หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 378 ความก้าวหน้าของสตรี
บทที่ 378 ความก้าวหน้าของสตรี
หลังจากฉู่เทียนฮุ่ยออกจากเรือยอร์ชเทียนฉิง โจวอี้ก็ตรวจสอบโอสถในกระเป๋า
ภายในกระเป๋าใบนี้มีขวดหยกบรรจุโอสถอยู่ร้อยขวด แบ่งออกเป็นโอสถสิบชนิด
“เป็นโอสถระดับปฐพีทั้งหมดเลยงั้นเหรอ?”
โจวอี้ตกใจ ตอนแรกเขาคิดว่าโอสถที่อาจารย์นำมาให้จะต้องมีคุณภาพดีแน่นอน แต่ใครจะคิดว่าทุกชนิดจะเป็นระดับปฐพีทั้งหมด
ระดับปฐพี!
โอสถระดับนี้ไม่เพียงแต่มีประโยชน์สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อผู้ฝึกยุทธ์ระดับบรรพจารย์ยุทธ์อีกด้วย
โจวอี้ยิ้มและคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโอสถแต่ละชนิดออกมาอย่างละสองขวด รวมทั้งหมดเป็นยี่สิบขวด และแยกพวกมันใส่ลงในกระเป๋าสีดำใบเล็ก ๆ
“อาจารย์ลุงน้อย” เมื่อเฉินชานเห็นโจวอี้มาที่จุดชมวิวบนเรือ เขาก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับประสานมือคารวะทันที
“กำลังมองอะไรอยู่เหรอ?” โจวอี้ถาม
“เรือเทพธิดาของคุณอู๋น่ะ” เฉินซานชี้ไปที่เรือยอร์ช ‘เทพธิดา’ ซึ่งอยู่ไม่ไกล “ผู้หญิงสองคนนั้นส่งคนไปที่เกาะแล้ว”
“ไม่แปลกที่พวกเธอจะส่งคนสนิทของตัวเองไปดูการขุด” โจวอี้พูดขึ้น จากนั้นจึงยื่นกระเป๋าใบเล็กให้เฉินชานแล้วพูดว่า “เราต้องกลับแล้ว มอบกระเป๋านี้ให้อู๋ซินเยว่ซะ!จากนั้นก็ไปแจ้งให้อิงหงรู้ว่าเราจะแล่นเรือกลับทันทีหลังจากนี้”
“รับทราบ!”
จากนั้นเฉินชานพุ่งไปยังเรือเทพธิดาและปรากฏตัวต่อหน้าอู๋ซินเยว่พร้อมกระเป๋าสีดำใบเล็ก
“คุณมีอะไร?” อู๋ซินเยว่ถาม
เวลานี้เธอเปลี่ยนโฉมอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะยังสวยอยู่ แต่ก็ยังด้อยกว่าโฉมหน้าดั้งเดิมของเธอหลายเท่า
“อาจารย์ลุงน้อยขอให้ผมมอบสิ่งนี้ให้คุณ” เฉินซานกล่าว
“นี่คืออะไร?”
“ผมไม่รู้!”
เฉินชานยื่นกระเป๋าสีดำใบเล็กให้อู๋ซินเยว่แล้วพูดต่อไปว่า “เรากำลังจะกลับแล้ว รบกวนฝากทักทายคุณเซี่ยแทนด้วย”
หลังจากนั้น เขาก็พุ่งกลับไปที่เรือยอร์ชเทียนฉิงทันที
อู๋ซินเยว่กำลังถือกระเป๋าใบเล็ก ๆ แต่สายตาของเธอจับจ้องไปยังพื้นที่ชมวิวของเรือยอร์ชเทียนฉิง มองดูร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงนั้น
การเดินทางครั้งนี้เป็นเหมือนความฝัน
สิ่งที่เธอได้รับ สิ่งที่เธอสูญเสีย และสิ่งที่ทำให้ทะเลสาบหัวใจอันเงียบสงบของเธอสั่นไหว
เรื่องที่เหมือนฝันนั้นเกิดขึ้นไปแล้ว แต่เธอไม่โทษโจวอี้
เพราะแท้จริงแล้ว เธอเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนพิษนั้นได้ และเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเขาก่อนเสียด้วยซ้ำ
ทว่านั่นเป็นครั้งแรกของเธอ
“เอ๊ะ? เรือเทียนฉิงกำลังจะกลับ?” ทันใดนั้น เซี่ยหลู่ก็ปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ อย่างเงียบงัน
“อืม!” อู๋ซินเยว่พยักหน้า
“เธอถืออะไรอยู่?” เซี่ยหลู่ถาม
“ฉันก็ไม่รู้” อู๋ซินเยว่ตอบกลับและหันหลังเพื่อจะกลับไปที่ห้องของเธอ
“ไม่รู้? เฉินซานเพิ่งมา เขา… โจวอี้ขอให้เขาส่งมันให้เธอเหรอ?” แววตาของเซี่ยหลู่แสดงอาการสับสน
“ใช่!”
