หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 374 เจ้าดูถูกเสี่ยวอี้ของเรางั้นหรือ?
บทที่ 374 เจ้าดูถูกเสี่ยวอี้ของเรางั้นหรือ?
แสงระยิบระยับจากดวงดาวบนท้องฟ้าสะท้อนลงบนผืนน้ำทะเล สายลมเย็น ๆ พัดอ่อน ๆ เสริมบรรยากาศยามค่ำคืนให้งดงามยิ่งกว่าเดิม
เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งถือหางเสือแล่นไปทางตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความเร็วเต็มกำลัง
บนดาดฟ้าเรือ
ทั้งห้าคนยืนนิ่งอยู่เงียบ ๆ
ผู้นำคือหญิงงามวัยกลางคนในชุดขาว แม้เธอจะดูมีอายุ แต่ก็ยังทรงเสน่ห์และสง่างาม
“ชิงเฟิง ใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะถึงที่หมาย” ฉู่เทียนฮุ่ยถามขึ้น
“เรียนท่านเจ้าสำนัก ตามความเร็วของเรือและระยะทางจะใช้เวลาประมาณห้าชั่วโมง” ผู้ตอบคือชายผิวขาวอายุราวสามสิบถึงสี่สิบปี
“นี่คือเร็วที่สุดแล้ว?” ฉู่เทียนฮุ่ยถาม
“ครับ!” ต้วนชิงเฟิงกล่าวด้วยความเคารพ
“ท่านเจ้าสำนักอย่าได้ร้อนใจไปเลย ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นั่นไหม หรือหากมีมันอยู่ มันก็ไม่สามารถหนีไปได้” ฮั่วเทียนหลิน ชายชราผมขาวคิ้วขาวและเคราขาวยกยิ้ม
“ถ้ามี มันจะลำบาก” ผู้พูดประโยคนี้คือแม่เฒ่าเทียนจี้ซึ่งกำลังยืนหลังค่อมค้ำไม้เท้า
“หึหึ ข้าคิดว่าเจ้าสำนักกำลังกังวลว่าสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีจริง และศิษย์ที่มีค่าของเธอจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ของเราซะมากกว่า จริงไหม? ทะลวงระดับเป็นปรมาจารย์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยนับว่ามีพรสวรรค์มาก แต่คนรุ่นเยาว์ในสำนักของเราที่รุ่นราวคราวเดียวกับเขาก็ทะลวงระดับปรมาจารย์ได้อยู่หลายคนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” ฮั่วเทียนหลินพูดอย่างลอยหน้าลอยตา
“ฮั่วเทียนหลิน! รากฐานการก่อตั้งสำนักโอสถของเราคืออะไร! เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีคนรุ่นเยาว์คนไหนในสำนักที่ไม่มีพรสวรรค์ด้านการหลอมโอสถเทียบเท่ากับเสี่ยวอี้!” แม่เฒ่าเทียนจี้กล่าวด้วยความโกรธ
“ก็ท่านเจ้าสำนักสอนเขาเป็นการส่วนตัวนี่นา ถ้าความสามารถในด้านการหลอมโอสถของเขาต่ำกว่าคนอื่นสิถึงจะเป็นเรื่องแปลก” ฮั่วเทียนหลินเยาะเย้ย
“นี่เจ้า! เจ้าคิดดูถูกเสี่ยวอี้ของพวกเราจริง ๆ เหรอ?” แม่เฒ่าเทียนจี้ถาม
“แก่จะตายอยู่แล้วอย่าโกรธให้มากนักเลย ยิ่งเจ้าโกรธ สำนักก็ยิ่งสิ้นเปลืองโอสถกับเจ้านะ” ฮั่วเทียนหลินยิ้มอย่างเย็นชา เขามองไปในระยะไกลและพูดว่า “ข้าคิดว่าทุกคนในสำนักต่างรู้ว่าข้าเป็นคนยังไง มีความคิดแบบไหน ตำแหน่งเจ้าสำนักในอนาคตของเราจะเป็นของโจวอี้หรือของใครคนอื่นก็ได้ สิ่งที่ข้าต้องการคือคนที่ดีที่สุดที่สามารถนำพาสำนักโอสถของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
“เสี่ยวอี้ไม่ดีพอเหรอ? เขาออกจากภูเขาชางหลางไปนานแค่ไหนแล้ว? แค่ไม่กี่เดือน? แล้วเขาสร้างผลงานให้สำนักไปเท่าไหร่? อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้?” แม่เฒ่าเทียนจี้ถาม
“ฮ่า!” ฮั่วเทียนหลินหัวเราะเยาะไม่แย้งกลับ
แน่นอนว่าเขารู้ว่าโจวอี้ออกไปอยู่ในจินหลิงได้ไม่กี่เดือนแต่กลับนำพาข่าวดีมากมายมาสู่สำนักโอสถ
ตัวอย่างเช่นการปล้นวัตถุดิบยาจำนวนมากมายมาจากนิกายเร้นลับ อีกทั้งลูกชายบุญธรรมของโจวอี้ก็เป็นผู้มีพลังธาตุไฟ อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนแก่นวิญญาณกับเซี่ยหลู่
แต่สำนักของเราก็ทุ่มเทให้กับโจวอี้ไปมากมายมหาศาลเหมือนกัน จริงไหม?
