หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 379 เนื้อพระถังซัมจั๋งที่กินได้
บทที่ 379 เนื้อพระถังซัมจั๋งที่กินได้
บนเกาะ
หลายร่างลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าและยืนอยู่กลางอากาศ
“มีคนทะลวงเข้าสู่บรรพจารย์ยุทธ์แล้วเหรอ? กลิ่นอายนี้… เป็นสาวน้อยคนนั้นที่แซ่อู๋ใช่ไหม?” แม่เฒ่าเทียนจี้พูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ใช่ เป็นเธอ ไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์ของเธอจะสูงส่งจนสามารถทะลวงเข้าสู่บรรพจารย์ยุทธ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ถ้าจำไม่ผิด เธอน่าจะอายุไม่ถึง 30 ปี? บรรพจารย์ยุทธ์ที่อายุน้อยกว่า 30 ปีเนี่ยนะ… นับได้ว่าเธอเป็นคนที่สำเร็จเร็วที่สุดในโลกผู้ฝึกยุทธ์ในรอบร้อยปีที่ผ่านมาเลยรึเปล่า?” ฮั่วเทียนหลินพึมพำ
“ใช่ คนสุดท้ายที่ทำลายสถิติอายุน้อยที่สุดในการทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์คือเด็กชายจากสำนักบู๊ตึ๊ง แต่อายุของเขาในตอนนั้นก็ปาเข้าไป 36 แล้ว” แม่เฒ่าเทียนจี้พยักหน้า
“พรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม!” ฮั่วเทียนหลินถอนหายใจ “ถ้าเธอเป็นลูกหลานของสำนักโอสถเรา มันคงจะดีมาก”
“เจ้าจะให้สำนักโอสถของเราได้แต่สิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมดในโลกเลยรึไง?” แม่เฒ่าเทียนจี้ยิ้มและคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “แต่ก็เอาเถอะ ข้าก็คิดเหมือนเจ้า มันคงจะดีจริง ๆ ถ้าแม่หนูนั่นเป็นศิษย์สำนักโอสถของเรา หรือไม่ก็เป็นคู่กับเสี่ยวอี้ของเราในอนาคต”
“ถ้างั้นทำไมเราไม่ช่วยเสี่ยวอี้ขอแม่หนูจากชูซานมาแต่งงานล่ะ” ฮั่วเทียนหลินแนะนำด้วยแววตาที่ลุกโชน
“ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องการแต่งงานเลย” จู่ ๆ ฉู่เทียนฮุ่ยก็ยิ้มออกมา
“ทำไม?”
ทุกคนแสดงสีหน้าสงสัย
“ทุกคนไม่สังเกตเหรอว่าหญิงสาวคนนั้นมีกลิ่นอายของเสี่ยวอี้ผสานอยู่ด้วย” ฉู่เทียนฮุ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
มีกลิ่นอายของโจวอี้ผสานอยู่?
หมายความว่าอย่างไร?
หลายคนตกตะลึง และไม่นานนักวพกเขาก็คิดอะไรบางอย่างได้ ดวงตาของพวกเขาแต่ละคนเบิกกว้างเพราะความเหลือเชื่อ
สาวน้อยแซ่อู๋คนนั้นกับโจวอี้…
“ฮ่าฮ่า… ดี ดี ดี! แม้ว่าเธอจะไม่ใช่ศิษย์ที่แท้จริงของสำนักโอสถของเรา แต่เธอก็นับได้ว่าเป็นครึ่งหนึ่งของสำนักโอสถแล้วใช่ไหม เสี่ยวอี้ของข้า ทำได้ดีมากจริง ๆ ข้าพอใจกับหลานคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซะแล้ว!” ฮั่วเทียนหลินหัวเราะออกมา
“อะไรของเจ้า! เสี่ยวอี้เป็นของครอบครัวของข้า แม่เฒ่าผู้นี้เท่านั้น!” แม่เฒ่าเทียนจี้ยิ้ม
“ฮ่า ฮ่า เหมือนกันั่นแหละ พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน! ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” ฮั่วเทียนหลินหัวเราะลั่น
ฉู่เทียนฮุ่ยมองไปที่เรือยอร์ช “เทพธิดา” จากระยะไกล อารมณ์ของเธอค่อนข้างซับซ้อน
เธอรู้เรื่องของอู๋ซินเยว่มาก่อน หญิงสาวคนนี้เพิ่งจะทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์เมื่อไม่นานมานี้ อย่างมากก็ราว ๆ ปีกว่า
ทว่าเวลาแค่นั้นกลับสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้ ความสำเร็จระดับนี้ ต่อให้เป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของโลกก็ไม่น่าจะทำได้
แต่สาวน้อยคนนี้กลับทำได้!
