“ค่ะ!”
ตอนนี้ในห้องจึงเหลือเพียงชายสองคน
หนี่อันหงสูบซิการ์ ก่อนจะถอนหายใจและพูดว่า “ตระกูลผางเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในเขตเหอเฉิง และยังเป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ ว่ากันว่ามีปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งอยู่ในครอบครัวของพวกเขาด้วย”
“ผางหลง ผู้นำตระกูลผางเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล แม้แต่บางคนในฮาร์บินที่มีตัวตนและภูมิหลังที่ซับซ้อนก็ยังมีมิตรภาพที่ดีกับผางหลง”
“ตระกูลผางมีทั้งเงินและอำนาจ รวมทั้งกองกำลังส่วนตัว ทายาทรุ่นที่สามของตระกูลผาง ผางซานเซิ่ง เป็นคนที่ทำร้ายเหล่าอวี้จนสาหัส”
“ผางซานเซิ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีความแข็งแกร่ง และสิ่งที่เขาชอบคือการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง หลายปีมานี้มีคนมากมายที่ถูกเขาทำร้าย”
“คราวนี้เหล่าอวี้คงทำได้แค่อดทนเท่านั้น…”
จากคำบรรยายที่ยาวเหยียดของหนี่อันหง มันก็ทำให้โจวอี้ค่อย ๆ มีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับตระกูลผางมากขึ้น
เขาไม่กลัวตระกูลผู้ฝึกยุทธ์
ตระกูลผางต้องชดใช้ที่ทำร้ายอวี้ชิงเหอ!
และบรรดาสมุนไพรที่ผางซานเซิ่งแย่งไปจากอวี้ชิงเหอจะต้องถูกเอาคืนกลับมาด้วย!