หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 313 ความปรารถนาดี
เขตเหอเฉิง บ้านตระกูลผาง
ภายในอาคารทรงจีนโบราณสองชั้น ผางหลงกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อฝึกฝน
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่ามีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาจากข้างนอก เขาลุกขึ้นทันทีและมองไปยังผู้บุกรุก
“พี่ใหญ่ ผมเอง!” ผางซานเซิ่งกล่าว
“น้องเล็ก นายมาทำอะไรที่นี่กลางดึก” ผางหลงขมวดคิ้วถาม
“พี่ใหญ่ ผมมีข่าวจากทางใต้ สินค้าที่ผมได้มาล่าสุด จากจำนวนของวัตถุดิบยาที่เราเสนอให้ อีกฝ่ายยินดีที่จะเสนอราคาแปดร้อยล้านหยวน” ผางซานเซิ่งกล่าว
“ให้ราคาแค่นี้เองหรือ?”
“ถ้าเป็นเพียงแปดร้อยล้านหยวน ผมคงไม่สนใจและจะไม่มาปรึกษาพี่ตอนนี้ แต่อีกฝ่ายได้เสนอวิธีแลกเปลี่ยนอีกแบบมาด้วย”
“ยังไง?”
“อีกฝ่ายมีแก่นวิญญาณ และยินดีแลกมันกับวัตถุดิบยาในมือของเรา” ผางซานเซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“แก่นวิญญาณ? พวกเขายินดีให้แก่นวิญญาณเท่าไหร่?” สีหน้าของผางหลงเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที
“ราคาตลาดของแก่นวิญญาณอยู่ที่ประมาณห้าสิบล้าน และอีกฝ่ายยินดีแลกแก่นวิญญาณกับเราสิบหกก้อน” ผางซานเซิ่งตอบกลับ และพูดต่อทันทีเมื่อเห็นพี่ชายของเขาพยักหน้า “ตอนนี้ผมกำลังคิดว่า ถ้าเราได้รับวัตถุดิบยาชุดใหม่ ๆ มา เราจะแลกเปลี่ยนพวกมันทั้งหมดเป็นแก่นวิญญาณ”
“ดี เงินและสมุนไพรไม่สำคัญสำหรับเราอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรฝึกฝน ตราบใดที่เราได้รับทรัพยากรฝึกฝนมาจำนวนมาก ตระกูลผางของเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น และพ่อของเราอาจสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้” ผางหลงกล่าวอย่างตื่นเต้น
บรรพจารย์ยุทธ์?
แววตาของผางซานเซิ่งเป็นประกายเช่นกัน
ตระกูลผางของพวกเขาเป็นเพียงตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นรองในโลกผู้ฝึกยุทธ์ ไม่สิ…พวกเขาแทบจะไม่สามารถรั้งการเป็นตระกูลชั้นรองในโลกผู้ฝึกยุทธ์ได้แล้วด้วยซ้ำ
แต่ถ้าพ่อของพวกเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้ สถานะของตระกูลผางในโลกผู้ฝึกยุทธ์ก็จะดีขึ้นมาก จากนั้นก็จะมีวิธีมากขึ้นในการรับทรัพยากรการฝึกฝน
นี่คือวิถีของโลก
ถ้ามีบรรพจารย์ยุทธ์นั่งอยู่ในตระกูลสักคน ตระกูลนั้นก็จะมีวิธีการอีกมากมายที่จะได้รับทรัพยากรฝึกฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตระกูลผางของพวกเขาที่ร่ำรวยอยู่แล้ว หากอัดเม็ดเงินลงทุนเข้าไปอีก คนอื่น ๆ ในตระกูลก็จะพลอยได้รับทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมากเช่นกัน และทั้งตระกูลก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
บางทีในอีกไม่กี่ทศวรรษ นอกเหนือจากบรรพจารย์ยุทธ์หนึ่งคนในตระกูลแล้ว ตระกูลผางอาจจะมีปรมาจารย์เพิ่มขึ้นอีกหลายคน
เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลผางจะสามารถกลายเป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นหนึ่งในโลกผู้ฝึกยุทธ์ได้ และบางทีอาจกลายเป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ชั้นแนวหน้าหลังจากผ่านไปหลายร้อยปี!