เพราะอะไร?
ฉู่เทียนฮุ่ยมีความรู้สึกราง ๆ ว่าความก้าวหน้าของอู๋ซินเยว่อาจเกี่ยวพันกับลูกศิษย์ที่มีค่าของเธอ
หากเธอไม่ได้พบว่าโจวอี้สามารถดูดพลังอักขระจากเตาหลอมสยบวิญญาณได้ เธออาจไม่มีความคิดนี้ แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามันต้องเกี่ยวข้องกันแน่นอน
เตาหลอมสยบวิญญาณเป็นสมบัติมหัศจรรย์อย่างยิ่งในโลกนี้
ลูกศิษย์ของเธอเพิ่งทะลวงผ่านระดับปรมาจารย์และสามารถต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งในระดับปรมาจารย์ขั้นสูงได้ และตอนนี้เขายังสามารถแผ่พลังจิตออกมาภายนอก ซึ่งทั้งหมดนั้นนับได้ว่าเป็นเรื่องท้าทายกฎสวรรค์
หญิงสาวแซ่อู๋มีสัมพันธ์ทางกายกับเขา ดังนั้นจึงอาจจะได้รับประโยชน์นั้นไปด้วย
แต่ไอ้เจ้าลูกศิษย์ของเธอเกี่ยวพันกับผู้หญิงหลายคนเกินไปหน่อยไหม?
ยิ่งเกี่ยวพันกับผู้หญิงมาก ก็ยิ่งมีภาระและปัญหาตามมามาก
ในอนาคต เขาจะแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นมากมายเหล่านี้ได้อย่างไร?
ฉู่เทียนฮุ่ยอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว แต่เมื่อคิดได้อีกครั้ง จู่ ๆ เธอก็แสดงสีหน้าพึงพอใจ
แบบนี้ในอนาคตฉันคงได้อุ้มหลานมากมายแน่ ๆ…
สำนักของเราไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับผู้สืบทอดที่ยอดเยี่ยมอีกแล้ว เด็กที่เกิดจากผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขึ้นไปย่อมไม่ธรรมดา…
บนเรือยอร์ช “เทพธิดา”
สภาพจิตใจของเซี่ยหลู่ถูกกระทบกระเทือนอย่างมาก เธอนั่งขัดสมาธิทันทีเพื่อต่อต้านความรู้สึกที่รุนแรงของความหดหู่และความสมเพชตัวเอง
“ความภาคภูมิใจของฉันมันหายไปแล้ว!”
“แล้วความมั่นใจในตัวเองล่ะ? มันก็หายไปแล้ว!”
“แล้วผู้ชายที่ฉันต้องการล่ะ? เขากลายเป็นเนื้อเข้าปากคนอื่นไปแล้ว!”
“ความสำเร็จระดับปรมาจารย์ขั้นสูง มันไม่ได้น่าภูมิใจอีกแล้ว!”
เซี่ยหลู่มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ราตรีนี้มีดวงดาวมากมาย แต่เธอรู้สึกว่าดาวที่ตรงกับชะตาของเธอไม่สว่างสักเท่าไหร่
ทันใดนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป
เธอกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตาของเธอเฉียบคมมาก เธอเห็นวัตถุหนึ่งพุ่งเข้ามาหา และเธอก็คว้าจับมันไว้ได้พอดิบพอดี
“นี่คือ… จดหมาย?”
เซี่ยหลู่มองไปยังทิศทางของเกาะในระยะไกล ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่จดหมายในมือ
มีเนื้อหาเพียงบรรทัดเดียวและลายมือที่ชัดเจน
“ศิษย์ของข้า เจ้ามีร่างกายที่แตกต่างจากคนทั่วไป เจ้าจะสามารถพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อมีสัมพันธ์ทางกายกับโจวอี้เท่านั้น ดังที่เจ้าเห็นได้จากหญิงสาวแซ่อู๋”
เซี่ยหลู่ตกตะลึง
ดวงตาที่สวยงามของเธอแข็งค้าง
เธอเข้าใจแล้ว
เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมอู๋ซินเยว่ผู้ซึ่งทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์เมื่อปีที่แล้วสามารถทะลวงเข้าสู่บรรพจารย์ยุทธ์ได้ในวันนี้
กลายเป็นว่าเพราะอีกฝ่ายนอนกับโจวอี้นี่เอง! นี่มันไม่ต่างอะไรกับการได้กินเนื้อพระถังซัมจั๋งเลยนี่นา!