“ฉันขอดูหน่อยได้ไหม?” เซี่ยหลู่ถาม
อู๋ซินเยว่ชะงักและมองไปที่เซี่ยหลู่ เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะส่งกระเป๋าสีดำใบเล็กให้ แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก “ถ้าเธอต้องการอะไรในนั้นก็เอาไปได้เลย”
เธอไม่ได้มีเพียงความสวยเท่านั้น เพราะเธอยังฉลาดมาก
ดังนั้นเธอจึงเดาได้ว่าของในกระเป๋าคือคำขอโทษจากโจวอี้
แต่เธอไม่สนใจ
เซี่ยหลู่ถือกระเป๋าสีดำใบเล็กและมองตามหลังอู๋ซินเยว่ที่กำลังเดินจากไป สายตาของเธอดูงุนงงมากขึ้น เธอเดาว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างโจวอี้และอู๋ซินเยว่ในขณะที่ทั้งสองติดอยู่ในถ้ำ
จากนั้นเธอก็เปิดกระเป๋าสีดำที่อยู่ในมือ
“นี่มัน… โอสถ?”
“นี่มันบ้าอะไรกัน! เขาต้องการอะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงส่งพวกนี้มา…”
เซี่ยหลู่เริ่มระเบิดคำพูดที่หยาบคาย และตะโกนร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
อู๋ซินเยว่ที่กำลังเดินออกไปถึงกับชะงักทันที ก่อนจะหันมาขมวดคิ้วมองเซี่ยหลู่
เธอรู้จักเซี่ยหลู่ดี
อีกฝ่ายมีทรัพย์สมบัติมากมายและจิตใจก็เข้มแข็งเป็นอย่างมาก อะไรกันที่ทำให้เธอหลุดหยาบคายได้ขนาดนี้?
เซี่ยหลู่มองอู๋ซินเยว่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนที่ร่างของเธอจะไปปรากฏขึ้นต่อหน้าอู๋ซินเยว่ในพริบตา
ฉับ!
เซี่ยหลู่เฉือนฝ่ามือเป็นเหมือนคมมีดฉีกแขนเสื้อของอู๋ซินเยว่ออกมาอย่างฉับพลัน
ทันใดนั้น ดวงตาที่เหมือนเหยี่ยวของเซี่ยหลู่ก็กวาดมอง และอึดใจต่อมา ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง
“นี่เธอ…” เซี่ยหลู่ตกตะลึง
สีหน้าของอู๋ซินเยว่เปลี่ยนไปทันที เธอรีบซุกซ่อนแขนตัวเองให้พ้นจากสายตาของเซี่ยหลู่
เซี่ยหลู่กลืนน้ำลายพลางอุทานออกมา “จุดพรหมจรรย์ของเธอหายไปแล้ว? เธอเสียมันไปแล้ว…”
“เธอพบมันจนได้สินะ” อู๋ซินเยว่ยิ้มอย่างขมขื่น
“มันเป็นเพราะไอ้หมอกสีแดงจากงูหลามมังกรใช่ไหม?” จู่ ๆ เซี่ยหลู่ ก็นึกขึ้นได้และถามอย่างตกตะลึง
“ใช่!” อู๋ซินเยว่ไม่ได้คิดปิดบัง
“ฉัน…” เซี่ยหลู่คิดจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็เผยความโกรธจัดและสาปแช่งออกมา “ไอ้งูหลามมังกรสารเลวนั่นสมควรถูกตัดออกเป็นพัน ๆ ชิ้น! ฉันอุตส่าห์คาดหวังร่างกายของเขา แต่กลับกลายเป็นว่าเธอได้กินเขาก่อน! บัดซบ…บัดซบที่สุด!”
