หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 372 เซี่ยหลู่ ผู้กระตือรือร้น
บทที่ 372 เซี่ยหลู่ ผู้กระตือรือร้น
ต่อสู้กับงูหลามมังกรที่ไหนกัน?
เป็นคุณต่างหาก!
ใบหน้าของอู๋ซินเยว่แดงราวกับแอปเปิล แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเขินอาย เธอก้มหน้าลง ไม่กล้าปล่อยให้โจวอี้ค้นพบความผิดปกติของตัวเอง
ด้านบน
เมื่อเซี่ยหลู่ได้ยินคำพูดของโจวอี้ เธอก็รู้ทันทีว่าโจวอี้และอู๋ซินเยว่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต เพียงแค่ติดอยู่ด้านล่างและขึ้นมาไม่ได้ เธอยังแอบดีใจที่เธอยังไม่ได้กระโดดลงไป ไม่เช่นนั้นเธอจะมีปัญหาไปด้วยอีกคน
“จากบนลงล่างลึกแค่ไหน?” เซี่ยหลู่ตะโกนถาม
“อย่างน้อยก็มากกว่าสองร้อยเมตร” โจวอี้ตอบ
“เข้าใจแล้ว รออยู่ข้างล่างไปก่อน ฉันจะไปเอาเชือกมาดึงคุณกับซินเยว่ขึ้นมา” เซี่ยหลู่พูดและวิ่งออกไปทันที
ด้านล่าง
โจวอี้และอู๋ซินเยว่ต่างก็ลอบผ่อนคลายลง
“ช่วยฉันนั่งที” อู๋ซินเยว่กระซิบ
“อืม!”
โจวอี้ช่วยประคองอู๋ซินเยว่ให้นั่งลง จากนั้นเขาก็มองหญิงสาวที่กำลังขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
หลังจากยิ้มแห้ง ๆ แล้วเขาก็ลังเลและพูดขึ้นว่า “ขอโทษ ผม…”
“คุณไม่ต้องขอโทษ ฉันเป็นคนบอกให้เริ่มทำแบบนี้เอง และจุดประสงค์คือการล้างพิษและมีชีวิตอยู่รอดต่อไป ดังนั้นคุณไม่ผิด” อู๋ซินเยว่ส่ายหัวเบา ๆ
“ผมจะรับผิดชอบ…”
“ไม่ ให้ถือว่าเป็นแค่ความฝัน หลังออกจากถ้ำแล้ว พวกเรา…ไม่สิ ฉันจะไม่พบคุณอีก” อู๋ซินเยว่กล่าว
“ผม…”
“ฉันตัดสินใจแล้ว และคุณก็มีภรรยาและลูกอยู่แล้วด้วย ฉันไม่ต้องการเป็นตัวปัญหาให้คุณ คุณต้องไม่ลืมว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างเราตั้งแต่แรก ดังนั้นนี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด” อู๋ซินเยว่พูดอย่างจริงจัง
โจวอี้เงียบไป
เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่เสร็จกิจแล้วใส่กางเกงออกจากห้องไปได้หน้าตาเฉย เขาต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำลงไปทั้งหมด
ทว่าสิ่งที่อู๋ซินเยว่พูดมานั้นถูกต้อง
วันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเกิดขึ้นเพื่อล้างพิษและเพื่อให้อยู่รอด
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่มีความรู้สึกต่อกันจริง ๆ หรือถ้าจะให้ยอมรับความรู้สึกจริง ๆ ที่เกิดขึ้นก็คงมีแค่ความรู้สึกปรารถนาเท่านั้น ดังนั้นหากพวกเขาผูกมัดตัวเข้าด้วยกันเพียงเพราะเหตุผลข้างต้น มันจะกลายเป็นภาระทางใจสำหรับพวกเขา
เอาไว้เท่านี้ก่อนแล้วกัน!
ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต รอดูกันต่อไปก็แล้วกัน!