ผลลัพธ์ที่ได้นั้นออกมาดีเหลือเกิน
ร่างกายของเซี่ยหลู่สั่นสะท้าน แววตาของเธอสั่นไหว
น่าสนใจ!
น่าสนใจสุด ๆ!
ไอ้พวกโอสถทั้งหลาย…ผายลมเถอะ!
เซี่ยหลู่หันกลับไปมองยังทิศทางที่เรือยอร์ชเทียนฉิง ออกเดินทางไป ทันใดนั้นเธอก็เผยยิ้มเจ้าเล่ห์
หลังจากผ่านไปนาน
เมื่อพลังในร่างกายของอู๋ซินเยว่สงบลง เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“ฉันทะลวงระดับสำเร็จแล้ว” อู๋ซินเยว่พูดอย่างใจเย็นและมองไปที่เซี่ยหลู่
“ฉันรู้!” เซี่ยหลู่พูดด้วยรอยยิ้ม
“เธอ…”
“เธอคิดว่าคนนิสัยอย่างฉันจะอิจฉาเธอเหรอไง?” เซี่ยหลู่ถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่!”
“ฮ่า ๆ ใช่ ฉันอิจฉา แต่ก็ไม่ได้มากถึงขนาดจะขาดใจตายหรอก! ตอนนี้ฉันไม่ต้องการโอสถระดับปฐพีที่เขาให้เธอแล้ว ฉันพบวิธีที่จะเร่งการฝึกฝนของฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันได้พบเนื้อของพระถังซัมจั๋งแล้ว!” เซี่ยหลู่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“พระถัง…” อู๋ซินเยว่อ้าปากจะพูดแต่ก็หยุดกะทันหัน
โอสถระดับปฐพี?
ร่างของเธอพุ่งไปปรากฏตัวตรงหน้าเซี่ยหลู่ทันที เธอคว้ากระเป๋าใบเล็กที่โจวอี้ฝากมาให้ และมองดูขวดหยกทั้งยี่สิบขวดที่จัดเรียงมาอย่างเรียบร้อย
โอสถรวมวิญญาณ?
ยาแก้พิษ?
ยารักษา?
โอสถบำเพ็ญเซียน?
…
ทั้งหมด 20 ขวด
อย่างละ 10 ชนิด ชนิดละ 2 ขวด?
นี่…
นี่คือคำขอโทษของเขางั้นเหรอ?
บนเรือยอร์ช “เทียนฉิง”
โจวอี้และทุกคนถอนสายตาจากเรือเทพธิดา และอารมณ์ของพวกเขาก็ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาทั้งหมดเป็นปรมาจารย์ และยังมีหนทางอีกยาวไกลกว่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ แต่อู๋ซินเยว่ซึ่งอายุไม่ถึง 30 ปี ได้กลายเป็นบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกละอายใจ
“ตาแก่อย่างฉันมีพรสวรรค์ไม่ต่างจากสุนัขเลย” เยี่ยป๋อซางยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว
“เฒ่าเยี่ย ผมเชื่อว่าคุณจะทะลวงเข้าสู่บรรพจารย์ยุทธ์ได้ไม่ช้าก็เร็ว” โจวอี้หยิบขวดหยกสองขวดออกมาแล้วโยนให้เยี่ยป๋อซาง
“นี่คือ…”
เยี่ยป๋อซางรับขวดหยกมาไว้ในมือ และเมื่อเขาเห็นฉลากบนขวดหยก เขาก็แสดงท่าทางดีใจ
“ยาระดับปฐพี โอสถรวมวิญญาณ และยาระดับปฐพี โอสถทลายขอบเขต”
โอสถสองชนิดนี้คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด!
ฉันเกาะขาทองคำได้ถูกคนแล้ว!
จากนั้นเยี่ยป๋อซางก็ระงับความตื่นเต้น และโค้งคำนับโจวอี้อย่างสุดซึ้ง
“พ่อคะ! หนูหิว”
จู่ ๆ เสียงของถังเหมียวเหมี่ยวก็ดังมาจากด้านล่าง