“…”
อู๋ซินเยว่พูดไม่ออก
ทันใดนั้น ท่าทีของเธอก็ดูแปลกไป
จู่ ๆ พลังในร่างของเธอกลับปะทุขึ้นจนร่างกายของเธอสั่นสะท้าน การปะทุของพลังนี้รุนแรงมากจนเธอต้องเปล่งเสียงร้องออกมา แววตาของเธอเปล่งประกายด้วยแสงจ้า ก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิตรงหน้าเซี่ยหลู่
“เธอ…”
เซี่ยหลู่อ้าปากค้างก่อนจะก้าวถอยหลังไปสามก้าว เธอมองดูอู๋ซินเยว่ราวกับว่าเธอเห็นผี
พลังอันมหาศาลที่ปะทุออกจากร่างของอู๋ซินเยว่ อีกทั้งพลังของอีกฝ่ายยังดูเหมือนผสานเข้ากับพลังของฟ้าดิน ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินที่อยู่โดยรอบหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายอู๋ซินเยว่จากทุกทิศทุกทาง ราวกับยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเธอ เห็นเป็นภาพคลื่นที่ไหลเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างต่อเนื่อง
กลิ่นอายของอู๋ซินเยว่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
กลิ่นอายนี้ค่อย ๆ เกินขีดจำกัดของปรมาจารย์…
ตูม!
ท่ามกลางความมืดในยามราตรี จู่ ๆ เสียงระเบิดก็พลันดังขึ้น
ราวกับโซ่ตรวนที่ถูกพันธนาการถูกปลดออก พลังที่ปะทุขึ้นออกจากร่างของอู๋ซินเยว่ทำให้เซี่ยหลู่ถอยหลังไปเจ็ดแปดก้าว
เซี่ยหลู่พยายามที่จะต้านทานแรงกดดัน และในขณะเดียวกันหัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
บรรพจารย์ยุทธ์?
อายุเพียง 28 แต่ทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้แล้ว?
อู๋ซินเยว่เพิ่งทะลวงระดับปรมาจารย์ไปเมื่อปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ?
ทำไมกัน!?
ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ทะเล
โจวอี้ปรากฏตัวที่ดาดฟ้าเรือยอร์ชเทียนฉิงพร้อมกับ เฉินซาน อิงหง และเยี่ยป๋อซาง ทั้งสี่คนมองไปที่เรือยอร์ช “เทพธิดา” จากระยะไกล พวกเขาทั้งหมดดูงงงวย
“กลิ่นอายนี้…” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“มีใครบางคนทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์! คนคนนั้นอยู่บนเรือเทพธิดา” เยี่ยป๋อซางเอ่ยขึ้น
“ใครกัน?” โจวอี้ถาม
“นี่… ถ้าผมเดาไม่ผิด น่าจะเป็นอู๋ซินเยว่” เยี่ยป๋อซางแสดงสีหน้าสับสน
“อู๋ซินเยว่? บรรพจารย์ยุทธ์?” โจวอี้โง่งมไปในทันที
“น่าจะเป็นอย่างนั้น ระดับยุทธ์ของเซี่ยหลู่อยู่แค่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสูง ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ฉะนั้นก็เหลือแต่อู๋ซินเยว่ซึ่งอยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม ซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้ในเวลานี้” เฉินซานแสดงความเห็น
โจวอี้เงียบไป
เขาไม่เคยคิดเลยว่าอู๋ซินเยว่จะทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ในเวลานี้
เขาเพิ่งขอให้เฉินซานส่งโอสถไปให้เมื่อครู่นี้นี่เอง เธอไม่น่าจะกินพวกมันเร็วขนาดนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือ เธอทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโอสถที่เขาให้เลย?
โจวอี้คิดในใจว่า บางทีมันอาจจะเกี่ยวข้องกับโอสถทลายขอบเขตสองเม็ดนั่นที่อาจารย์เขามอบให้เธอ!