ถ้าอู๋ซินเยว่บอกให้เขารับผิดชอบ เขาจะไม่มีวันเพิกเฉยต่อเธอ เขาจะไปปรากฏตัวทันทีเมื่อเธอต้องการ
อู๋ซินเยว่มองไปที่โจวอี้ซึ่งกำลังเงียบ เมื่อเห็นเช่นนี้ แววตาซับซ้อนของเธอก็ค่อย ๆ จางหายไป
เธอไม่เสียใจกับทางที่เธอเลือกนี้
ไม่ว่าผู้ชายคนนี้จะดีเลิศสักแค่ไหนก็มีความหมายต่อเธอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เธอกำลังแบกรับความรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัส บางทีในอีก 2-3 ปี เมื่อเธอทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้สำเร็จ เธอก็จำเป็นต้องจากโลกนี้ไปที่แห่งนั้นเพื่อทำในสิ่งที่เธอต้องทำ ไม่ว่าจะอย่างไร อีกฝ่ายก็ไม่สามารถไปกับเธอได้ มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะตัดความสัมพันธ์ที่เป็นความบังเอิญระหว่างพวกเขาในตอนนี้
อู๋ซินเยว่ค่อย ๆ โคจรพลังปราณเพื่อฟื้นฟูบาดแผลตามร่างกายของเธอ เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ความเจ็บปวดที่เธอเคยรู้สึกก็ค่อย ๆ หายไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เซี่ยหลู่กลับมาอีกครั้งและหย่อนเชือกยาวลงมาพลางถามเสียงดังว่า “พวกคุณบาดเจ็บสาหัสไหม? พอจะปีนเชือกขึ้นมาไหวรึเปล่า?”
“พวกเรายังปีนเชือกขึ้นไปได้!”
แม้ว่าอู๋ซินเยว่จะรู้สึกเจ็บปวดตามบางส่วนของร่างกาย แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการปีนเชือกแน่นอน
เธอคว้าเชือกและปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็วด้วยความช่วยเหลือของโจวอี้ และในไม่ช้าก็ไปถึงเซี่ยหลู่
โจวอี้ตามมาติด ๆ เมื่อเขาขึ้นมาได้สำเร็จ ความรู้สึกของการรอดชีวิตก็บังเกิดขึ้น
“ขอบคุณ คุณเซี่ย” โจวอี้กล่าวพร้อมกับประสานมือ
“อยากจะขอบคุณฉันจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยหลู่ถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ ถ้ามีอะไรที่ผมทำให้คุณได้ ผมจะทำ” โจวอี้พูดอย่างจริงจัง
“ฉันอยากได้คุณ! มาอยู่กับฉันสักสองสามวันหลังจากที่เรากลับไปแล้ว โอเคไหมล่ะ?” เซี่ยหลู่ยิ้มโปรยเสน่ห์
“…”
“…”
สีหน้าของโจวอี้กลายเป็นอึดอัด ในขณะที่การแสดงออกของอู๋ซินเยว่ดูแปลกประหลาดไป
อยากได้โจวอี้?
คำขอแบบนี้มันบ้าอะไร?
ช่างไร้ยางอาย!
โจวอี้และอู๋ซินเยว่ต่างพากันสบถอยู่ในใจ
เซี่ยหลู่หัวเราะพลางส่งสายทรงเสน่ห์ให้โจวอี้ “ฉันล้อเล่น! ดูสิ อายซะจนหน้าแดงเลย คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะขี้อายเหมือนเด็กขนาดนี้! เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้ออกมาได้แล้วพวกเราก็รีบเผ่นจากที่นี่กันเถอะ! งูหลามตัวนั้นร้ายกาจมาก ถ้ามันมาที่นี่อีก เราอาจจะเอาชีวิตไม่รอดก็ได้”
งูหลาม?
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไป
เขาถูกไอ้งูบ้านั้นฟาดจนร่วงไปยังถ้ำใต้ดินจนต้องมีความสัมพันธ์กับอู๋ซินเยว่
ไอ้งูเวรนั่นต้องชดใช้!
“คุณเซี่ย งูหลามตัวนั้นคือสัตว์ประหลาดอะไร? ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน?” โจวอี้รีบถามทันที
“บนยอดเขาน่ะ เฉินซานกับอิงหงต่อสู้กับงูหลามนั่นหลายรอบแล้ว และพวกเขาเกือบจะเอาตัวไม่รอดทุกครั้ง ดังนั้นเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” เซี่ยหลู่พูดถึงจุดนี้แล้วก็พ่นลมหายใจ “ฉันไม่ชอบให้คุณเรียกฉันว่าคุณเซี่ยเลย และฉันก็ไม่ต้องการให้คุณเรียกฉันว่าประธานเซี่ยด้วย คุณเรียกฉันว่าหลู่หลู่ก็ได้”
หลู่หลู่?
สนิทสนมเกินไปไหม?