แม่เฒ่าเทียนจี้และเฉินซานขนโอสถไปให้เขาเท่าไหร่แล้วล่ะ
นอกจากนี้ ยังมีเตาหลอมสยบวิญญาณสามใบที่สำนักเพิ่งแลกเปลี่ยนจากตำหนักหมื่นประดิษฐ์ด้วยราคาสูงลิ่ว
ฉู่เทียนฮุ่ยหันไปมองฮั่วเทียนหลิน แต่เธอไม่ได้โกรธอะไร เธอรู้จักนิสัยของฮั่วเทียนหลิน ชายชราคนนี้คิดคำนึงทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของสำนักเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมชายชราคนนี้ถึงมองศิษย์ของเธอไม่ดีนัก
“เทียนหลิน ถ้าปริมาณของแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์ที่เสี่ยวอี้ค้นพบในครั้งนี้มีมากกว่า 10,000 ก้อนมันจะเป็นข่าวดีสำหรับเรา และมันจะถือว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าวเสียงเบา
“หมื่นก้อน? นั่นเป็นจำนวนมหาศาลก็จริง แต่มันจะเป็นไปได้งั้นเหรอท่านเจ้าสำนัก? ตำหนักหมื่นประดิษฐ์พยายามอย่างหนักมาเป็นร้อยปีเพื่อตามหาสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งท้ายที่สุดพวกเขาก็พบมันมากกว่าสิบแห่ง ทว่าความพยายามทั้งหมดนั้นมันมีผลึกศักดิ์สิทธิ์กี่ก้อนกันที่พวกเขาค้นพบ? เพียงไม่กี่หมื่นก้อนใช่ไหม? ดังนั้นอย่างศิษย์ท่านเนี่ยนะที่จะบังเอิญเจอสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์แล้วจะทำให้เราโชคดีได้พวกมันมาถึงหนึ่งหมื่นก้อนได้?” ฮั่วเทียนหลินเย้ยหยัน
“ฮั่วเทียนหลิน! เสี่ยวอี้เป็นคนที่โชคดีเสมอ!” แม่เฒ่าเทียนจี้พูดด้วยความโกรธ
“โชค? เจ้าคิดว่าเขาเป็นบุตรของเทพโชคลาภหรือไง? ก็ได้ ถ้าเขาใช่ ฮั่วเทียนหลินคนนี้จะยอมรับว่าเขาเป็นผู้นำของสำนักโอสถในอนาคตทันที และข้าจะเคารพเขาและยินดีรับคำสั่งจากเขาทุกประการเลยด้วย!” ฮั่วเทียนหลินพ่นลมหายใจ
“งั้นมารอดูกัน” แม่เฒ่าเทียนจี้พูดอย่างโกรธเคือง
“อันที่จริง ถ้ามีสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์บนเกาะอยู่จริงข้าก็ไม่อยากให้มีมากเกินไป เพราะสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่งมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งคุ้มกันอยู่ด้วย ยิ่งสายแร่มีขนาดใหญ่เท่าไหร่ พลังของสัตว์อสูรตนนั้นก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามเป็นเงา ด้วยความแข็งแกร่งของเสี่ยวอี้และคนอื่น ๆ หากเจอพวกสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเหล่านั้นเข้าละก็ เกรงว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสหลบหนี” ฉู่เทียนฮุ่ยกล่าวอย่างกังวล
คำพูดของเธอทำให้สีหน้าของผู้คนรอบตัวเธอเปลี่ยนไป
ฮั่วเทียนหลินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในที่สุดก็พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
ตอนนี้เขาไม่สนใจโจวอี้สักเท่าไหร่เพราะเขายังไม่เห็นคุณค่าของโจวอี้ แต่ถ้าหากต่อไปโจวอี้พิสูจน์ตัวเองว่ายอดเยี่ยมจริง ๆ เขาเองก็ยินดีที่จะสนับสนุนโจวอี้ให้เป็นผู้นำของสำนักโอสถในอนาคตอย่างแน่นอน
เวลาตีสี่
โจวอี้รับผิดชอบในการปกป้องและดูแลเหล่าผู้บาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่เขากำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น จู่ ๆ ดวงตาของเขาก็ลืมขึ้นอย่างฉับพลัน และมองทะลวงฝ่าความมืดไปยิงทิศทางที่เรือบรรทุกสินค้าที่มีแสงไฟส่องสว่างกำลังมุ่งหน้าเข้ามาจากระยะไกล
ใครกัน?