“พี่ใหญ่ ให้ผมจัดการเรื่องวัตถุดิบยาเอง! ผมสัญญาว่าจะหาวัตถุดิบยามาให้ได้ในปริมาณมาก เพื่อที่เราจะได้มีไว้แลกเปลี่ยนกับอีกฝ่าย ส่วนเรื่องขั้นตอนการแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายนั้น ผมขอมอบให้พี่จัดการก็แล้วกัน! ถ้าพี่ติดต่อกับพวกเขาโดยตรงมัน จะเป็นการพิสูจน์ว่าตระกูลผางของเราให้ความสำคัญเรื่องการค้ากับพวกเขามาก”
“ดี!” ผางหลงพยักหน้า
เมืองฮาร์บิน
โจวอี้ออกจากห้องจัดปาร์ตี้มาด้วยอาการมึนเมาระดับสามเต็มสิบ และคนรับใช้ก็พาเขาไปที่ห้องชั้นสอง
เมื่อเขาผลักประตูเข้าไป เขาก็เห็นว่าอาลี่กำลังนั่งอยู่บนเตียงและมีเพียงผ้าบาง ๆ คลุมอยู่บนไหล่เธอเท่านั้น เมื่อเธอเห็นว่าโจวอี้เปิดประตูเข้ามา เธอก็ยิ่งส่งสายตาเย้ายวนมาให้เขา
“พี่โจว พี่ไม่ได้ดื่มมากเกินไปใช่ไหม?” อาลี่เลิกผ้าบาง ๆ ที่คลุมไหล่ออกและเดินลงจากเตียง จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนกระโปรงบาน
“ผมสบายดี!” โจวอี้ตอบ และหลังจากที่อาลี่เดินข้ามาใกล้ได้ระยะหนึ่ง มือของโจวอี้ก็เคลื่อนไปโอบเอวอันได้สัดส่วนของเธอ ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าว่องไวแทบจะในพริบตา
และทั้งคู่ก็ปรากฏตัวอยู่นอกประตู!
“ฮะ?”
อาลี่เพิ่งรู้ตัวว่าเธอและโจวอี้ออกมาอยู่หน้าห้อง หลังจากที่เธอรู้สึกเหมือนกับวูบไปเพียงเสี้ยววินาที เธอรู้สึกสับสนอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
โจวอี้ยิ้มเล็กน้อยพลางเลื่อนนิ้วไปเชยคางของอาลี่และพูดด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่ต้องการผู้หญิงมาร่วมเตียงของผมหรอก ผมต้องการแค่พักผ่อน หลังจากนี้ คุณสามารถไปหาห้องอื่นเพื่อพักผ่อนได้ตามสะดวก และไม่ต้องกังวลว่าหนี่อันหงจะตำหนิคุณ เขาจะทำตามสัญญาที่ว่าจะพาคุณไปชอปปิงแน่นอน ไปเถอะ!”
เท่านี้ก็เรียบร้อย
โจวอี้ก้าวถอยหลังและปิดประตูล็อกจากด้านใน
“คุณ…” อาลี่มองประตูที่ปิดลงแล้วและเธอยังได้ยินเสียงล็อกประตูจากข้างในอย่างชัดเจน
ฉากที่เกิดขึ้นทำให้อารมณ์ของเธอซับซ้อนมาก
เธอขายร่างกายเพื่อเงิน และเต็มใจที่จะเป็นของเล่นของคนรวย
ที่ผ่านมานั้น ทุกครั้งที่พวกคนรวยเห็นเรือนร่างของเธอ ไม่มีใครสามารถอดใจได้ไหว ไม่เคยมีสักคนที่ไม่อยากเห็นเธอเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง!
แต่โจวอี้…
หรือว่าเขาไม่ชอบเรือนร่างของฉัน?
หรือเขาเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป?
สีหน้าของอาลี่เปลี่ยนไปทันที ในที่สุดเธอก็เคาะประตูอีกครั้ง
“เอ้า นี่ของคุณ” โจวอี้เปิดประตูออกมาอีกครั้งและยัดเสื้อผ้า กระเป๋า และโทรศัพท์มือถือให้อาลี่แล้วปิดประตูอีกครั้งโดยไม่ให้เวลาหญิงสาวได้พูดคำใด
อาลี่ถือข้าวของของเธอพลางอ้าปากค้าง แล้วค่อย ๆ ลดแขนที่เพิ่งเคาะประตูลง
เธอสูดหายใจเข้าลึก หันไปหาห้องถัดไป แล้วเดินเข้าไปนอนโดยไม่คิดที่จะเปิดไฟ
แปดโมงเช้า
เมื่อโจวอี้ตื่นขึ้นมาก็รีบลงไปที่ชั้นล่าง คนรับใช้บอกโจวอี้ว่าอาหารเช้าพร้อมแล้ว และพร้อมที่เสิร์ฟให้เขาได้ทุกเมื่อ
จากนั้น โจวอี้ก็เดินเข้าไปนั่งในห้องอาหารคนเดียวและเริ่มกินอาหารเช้าโดยไม่รอหนี่อันหง
“พี่โจว ตื่นเช้าจังเลย!” อาลี่เดินตามเข้ามา
รูปร่างของเธอดีมาก และหน้าตาของเธอก็สวยจัด หากเธอแต่งตัวดี ๆ ความสวยของเธอจะไม่ด้อยไปกว่าพวกดาราหญิงในละครทีวีสักเท่าไหร่
ทว่าตอนนี้สายตาที่เธอมองโจวอี้ไม่ใช่สายตาเย้ายวนอีกต่อไป แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเคารพ
“นี่สายแล้วต่างหาก ปกติผมตื่นตั้งแต่ตีห้า หรือช้าสุดไม่เกินหกโมงเพื่อไปออกกำลังกาย” โจวอี้ยิ้ม
“ดีจัง! ปกติแล้วกว่าฉันจะนอนก็ตีห้า หรือไม่ก็หกโมงเช้า!” อาลี่ยิ้มอย่างขมขื่น
“อย่านอนเวลานั้นบ่อยนัก ตอนนี้คุณยังเด็กอยู่ มันอาจจะไม่มีผลอะไร แต่เมื่ออายุมากขึ้น คุณจะรู้สึกได้ว่าการนอนดึกเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดต่อสุขภาพของคุณ”
อาลี่พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก
หลังจากที่เธอนั่งลงตรงข้ามโจวอี้ คนรับใช้ก็เสิร์ฟอาหารเช้าให้เธอเช่นกัน
อาลี่ก้มหน้าลงและกินไปราว ๆ สองสามนาที ทันใดนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมองโจวอี้แล้วถามว่า “พี่โจว คุณไม่ชอบฉันเหรอ?”