โจวอี้ชำเลืองมองอู๋ซินเยว่และพบว่าเธอไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ จากนั้นเขาจึงพยักหน้า
เมื่อทั้งสามคนเดินออกจากช่องแคบกลางภูเขา จู่ ๆ โจวอี้ก็ชะงักไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เซี่ยหลู่ถาม
“จู่ ๆ ผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ผลึกศักดิ์สิทธิ์…”
โจวอี้ไม่เคยให้ความสนใจกับผลึกศักดิ์สิทธิ์มาก่อน แต่ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายที่อยู่ตามลำพังกับอู๋ซินเยว่ เขาได้ค้นพบสิ่งหนึ่ง…
หลายจุดบนพื้นรอบสระน้ำเย็นมีผลึกศักดิ์สิทธิ์ฝังอยู่
เมื่อนึกย้อนกลับไป มันก็ทำให้โจวอี้ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
“พวกคุณรอผมสักเดี๋ยวเดียว ผมต้องลงไปอีกรอบ อ้อ พวกคุณระวังงูหลามตัวนั้นด้วย” โจวอี้พูดจบก็หันหลังวิ่งกลับลงไปที่ถ้ำ
เขาโรยตัวลงมาตามเชือกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สุ่มเลือกสถานที่และแทงลงบนพื้นด้วยมีด
เคร้ง!
ประกายไฟกระเด็นออกมาหลังจากที่ถูกมีดแทง
โจวอี้ปัดเศษฝุ่นดินที่พื้นออกอย่างรวดเร็ว เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ที่พื้นคือผลึกศักดิ์สิทธิ์!
ราว ๆ ห้านาทีต่อมา
โจวอี้ได้สำรวจไปรอบ ๆ และพบว่าที่นี่มีผลึกศักดิ์สิทธิ์อยู่ทุกแห่ง บางแห่งเป็นบล็อกทั้งก้อนครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ บางพื้นที่แยกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หากคำนวณคร่าว ๆ แล้ว จำนวนผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในที่นี้น่าจะขุดได้เป็นก้อนที่ไม่เล็กกว่ากำปั้นหลายพันก้อน
“ที่นี่คือสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์?”
“ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนมันมหาศาลมาก”
โจวอี้รู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที หลังจากเลิกการสำรวจ เขาก็ปีนเชือกและออกจากถ้ำ ซึ่งในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ยินเซี่ยหลู่ถามอู๋ซินเยว่
“เป็นอะไรมากไหม แผลของเธอสาหัสแค่ไหน? ตรงไหนที่ได้รับบาดเจ็บ? เฉินซานให้ขี้ผึ้งเทียนเหลียนมาด้วย ฉันยังใช้มันไม่หมด เธอเอามันไปทาที่แผลสิ”
“ฉัน…ฉันไม่เป็นอะไรหรอก” อู๋ซินเยว่พูดอย่างกระอักกระอ่วน
“จะไม่เป็นได้ยังไง? เมื่อกี๊นี้ฉันได้ยินเสียงเธอร้องด้วยนะ เจ็บชัด ๆ เลย ถ้าเธอไม่บาดเจ็บรุนแรงเธอจะร้องเสียงหลงแบบนั้นได้ยังไง? ไหนรีบบอกมาเร็วว่าเธอบาดเจ็บตรงไหน เดี๋ยวฉันจะรีบทายาให้เอง” เซี่ยหลู่กล่าวด้วยสีหน้ากังวล
เมื่ออู๋ซินเยว่ได้ยินประโยคนี้ เธอก็รู้สึกอายจนอยากจะขุดรูหนีอีกรอบ
“ผมมีลางสังหรณ์ว่างูหลามจะกลับมาที่นี่เร็ว ๆ นี้ และผมคิดว่าแถวนี้น่าจะเป็นที่ที่งูหลามมักจะซ่อนตัวอยู่!” โจวอี้รีบออกมาขวางไว้ทันเวลา เขาเปลี่ยนหัวข้อทันทีเพื่อพยายามแก้ไขความลำบากใจของอู๋ซินเยว่
“จริงด้วย พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อน” เซี่ยหลู่พยักหน้าและจับมือของอู๋ซินเยว่วิ่งออกไป
ทว่าจู่ ๆ เธอก็รู้สึกงงงวย เพราะเธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าใบหน้าของน้องสาวที่แสนดีของเธอดู…ดูเปลี่ยนไป…
เดี๋ยวนะ!
ใบหน้านั่น!