เป็นกลุ่มของอาจารย์ที่มาถึงรึเปล่า?
หรือมีกองกำลังผู้ฝึกยุทธ์อื่น ๆ ที่ล่วงรู้ข่าวเกี่ยวกับเกาะนี้?
เข็มเงินปรากฏขึ้นในมือของโจวอี้ทันที แววตาของเขาเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ สายตาจับจ้องมองเรือบรรทุกสินค้าที่เข้ามาใกล้
ในที่สุด
เขาก็เห็นร่างทั้งห้าบนเรือบรรทุกสินค้าอย่างชัดเจน และร่างที่ยืนเป็นผู้นำอยู่นั้นก็ทำให้เขาลดความระมัดระวังลงทันที
เมื่อเรือทั้งสองเข้าใกล้กันถึงระยะ 2-3 กิโลเมตร โจวอี้ก็กระโดดลงไปเหยียบผิวน้ำทะเลและวิ่งไปที่เรือบรรทุกสินค้า
“คารวะอาจารย์ คุณย่า และผู้อาวุโสทุกคนแล้ว!” โจวอี้กระโดดขึ้นไปบนเรือบรรทุกสินค้าก่อนจะเดินเข้าไปหาคนทั้งห้าและกล่าวด้วยความเคารพ
“เสี่ยวอี้ ดีแล้วที่เจ้าไม่เป็นอะไร” ฉู่เทียนฮุ่ยยิ้มออกมาในที่สุด
คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเล็กน้อยเช่นกัน ทั้งคนที่เคยเห็นโจวอี้มาก่อนและคนที่ไม่เคยเห็นเขามาก่อนต่างก็พินิจมองเขาอย่างเงียบ ๆ
โจวอี้ยิ้มและพูดว่า “อาจารย์ ลูกศิษย์คนนี้ของท่านเป็นคนโชคดีจะตาย อันตรายบนเกาะนั้นไม่มีทางพรากชีวิตผมไปได้หรอก”
“นายตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ?” ฉู่เทียนฮุ่ยขมวดคิ้ว
“ใช่แล้วอาจารย์ บนเกาะนั่นมีงูหลามมังกรที่มีความยาวหลายสิบเมตรเฝ้าอยู่ มันเกือบจะฆ่าพวกเราแล้ว ผมคิดว่าความแข็งแกร่งของมันอย่างน้อยก็น่าจะพอ ๆ กับระดับบรรพจารย์ยุทธ์” โจวอี้ถอนหายใจ
ฉู่เทียนฮุ่ยหันกลับไปมองคนอื่น ๆ แล้วถามอีกครั้ง “นายอยู่รอดปลอดภัยจากงูหลามมังกรที่ทรงพลังขนาดนั้นได้ยังไง? พวกสัตว์อสูรที่คอยเฝ้าสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างก็ดุร้ายมาก”
“เรื่องนี้มันก็แปลกจริง ๆ นั่นแหละอาจารย์ งูหลามมังกรตัวนั้นสามารถฆ่าเราได้ง่าย ๆ แน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้เราเหลือเชื่อที่สุดคือมันรั้งอยู่แต่บนยอดเขาลูกหนึ่ง เมื่อพวกเราโจมตีมัน มันจะตอบโต้กลับทันที แต่ตราบใดที่เราถอนตัวจากภูเขาลูกนั้น มันก็จะไม่ไล่ตาม”
“มีเรื่องแปลกอย่างนั้นด้วย?” ฉู่เทียนฮุ่ยขมวดคิ้ว
คนอื่น ๆ ต่างก็แสดงสีหน้างุนงง เรื่องแบบนี้พวกเขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
ฮั่วเทียนหลินมองไปที่โจวอี้และถามว่า “โจวอี้ ผลึกศักดิ์สิทธิ์มีเยอะแค่ไหน?”
“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสคือ?” โจวอี้ถามกลับ
“เสี่ยวอี้ เขาคือผู้อาวุโสฮั่วเทียนหลิน เขาแก่กว่าอาจารย์ของเจ้า ตามความอาวุโสเจ้าควรจะเรียกเขาว่าอาจารย์ลุง” แม่เฒ่าเทียนจี้กล่าว
“โจวอี้ขอคารวะอาจารย์ลุง พูดตามตรง ผมไม่รู้ว่ามีผลึกศักดิ์สิทธิ์เท่าไหร่ในสายแร่ผลึกศักดิ์สิทธิ์นั่น แต่เราขุดมาได้แล้วหลายร้อยก้อน” โจวอี้กล่าว
แค่หลักร้อย?
ไม่เพียงแต่ฮั่วเทียนหลินเท่านั้นที่ดูผิดหวัง ฉู่เทียนฮุ่ยเองก็ผิดหวังเช่นกัน