“คุณถามทำไม?”
“เพราะคนอย่างฉันใช้ร่างกายแลกกับเงินไง”
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบคุณ ทุกคนมีความคิด การตัดสินใจ และเส้นทางการใช้ชีวิตของตัวเอง ผมเคารพในการตัดสินใจของทุกคน”
“จริงเหรอ?”
“แน่นอนว่าจริง! ก็เหมือนกับหนี่อันหงนั่นแหละ ผมเป็นเพื่อนกับเขา แต่ในสายตาของผู้หญิงนับไม่ถ้วน เขาอาจจะดูเป็นคนรวยที่ไร้ยางอาย แต่ในความคิดของผม นั่นเป็นเพียงวิถีชีวิตที่เขาเลือก ผมไม่มีสิทธิ์จะไปตัดสินใคร และไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ชอบด้วย” โจวอี้วางตะเกียบลงยิ้มแล้วก่อนจะพูดต่ออีกว่า “มีหลายคนที่อยากเป็นเพื่อนกับผม แต่มีไม่กี่คนที่ทำให้ผมปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความจริงใจ แต่ผมชอบหนี่อันหง บุคลิกของเขาอบอุ่นและตรงไปตรงมา ไม่โลเล ไม่ทะเยอทะยาน ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติและจริงใจมาก ผมก็เลยเต็มใจเป็นเพื่อนกับเขาและรับได้กับทุกสิ่งที่เขาเป็น”
“คุณเป็นคนดีจริง ๆ” อาลี่พูดเบา ๆ
ใช่!
เป็นคนดีอะไรอย่างนี้!
ห่างจากห้องอาหารไปราว ๆ เจ็ดเมตร ดวงตาของหนี่อันหงแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเขานอนดึก แต่เป็นเพราะหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความตื้นตัน
เขารู้ว่านิสัยของเขาเป็นอย่างไร และรู้ว่าไอ้พวกคนที่ชอบเข้าหาเขามีนิสัยเป็นแบบไหน
ก่อนหน้านี้เขาไม่สนใจ
แต่ในเวลานี้ เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่โจวอี้พูด มันก็ทำให้เขารู้ว่าโจวอี้มองตัวตนของเขาออก และรับได้ในสิ่งที่ตัวเขาเป็นอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ แท้จริงแล้วเหตุผลที่เขากระตือรือร้นกับโจวอี้มาก เพราะนอกจากเขาจะชื่นชมสิ่งที่โจวอี้ทำในงานประมูลที่ตลาดยาเมืองฉู่แล้ว เขายังรู้ว่าโจวอี้ไม่ใช่คนธรรมดา ด้านการเงินนั้น เกรงว่าโจวอี้คงไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลหนี่ของเขาเลย เห็นได้จากการที่โจวอี้สามารถทุ่มเงินหลายพันล้านหยวนในการประมูลวัตถุดิบยา
หนี่อันหงหัวเราะเยาะตัวเอง จากนั้นก็จัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเดินไปที่ห้องอาหาร
“โอ้ นายตื่นเช้ามาก!” หนี่อันหงก้าวเข้ามาในห้องอาหารและยิ้มอย่างมีความสุข
“คุณก็ตื่นเช้าเหมือนกัน!” โจวอี้ยิ้ม
โจวอี้รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าหนี่อันหงกำลังเดินเข้ามา
ดังนั้นสิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่นั้นคือการตั้งใจให้อีกฝ่ายได้ยิน ทว่าประโยคที่เขาพูดนั้นเป็นเท็จ 3 ส่วนและจริงอยู่ 7 ส่วน เขาจงใจให้หนี่อันหงได้ยินมันเพื่อทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้งใจ
นี่เป็นทักษะเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการผูกมิตรที่โจวอี้เชี่ยวชาญ